กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 925: หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ
ด้วยความเร็วของพวกเขาแล้วการที่เดินทางจากที่นี่ไป
ถึงหุบเหวสงัด น่าจะใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น
“เนื่องจากว่าที่นี่เป็นถิ่นของพวกปีศาจ ดังนั้นเจ้าจะต้อง
เป็นคนนำ ส่วนข้ากับ ซีซี จะคอยตามอยู่ด้านหลัง เมื่อ
ถึงหุบเหวสงัดแล้ว พวกเราจะไปตามหาสถานที่ ที่ชื่อว่า
‘โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่า’ ที่นั่นค่อนข้างมีชีวิตชีวาและก็
เป็นคนของโอรสเล่ออีกด้วย สิ่งเดียวที่รู้คือคนผู้นี้
เชี่ยวชาญในด้านข่าวสารเกี่ยวกับปีศาจ” ระหว่างทาง อู่
อวี้ ก็หันไปพูดคุยกับ หนานซาน หวางเยว่
ในเวลานั้นเขาบอกให้ หนานซาน หวางเยว่ เป็นผู้นำ
ส่วนเขากับ เย่ซีซี ก็จะกลายเป็นเผ่ามนุษย์คอยติดตาม
“ให้ข้าเป็นพี่ใหญ่ด้วยเลยหรือไม่? อา…เวลาเช่นนี้ช่าง
รู้สึกดีจริงๆ พวกเจ้าเล่นให้สมบทบาทด้วยเล่า” หนาน
ซาน หวางเยว่ แสดงท่าทีสดใสออกมา
“ท่านพี่หนานซาน ท่านมันจริงๆ เลย” เย่ซีซี หัวเราะ
อย่างสนุกสนาน เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็นภาพเบื้องหน้า ก็ดู
เหมือนว่าความสดใสร่าเริงของนางจะค่อยๆ กลับ
มาแล้ว สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกวางใจอย่างมาก
“ไอ้หยา เจ้ากล้าย้อนข้าหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้น้อง
อู่ อวี้ ของข้าตบปากของเจ้าซะ” หนานซาน หวางเยว่
เอ่ยด้วยท่าทางหงุดหงิด
“ข้าไม่กลัวหรอก ท่านพี่อวี้ไม่ได้เป็นคนเหมือนท่าน
หรอกน่า”
หนานซาน หวางเยว่ เริ่มปรากฏความรู้สึกกลัดกลุ้มยิ่ง
เพราะ เย่ซีซี ไม่ได้หวาดกลัวต่อมันเลยแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ ยังคงมีท่าทางที่จริงจัง ในขณะพี่พวกเขากำลัง
โต้เถียงกัน อู่ อวี้ ก็กล่าวต่อไปว่า “หากมีคนเข้ามาถาม
เจ้าก็บอกว่าเป็นผู้ติดตามของเจ้าก็พอแล้ว นอกจากนี้ที่
พวกเราไปหุบเหวสงัดก็เพื่อถามเกี่ยวกับเรื่องของ
‘หนานกง เหว่ย’ เพราะว่าพวกเราต้องการรางวัลนำจับ
จากราชาหอกทมิฬ เท่านี้คงไม่มีผู้ใดสงสัยอีก สุดท้าย
แล้วที่นั่นเป็นถิ่นของราชาหอกทมิฬ ในช่วงเวลานี้น่าจะ
มีคนถามข่าวคราวเกี่ยวกับนางอยู่ไม่น้อย”
“ไม่มีปัญหา” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
หลังจากที่ทำความเข้าใจกันเสร็จสิ้น พวกเขาจึงเดินผ่าน
ป่านี้ไปโดยพยายามไม่ให้ดึงดูดความสนใจใครมากนัก
เวลานี้ เย่ซีซี กำลังคิดถึงเรื่องของ ‘หนานกง เหว่ย’
สลับกับมอง อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านหน้า ในใจของนางกำลังคิด
ว่าสตรีที่ชื่อว่า หนานกง เหว่ย นี้มีความสัมพันธ์เช่นไร
กับ อู่ อวี้ กันแน่
“ท่านพี่อวี้ นางสำคัญสำหรับท่านเช่นนั้นหรือ?” เย่ซีซี
อดใจไม่ไหว จนต้องเดินเข้าไปถาม
อู่ อวี้ กลับแสดงท่าทีอึดอัด เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบ
คำถามนี้เช่นไร เขากล่าวเพียงแค่ว่า “ข้าก็ยังไม่รู้ แต่ว่า
นางหายตัวไป ข้าจึงจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับ
นาง และต้องรู้ว่านางอยู่ในสถานที่ที่อันตรายหรือไม่
อาจจะเป็นไปได้ว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่ข้ากำลังตามหา
เพียงแค่มีชื่อเหมือนกันเท่านั้น”
เมื่อกล่าวจบ ทันใดนั้นเขาได้หวนนึกไปถึงบรรยากาศที่
ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในนิกายเซียนซูซัน เวลานั้นนาง
ได้มอบเสาเก้าจัตุรัสสยบมารให้กับเขา ภาพเหตุการณ์
ต่างๆ ค่อยเด่นชัดขึ้นในความทรงจำ จนไปถึงเหตุการณ์
ในสนามประลองชี้เป็นชี้ตายครั้งนั้น ซึ่งถูกตัดจบลงใน
ยามที่ อู่ อวี้ ได้มอบเสาเก้าจัตุรัสสยบมารคืนให้กับนาง
“ข้าไม่เข้าใจ” เย่ซีซี เกาหัวแกรกๆ เหมือนจะเข้าใจแต่
นางก็ยังไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก ข้าว่านี่น่าจะเป็นรักครั้งแรกของเขา
ทั้งสองคงได้แยกจากกันมาตลอด จนถึงเวลาที่จะได้พบ
รักกันอีกครั้ง” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ยขึ้น
มันจะเดาได้เก่งเกินไปแล้ว……
“อ้า ข้าเข้าใจแล้ว!” แววตาดำขลับของ เย่ซีซี เปล่ง
ประกายออกมา
ความรู้สึกที่นางมีต่อ อู่ อวี้ เปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งดู
เหมือนว่าจะสนิทกับเขามากขึ้น ทว่ามันไม่ใช่ดั่ง
ความสัมพันธ์แบบสหายเต๋าเคียงคู่ เป็นความสัมพันธ์ที่
ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องเข้าใจกันและกัน ถือเป็นการเกื้อกูลกัน
อย่างยิ่ง และด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้ การบังคับให้
แต่งงานกันมันจะกลับกลายเป็นหายนะ ดังนั้นนางจึง
ค่อยๆ ปล่อยวางมันลงไป จนเมื่อนางปล่อยวางมันลงไป
นางก็พบว่าชีวิตของตนเองเหลือเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น
นั่นคือการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพื่อล้างแค้น ซึ่ง
เป้าหมายที่เด่นชัด ยิ่งขลับให้เส้นทางของนางเด่นชัด
เมื่อปล่อยวางเรื่องความรักๆ ใคร่ๆ ไปก็พบว่า
ความสัมพันธ์ของพวกเขาบริสุทธิ์ใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม มัน
กลายเป็นมิตรภาพ กลายเป็นครอบครัว
ที่ด้านหน้า หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งสวมใส่ชุดคลุมสีขาว
ในมือถือพัด ผมสีดำปลิวไสว เมื่อมองเห็นรูปร่างของมัน
จึงคิดไปว่าเปรียบดั่งต้นไผ่ที่ต้านแรงลม องอาจผึ่งผาย ดู
ราวกับเป็นเทพเซียน! หากมีสตรีผู้ใดมาเห็น คงจะยกมัน
ให้เป็นสหายเต๋าเคียงคู่ในฝัน ทว่าเมื่อมองเห็นภาพวาด
สาวงามกำลังหวีผมที่อยู่บนพัด เย่ซีซี ก็ถึงกับเหลือบตา
มองบน……….
อย่างไรก็ตามเมื่อติดตามพี่ชายทั้ง 2 คนนี้ไป แม้ว่านาง
จะเป็นผู้หญิง แต่ทว่ามันกลับติดประกายลุกโชนให้นาง
อย่างยิ่ง
“มันจะต้องมีสักวันที่ข้าจะกลายเป็นเหมือนกับพวกเขา
เป็นอิสรเสรี องอาจผึ่งผาย แข็งแกร่งและหยิ่งทระนง
เงยหน้าไม่กลัวฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน แน่วแน่ในจิตใจ
แห่งเต๋า ไม่หวาดกลัวซึ่งความตาย……..” เย่ซีซี เอ่ย
สาบานกับตัวเอง
“ข้าจะต้องล้างแค้น……..” ในความทรงจำของนาง
ปรากฏภาพของเทพมารบรรพกาลกับจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวง……
“ถึงแล้ว” ระหว่างที่นางกำลังอยู่ในห้วงภวังค์ เสียงของ
อู่ อวี้ ก็ดึงสตินางกลับมา เมื่อมองให้ละเอียด ด้านหลัง
ของป่านี้ถูกขนาบข้างด้วยภูเขาทอดยาวเหยียด ยอดเขา
ของภูเขาแต่ลูกสูงชะลูดเหมือนกับเป็นหอคอยที่สูงถึง
ชั้นฟ้า
ระหว่างภูเขาทั้ง 2 ลูกเป็นหุบเหวแห่งหนึ่งที่ทั้งลึกและ
กว้าง ที่นั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจ ยังไม่ทันจะเข้าไป
ใกล้ก็ยังได้ยินเสียงของปีศาจมากมาย คิดว่าที่แห่งนี้
น่าจะเป็น ‘หุบเขาสงัด’ นี่เป็นการบ่งบอกได้ว่าเขาวิหค
น่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว
“เข้าไปกันเถอะ” ยามนี้ หนานซาน หวางเยว่ เดินนำไป
ด้านหน้า โบกสะบัดพัดไปมา โดยมี อู่ อวี้ กับ เย่ซีซี
ติดตามอยู่ด้านหลัง ไม่จำเป็นต้องเงยหน้าก็สามารถ
มองเห็นรอบด้านของหุบเหวสงัดนี้ได้ ว่ามีปีศาจอยู่
มากมายถึงเพียงไหน ที่แห่งนี้มีเหล่าวิหคและสัตว์ร้าย
เข้าออกตลอดเวลา แม้กระทั่งแมลงหรือว่าต้นไม้ก็ยังมี
ยังมีสิ่งของประหลาดบางประเภทที่กลายเป็นปีศาจ ซึ่ง
ประชากรส่วนใหญ่ล้วนเป็นปีศาจ มีผู้ฝึกตนอยู่เพียง
เล็กน้อยเท่านั้น
ความจริงแล้วหุบเหวสงัดกว้างใหญ่มาก และปีศาจก็เป็น
ผู้ที่ขับเคลื่อนสถานที่แห่งนี้ มันเป็นเหมือนกับเมืองของผู้
ฝึกตน หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้ามาเขาก็ไม่สามารถมองเห็น
จุดสิ้นสุดของมัน ท่ามกลางป่าทึบมีอาคารสิ่งก่อสร้างที่
ถูกสร้างเลียนแบบจากผู้ฝึกตน มีปีศาจบางส่วนร่อนลง
ไปอยู่บนถนนเปิดท้ายขายของ สิ่งใดที่อยู่ในนครเทวะ
ที่นี่ล้วนมี อู่ อวี้ เหลือบมองไปหลายครั้งหลายครา
พบว่าที่นี่มีขายตั้งแต่ ศาสตราเต๋า วิญญาณเซียน สมบัติ
ล้ำค่า เม็ดยา หรือแม้แต่ยันต์เวท กล่าวได้ว่ามีขายแทบ
จะทุกอย่าง แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ถูกนำออกมา
จัดเรียงเอาไว้ จำเป็นจะต้องไปถามด้วยตัวเองจึงจะรู้
ยิ่งกว่านั้นเจ้าของร้านที่อยู่ที่นี่จะระมัดระวังตัว
ตลอดเวลา ราวกับว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง
เล็กน้อยพวกเขาก็สามารถหนีไปได้ในทันที
เมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับ
พวกเขา พริบตาที่ อู่ อวี้ มองกวาดผ่าน เขาได้เห็นปีศาจ
จิ้งจอก พยัคห์ ราชสีห์ หรือแม้แต่ หนู วัว กระต่าย สัตว์
กินพืชทั้งหลายล้วนมีหมด และดูเหมือนว่าปีศาจพยัคฆ์
ที่อยู่ที่นี่จะมีอยู่หลายชนิดอีกด้วย หากมองเพียงแค่
รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะแยกไม่ออก และไม่รู้ว่า
สายโลหิตของมันอยู่ในระดับใด นอกจากนี้บนท้องนภา
ยังมีนกวิหคโบยบินอยู่มากมาย มีพื้นที่เล็กๆ บางส่วนที่
ซุกซ่อนปีศาจจำพวกแมลงเอาไว้มากมาย ตลอดทางจะ
มองเห็นต้นไม้โบราณที่สูงปกคลุม ไม่แน่ว่ามันอาจจะ
เป็นปีศาจต้นไม้!
มองคร่าวๆ จะเห็นได้ว่าภายในหุบเหวสงบคึกคักมี
ชีวิตชีวามาก ปีศาจที่เห็นเหล่านี้ล้วนไม่ได้แข็งแกร่งไป
กว่ากลุ่มของ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่าปีศาจระดับค้นหาเต๋าที่
กลายเป็นราชาแห่งขุนเขา จะไม่มาปรากฏตัวออกมาที่นี่
ส่วนลูกสมุนปีศาจทั้งหลายที่นี่เต็มไปด้วยความคึกคัก
หากมันต้องการสิ่งใดก็จะเข้าไปปล้นชิงในทันที ไม่
จำเป็นต้องการแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด
ดังนั้นเมื่อกลุ่มของ อู่ อวี้ ปรากฏตัวออกมาจึงได้
ก่อให้เกิดเป็นความตื่นตระหนก พวกเขาเป็นหน้าใหม่
ที่มาที่นี่ ทั้งยังดูแข็งแกร่งอีกด้วย แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้น
ค้นหาเต๋า แต่กลุ่มปีศาจน้อยใหญ่ทั้งหลาย ต่างรู้สึกตื่น
ตระหนกและกดดัน โดยเฉพาะกับ หนานซาน หวางเยว่
ที่ดูเหมือนกับเป็นปีศาจระดับสูง
“ท่าน ท่านราชา….มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่……”
ด้านหน้าพลันปรากฏปีศาจสุนัขขึ้นตัวหนึ่ง มันกระดิก
หางไปมา แล้วมอง หนานซาน หวางเยว่ ด้วยเนื้อตัวที่
สั่นเทา
“โอ้ว?” หนานซาน หวางเยว่ มองไปที่มัน ที่จริงปีศาจ
ทั้งหลายกำลังซ่อนตัวอยู่ การที่มันกล้ามุ่งหน้ามา
เผชิญหน้าเช่นนี้ ต้องใช้ความกล้าไม่น้อยเลยทีเดียว
ปีศาจตนนี้เพิ่งจะมีพลังฝึกตนอยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกต
“ผู้น้อยขอบังอาจ ข้าเพียงแค่ต้องการเม็ดยาจิตเทวะ
เท่านั้น ไม่ว่าท่านราชาอยากจะถามสิ่งใด หากผู้น้อยรู้
จะตอบให้ทันที” ปีศาจสุนัขเอ่ยถามขึ้นด้วยความสั่น
กลัว
พวกมันมอง อู่ อวี้ และคนอื่นเป็นแค่คนนอก แน่นอน
การที่คนนอกมาเยือนถิ่น ล้วนต้องการข้อมูลต่างๆ
ทั้งสิ้น ซึ่งการที่จะหารายได้ทางนี้ มันต้องใช้ความกล้า
ไม่น้อย
หนานซาน หวางเยว่ กล่าว “ดูเหมือนว่าเจ้าจะตาถึงไม่
น้อย เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อย เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่า
‘หนานกง เหว่ย’ อยู่ที่ใด?”
ปีศาจสุนัขมองด้วยความตะลึงแล้วกล่าวว่า “ปรากฏว่า
ท่านราชาก็มาเพื่อรางวัลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้น้อย
ต้องขอเป็นเม็ดยาจิตเทวะจิตเทวะเพื่อเป็นการ
แลกเปลี่ยน”
มันแสดงท่าทีเศร้าซึมออกมา
“เช่นนั้นพาพวกข้าไปที่โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่า แล้วข้าจะ
ให้เม็ดยาจิตเทวะกับเจ้า” อู่ อวี้ ให้ หนานซาน หวาง
เยว่ กล่าว ดูเหมือนว่าเขาไม่คาดหวังว่าปีศาจสุนัขนี้จะรู้
ข่าวของ หนานกง เหว่ย อยู่แล้ว
“ท่านต้องการไปที่โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่างั้นหรือ? แต่มัน
เป็นที่อยู่ของกลุ่ม ‘หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ’ ที่แสนดุ
ร้าย…….” ปีศาจสุนัขเกิดอาการสั่นไหวขึ้นอีก
“เจ้าคิดว่าพวกข้าต้องกลัวพวกมันรึ?” หนานซาน หวาง
เยว่ มองที่มันแล้วเอ่ยถาม
“มิกล้าๆ แน่นอนว่าท่านราชาต้องไม่กลัวอยู่แล้ว ผู้น้อย
จะรีบนำทางท่านราชาไป!” ใบหน้าปีศาจสุนัขกลายเป็น
สีแดงเข้ม
“ไป!”
เมื่อมีปีศาจสุนัขนำทางไป อู่ อวี้ ก็ไม่ได้มองไปทางอื่น
อีก ดูเหมือนว่ามันจะคุ้นเคยกับที่นี่อย่างมาก แม้
สายโลหิตของมันไม่สูง ทว่ามันก็ได้เปิดประตูสติปัญญา
มาแล้ว และยังสามารถไต่เต้ามาจนถึงขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ความจริงแล้วไม่นับเป็นเรื่องง่ายจริงๆ
“ราชาหอกทมิฬ หา หนานกง เหว่ย เจอแล้วหรือยัง?”
ระหว่างทาง อู่ อวี้ หันไปเอ่ยถามมัน
“แน่นอนว่ายัง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวอันใด ข้า
ได้ยินมาว่าราชาปีศาจจะให้รางวัลเป็นเม็ดยาค้นหาเต๋า
100 เม็ด เป็นรางวัลของผู้ที่สังหาร หนานกง เหว่ย ได้
และหากรู้สถานที่ของนางก็จะได้รับเม็ดยาค้นหาเต๋า 10
เม็ด! หากข้ารู้ว่านางอยู่ที่ไหนก็ดีสิ หากข้ามีเม็ดยาค้นหา
เต๋า 10 เม็ดข้าคงสามารถก้าวหน้าไปได้อีกไกล จนพลิก
หน้ามือเป็นหลังมือ” ปีศาจสุนัขครุ่นคิด
“เจ้าคิดมากไปแล้ว นั่นจะทำให้เจ้าตายได้ ไม่มี
ความสามารถแต่ถือครองสมบัติ จะอยู่ได้อีกเพียงใด?”
หนานซาน หวางเยว่ หัวเราะขึ้น
หากปีศาจเหล่านี้ไปอยู่ที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งล้วน
สามารถเรียกลมเรียกฝนก็ย่อมได้ แต่ทว่าเมื่ออยู่ที่นี่มัน
ต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก การจะเอาตัวรอด
ในแต่ละวันนับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย
“ขอรับ ขอรับ ท่านราชากล่าวถูกต้องแล้ว” ปีศาจสุนัข
รีบเอ่ยเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
มันรู้สึกสงสัย ทำไมว่าผู้ติดตามของท่านราชาผู้นี้จึงเป็น
ชนเผ่ามนุษย์ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพวกเขาจะมี
ท่าทางเก่งกาจน่าดู
ปีศาจจำนวนมากคอยจับตาสังเกตพวกเขาไปตลอดทาง
ส่วนใหญ่ล้วนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เมื่อพวกเขาเดินผ่าน
ไปแล้วพวกมันจึงค่อยพูดคุยกัน
“ปีศาจตัวหนึ่งพาเผ่ามนุษย์มา 2 คนงั้นหรือ?”
“นั่นมันเป็นปีศาจอะไร ทำไมถึงช่างน่ากลัวเช่นนี้!”
“ข้าไม่รู้ ข้าก็ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับคนผู้นี้มาก่อน!”
“คาดว่ามันมาเพื่อที่จะรับรางวัลของราชาปีศาจ ให้ตาย
เถอะ คู่แข่งปรากฏตัวขึ้นมาอีกคนหนึ่งแล้ว!”
ไม่นานหลังจากนั้น ปีศาจสุนัข ก็ได้เอ่ยขึ้นว่ามาถึง
โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่าแล้ว
ที่แห่งนี้คือโรงเตี๊ยมของกลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ
——————————–