กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 926: ขนบธรรมเนียมโลกปีศาจ
ภายในหุบเขาเล็ก ๆ อย่างหุบเหวสงัดแห่งนี้ โรงเตี้ยม
ปีศาจหมาป่าค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดัง
ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป การที่จะยืนหยัดอยู่ที่นี่ได้
จะต้องแน่จริง แสดงให้ว่าหมาป่ากลุ่มไม่ง่ายจะจัดการ
ไม่เช่นนั้นก็คงถูกกำจัดไปแล้ว
เนื่องจากเป็นอาคารที่อยู่ภายในดินแดนของปีศาจ ‘โรง
เตี้ยมปีศาจหมาป่า’ จึงถูกสร้างขึ้นเป็นอย่างดี ประตูเป็น
รูปหัวหมาป่าขนาดใหญ่ เขี้ยวอันแหลมคมคือทางเข้า
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ซากศพหรือร่างจริง ๆ แต่มันเป็นศิลา
วิเศษขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลัก ทั้งยังมีวงเวทป้องกัน
ประทับอยู่เป็นจำนวนมาก
ขนาดของโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่าแห่งนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ แต่
ปีศาจบางตัวก็ไม่ชอบเปลี่ยนร่างเป็นรูปแบบมนุษย์ เมื่อ
มองผ่านลอดเข้าไป ทำให้เห็นได้ว่าโรงเตี้ยมแห่งนี้มี
ขนาดกว้างใหญ่เป็นมาก
ฉะนั้นต่อให้ปีศาจอยู่ในร่างปรกติ หรือเป็นเพียงปีศาจ
ธรรมดาสามัญก็มิใช่ปัญหาเลย
โรงเตี้ยมปีศาจหมาป่า แห่งนี้ค่อนข้างคึกคักมีชีวิตชีวา
มันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้รับการยกย่องขนานนามว่า
เจริญรุ่งเรืองที่สุดในย่านนี้ ปีศาจสุนัขตนหนึ่งกล่าวว่า ”
หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬได้สร้างสุราพิเศษชนิดหนึ่งมันมี
ชื่อว่า ‘สุราปีศาจหมาป่า’ มันถูกแบ่งออกเป็นหลาย
ระดับ ว่ากันว่าแค่ระดับต่ำสุดก็เลิศรสยิ่งแล้ว หลังจาก
ดื่มเข้าไปจะให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับเซียนก็มิปาน
เรียกได้ว่ามันเลิศรสเอามาก ๆเลยทีเดียว ดังนั้นจึงมักจะ
มีปีศาจเข้ามาลิ้มรสอยู่เนือง ๆ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่าง
ระดับค้นหาเต๋าก็ยังอยากได้ลิ้มลองสุรารสเลิศที่ว่านี้ แต่
ด้วยเพราะเป็นสุราปีศาจหมาป่าที่มีชื่อเสียงราคามันจึง
ค่อนข้างสูง ปีศาจระดับเช่นข้าจึงเพลิดเพลินกับมันได้
แค่เล็กน้อย ”
ขณะกล่าวสายตาของมันก็จ้องมองไปที่ หนานซาน
หวางเยว่ เฝ้ารอดูว่าเขาจะมอบเม็ดยาจิตเทวะให้หรือไม่
เนื่องจากงานของมันสิ้นสุดแล้ว
หนานซาน หวางเยว่ มอบเม็ดยาให้กับมัน หลังจากนั้นก็
โบกมือให้มันไป โดยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ลับ ๆ ทั้งสามไป
ยังโรงเตี้ยมปีศาจหมาป่า เวลานี้มีปีศาจขนาดเล็กใหญ่
ปรากฏออกมาให้เห็น บนท้องเวหาจะเห็นนกอินทรีตัว
ใหญ่ฉวัดเฉวียนใช่เห็นเป็นครั้งคราว แล้วก็ปีศาจชนิด
ต่าง ๆ บางตัวร่อนลงสู่พื้น
อย่างไรก็ตามสำหรับพวกมันแล้วกลุ่มของ อู่ อวี้
ค่อนข้างเป็นที่สนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยเพราะกลุ่มของพวก
เขาดูแปลกประหลาดยิ่ง
” เจ้าทั้งสามคนเป็นใคร? ข้าไม่เคยเห็นหน้าพวกเจ้ามา
ก่อน? ” ปีศาจตัวใหญ่มายืนขวางหน้า หนานซาน หวาง
เยว่ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็แลเห็นคชสารตัวใหญ่ยักษ์
ตรงบริเวณส่วนหัวของมัน มีจมูกยืดยาวเป็นทรงกรวย
แหลมคมสามเส้นดูคล้ายกับงวงช้างซึ่งเป็นเหล็กกล้า
ด้วยเช่นกัน รู้สึกราวกับว่าจมูกทรงรูปกรวยแหลมนี้
สามารถถล่มภูเขาได้ทั้งลูก
ปีศาจตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ‘คชาสามงวง’ เป็นสายเลือด
ปีศาจที่หาได้ยาก นอกจากกายาของมันจะเป็น
เหล็กกล้าแล้ว มันยังมีพละกำลังมหาศาลอย่างน่า
อัศจรรย์ เป็นไปได้ว่ามันสามารถบรรลุจุดสูงสุดใน
อาณาจักรจิตเทวะได้ในอนาคต คาดว่าพื้นฐานฝึกตน
ของ คชาสามงวง น่าจะอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะขั้นที่ 6 ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าถามอะไรเช่นนี้ออกมา
อันที่จริงแล้วเจตนาที่แท้จริงของมันคือต้องข่มเหง อู่ อวี้
เพื่อหาประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ แน่นอนว่าไม่เลือกที่จะ
ออกตัวตรง ๆ ท้ายสุดแล้วมันยังแสร้งทำเป็นอัธยาศัยดี
โดยทำเป็นมายืนขวางกั้นทางเดินของพวกเขา พร้อมกับ
ยิ้มยียวนกวนบาทา เพราะต้องการให้พวกเขาหมดความ
อดทนก่อน
“จัดการมัน” หนานซาน หวางเยว่ รวบพัดในมือแล้วชี้ไป
ทางคชาสามงวง หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับ อู่ อวี้
เจ้าคนผู้นี้พอได้โอกาสก็ทำเป็นสั่ง อู่ อวี้ ทันที
“อืม” แน่นอนว่า อู่ อวี้ เองก็กังวลเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่
อยากเสียเวลาอีกต่อไป ด้วยเพราะว่าตอนนี้ไม่ได้มีเพียง
แค่คชาสามงวงจ้องมองเขา แต่ยังมี ‘ปีศาจเจ้าถิ่น’ ที่
กำลังจ้องเขม็งมองมาที่เขา ราวกับกำลังจ้องมองลูก
พลับอันอ่อนนุ่ม หากไม่จัดการพวกมัน การยั่วยุหาเรื่อง
ของเจ้าพวกโง่เหล่านี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป
ทันใดนั้นเขาก็พุ่งทะยานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าคชาสาม
งวงในชั่วพริบตา พร้อมกับพลองหมื่นมังกรที่ปรากฏขึ้น
ในมือของเขา คชาสามงวงตระหนักว่า อู่ อวี้ กำลังจะ
เริ่มลงมือแล้ว แล้วดูเหมือนว่าเขาจะโกรธมาก งวงทั้ง
สามอยู่ระดับยอดสุดของด้ามพลองหมื่นมังกร แต่การ
เคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ เร็วกว่าและแม่นยำกว่าฝ่ายตรง
ข้ามมากนัก เมื่อเขาระเบิดพลังกายเนื้อพลองหมื่นมังกร
ก็ขยายใหญ่ขึ้น จนมีความยาวกว่า10 จั้งทันที เมื่อเส้น
ผ่าศูนย์กว้างมากพอ ไม้พลองก็พุ่งทะยานอัดกระแทก
เข้าใส่ร่างของคชาสามงวง ทันใดนั้นปีศาจเจ้าถิ่นก็ต้อง
ตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของ คชาสามงวง ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ตามแรงกระแทกจากพลองหมื่นมังกรของ อู่ อวี้ ร่าง
ของมันทะยานออกไปไกลกว่าจะได้ยินเสียงอัดกระแทก
ดังแว่วมา
” เห็นแล้วใช่หรือไม่ ผู้ที่ที่กล้ายั่วยุท่านลุงผู้นี้จะมีผลเป็น
เช่นไร!?” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวด้วยน้ำเสียงก้อง
กังวานดังสะท้านไปทั่วทั้ง 8 ทิศ ปีศาจที่อยู่โดยรอบต่าง
ตกตะลึงอุทานออกมาด้วยเสียงอื้ออึ้ง จากนั้นก็เชื้อเชิญ
ให้ อู่ อวี้ กับ เย่ซีซี เข้าไปภายในปากหมาป่า ตลอดทาง
ได้ยินปีศาจพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับตัวพวกเขา โดยที่
เหล่าปีศาจไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นคนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง
“เจ้าหมอนี่ช่างไร้ยางอายจริง ๆ” เย่ซีซี กระซิบพูดกับ อู่
อวี้
” ยัยตัวน้อย… อย่าได้พูดจาเหลวไหล อย่าคิดว่าข้าไม่ได้
ยิน ระวังข้าจะตัดลิ้นขี้นินทาของเจ้า ” หนานซาน หวาง
เยว่ หันกลับไปแล้วแสร้งยิ้มอย่างโหดร้าย
“ ข้าไม่กลัวเจ้า ” เย่ซีซี แลบลิ้นใส่ล้อเลียน ราวกับว่า
นางไม่กลัวเขาเลยสักนิด
“ กล้าหาญมากกกกก ดูเหมือนว่าเจ้าไม่รู้พลังของข้า
สินะ ” หนานซาน หวางเยว่ ยิ้ม
ในเวลานี้พวกเขาทั้งสามเข้ามาใน โรงเตี้ยมปีศาจหมาป่า
เป็นที่เรียบร้อย พื้นที่ด้านในมีขนาดกว้างใหญ่กว่าที่คาด
เอาไว้มากทีเดียว ซึ่งก็พอมีที่ว่างเหลืออยู่ ส่วนใหญ่
ภายในที่แห่งนี้เป็นปีศาจที่มิได้กลายร่างเป็นมนุษย์ พวก
มันเหล่านี้มักจะหรรษาเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและ
รสชาติอาหารอันเลิศรส ทั้งยังมีผู้ฝึกตนบางคนมาที่นี่
เพื่อทำข้อตกลงในธุรกิจการค้า ตราบใดคนผู้นั้นยัง
จ่ายเงินให้กับ โรงเตี้ยมปีศาจหมาป่า ที่นี่ก็จะปกป้อง
พวกเขา จนกว่าพวกเขาจะออกจากที่นี่ ด้วยเพราะ
สถานที่แห่งนี้มีวงเวทคุ้มกันจึงมีความปลอดภัยสูงมาก
เหมาะสำหรับมาพักผ่อนหย่อนใจ ฝึกฝนปฏิบัติ กลั่น
สกัดปรุงโอสถฯลฯ
อู่ อวี้ กวาดสายตามอง เขาได้แลเห็นปีศาจแปลก ๆ
มากมายหลายประเภท มีแม้กระทั่งหอยขนาดใหญ่
ปีศาจบางตัวก็มีรูปร่างแปลก ๆ อย่างเช่นกลุ่มของปีศาจ
ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลออกไปพวกมันกำลังพูดคุยหัวเราะ
เสียงดังกันอย่างครื้นเครง เป็นภาพที่ดูค่อนข้างแปลกตา
ที่นี่มีแขกหลายร้อยคน ทุกคนที่นี่มีหน้ามีตากันอยู่ไม่
น้อย แต่เมื่ออยู่ภายในโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่า ด้วยความ
ที่สถานที่แห่งนี้มีความปลอดภัยสูง ฉะนั้นจึงไม่ต้องห่วง
ว่าจะมีผู้ใดมารบกวน หรือหากมีปัญหาความขัดแย้งก็
จะโดนแก้ไขจัดการจนเรียบร้อย
อู่ อวี้ กวาดสายตาไปเรื่อย ๆ จนมาบรรจบที่ปีศาจกลุ่ม
หนุ่มมันคือกลุ่ม ‘ หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ ‘ ซึ่งมีจำนวน
ไม่น้อย พวกมันเหล่านี้ยังคงอยู่ในร่างเดิม ทำหน้าที่ต่าง
ๆ ภายในโรงเตี้ยมปีศาจหมาป่า ส่วนใหญ่ก็จะให้บริการ
แขกผู้มาเยือนคอยบริการน้ำสุราถามไถ่ความต้องการ
ของลูกค้า หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬมีรูปร่างสูงดู
แข็งแกร่งกำยำ ภาพลักษณ์โดยรวมของมันดู ๆ แล้ว
คล้ายกับพยัคฆ์เสียมากกว่า เหมือนปีศาจที่ถือกำเนิด
จากพยัคฆ์และหมาป่า ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง คาด
ว่าน่าจะเป็นสายโลหิตชั้นสูงเช่นกัน ใต้เท้าของพวกมัน
กำลังเหยียบย่ำอยู่บนเปลวเพลิงสีขาว ดูเสมือนก้อน
เมฆาขาว สิ่งนี้คาดกันว่าน่าจะเป็นที่มาของชื่อหมาป่า
พยัคฆ์เมฆาทมิฬ
เมื่อเห็นพวกนี้ทำให้ อู่ อวี้ คิดถึงจิ่วอิง กับ วูซาน เซี่ยชือ
อันที่จริงสายโลหิตของจิ่วอิงนั้นสูงส่งมาก แต่เป็นเพราะ
สถานที่อย่างทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งไม่ค่อยเอื้ออำนวย
สำหรับการฝึกตน จึงทำให้ความคืบหน้าของฝึกฝน
บำเพ็ญตนยาวนานเป็นพิเศษ อีกทั้งยังไม่มีทรัพยากร
มากเพียงพอที่จะหนุนนำบรรลุสู่จุดสูงสุด แต่เหยียนหวง
ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกปลอดภัยได้อย่าง
แท้จริง เขาอยู่ที่นี่เหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายความ
เป็นตายเท่ากัน ถึงกระนั้นก็ยังแอบคิดถึงสหายเก่าว่า
บางทีทวีปปีศาจทายาททักษิณอาจจะเหมาะสำหรับ จิ่
วอิง ก็ได้ ด้วยระดับสายโลหิตอย่างเขา ที่แห่งนี้จะต้องมี
สถานที่มากมายสำหรับการฝึกตนของเขาอย่างแน่นอน
เมื่อหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬเห็นกลุ่มของ อู่ อวี้ เดินเข้า
มาด้วยร่างมนุษย์ พวกมันก็รีบออกมาต้อนรับทันที
จากนั้นก็พาพวกเขาไปที่โต๊ะ พวกมันชอบแขกแบบนี้
เนื่องจากไม่เปลืองพื้นที่นัก ฉะนั้นจึงมีที่ว่างให้กับพวก
เขาเสมอ หลังจากที่พวกเขานั่งลง ปีศาจหนุ่มก็ถามว่า ”
ท่านทั้งสามคนต้องการสั่งอะไรขอรับนี่คือ ‘รายการ
อาหาร’ ถ้าท่านทั้งสามต้องการสิ่งใด หรือ อยากทราบ
สิ่งใดเพิ่มเติมก็สามารถถามข้าได้ ”
เมื่อเห็นพนักงานอ่อนน้อมถ่อมตนก็ดูน่าสนใจไม่น้อย
หนานซาน หวางเยว่ ดูรายการที่รับมอบมา หลังจากนั้น
ก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เล็กน้อย ซึ่งผลของมันคล้ายคลึงเวท
อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋าของ อู่ อวี้ หลังจากนั้นเขา
ก็ถามหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬว่า ” ข้าอยากจะเจอ
เจ้านายของเจ้าคนที่ชื่อว่า ‘สัมผัสทมิฬ’ ข้าได้ยินมาว่า
คนผู้นี้ฉลาดปราดเปรื่องรอบรู้ จึงอยากจะซักถามอะไร
เขาสักอย่าง ”
“ ได้…รอสักครู่ ” หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬได้รับผลจาก
พลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวางเยว่ แน่นอนว่ามันไม่
มีทางปฏิเสธความต้องการของเขา จากนั้นก็เดินลึกเข้า
ไปในร้านเพื่อไปหาเจ้านายของตน แม้ว่ามันจะ
กลายเป็นปีศาจ แต่ปีศาจหมาป่าก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่
อย่างแข็งขัน ภายในฝูงของพวกมันปีศาจที่แข็งแกร่ง
ที่สุดก็คือ ราชาหมาป่า แล้วมันก็เป็นผู้ก่อตั้ง โรงเตี้ยม
ปีศาจหมาป่าแห่งนี้ด้วย
อู่ อวี้ เข้ามายังโลกของปีศาจ โครงสร้างของอาคารถูก
ออกแบบมาค่อนข้างหยาบ ไม่ได้เน้นความประณีต
บรรจงหรือสวยงามเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะสถานที่
แห่งนี้ต้องต้อนรับปีศาจมากมายหลากหลายประเภท
แต่สำหรับตัวเขากลับคิดว่ามันน่าสนใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากปีศาจของทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งค่อนข้างมี
ความตื้นเขินเกี่ยวกับวงเวท และ เรื่องต่าง ๆ อีกทั้งยัง
ไม่มีโรงเตี๊ยม หรือร้านค้าคล้าย ๆ กันเหล่านี้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬก็นำ
ชายวัยกลางคนเส้นผมสีดำออกมา คนผู้นี้มีลักษณะสูง
ผอมมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ดวงตาคมกริบ ไร้ซึ่งความ
โกรธเคือง ทันทีที่คนผู้นี้ปรากฏตัว หมาป่าพยัคฆ์เมฆา
ทมิฬที่อยู่โดยรอบต่างก็นอนหมอบลงบนพื้น แสดงให้
เห็นว่าพวกมันให้ความเคารพต่อคนผู้นี้เป็นอย่างมาก
นี่คือปีศาจที่กลายร่างเป็นมนุษย์ คนผู้นี้น่าจะเป็นราชา
ปีศาจหมาป่านามว่า ‘สัมผัสทมิฬ ‘ ดูแล้วช่างเป็นราชาผู้
ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
มันจ้องมาที่กลุ่มของ อู่ อวี้ แล้วก้าวมาข้างหน้า พร้อม
กับลงไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่เหลือของโต๊ะแปดเซียน มัน
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วมาหยุดอยู่ที่ร่างของ เย่ซี
ซี ดูเหมือนว่ามันจะเห็นว่านางมีพื้นฐานฝึกตนสูงสุดก็
เป็นได้
อู่ อวี้ ค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย คนผู้นี้อยู่ในระดับ
ค้นหาเต๋า ถึงแม้จะเป็นเพียงขั้นที่ 1 แต่ก็แข็งแกร่งที่สุด
ในหุบเหวสงัดแห่งนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด
มันถึงมีการค้าใหญ่โตถึงเพียงนี้
“ เชิญถามมาได้เลย ผู้คนมักมาหาข้าเพื่อสอบถาม
เกี่ยวกับข่าวคราว แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ต้องจ่าย ”
สัมผัสทมิฬพูดกับ เย่ซีซี
เย่ซีซีมอง อู่ อวี้ อย่างไร้เดียงสา จากนั้นก็รู้ว่าคนที่กำลัง
จะพูดในตอนนี้คือ หนานซาน หวางเยว่ หลังจากนั้น
หนานซาน หวางเยว่ ก็เลยมองไปที่สัมผัสทมิฬกระแอม
ไอแล้วพูดว่า ” ไม่มีปัญหาเลย เท่าไหร่ก็ว่ามาลงข้าไม่
ชอบคาดเดาราคามั่วซั่ว ”
สัมผัสทมิฬ หดหู่ใจเล็กน้อย เนื่องจากมันพบว่าสาวน้อย
เย่ซีซี มิใช่ผู้นำกลุ่ม ดังนั้นมันจึงหันหลังมากล่าวกับ
หนานซาน หวางเยว่ว่า “ นี่เป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ ที่
ดำเนินไปอย่างซื่อสัตย์ยุติธรรม ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด
หากมีสิ่งใดสงสัย โปรดถามมาได้เลย ไม่ว่าข้าจะรู้หรือไม่
ก็ตาม ทุกคนจะต้องจ่ายเม็ดยาค้นหาเตาสำหรับ 1
คำถาม ท่านมีพอจ่ายหรือไม่? ”
1 คำถามต่อ 1 เม็ดยาค้นหาเต๋า อันที่จริงแล้วนับว่ามี
มูลค่าสูงมาก…
อย่างไรก็ตามภายในตัวของ อู่ อวี้ มีกองสมบัติอยู่
มากมาย ดังนั้นนี้จึงมิใช่ปัญหา
หนานซาน หวางเยว่ ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มันแพงไปหน่อย
จนข้าแทบจะจ่ายไม่ไหว เอาล่ะจงฟัง คำถามก็คือ”
——————————–