กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 922: พิรุณกระบี่ไท่อาไร้สิ้นสุด
ด้วยสถานการณ์ที่เป็นไปอย่างราบรื่น อู่ อวี้ รู้สึก
ขอบคุณกับความสามารถอันเป็นประโยชน์จากพลัง
อิทธิฤทธิ์บุปผาคันฉ่องจันทราวารีของ หนานซาน หวาง
เยว่
เป็นไปได้ว่าตอนนี้ เย่ซีซียังมิได้สัมผัสกับมรดกพลัง
อิทธิฤทธิ์ส่วนหนึ่งของ ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ เนื่องจาก
อู่ อวี้ ปลูกฝังพลังอิทธิฤทธิ์แรก ร่างอวตารนอกวิถี
ตั้งแต่ที่อยู่ในอาณาจักรสร้างแกนนภา
ชั่วขณะนี้เอง กระบี่ พลอง ทวน ผสานเป็นหนึ่งพวยพุ่ง
โจมตีมาจากด้านบนทุกทิศทาง หมายมาดบดขยี้ศัตรูให้
มอดม้วย!
ตูมม ตูมมมม ตูมมมมม!
อู่ อวี้ หมายให้การโจมตีของเขาล้วนมุ่งเน้นไปที่จุดตาย!
แน่นอนว่าปีศาจหยินหยางปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ของ
ตนออกมาอย่างเต็มที่เช่นกัน ด้วยการโจมตีดุดันรุนแรง
ของ อู่ อวี้ พร้อมกันจากสามด้านนั้นเป็นเรื่องยากที่จะ
รับมือ ชั่วอึดใจที่การโจมตีอัดกระแทกลงมา ทันในนั้น
พื้นที่โดยรอบก็อ่อนนุ่มลงถึงขีดสุด จนพลังการโจมตี
ของ อู่ อวี้ หายไปจนสิ้น มันกลับกำลังใช้ยุทธวิธีอ่อน
พิชิตแข็ง! บัดนี้ อู่ อวี้ รู้ซึ้งดีแล้วว่า การจะจัดการกับ
ปีศาจเฒ่าตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!
ความยากลำบากของการต่อสู้ครั้งนี้ เกินกว่า อู่ อวี้ จะ
คาดคิด
การโจมตีทั้งสามรุนแรงดุดันร้ายกาจหมายปลิดชีพ ราว
กับว่ามันสามารถบดขยี้ปีศาจหยินหยางให้แหลกเละคา
มือ ทว่า อู่ อวี้ ก็รู้สึกเหมือนโคที่จมเข้าไปในทะเลโคลน
เมื่อปีศาจหยินหยางปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์นี้ออกมา
มันก็รู้สึกว่าคล้ายคลึงกับร่างกลืนสวรรค์ แน่นอนว่ามันมี
ความสามารถในการแก้ไขตนเอง มิใช่กลืนกินเพื่อ
เปลี่ยนแปลงเหมือนร่างกลืนสวรรค์!
มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่ร่างกลืนสวรรค์สามารถ
กินได้ ทั้งยังเปลี่ยนแปลงมาเป็นพลังของตนเองได้แทบ
จะไร้ขีดจำกัด!
” แสดงอิทธิฤทธิ์นิด ๆ หน่อย ๆ ก็คิดว่าสามารถเอาชนะ
ข้าได้แล้วงั้นหรือ ช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน จำที่ข้า
เคยถามเจ้าได้หรือไม่ว่าไฉนถึงมีกันอยู่แค่สองคน
แท้จริงแล้วกลับมีอยู่ถึง 5 คน หากไม่ใช่เพราะข้าแสดง
จุดอ่อนให้เห็น คาดว่าสิ่งที่เจ้าเก็บซ่อนไว้คงไม่ปรากฏ
ออกมาด้วยซ้ำ … ”
หลังจากต้านรับการโจมตีของ อู่ อวี้ ที่สาดประโคมเข้า
มาอย่างดุดันรุนแรงดุดัน ปีศาจหยินหยางก็ระเบิดเสียง
หัวเราะออกมาอย่างไม่หวั่นเกรงครั่นคร้าม เสียงหัวเราะ
ไม่อาจระบุเพศได้ว่าหญิงหรือชาย ช่างเป็นเสียงหัวเราะ
น่าสยดสยองชวนขนลุกเสียนี่กระไร
ท่ามกลางความเลือนราง ปรากฏลวดลายวงกลมไท่จี๋ห
ยินหยางเบื้องล่าง เริ่มหมุนวนทำงานอย่างรวดเร็ว
ยามนี้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ต่างพากันล่าถอยออกไป คิ้ว
ของเขาขมวดย่นเล็กน้อย ด้วยเพราะมันสามารถ
ต้านทานบุปผาคันฉ่องจันทราวารีอันน่าทึ่งของ หนาน
ซาน หวางเยว่ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!
“อย่าไปฟังมัน มันได้รับผลจากพลังอิทธิฤทธิ์ของข้า แต่
มันก็ฟื้นสติขึ้นได้ในช่วงเวลาเป็นตาย นอกจากนี้มันยัง
บาดเจ็บจากการโจมตีของเจ้าอยู่พอสมควร ตาเฒ่าผู้นี้
มันก็แค่พูดจาลักไก่ไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น” หนานซาน
หวางเยว่ พูดอย่างอารมณ์เสีย
“แน่ใจหรือ” อู่ อวี้ ตกตะลึงเมื่อคิดว่าขนาดตนเอง
ผสานโจมตีใส่ชายชราผู้นี้ไปแล้วก็ยังไม่เป็นผล
อย่างไรก็ตามก็คงต้องยอมรับว่า มันได้สติคืนมาใน
ช่วงเวลาเป็นตายอย่างพอดิบพอดี ทั้งยังใช้พลังอิทธิฤทธิ์
แก้ไขการโจมตีส่วนใหญ่ของ อู่ อวี้ นับเป็น
ความสามารถที่ไม่เลวเลยทีเดียว อีกทั้งในเวลานี้เขายัง
เห็นว่า ฝ่ายตรงข้ามยังคงอยู่ในสภาพมนุษย์โดยมิได้รับ
บาดเจ็บอันใดแม้แต่น้อย ในมือของมันยังคงถือกระบี่คู่
ไท่อาปลายกระบี่ทั้งสองอันแหลมคม เวลานี้สายตาของ
ปีศาจเฒ่าจ้องเขม็งลงมาบนร่างของ อู่ อวี้!
บางทีมันอาจจะรู้เรื่องร่างกลืนสวรรค์เป็นร่างแยกของ อู่
อวี้ อีกทั้งจอมทวนวิญญาณยังเป็นหุ่นเชิดทรง
ประสิทธิภาพที่หาได้ยากยิ่ง จึงตระหนักได้ทันทีว่าหัวใจ
หลักของกลุ่มนี้ก็คือ อู่ อวี้ นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่
สังหารบุตรชายของมัน ด้วยเหตุนี้มันจึงต้องเขม็งไปที่
เขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะต้องการสังหาร อู่
อวี้ เป็นคนแรก!
” ข้าจะเอาโลหิตของเจ้า มาเซ่นสังเวยไว้ให้แก่ลูกของ
ข้า! ”
ปีศาจเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นกราดเกรี้ยว จากนั้น
ก็พุ่งทะยานจู่โจมเข้าใส่ อู่ อวี้ ร่างต้น โคจรพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงอันน่าเกรงขาม ชั่วอึดใจต่อมา วงเวทนับ
แสนบนศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในมือก็ส่อง
ประกายแสงเจิดจ้า จากนั้นกระบี่คู่ในไท่อาในมือของมัน
ก็เริ่มหมุนวน กลายเป็นวงกลมไท่จี๋ขนาดใหญ่ แผ่ขยาย
กลมกลืนไปกับค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร!
“กงล้อกระบี่หยินหยางไท่อา! ”
จากนั้นมันก็พุ่งทะยานโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ พร้อมทั้ง
ปลดปล่อยวงเวทโจมตีของศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณในมือ แผ่ขยายปกคลุมหมายมาดสังหาร อู่ อวี้
ให้สิ้นซาก! เจตสังหารยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ยังท่วมท้นไปด้วยพลัง
อำนาจจากวงเวทที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น! อู่ อวี้
สามารถเห็นได้ว่าอำนาจจากศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของปีศาจเฒ่า ใกล้เคียงกับศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณชั้นเลิศของ อู่ อวี้ อย่างไม่ต้องสงสัย!
เมื่อกระบี่คู่ไทอาหมุนในมือของมันหมุนวนจนถึง
ขีดจำกัด ก็บังเกิดเป็นกงล้อกระบี่ขนาดใหญ่ ผสมผสาน
ไปกับหยินหยางขาวดำอย่างสมบูรณ์ คมมีดจากกระบี่
กงล้อหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด วงเวทจำนวนนับไม่
ถ้วนบนศาสตราเปล่งประกายทำงาน ปลดปล่อยปราณ
กระบี่ แผ่ขยายความกว้างของกงล้อออกไปมากขึ้น
เรื่อยๆ!
“ตาย! ”
ดวงเนตรของปีศาจหยินหยางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง
โลหิต จากนั้นก็พุ่งกงล้อกระบี่หยินหยางไท่อาโจมตีเข้า
ใส่ อู่ อวี้ ร่างต้น กงล้อกระบี่ขาวดำกรีดผ่าอากาศตัดฝ่า
ผืนดินพุ่งทะยานไปหมายปลิดชีวิต ชั่วอึดใจนี้เอง อู่ อวี้
รู้สึกราวกับว่าทุกสรรพสิ่งเบื้องหน้าของเขา ถูกฉีก
กระชากด้วยกงล้อกระบี่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ตาย แต่ก็รู้สึก
ว่าตนเองถูกกงล้อกระบี่ตัดผ่าออกเป็น 2 ส่วน!
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ อู่ อวี้ มีอยู่ 2
ทางเลือก
ทางเลือกแรกก็คือ วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน
ทางเลือกที่สองก็คือ เมฆาตลบฟ้าขั้นที่สอง
ท่ามกลางทางเลือกทั้งสอง เมฆาตลบฟ้านับว่าปลอดภัย
มากที่สุด แต่เขาก็กังวลว่าหลังจากที่ตนเองออกไปแล้ว
คนทั้งสี่ที่เหลืออยู่จะไม่สามารถต้านรับการจู่โจมของ
ปีศาจหยินหยางได้
อย่างไรก็ตามด้วยอำนาจของกระบี่คู่ไท่อา อู่ อวี้ ไม่
มั่นใจว่าวงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน จักสามารถ
ต้านทานได้นานเพียงใด เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วในที่สุด
เขาก็ตัดสินใจ ถึงแม้ว่าจะทนได้ แต่ร่างกายของเขาก็คง
จะได้รับบาดเจ็บอยู่ดี!
ดังนั้น ก่อนที่อำนาจทำลายล้างจากกระบี่คู่ไท่อาจะพุ่ง
เข้าใส่ เขาก็เลือกจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เมฆาตลบ
ฟ้าผสานกับร่างกาย จากนั้นก็ตีลังกาพลิกตลบออกไป
ด้านนอกค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทรในชั่วพริบตา!
ความเชี่ยวชาญในการใช้เมฆาตลบฟ้าของ อู่ อวี้ ตอนนี้
จัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เขาซึ่งเดิม
ที่เคยต้องใช้ช่องว่างประมาณหนึ่งเพื่อก้าวกระโดดข้าม
มิติ สามารถควบคุมระยะการกระโดดให้ย่นลงมาได้
เล็กน้อย!
“เป็นไปได้เช่นไร! ” ปีศาจหยินหยางมั่นใจในการโจมตี
ครั้งนี้มาก ไม่คาดคิดว่าชั่วขณะที่มันกำลังบดขยี้ อู่ อวี้
เขากลับมิได้เผยการตอบโต้อันใด ทำให้มันรู้สึกว่าสมอง
ของ อู่ อวี้ มีปัญหา ไม่คาดคิดว่าอยู่ ๆ อู อวี้ ก็หายตัว
ไปเช่นนี้!
หายออกจากค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร!
ซึ่งความเชื่อมั่นมากที่สุดของมัน มาจากค่ายกลหยินห
ยางผนึกสมุทร! ทว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้หายตัวไปแล้ว
ส่งผลให้ความมั่นใจของมันถูกบดขยี้พังทลายลงอย่าง
สมบูรณ์ จนทำให้มันตกตะลึงไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วอันสูงล้ำของกงล้อกระบี่ห
ยินหยางไท่อา การโจมตีของมันจึงแทบจะตัดผ่าค่ายกล
หยินหยางผนึกสมุทร โชคยังดี ที่มันยั้งมือไว้ในวินาที
สุดท้าย
อย่างไรก็ตามด้วยความพยายามปลดปล่อยวงเวทนี้ ทำ
ให้มันสูญเสียพลังไปอย่างใหญ่หลวง ทว่าเนื่องจาก
ปีศาจหยินหยางไม่อาจโจมตี อู่ อวี้ ได้ ดังนั้นมันจึง
ควบคุมศาสตราวิถีแท้สุดยอด พร้อมกับถอยรั้งออกมา
ชั่วอึดใจต่อมา อู่ อวี้ ที่ออกไปเบื้องนอก ก็ปรากฏกาย
ขึ้นต่อหน้าต่อตาของมัน โดยไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บใด ๆ
อีกครั้ง!
ค่ายกลนี้มีคุณสมบัติในการกำจัดไม่ให้ผู้คนจากภายใน
ออกไปเบื้องนอก ทว่ามันมิได้ขัดขวางไม่ให้ผู้คนจาก
เบื้องนอกเข้ามา อู่ อวี้ ใช้เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ
ตรวจสอบมันมาก่อนแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงไม่ตัดสินใจใช้
วิธีนี้
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะออกไปด้านนอก ด้วยเคล็ดวิชาอภินิหาร
บางอย่าง แต่ก็ไม่มีหนทางใดให้เขาสังหารปีศาจเฒ่าตน
นี้ ทว่ามันกลับยิ่งทำให้เพลิงโทสะของเจ้าปีศาจทวีความ
รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากฝืนรั้งการโจมตีกลับไป
ครั้งนี้มันจึงเรียนรู้จากความล้มเหลวของตน เริ่มลงมือ
โจมตีโดยที่มิได้มุ่งเป้าไปยังร่างของ อู่ อวี้ เพียงลำพัง
แต่เลือกจะโจมตีทุกคนแทน!
แน่นอนว่ามันไม่ได้โง่ หาก อู่ อวี้ ออกไปจากที่นี่อย่าง
ง่ายดาย เขาคงไม่กลับมาอีก ด้วยเหตุนี้แสดงให้เห็นว่า
อู่ อวี้ ออกไปได้เพียงคนเดียว แต่อีกสี่คนที่เหลือถูกขัง
อยู่ที่นี่!
“พิรุณกระบี่ไท่อาไร้สิ้นสุด! ”
ชั่วอึดใจนั้นเอง ปีศาจหยินหยางซึ่งบ้าคลั่งถึงขีดสุด ก็
โคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง เข้าสู่วงเวทบนศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ ทว่าด้วยพลังแก่นแท้น้ำหนักม่วงที่
เพิ่มขึ้นมากกว่าเก่า ส่งผลให้วงเวทเปล่งประกายแสง
สว่างเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น ทันใดนั้น ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ในมือ
ของมันก็เริ่มหมุนอีกครั้ง ทว่าคราวนี้รูปร่างของมันกลับ
ใหญ่ขึ้นกว่าเก่า ปีศาจเฒ่าชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ เพียง
ชั่วอึดใจกงล้อหยินหยางขนาดใหญ่ ก็แผ่ขยายปกคลุม
ไปทั่วทั้งผืนฟ้า!
อย่างไรก็ตามครานี้การโจมตีกลับแตกต่างจากครั้งล่าสุด
กงล้อกระบี่ขนาดใหญ่ ดูราวกับแตกสลายพังทลายลง
กลายเป็นเศษชิ้นส่วนขาวดำจำนวนนับไม่ถ้วน แผ่ขยาย
ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า ประดุจดั่งม่านเมฆา!
เศษชิ้นส่วนเหล่านี้ มีความสามารถในการฉีกกระชากตัด
ผ่านอันน่าสะพรึงกลัว ถึงแม้จะมีการเนื้อแข็งแกร่งมาก
เพียงใด ทว่าหากไม่ระวังแล้วล่ะก็ มันก็สามารถกรีดผ่าน
ร่างกายของเขาได้ เศษชิ้นส่วนเหล่านี้ดูราวกับกระจก
แก้วที่แปลกประหลาด ซึ่งประกอบขึ้นมาจากศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ และ พลังอำนาจจากวงเวท อู่
อวี้ ขมวดคิ้วแน่น ถึงแม้ว่าวงเวทนี้จะแยกย้ายแตก
กระจายกันออกไป แต่อำนาจทำลายล้างและภัยคุกคาม
ของมันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากงล้อกระบี่หยินหยาง
ไท่อา!
เวลานี้ปีศาจหยินหยาง หัวเราะเย้ยหยันอย่างบ้าคลั่ง
เนื่องจากความภาคภูมิในกลอุบายของตนเอง
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ แลกเปลี่ยนความคิดกัน
ชั่วขณะ จากนั้นก็ลงมือตอบโต้กลับไปทันที!
“เวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน!”
อู่ อวี้ เปลี่ยนพลองฟ้าเพลิงผลาญเข้าสู่รูปแบบ 9
ตำหนักมหาเตาหลอม ชั่วอึดใจต่อมา มหาเตาหลอมทั้ง
9 ก็ผสานหลอมรวมปกคลุมร่างของ อู่ อวี้ ก่อรูปเป็น
ค่ายกลเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน! ทว่าครั้งนี้สิ่งที่แตกต่าง
ออกไปคือ หนานซาง หวางเยว่ , เย่ซีซี รวมถึงร่างกลืน
สวรรค์กับจอมทวนวิญญาณ ต่างทะยานมาอยู่ข้างกาย
อู่ อวี้ โดยที่ร่างกลืนสวรรค์กับจอมทวนวิญญาณเข้าไป
หลบซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อความ
ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น!
แน่นอนว่า อู่ อวี้ มิได้มีเพียงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน
ที่ใช่ต้านรับพลังอันยิ่งใหญ่ของ ‘พิรุณกระบี่ไท่อาไร้
สิ้นสุด’!
เมื่อ หนานซาน หวางเยว่ ทะยานมาอยู่ข้างกาย อู่ อวี้
มันก็เตรียมพลังอิทธิฤทธิ์ประเภทหนึ่งเอาไว้แล้ว นี่คือ
หนึ่งในพลังอิทธิฤทธิ์ของแม่ทัพเทียนเผิง ที่มันไม่
สามารถใช้งานได้อย่างเชี่ยวชาญ!
“กำเนิดพฤกษชาติ”
ชั่วขณะนั้นเอง หนานซาน หวางเยว่ ก็ก้าวขึ้นมายืนอยู่
เบื้องหน้า อู่ อวี้ เกศายาวปลิวพลิ้วไสว ประดุจดั่งสาย
ธาร มือประสานเข้าหากัน ดวงตาปิดสนิท ทั่วทั้งร่าง
เป็นประกายแสงสีเขียวกับสีน้ำตาล ราวกับต้นพฤกษา
อู่ อวี้ จดจำได้ว่าสรรพธาตุของแม่ทัพเทียนเผิงก็คือน้ำ
กับไม้ วารีทรงอานุภาพ เปี่ยมอำนาจ เหนียวแน่น
ทนทาน สวนไม้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต นอกจากนี้ยัง
มีวิชามหาพฤกษาแสนดุร้ายเหี้ยมโหด
ระดับความเร็วในการลงมือของ หนานซาน หวางเยว่
กับ อู่ อวี้ จัดได้ว่ารวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ! ระหว่างที่
พิรุณกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามพึ่งก่อตัว วงเวทเก้าตำหนัก
ไม่สั่นคลอนของ อู่ อวี้ ก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว
ขณะเดียวกันพลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวางเยว่ ก็
นับว่ารวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางห่าพิรุณกระบี่
หนานซาน หวางเยว่ ก็เบิกตาขึ้นทันที ดวงตาของเขา
เปล่งประกายแสงสีเขียวเจิดจ้า!
พลังอิทธิฤทธิ์กำเนิดพฤกษชาติ นับว่าทรงพลังเป็นอย่าง
ยิ่ง
หนานซาน หวางเยว่ ฝึกฝนมันจนถึงขั้นที่สาม และนาม
ของมันก็คือ : พฤกษาขจีคลั่ง!
เมื่อเขาลืมตาขึ้น แสงสีเขียวที่จากดวงตาของเขา ก็ส่อง
ประกายตกกระทบเข้าใส่ร่างของปีศาจเฒ่า ทันใดนั้น อู่
อวี้ ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดขึ้นกับร่างกาย
ของปีศาจเฒ่า ภายในร่างกายของมันดูเหมือนมีเมล็ด
พันธุ์จำนวนมาก เพียงชั่วครู่ อู่ อวี้ ก็เห็นสีหน้าของมัน
ซีดเซียวลง หลังจากนั้นกิ่งก้านพฤกษาทะลุออกมาจาก
ร่างกายของมัน เจาะทะลวงผ่านผิวหนังเลือดเนื้อค่อย ๆ
เติบโตขึ้นจนเขียวชอุ่ม!
——————————–