กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 923: หัวใจแห่งเต๋า
“อึกอ๊าก!! ”
เลือดเนื้อของมันกลายเป็นแหล่งเพาะชำชั้นเลิศของมวล
บุปผานานาพันธุ์ กิ่งก้านสาขาอันแหลมคมของมวล
พฤกษาทะลุทะลวงผ่านมาจากภายใน ฉีกกระชากเลือด
เนื้อเพียงแค่มองจากด้านนอกก็สัมผัสได้ถึงความ
เจ็บปวดอย่างสุดแสน!
มิได้มีเพียงความเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังน่าสะพรึงกลัวถึง
ที่สุด
ยามนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อบดขยี้ทำลายล้าง
ปีศาจหยินหยาง!
เสียงกรีดร้องดังระงมไปด้วยความเจ็บปวดของ ปีศาจห
ยินหยาง ความเจ็บปวดไม่อาจทำให้มันวางท่าได้อีก
ต่อไป บัดนี้จากร่างมนุษย์เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นร่างปีศาจ
ขนาดใหญ่ คืนสู่ร่างปีศาจที่แท้จริงของมัน!
เมื่อปีศาจกลับคืนสู่ร่างที่แท้จริง พลังของมันจะมากมาย
มหาศาลยิ่งกว่าเดิม
มวลเลือดเนื้อจำนวนมหาศาล ไม่สามารถเทียบได้กับ
รูปร่างมนุษย์ของมัน อู่ อวี้ ประเมินว่าการที่มันกลาย
ร่างกลับคืนสู่ร่างปีศาจเป็นเพราะต้องการสยบพลัง
อิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวางเยว่ ที่กำลังทะลวงผ่าน
เลือดเนื้อกายาอันใหญ่โตของมัน!
“ติดกับเข้าแล้ว! ” เมื่อปีศาจหยินหยางกลายร่างเป็น
อสรพิษสมุทรสองหัว ตัวใหญ่อยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้
ท่ามกลางแสงสีเขียวที่ส่องประกายออกมาจาก หนาน
ซาน หวางเยว่ กลับปรากฏความเย้ยหยันออกมาให้เห็น
อู่ อวี้ จำได้ว่าเมื่อมันใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้ ยิ่งกายเนื้อของ
ฝ่ายตรงข้ามมีพลังอำนาจมากขึ้นเท่านั้น ผลกระทบจาก
การโจมตีก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อ
ปีศาจหยินหยางคืนสู่ร่างอันใหญ่ยักษ์ที่แท้จริงของมัน
หนานซาน หวางเยว่ ก็เสริมพลังอิทธิฤทธิ์ ทันใดนั้นก็
สามารถมองเห็นพฤกษาขนาดใหญ่ทะลวงผ่านออกมา
จากทั่วร่างของ ปีศาจหยินหยาง มากขึ้นและมากขึ้น
ดูดกลืนโลหิตราวกับปลิงดูดเลือดก็มิปาน!
ในมุมมองของ อู่ อวี้ เวลานี้ทั่วทั้งร่างของอสรพิษสมุทร
สองหัวถูกพันรัดด้วยเถาวัลย์นับไม่ถ้วน บังเกิดเป็นรอย
บาดแผลเหวอะหวะนับหมื่นให้เห็นอย่างเด่นชัด โลหิต
สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนบนผิวหนัง บุปผาพฤกษชาติ
นับไม่ถ้วนยังคงเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งมันดูดซับเลือด
เนื้อมากเท่าไหร่พวกมันก็ยิ่งเติบโตรวดเร็วมากขึ้น
เท่านั้น อีกทั้งเนื้อหนังของมันยังแห้งเหี่ยวลงเรื่อย ๆ
ด้วยเหตุนี้ปีศาจหยินหยางที่กำลังถูกดูดกลืนแก่นแท้
โลหิต จึงตกเข้าสู่สภาวะเป็นตาย!
นี่คือพลังอันยิ่งใหญ่ของแม่ทัพเทียนเผิง เมื่อพฤกษชาติ
เจริญเติบโตบานสะพรั่งทำให้มันดูสวยงามอยู่ไม่น้อย
แต่นั่นก็หมายถึงว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังถูกสูบเลือดเนื้อจน
เหี่ยวแห้งตาย กล่าวได้ว่าพฤกษชาติเหล่านี้อุดมสมบูรณ์
ไปด้วยเลือดเนื้อ!
ปีศาจหยินหยางเกรี้ยวกราดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเพราะ
มันอยู่ภายใต้อิทธิพลจากพลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน
หวางเยว่ แล้วมันก็ทำได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องอย่าง
เจ็บปวดผสานความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด! อย่างไรก็
ตามเป็นเพราะเดิมทีมันมีความแข็งแกร่งมากพอ ที่จะ
ทำให้มันกัดฟันข่มความโกรธเกรี้ยวอันบ้าคลั่ง ทุ่มเท
เจตจำนงและความแข็งแกร่งทั้งหมดไปที่ ‘พิรุณกระบี่ไท่
อาไร้สิ้นสุด’ ชั่วอึดใจนั่นเองภายใต้พฤกษชาติอันเขียว
ขจี ห่าพิรุณกระบี่ก็เทกระหน่ำลงมาใส่พวกเขาทั้งสาม!
ฟิ้ว ชิ้งชิ้งชิ้ง!
ชิ้นส่วนสีขาวและสีดำ เทกระหน่ำไปยังทิศทางของวง
เวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน ซึ่งมี อู่ อวี้ อยู่ภายใน พายุ
แห่งการสังหารโหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ วงเวทเก้า
ตำหนักไม่สั่นคลอน อย่างรุนแรง ภายใต้อำนาจจากวง
เวทของศาสตราเต๋าวิถีแท้ เศษชิ้นส่วนขาวดำเจาะทะลุ
ทะลวงผ่านวงเวท กรีดเฉือนเข้าใส่ อู่ อวี้!
ถึงกระนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็ยังไม่ยอมหยุด
กิ่งก้านสาขาของพฤกษชาติเหล่านี้ยังคงพุ่งทะยาน
เติบโตหนาแน่นมากขึ้น กิ่งก้านพฤกษชาติมีขนาด
ใหญ่โตจนดูคล้ายคลึงกับอสรพิษสมุทรสองหัว เลือดเนื้อ
ของมันยังคงถูกสูบ! ไม่อาจคาดเดาได้ว่าต้องใช้เวลานาน
เท่าไหร่ กิ่งก้านสาขาถึงจะเติบโตจนเติมเต็มค่ายกล
หยินหยางผนึกสมุทร!
ปีศาจหยินหยางต้องการฆ่า อู่ อวี้ ด้วย ‘พิรุณกระบี่ไท่
อาไร้สิ้นสุด’ ทว่าในเวลานี้ชีวิตของมันได้รับผลกระทบ
อย่างใหญ่หลวง ซึ่งมันก็ส่งผลกระทบต่อการโจมตีของ
ปีศาจหยินหยางเช่นกัน ทำให้เวลานี้ อู่ อวี้ ยังคงรักษา
วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนเอาไว้ได้
แน่นอนปีศาจหยินหยางทราบดีว่า ภายใต้การสนับสนุน
ของ อู่ อวี้ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของมันไม่
สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้อย่างแน่นอน
ในเวลานี้ปีศาจเฒ่ากำลังจนมุม และ อ่อนแอมากขึ้น
เรื่อย ๆ จนใกล้จะตาย หากต้องการเปลี่ยนแปลง
สถานการณ์มันจะต้องทำลาย ‘พิรุณกระบี่ไท่อาไร้สิ้นสุด’
จากนั้นจึงจะใช้ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ทำลาย
พฤกษชาติอันน่ารำคาญเหล่านี้! ปีศาจหยินหยางไม่ใช่
คนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อะไรง่าย ๆ ในสถานการณ์
บีบคั้นเช่นนี้ นี่คือวิธีเดียวที่มันจะพลิกสถานการณ์กลับ
ได้ นั่นก็คือเรียกคืน ‘กระบี่คู่ไท่อา’!
เป็นความจริงที่ว่าการที่ อู่ อวี้ กับพรรคพวกกำลัง
ร่วมมือกัน ทำให้มันต้องสูญเสียความแข็งแกร่งไป
มหาศาล อีกทั้ง อู่ อวี้ กับพรรคพวกยังทำให้มันได้รับ
บาดเจ็บสาหัสอีกด้วย!
ปีศาจหยินหยางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลังจากเรียก
คืนกระบี่คู่ไท่อา มันก็ควบคุมกระบี่ ตวัดฟันกวาดเข้าใส่
ร่างของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ชั่วอึดใจต่อมา หมู่มวล
พฤกษาส่วนใหญ่ที่เติบโตขึ้นมาบนร่างของมัน ล้วนถูก
ฉีกกระชากออกไป ถึงแม้ว่าพฤกษชาติจะยังคงจะเติบโต
ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทว่าภายใต้การควบคุมพลังแก่นแท้
สำหรับม่วงของฝ่ายตรงข้าม มันได้กรีดเฉือนกระบี่คู่ไท่
อาเข้าใส่ร่างกายของตนเอง ถอนรากปลดพลังอิทธิฤทธิ์
ของหนานชานหวางเยว่!
ถ้าลำพัง หนานซาน หวางเยว่ คนเดียวใช้พลังอิทธิฤทธิ์
นี้จัดการกับมัน รับรองว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน อู่
อวี้ พบว่าการจัดการกับผู้ที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋า
ยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างยิ่ง มีไม่มากนักที่สามารถ
จัดการได้อย่างง่ายดาย!
ในเมื่อการโจมตีนี้ได้สร้างบาดแผลให้กับคู่ต่อสู้ได้แล้ว อู่
อวี้ จะไม่ยอมปล่อยให้มันฟื้นตัวอีกเด็ดขาด! ทันใดนั้น
เขาก็ปลดวงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนอย่างรวดเร็ว
พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบในฉับพลัน!
“วงเวทเก้าตำหนักเตาหลอมเพลิงสงัด! ”
มหาเตาหลอมทั้งเก้าก่อตัวกันเป็นหนึ่ง จากนั้นก็แผ่
ขยายปกคลุมปีศาจหยินหยางไว้ ทันใดนั้นมหาสมุทร
เปลวเพลิง 9 สีภายในเตาหลอม ก็ระเบิดปะทุออกมา
อย่างบ้าคลั่ง! อู่ อวี้ ยืนอยู่บนเตาหลอม ทุ่มเทอำนาจ
ทั้งหมด ไปที่การสั่นสะเทือนของเตาหลอม นี่เป็นการ
โจมตีครั้งสุดท้าย ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ มั่นใจมาก
ที่สุด ท่ามกลางวงเวทเก้าตำหนักเตาหลอมเพลิงสงัด
เปลวเพลิงทั้งหมดผสานรวมเข้าด้วยกัน ระเบิดเป็นอัคคี
เก้าชั้น มากพอที่จะเปลี่ยนปีศาจหยินหยางให้กลายเป็น
เถ้าถ่าน เนื่องจากก่อนหน้านี้มันถูก หนานซาน หวาง
เยว่ กลืนกินแก่นโลหิตมากจนเกินไป
แม้ว่า อู่ อวี้ จะอยู่ด้านนอก แต่ก็สามารถล่วงรู้
สถานการณ์ภายในมหาเตาหลอมได้อย่างชัดเจน ใน
เวลานี้เลือดเนื้อของปีศาจหยินหยางถูกสูบจนแห้งเหือด
แล้วมันก็ถูกค่ายกลเตาหลอมของ อู่ อวี้ สะกดข่มอย่าง
ต่อเนื่อง ทะเลเพลิง 9 สีภายในเตาหลอม ปลดปล่อย
เสียงคำรามระเบิดปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลาง
วังวนระเบิดอัคคี ครู่ต่อมาเลือดเนื้อโลหิตของปีศาจห
ยินหยางก็เริ่มถูกบดขยี้ทำลายจนแหลกแล้ว อู่ อวี้
คาดการณ์ว่ามันคงทนได้อีกไม่นาน อีกเดี๋ยวก็คงตาย
ครั้งนี้คงต้องขอบคุณพลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวาง
เยว่ ที่ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะมันได้ ปีศาจหยินห
ยางพ่ายแพ้เพราะ อู่ อวี้ กับพรรคพวกร่วมมือโจมตี
อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิถีการต่อสู้แห่งเซียนเต๋า อู่ อวี้ กับ
พรรคพวกร่วมมือจัดการศัตรู นับเป็นเรื่องลึกลับพิสดาร
อย่างยิ่ง!
อย่างไรก็ตามเวลานี้ปีศาจหยินหยาง ยังคงร้องตะโกน
ดิ้นรนก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ! ตอนนี้ชีวิตของมันกำลัง
ตกอยู่ในความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เมื่ออยู่
ภายใต้การระเบิดภายในเตาหลอม มันกลับไม่ตกตายได้
ทันที!
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย
” ปีศาจหยินหยางตนนี้ยากที่จะจัดการ ช่างน่าตื่นตะลึง
ยิ่งนัก”
“ข้ายังไม่ได้แสดงฝีมือเต็มที่เลย”
” ค้นหาเต๋าขั้นที่สาม ทั้งผู้ฝึกตนและปีศาจจำนวนมาก
ติดอยู่ในระดับนี้มานาน ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาไม่
กล้ารับทัณฑ์สวรรค์ ”
ยามนี้ อู่ อวี้ กำลังสังเกตสถานการณ์ภายในเตาหลอม
พร้อมกับ เพิ่มพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง เพื่อยกระดับ
อำนาจทำลายล้างของวงเวท ตราบใดที่อีกฝ่ายยังไม่
กลายเป็นเถ้าธุลี เขาก็ไม่อาจเบาใจได้
อย่างไรก็ตาม หนานซาน หวางเยว่ ยิ้ม พร้อมหันไป
กล่าวหยอกล้อเย่ซีซีว่า ” เป็นอย่างไรบ้างล่ะ…ได้ดูพี่ชาย
หนานซาน หวางเยว่ ผู้นี้แสดงพลังอิทธิฤทธิ์ให้ได้ชมเป็น
ขวัญตา เจ้าคงรู้สึกอิจฉาละสิ…ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จง
ขยันหมั่นเพียรฝึกฝนให้มาก ๆ พวกพี่ ๆ จะได้รู้ว่าพลัง
อิทธิฤทธิ์ของขุนพลเจวี่ยนเหลียนเป็นอย่างไร? จะ
เทียบเท่ากับของข้าได้รึเปล่า? ”
” ถ้าให้เปรียบเทียบของเจ้าย่อมดีกว่าแน่นอนอยู่แล้ว ”
เย่ซีซีตอบกลับไป ถึงแม้นางจะยังไม่ทราบพลังที่แท้จริง
ของ ขุนพลเจวี่ยนเหลียน แต่นางก็มั่นใจมาก
ดูเหมือนว่า ค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร ที่อยู่โดยรอบ
กำลังจะหายไปในไม่ช้า จากสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าปีศาจห
ยินหยางไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
อำนาจทำลายล้างของวงเวทเก้าตำหนักเตาหลอมเพลิง
สงัด มิได้ด้อยไปกว่าเก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี แม้
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิดทำลายยิ่งทวีความ
ต่อเนื่อง และรุนแรงมากขึ้นไปอีก!
“เจ้าสังหารบุตรข้ายังไม่พอ แต่ยังคิดจะสังหารข้าอีกงั้น
รึ! เจ้าต้องไม่ตายดี! ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า ไฉนถึงต้อง
สังหารข้าด้วย! ผู้ฝึกตนอย่างเจ้า กล่าวอ้างว่าตนเป็นคน
ดี ทว่าแท้จริงแล้วพวกเจ้ามันตัวชั่วร้ายบัดซบ! สิ่งชั่วร้าย
ที่สุดกำลังรอเจ้าอยู่! อย่ามาทำเป็นเสแสร้งหน้าซื่อใจ
คด! เมื่อเจ้าต้องพบเจอกับภัยพิบัติขั้นที่ 3 เจ้าจะต้อง
ตายในภัยพิบัตินั้น เจ้าจะต้องได้รับหายนะไม่ด้อยกว่า
ปีศาจอย่างเรา! ”
” เจ้าทั้งห้า โดยเฉพาะไอ้ปีศาจหมู! พวกเจ้าคิดว่าตัวเอง
ยังมีหน้าไปพบกับบรรพบุรุษของเจ้าอีกหรือไม่ เจ้ารู้ไหม
ว่าบรรพบุรุษกี่คนแล้ว ที่ถูกผู้ฝึกตนสังหารอย่าง
โหดเหี้ยมทุกข์ทรมาน แล้วยังมีหน้ามาอ้างว่าเป็นผู้ผดุง
ความยุติธรรมอีกเหรอ? ”
” ในสายตาของข้า เจ้ามันโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ความ
ปรานี! ”
สายตาของ อู่ อวี้ สงบนิ่งไม่แยแส มองปีศาจหยินหยาง
ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญใกล้จะกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ไม่มีเหตุผลที่พวกเจ้าจะฆ่าครอบครัวของข้า! ”
” สักวันหนึ่ง เจ้าจะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์! ในภายภาคหน้า
เจ้ายังจะกล้าพูดว่าตนเองก้าวเดินบนเส้นทางแห่ง
ความชอบธรรมอีกงั้นหรือ บาปกรรมของเจ้ามากมาย
เกินกว่าจะพรรณนาได้! ”
สุดท้ายปีศาจหยินหยางก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
อู่ อวี้ เรียกคืนพลองฟ้าเพลิงผลาญกลับมา เมื่อปีศาจห
ยินหยางสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ค่ายกลหยินหยางผนึก
สมุทรที่อยู่โดยรอบก็เริ่มพังทลาย น้ำทะเลสีดำสีขาว
สลายกลายเป็นฝุ่นผง ท้องฟ้าสีครามปรากฏขึ้นเบื้อง
หน้าของพวกเขาอีกครั้ง
นี่คือความร่วมมือครั้งแรกของพวกเขา ผลลัพธ์ที่ได้ก็
ออกมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ทำให้เกิดเป็นกำลังรบอัน
น่าเหลือเชื่อได้
เมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นเถ้าธุลี อู่ อวี้ ก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับ
เรื่องที่มันพูดอยู่ครู่หนึ่ง
ฟัง ๆ ดูแล้วตั้งแต่ต้นจนจบ เสมือน อู่ อวี้ เป็นฆาตกรฆ่า
ลูกของมัน และ ฆ่าพี่น้องเกาะเขียว แล้วตอนนี้ยังมาฆ่า
มันอีก
สรุปแล้วเป็นบาปกรรมหรือไม่?
การที่ปีศาจหยินหยางกล่าวว่าเช่นนี้ เพียงเพื่อต้องการ
ทำลายเจตจำนงในวิถีเต๋าของ อู่ อวี้
” เริ่มต้นจากหัวใจ โลกมีทั้งดีและชั่ว ถูกผิดขึ้นอยู่กับ
มหาวิถีเต๋าของตนเอง ”
เขาหลับตาแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองโลกอันกว้างใหญ่
แล้วในหัวใจของเขาก็ได้ข้อสรุป
ท่ามกลางผู้คนนับล้าน ไม่ว่ากระทำสิ่งใดล้วนแตกต่างไป
ตามแนวคิดของแต่ละบุคคล ทั้งคำพูดคำจา ท่าทางการ
แสดงออกล้วนแตกต่างกัน คำกล่าวของ ปีศาจหยินห
ยาง ก็ไม่ต่างอะไรจากคำพูดของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
ระหว่างทาง อู่ อวี้ มั่นใจว่าผู้คนที่ได้รับความช่วยเหลือ
จากตนเอง ต้องไม่คิดว่า อู่ อวี้ เป็นฝ่ายผิดอย่างแน่นอน
” แนวทางความคิดของผู้อื่น ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อ
ตัวบุคคลได้ ดังนั้นความดีและความชั่วของข้า ปีศาจห
ยินหยาง ไม่มีสิทธิ์ที่จะมากำหนด แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่
กับใจของข้า ”
อู่ อวี้ ยิ้ม
จิตใจของเขาแข็งแกร่งมากเพียงพอ ดังนั้นคำพูดของ
ผู้อื่นไม่สามารถสร้างผลกระทบกับเขาได้
ในเวลานี้เขาหยิบถุงจักรวาลของปีศาจหยินหยางขึ้นมา
คาดว่าภายในปีนี้น่าจะมีสมบัติมากมาย ซึ่งคงต้องใช้
เวลานานถึงจะสามารถระบุจำนวนชัดเจนได้ อย่างไรก็
ตามเมื่อมองดูคร่าว ๆ แล้ว ภายในถุงมีเม็ดยาค้นหาเต๋า
น่าอยู่ประมาณสองสามร้อยเม็ด นอกจากนี้ยังมีเม็ดยา
จิตเทวะอยู่เป็นจำนวนมาก จำนวนดังกล่าวคาดว่าผ่าน
การสะสมจากการปล้นชิงมานานหลายปี
ในที่สุดสายตาของเขาก็ตกลงมาที่ กระบี่คู่ไท่อา
นี่คือกำไรที่มีค่ามหาศาลที่สุดในตอนนี้
แน่นอนว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้เป็นของพวกเขาทั้งสามคน
เพราะพวกเขาทั้งสามคนร่วมมือลงแรงเอาชนะคู่ต่อสู้
ด้วยกัน อู่ อวี้ จึงโยนถุงจักรวาลไปให้ หนานซาน หวาง
เยว่ แล้วพูดว่า ” ข้าอยากจะให้ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณกับเย่ซีซี เจ้าติดปัญหาตรงไหนหรือไม่? ”
” ไม่แน่นอน ข้าไม่สนใจเจ้าสิ่งนั้นสักนิด … ข้าต้องยอม
ให้น้องสาวอยู่แล้วล่ะ เพราะข้ารักน้องสาวผู้นี้มาก ”
หนานซาน หวางเยว่ พูดอย่างไร้ยางอาย
“ให้ข้าจริง ๆ เหรอ? ” เย่ซีซีถามอย่างงง ๆ
” อาวุธนี้สามารถโจมตีได้ทั้งสองด้าน ‘พลั่วพระธรรม
ปราบมาร’ ของเจ้าก็เป็นแบบนี้เช่นกัน อย่างน้อยก็
ลองใช้ศาสตราวุธนี้ดู มันอาจจะเหมาะสำหรับเจ้าก็ได้ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานาน
——————————–