กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 907 : กายาวัฏจักรแดนอเวจี
“ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรมันก็เป็นเพียงการคาดเดาของ
พวกเรา อย่างน้อยข้าเชื่อว่าไม่มีปัญหาใด วิถีแห่ง
การฝึกตนที่อยู่บนชมพูทวีปโลกธาตุล้วนถือเป็นวิถี
อันล้าเลิศ ที่ส้าคัญคือ ซีซี ไม่ได้เปลี่ยนจากการฝึก
ตนวิถีแห่งมารให้กลายเป็นวิถีแห่งเซียนอมตะ นาง
ยังคงท้าการฝึกฝนเต๋าของตนเองต่อไปได้เช่นเดิม
สมควรเป็นเรื่องอันประเสริฐยิ่งแล้ว เพราะเกรงว่า
ตั้งแต่โบราณมาก็ยังไม่เคยมีผู้ใดเคยเปลี่ยนแปลงวิถี
แห่งมารของตนให้กลายมาเป็นวิถีแห่งเซียนอมตะ
แม้แต่คนเดียว”
อู่ อวี้ เอ่ยปลอบโยนนาง
“จากความรู้สึกของข้า เขาน่าจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
ให้กับข้า แถมเหมือนว่าจะได้ยินถึงถ้อยค้าบางอย่าง
ยามที่อยู่ในความฝัน เอ…พูดว่าอะไรนะ อ้อ…คล้าย
กับว่าเขาท้าให้ผู้สืบทอดของตนทะยานสู่สวรรค์…..”
เย่ซีซี เอ่ยอย่างแผ่วเบา
“เจ้าไม่จ้าเป็นจะต้องคิดให้ปวดหัว ตัวเจ้าจะต้องฝึก
ตนตามวิถี ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตร’ เพราะ
มันสามารถท้าให้มีความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ได้” อู่ อวี้
เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
“ได้! ข้าเข้าใจแล้ว! และนอกจาก ‘สมบัติปฐพีเทพ
มารทศจักรสูตร’ ยังมีเคล็ดวิชาหลอมร่างกายอยู่อีก
ข้าเห็นว่ากายเนื้อของพวกท่านช่างร้ายกาจยิ่ง
แน่นอนว่าข้าเชื่อในเคล็ดวิชาเหล่านี้ แม้ว่าตอนนี้ข้า
จะรู้เพียงแค่บัญญัติคาถาในขั้นที่ 1 ทว่าหลังจากนี้
ข้าจะต้องรู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน” เย่ซีซี
เอ่ยด้วยท่าทางมีความสุข
“เมี๊ยว!” หลานหลาน ก็มีความสุขด้วยเช่นเดียวกัน
ซึ่งขณะนี้ก้าลังคลอเคลียอย่างเต็มรัก
“บัญญัติคาถาในการหลอมสกัดร่างกาย เหมือนมัน
จะมีชื่อเรียกว่า…….” เย่ซีซี ก้าลังเอียงหัวครุ่นคิดใน
ใจ จนสุดท้ายนางก็นึกออกจากนั้นกล่าวว่า “มันมี
ชื่อเรียกว่า ‘กายาวัฏจักรแดนอเวจี’ ในแต่ละขั้น
ของมันเปรียบเสมือนการวนเวียนกลับไปอยู่ในแดน
อเวจี 1 รอบ หลังจากที่ฝึกฝนจนครบ 10 ขั้นแล้ว
ร่างกายจะเปลี่ยนกลายเป็นแดนอเวจี มันจะ
แข็งแกร่งจนไม่อาจท้าลายลงได้……”
กายาวัฏจักรแดนอเวจี!
กายาเพชรอมตะ!
หนานซาน หวางเยว่ ยังไม่เปิดเผยเคล็ดกายาของ
มันออกมา แต่ความสามารถก็น่าจะไม่ต่างกันมาก
นัก และเนื่องจาก เย่ซีซี ที่มีกายเนื้ออันสูงส่งอยู่
ก่อนแล้ว เมื่อนางเปลี่ยนการฝึกตนก่อนหน้านี้
ทั้งหมดให้กลายเป็น ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศจักร
สูตร’ ประสิทธิภาพของพลังแก่นแท้ต้าหนักม่วง
ทั้งหมดของนางย่อมถูกยกระดับขึ้นมา เมื่อถึงเวลา
นั้นพลังรบของนางสมควรเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
แน่นอนว่าการเปลี่ยนการฝึกตนไม่ใช่เรื่องง่าย
จ้าเป็นที่จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานซึ่งเรียกได้ว่า
แทบจะเริ่มต้นใหม่
“ข้าขอตัวไปฝึกตนก่อน แล้วพบกันใหม่!” เย่ซีซี ที่
เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น รีบวิ่งออกไปพร้อม
กับท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุข
“สาวน้อยผู้นี้ช่างมองโลกในแง่ดียิ่งนัก ข้าว่าอารมณ์
ของนางน่าจะดีกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย เหมือนว่า
นางได้ก้าวข้ามอุปสรรคที่แสนล้าบากแล้ว” หนาน
ซาน หวางเยว่ ดูเหมือนก็มีหัวใจของความเป็น
พี่ชายเช่นกัน ซึ่งยามนี้มันมองดู เย่ซีซี ด้วย
ความรู้สึกเอ็นดูถูกชะตายิ่ง
“แม้ว่านางจะออกมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมี
เรื่องใดที่สลักอยู่ในใจแล้ว มันจะกลายเป็นฝันร้าย
ติดตามไปไม่มีวันจางหาย” อู่ อวี้ กล่าวออกมา
เพราะนางได้เห็นพ่อกับแม่ต้องถูกสังหารต่อหน้าต่อ
ตา
“แล้วยังไงเล่า มันต้องมีสักวันหนึ่งที่พวกเราสามพี่
น้อง สามารถชายตามองได้ทั่วหล้า” หนานซาน
หวางเยว่ ฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็เอ่ยลา อู่ อวี้ กลับ
ไปสู่โหมดหนุ่มเจ้าส้าราญ แน่นอนถึงแม้มันจะท้าตัว
เสเพลไปวันๆ ทว่าความแข็งแกร่งกลับไม่ทิ้งห่าง
แม้แต่น้อย กระทั่งความเร็วในการยกระดับพลังของ
มันยังแทบจะเทียบเท่ากับ อู่ อวี้ ได้เลย
ทั้ง 3 คนต่างมีวิธีก้าวไปข้างหน้าในรูปแบบที่
แตกต่างกัน
อู่ อวี้ ได้กลับเข้าไปในเจดีย์ล่องก้าเนิด น่าเสียดายที่
เจดีย์ล่องก้าเนิด มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่สามารถเยื้อง
กรายเข้าไปได้ หากเป็นไปได้เขาอยากจะพา เย่ซีซี
เข้าไปข้างในเพื่อย่นเวลาให้เสียหน่อย
เมื่อกลับมาที่ภายในตัวเจดีย์แล้ว อู่ อวี้ ก็ได้
ท้าการศึกษาวงเวทต่อไป ครั้งนี้เรื่องของ เย่ซีซี เริ่ม
มีเค้าโครงขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นเขาจึงไม่เป็นห่วงเรื่อง
ใดอีก และเร่งการศึกษาวงเวทของตนเองให้เร็วขึ้น
กว่าเดิม
เวลาอันเงียบสงบได้ด้าเนินต่อไปเรื่อยๆ อู่ อวี้ ไม่ได้
เข้าสู่ภวังค์เช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เขาค่อยๆ มุ่ง
หน้าไปบนวิถีของตนอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังศึกษา
ด้านวงเวทเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องหลายๆ ประการ
เขาพิจารณาเกี่ยวกับการก้าวหน้าของตนอย่าง
รอบคอบ แม้พลังฝึกตนของเขาอาจจะยกระดับได้
เชื่องช้ากว่าแต่ก่อน ทว่าก็ยังสามารถเก็บเกี่ยว
ผลประโยชน์ได้มากกว่าแต่ก่อนด้วยเช่นกัน
“หลังจากที่แยกจาก ลั่วผิน มา ข้าเคยได้กล่าวเอาไว้
ว่าภายในสิบปี ข้าจะต้องมีคุณสมบัติยืนเคียงข้าง
นางได้ กลับไม่คาดคิดเลยว่านางจะแข็งแกร่งถึง
เพียงนี้ เป็นถึงเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร เป็นผู้น้าของ
มังกรเทวะทุกตนในใต้หล้า”
“ตั้งแต่ที่นางจากไป ข้าก็ใช้เวลาอยู่บนเส้นทางเซียน
บรรพกาล 1 ปี จากนั้นก็ไปที่จักรวรรดิเป่ยหมิง
และมาถึงอาณาจักรโบราณเหยียนหวงในที่สุด เวลา
ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว ยังเหลือเวลาอยู่อีก 5-6 ปี ข้า
จะต้องขยันให้มากกว่านี้จึงจะท้าตามค้าพูดได้ส้าเร็จ
มิฉะนั้นนางคงจะกลายเป็นเซียนอมตะไปเสียก่อน
……”
ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ เอาชนะ สิงเหยียน มา เขาก็ได้ท้าการ
ปิดด่านมาโดยตลอด ซึ่งบัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมากว่า
2 ปีแล้ว!
แน่นอนว่านี่เป็น 2 ปีภายในเจดีย์ล่องก้าเนิด!
เวลาที่ด้านนอกเพียงผ่านไปแค่ปีเดียวเท่านั้น ใน
หนึ่งปีมานี้ อู่ อวี้ ไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลย
นอกจาก หนานซาน หวางเยว่ ที่ยังคงเที่ยวเตร่ไป
เรื่อย เหมือนกับว่าผู้คนในต้าหนักโอรสเล่อล้วนได้
หายไปในกลีบเมฆ ส่วน โอรสเล่อ ก็ได้เก็บตัวเงียบ
ด้วยเช่นกัน
ความวุ่นวายในหนึ่งปีก่อนได้เงียบสงบลงจนน่าใจ
หาย และ โอรสเหยียน ก็ไม่ได้กลายเป็นตัวตลกให้
เยาะเย้ยอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดยกเรื่องที่มัน
แพ้เดิมพัน เม็ดยาค้นหาเต๋า 5,000 เม็ดขึ้นมา
ส้าหรับ หนานซาน หวางเยว่ แม้ว่ามันจะเที่ยวเล่น
ไปวันๆ แต่ทว่าก็ยังคงมีความก้าวหน้า ทั้งยังก้าวน้า
อู่ อวี้ ไปถึง 1 ระดับชั้น คาดว่าบัดนี้มันคงสามารถ
ต่อสู้กับ ตัวตน 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าระดับที่ 2 ได้
แล้ว แน่นอน ถึงจะใช้ค้าว่าสามารถต่อสู้ได้ แต่ก็ยัง
ไม่รับประกันว่าจะเอาชนะได้
ส้าหรับ เย่ซีซี หลังจากที่นางฝึกฝน ‘สมบัติปฐพีเทพ
มารทศจักรสูตร’ แล้ว กลิ่นอายของนางได้
เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง มันทั้งหมองหม่นและ
บริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าเดิม ด้วยผมสีด้าขลับผนวกกับผิว
ขาวเนียนราวหิมะ ท้าให้บรรยากาศของนางดูลึกลับ
ยิ่งขึ้น หากว่าคนทั่วไปเห็นนางย่อมต้องรู้สึก
หวาดกลัว ทว่านางกลับปฏิบัติต่อ อู่ อวี้ และ หนาน
ซาน หวางเยว่ ด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดูมิต่างจากเดิม
ความหมองหม่นนี้เป็นเพียงแค่บรรยากาศของนาง
เท่านั้น ทว่าไม่ใช่นิสัย พื้นฐานของนางก็ยังคงเป็น
คนไร้เดียงสาเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ เพียงแต่เมื่อใด
ที่กล่าวถึงจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ราวกับอีก
ตัวตนของนางจะปรากฏออกมาสู่โลกหล้า….
ในเวลาเดียวกัน หลังจากที่นางฝึกฝน ‘กายาวัฏจักร
แดนอเวจี’ มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว นางก็ส้าเร็จขั้นที่ 1
เป็นที่เรียบร้อย พลังอ้านาจกายเนื้อของนางเพิ่มพูน
อย่างมหาศาล! แม้ว่าจะยังอยู่ห่างไกลจาก อู่ อวี้ แต่
ทว่าเมื่อผนวกกับพลังแก่นแท้ต้าหนักม่วงที่อยู่สูง
กว่า อู่ อวี้ จึงท้าให้นางมีความก้าวหน้าที่ค่อนข้าง
ไกล กายาวัฏจักรแดนอเวจีเป็นเหมือนกับวังวน ซึ่ง
จะท้าให้ร่างกายเป็นเหมือนกับนรก ภายใต้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์อันมืดมิด ได้แผ่กระจายความลึกลับและชั่ว
ร้ายที่มาจากขุมนรก ส่งผลให้ร่างกายของนางเต็มไป
ด้วยความเก่าแก่ มันเป็นเหมือนกับวังวนที่ท้าให้
ผู้คนรู้สึกคลื่นไส้ ภายใต้การหมุนโคจรอย่างแปลก
ประหลาดนี้ จุดศูนย์กลางสมควรเป็นจุดที่สามารถ
เชื่อมต่อลงไปยังชั้นอเวจีได้
นางค่อยๆ ก้าวเดินไปบนแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อ
สร้างเป็นเต๋าของนางขึ้นมาอย่างมั่นคง ยามนี้เมื่อ อู่
อวี้ มองไปที่นางเขาก็ไม่เกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นอีก
แล้ว เหมือนว่า ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ จะได้มอบ
มรดกที่ดีที่สุดให้กับนางจริงๆ สิ่งที่ เย่ซีซี ได้รับมา
มันคือทุกสิ่งทุกอย่างของขุนพลเจวี่ยนเหลี่ยน!
บรรยากาศของนางตรงกันข้ามกับ อู่ อวี้ อย่าง
สิ้นเชิง อู่ อวี้ เป็นคนตรงไปตรงมา ก้าลังชนก้าลัง
ส่วนเต๋าของนางเป็นความมืดหม่น เย็นชา ซ่อนเร้น
‘แปลกประหลาด’ กระทั่งยังมีจุดที่ต่างจากร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ พอสมควร เนื่องจากร่างกลืน
สวรรค์ไม่ได้ให้บรรยากาศที่มืดหม่นเยี่ยงนี้ เนื่องจาก
ความสามารถในการกลืนกินไม่ได้เป็นสิ่งที่ซ่อนเร้น
ทว่าเป็นการใช้ก้าลังบังคับแย่งชิงซึ่งๆ หน้า ฉกฉวย
ทุกสิ่ง กลืนกินอย่างกระเหี้ยนกระหาย ท้าให้ร่าง
กลืนสวรรค์แตกต่างจากบรรยากาศอันมืดมิดของ เย่
ซีซี
ส่วน หนานซาน หวางเยว่ ยิ่งมายิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้น
เรื่อยๆ รูปลักษณ์ของมันหล่อเหลามากขึ้นจนแทบ
ท้าให้ใครหลายคนต้องคลั่งไคล้ กระทั่งฝีมือเองก็ใช่
ย่อย มันสามารถซ่อนตัวหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลง
รูปลักษณ์ก็ยังได้
ทางด้าน อู่ อวี้ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบ
หลังจากที่เขาเข้าสู่การปิดด่านฝึกตน ศึกษาวงเวท
และหลอมสกัดเม็ดยา ในที่สุดความก้าวหน้าก็
บังเกิด พลังฝึกตนของร่างหลักได้ยกระดับขึ้นไปอยู่
ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 4 ได้ส้าเร็จ!
นับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่!
หลังจากที่เต๋าของเขาก้าวหน้า อู่ อวี้ ก็รีบส่งพลัง
แก่นแท้ต้าหนักม่วงของตน เพื่อยกระดับเข้าสู่
อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 4 ซึ่งได้ใช้เคล็ดมหา
เทียนเซียนในการสร้างพลังแก่นแท้ต้าหนักม่วง
แม้ว่าเขาจะอยู่เพียงแค่ระดับที่ 4 แต่พลังแก่นแท้
ต้าหนักม่วงของเขากลับมีความเข้มข้นเทียบเท่าได้
กับระดับที่ 8 ของคนทั่วๆ ไป นี่คือความเหนือชั้นใน
วิธีการฝึกตนของพวกเขา แม้ว่าขณะนี้พลังฝึกตน
ของ เย่ซีซี ยังคงอยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 9
ทว่าในความเป็นจริงแก่นแท้ต้าหนักม่วงของนาง
ยกระดับไปมากกว่าเดิมอย่างมหาศาลแล้ว!
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของนางยังไม่สมบูรณ์
แต่ก็สมควรใช้เวลาอีกไม่นานแล้ว
เม็ดยาค้นหาเต๋า 5,000 เม็ด!
การยกระดับพลังฝึกตนของตนเองให้ถึงระดับที่ 4
เขาได้ใช้เม็ดยาค้นหาเต๋าไปแล้ว 2 เม็ด
ครั้งแรกที่ได้ลองใช้เม็ดยาค้นหาเต๋า จึงท้าให้ อู่ อวี้
รู้ว่าเม็ดยาชนิดนี้มีประสิทธิภาพรุนแรงมาก มัน
เทียบได้กับเม็ดยาจิตเทวะที่มีจ้านวนเทียบเท่ากับ
ภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่งได้เลย
แน่นอนว่าเพราะพลังฝึกตนและพลังแก่นแท้ต้าหนัก
ม่วงของเขาในตอนนี้ยังไม่ถือว่าแข็งแกร่งนัก โดย
ปกติอาณาจักรค้นหาเต๋าจึงจะเหมาะที่จะใช้เม็ดยา
ค้นหาเต๋ามากที่สุด
ขณะปิดด่านฝึกตน ร่างอวตารนอกวิถีทั้งหมื่นร่าง
ของเขายังยกระดับเพิ่มขึ้นอีกด้วย กล่าวได้ว่าเม็ดยา
ค้นหาเต๋า 1 เม็ด ก็เพียงพอที่จะให้ร่างอวตารของ
เขาใช้ได้หลายสิบร่างเลยทีเดียว ซึ่งเขาได้ใช้เม็ดยา
ค้นหาเต๋าไปทั้งหมด 500 เม็ดเพื่อร่างอวตารนอกวิถี
โดยเฉพาะ พวกมันถือเป็นหลุมด้าดีๆ นี่เอง!
ครั้งนี้ถือว่าเขาได้ยกระดับขึ้นมาทุกด้าน!
ในช่วงเวลานี้เคล็ดอิทธิฤทธิ์ทั้ง 4 ยังไม่ได้ทะลวง
ผ่านจุดคอขวด เต๋าจึงเป็นสิ่งเดียวที่พอจะยกระดับ
ได้ ซึ่งหลังจากที่ยกระดับขึ้นมาสู่ขอบเขตใหม่แล้ว
เขาได้ตั้งเป้าที่จะมุ่งเน้นไปยังเทียมฟ้าจรดดินและ
เมฆตลบฟ้า ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่สามารถฝ่า
ทะลวงคอขวดได้ง่ายดายที่สุด
นอกจากนั้นยังมีร่างอวตารนอกวิถี
ความสามารถในการกลืนกินของร่างกลืนสวรรค์
ยังคงเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ อู่ อวี้ ยามนี้
แม้แต่ หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็ยังไม่รู้อะไร
มากนัก
ภายในนครเทวะไม่มีผู้ใดสามารถสังหารคนไปได้
อย่างไร้ร่องรอยเช่น อู่ อวี้
แต่เขาจะไม่สังหารคนบริสุทธิ์
ส้าหรับชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ภายในพิภพอเวจี
เนื่องจากว่าพวกมันเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับ เย่ซีซี
อู่ อวี้ จึงไม่คิดที่จะลงไปอีก
ดังนั้นในขณะที่เขาก้าลังไตร่ตรองหลายๆ สิ่ง จึงได้
ปล่อยวางเรื่องยกระดับร่างกลืนสวรรค์ไปก่อน รอไว้
เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสมค่อยว่ากันอีกที สุดท้ายแล้ว
ตอนนี้เขายังคงมีเวลาว่างเหลืออยู่ และสามารถ
ยกระดับตนเองขึ้นได้ตลอดเวลา
เมื่อเขาได้ยกระดับพลังฝึกตนเข้าสู่ขอบเขตใหม่ก็ถือ
ว่าเป้าหมายในช่วงสั้นๆ ได้ส้าเร็จแล้ว อู่ อวี้ จึงผ่อน
คลาย โดยการไปเที่ยวเล่นภายในนครเทวะกับ เย่ซี
ซี และ หนานซาน หวางเยว่
ส่วน โอรสเล่อ มีความก้าวหน้าที่ค่อนข้างรวดเร็ว
เขาพัฒนาจนมาถึงอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 9
ด้วยเวลาเพียงแค่ 1 ปี!! ซึ่งบัดนี้ข่าวที่ดังที่สุดภายใน
นครเทวะ นั่นคือข่าวที่ว่าโอรสเล่อ มีโอกาสและ
คุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับเลือกให้เป็นจักรพรรดิ
หวงจากเหล่าบรรดาโอรสทั้งหลาย เมื่อข่าวนี้เริ่ม
แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
โอรสเล่อ จึงพยายามฝึกตนเพื่อให้ตนเองก้าวเข้าไป
อยู่แถวหน้าอย่างรวดเร็ว
เขาเป็นคนที่ฉลาดเฉลียว ท้าการเก็บตัวปิดด่านฝึก
ตนเพียงอย่างเดียว ไม่เข้าสุงสิงกับใคร กล่าวได้ว่า
เขาเป็นผู้ที่อดทนอย่างมากจริงๆ อู่ อวี้ รู้ว่าเขาได้
ซ่องสุมกองก้าลังนายทหารระดับสูงอย่างลับๆ
แม้แต่เจ้าแคว้นทั้งหลายยังบากหน้ามาหาเขา
ซึ่ง โอรสเล่อ ได้จับมือกับทุกๆ คนเพื่อสั่งสมขุม
อ้านาจแห่งตนในอนาคต
บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ อู่ อวี้ จะจัดการกับคอขวดของ
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ เทียมฟ้าจรดดินและเมฆาตลบฟ้า
ทว่าหลังจากผ่านไปเป็นเวลา 2 เดือน ก็ยังไม่มีข่าวดี
อะไร อู่ อวี้ รู้สึกว่าการทะลวงคอขวดเป็นเรื่องที่น่า
ชวนปวดหัวยิ่ง
วันหนึ่ง โอรสเล่อ ได้เข้ามาที่ต้าหนักโอรสเล่อ…
เขาแสดงท่าทีจริงจังออกมาอย่างแทบไม่เคยเห็นมา
ก่อน “ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
“เชิญกล่าว”
“ข้ามีสหายคนหนึ่ง มันได้บอกกับข้าว่าพบข่าวคราว
ของ ‘หนานกง เหว่ย’ แล้ว”
ตูม!
ประดุจมีสายฟ้าฟาดผ่าเข้าใส่กลางหัวของ อู่ อวี้ ก็มิ
ปาน
———————————