กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 936: วานรยักษ์พฤกษาเทวะ
แน่นอนว่าความเร็วของนาวาซ่อนเซียน นั้นด้อยกว่า
เมฆาตลบฟ้ามาก
เขารู้ดีว่า หนานกง เหว่ย อยู่ห่างจากเขา แต่จากมุมมอง
ของแมวหลานหลานดูเหมือนว่านางจะหลบหนีลึกเข้า
ไปในยอดเขา เจ็ดวานร!
นางมีจุดประสงค์อันใดกันแน่!
อู่ อวี้ คิดไม่ออกเลยจริง ๆ
หลังจากออกมา อู่ อวี้ กวาดตามองไปรอบ ๆ ยอดเขา
เจ็ดวานร สถานการณ์ยังคงวุ่นวายมาก มีทั้งวานรและ
ปีศาจอยู่ทุกแห่งหน พวกมันกำลังพูดคุยถึงเรื่องวานร
เพลิงชาดถูกสังหารตกตายไปเป็นจำนวนมาก
โดยปกติแล้วภายใต้การปกครองของราชาทั้งเจ็ด พวก
มันต่างอยู่เย็นเป็นสุขไม่ค่อยได้ต่อสู้สักเท่าไหร่นัก
ยิ่งกว่านั้นวานรเพลิงชาดตัวหนึ่งยังบอกว่า มันเห็นกับ
ตาว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาสามคน แต่มันเหลือบเห็น
แค่แวบเดียว วานรเพลิงชาดตัวนั้นยังกล่าวอีกว่าคนทั้ง
สามน่าจะเป็นปีศาจ แต่มันไม่รู้ว่าเป็นปีศาจชนิดใดกัน
แน่ เพราะทุกคนอยู่ในร่างมนุษย์เป็นชายสองสตรีหนึ่ง
เนื่องจากวานรเพลิงชาด และ ปีศาจจำนวนมากถูก
ส่งออกมา ให้มาปูพรมตามหา อู่ อวี้ กับพรรคพวกทั้ง
สอง ทำให้เขาต้องมาอยู่บนนาวาซ่อนเซียน เลยทำให้มี
โอกาสได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาเจ็ดวานร
ยามนี้มีวานรเกือบทุกชนิดกระจายตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ส่วนใหญ่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับก่อร่างกำหนดจิต
เทวะ อ่อนแอสุดอยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณ มี
รูปลักษณะคุณสมบัติที่แตกต่างกันจำนวนนับไม่ถ้วน
เสมือนดั่งอาณาจักรฝึกตนของเหล่าวานร
ถึงแม้ว่าปีศาจที่เห็นส่วนใหญ่ มีความแข็งแกร่งอยู่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ แต่เมื่อพวกมันมารวมตัวกัน
อยู่เป็นจำนวนนับพัน มันก็ไม่ต่างอะไรจากขุมพลังอัน
ยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตามนาวาซ่อนเซียนของ อู่ อวี้ ค่อย ๆ เคลื่อน
ตัวแหวกผ่านพื้นที่วุ่นวาย เข้ามาถึงส่วนลึกที่สุดของยอด
เขาเจ็ดวานร เมื่อมองจากไกล ๆ จะแลเห็นภูเขาสูง
ตระหง่านอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในส่วนลึกที่สุดมีอยู่เจ็ดยอด
เขา ที่นั่นก็คือยอดเขาเจ็ดวานร ซึ่งเจ็ดราชาวานรอยู่ที่
นั่น
นาวาซ่อนเซียนเร้นตัวอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้โบราณ
เหล่านี้ เคลื่อนตัวมุ่งไปเบื้องหน้า ซึ่งภายในหัวของ อู่
อวี้ ตอนนี้มีแต่ หนานกง เหว่ย เพียงเท่านั้น หนานซาน
หวางเยว่ ทำหน้าที่ควบคุมนาวาซ่อนเซียน ใน
ขณะเดียวกันควบคุมวงเวทล่องหนไปด้วย ส่วนเย่ซีซีก็
กำลังพูดคุยกับแมวหลานหลานอยู่
ทันใดนั้นเองระหว่างที่ นาวาซ่อนเซียน เคลื่อนตัวผ่าน
ต้นไม้สูงตั้งตระหง่านที่มีเถาวัลย์เลื้อยพันอยู่โดยรอบ ซึ่ง
ลำต้นของมันดูเก่าแก่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกไม้แห้ง ๆ
ในตอนนี้เปลือกไม้แห้งร่วงหล่นลงมาหนึ่งชิ้นโดยมีความ
สูงประมาณสองจั้ง แต่แล้วเปลือกไม้แห้งก็กลับ
กลายเป็นวานรตัวเขื่องมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ทั่วร่าง
วานรยักษ์ตัวนี้แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ ผิวหนังของมัน
ดูคล้ายกับต้นไม้มากจริง ๆ เมื่อมันปรากฏตัว ปีศาจทุก
หนทุกแห่งก็วิ่งกรูเข้าใส่ นาวาซ่อนเซียน จนมืดฟ้ามัวดิน
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นในมหาสมุทรความแข็งแกร่งของ
ปีศาจจะวัดกันที่ขนาดตัว ยิ่งขนาดใหญ่มากเท่าไหร่
ความแข็งแกร่งก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ส่วนในโลกของฝึกตน
หาใช่เป็นแบบนั้น ขนาดตัวไม่สามารถวัดพลังความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงได้ บางตัวร่างกายใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้
หมายความว่ามันจะแข็งแกร่งตามขนาดตัวไปด้วย ส่วน
บางตัวแม้ขนาดร่างกายจะเล็กมาก แต่ระดับพลัง
พื้นฐานฝึกตนกลับสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ
แน่นอนว่าปีศาจบางตัวสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้เช่นดั่ง
วานรยักษ์สีน้ำตาลตัวนี้ อยู่ ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วก็
โดดลงมาจากต้นไม้ยักษ์ มันกระโดดลงมาจากความสูง
หลายร้อยจั้ง ด้วยจิตวิญญาณแน่วแน่เด็ดเดี่ยวลงสู่พื้น
นี่คือร่างแท้จริงของปีศาจ!
หากประเมินจากการที่วานรยักษ์สีน้ำตาลตัวนี้อยู่ ๆ ก็
โผล่ออกมา เห็นได้ชัดว่ามันมีความสามารถอำพรางกาย
อู่ อวี้ ไม่สามารถตรวจพบร่องรอยมันได้แม้แต่น้อย
เนื่องจากมันอยู่ใกล้เกินไป มัน ถึงสามารถตรวจพบ
นาวาซ่อนเซียน สำหรับ อู่ อวี้ แล้ววานรตัวนี้มีขนาด
มหึมา ขณะที่มันปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า หนานซาน
หวางเยว่ ยังไม่ตอบสนองใด ๆ ฉับพลันกำปั้นขนาดยักษ์
ก็ทุบลงเข้าใส่นาวาซ่อนเซียน ซึ่งกำปั้นของมันมีขนาด
ใหญ่กว่านาวาซ่อนเซียนเสียอีก!
“บัดซบ! ” หนานซาน หวางเยว่ สบถออกมา พลังความ
แข็งแกร่งของวานรยักษ์ตัวนี้ช่างน่าสยองขวัญยิ่งนัก
จากแรงอัดกระแทกของกำปั้นนี้ส่งผลให้ นาวาซ่อน
เซียน อัดกระแทกเข้าใส่กับต้นไม้อย่างจัง บัดนี้การ
ทำงานของวงเวทล่องหนถูกทำลายโดยสิ้นเชิง ในตอนนี้
พวกเขาถูกเปิดเผยโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงวงเวท
ป้องกันเท่านั้น
” มันเป็นภูตผีหรืออย่างไร อยู่ ๆ ถึงได้โผล่มาเช่นนี้!? ”
หนานซาน หวางเยว่ พูดด้วยอารมณ์ตื่นตระหนก
” ผู้ใดบังอาจเข้ามายุ่มย่ามในยอดเขาเจ็ดวานร ซึ่งเป็น
อาณาเขตของข้า ‘วานรยักษ์พฤกษาเทวะ’ หืม…พวกเจ้า
นั่นเอง! ผู้ที่สังหารวานรเพลิงชาด! ” หัวของ ‘วานรยักษ์
พฤกษาเทวะ’ แทบจะสูงใหญ่เสียดฟ้าเทียบเท่ากับต้น
พฤกษาบรรพกาลเหล่านี้ ด้วยดวงตากลมโตขนาดใหญ่
เมื่อมันเห็นพวกเขาอย่างชัดเจน ก็สามารถจดจำได้ทันที
อู่ อวี้ จับตาสังเกต ‘วานรยักษ์พฤกษาเทวะ’ ก็พบว่า
วานรตัวนี้ยากที่จะเข้าไปข้องแวะด้วย พื้นฐานฝึกตน
ของมันคล้ายคลึงกับ ‘ปีศาจหยินหยาง’ นั่นก็คือค้นหา
เต๋า ขั้นที่ 3 เนื่องจากทัณฑ์สวรรค์ จึงมีผู้ฝึกตนและ
ปีศาจจำนวนมากที่ค้างเติ่งอยู่ในระดับนี้!
” เหล่าพี่น้องจงเร่งรีบมาทางนี้! ” หลังจากมันพบตัว อู่
อวี้ วานรยักษ์พฤกษาเทวะก็พิโรธเกรี้ยวกราด เอากำปั้น
ทุบหน้าอกตัวเอง แผดเสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาท
สั่นสะท้านสะเทือนไปทั้งสวรรค์และปฐพี บัดนี้เสียงอัน
ก้องกังวานของมันส่งผ่านไปทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว!
เห็นได้ชัดว่ามันยังมองหากองหนุน! อู่ อวี้ รู้ว่ายอดเขา
เจ็ดวานรเป็นอาณาเขตของมัน นับได้ว่ามีมหันตภัย
ร้ายแรงอยู่ทุกที่ ระหว่างที่เขากำลังกังวลอยู่ หนานซาน
หวางเยว่ ก็รีบจัดการควบคุมนาวาซ่อนเซียนทันที ทว่า
นาวาซ่อนเซียนยังไม่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้
ชั่วคราว สถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้สิ่งที่เขาทำได้มีเพียง
หลบหนีไปก่อนเท่านั้น ทันใดนั้นเมฆาตลบฟ้าก็โอบล้อม
พวกเขาเอาไว้ จากนั้นก็พุ่งทะยานหลบหนีออกไปใน
ทิศทางตรงกันข้ามกับวานรยักษ์พฤกษาเทวะ ด้วย
ความเร็วเร่งเต็มอัตราทันที
” คิดจะไป ได้ถาม ‘ค่ายกลพฤกษาเทวะก่อเกิด’ ของข้า
แล้วรึยัง? ”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าจะมีปีศาจที่ศึกษาวงเวทค่ายกลซึ่งหา
ได้ยากยิ่งแบบนี้อยู่ด้วย การที่มันเปิดใช้งานมหาเวทฟ้า
ดินในช่วงเวลานี้ แสดงให้เห็นว่าค่ายกลถูกวางเอาไว้
นานแล้ว แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกวางเอาไว้เพื่อจัดการเขา
โดยเฉพาะ แต่มันมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมค่าย
กล อีกทั้งสถานที่แห่งนี้คือเขตแดนของมัน จึงถือเป็น
เรื่องปกติที่มีค่ายกลถูกวางเอาไว้ เป็นไปได้ว่าอาณาเขต
บริเวณนี้จะมีสายพันธุ์ ‘วานรยักษ์พฤกษาเทวะ’ กลุ่ม
ใหญ่รวมตัวกันอยู่!
ครืนครืนครืน!!!
ชั่วขณะที่ อู่ อวี้ กำลังหลบหนีไปด้วยเมฆาตลบฟ้า
ทันใดนั้นเองผืนปฐพีเบื้องหน้าของเขา ก็บังเกิดการ
สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง จากนั้นหมู่มวลพฤกษาก็
เติบโตขึ้นมาจากพื้นดิน แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาปกคลุม
หนาแน่นไปทั่วทั้งผืนฟ้า เพียงชั่วอึดใจ รอบกายของ
วานรยักษ์พฤกษาเทวะ ซึ่งกำลังปิดล้อม อู่ อวี้ เอาไว้อยู่
ก็ปรากฏพฤกษานับแสนต้น แผ่ขยายปกคลุมปิดล้อม
เอาไว้อย่างแน่นหนา หากคิดออกไป อู่ อวี้ ต้องฝ่า
พฤกษาซึ่งมีความสูงหลายร้อยจ้างเหล่านี้ออกไปให้จง
ได้!
ยิ่งไปกว่านั้นด้านบนศีรษะของเขา ยังมีกิ่งก้านพฤกษา
จำนวนนับไม่ถ้วนเติบโตแผ่ขยายซ้อนทับกันเป็นพิเศษ
จนไม่อาจทราบได้ว่ามันหนาแน่นซ้อนทับกันมาก
เพียงใด แต่ที่แน่ ๆ ด้านบนศีรษะของเขาไม่มีแสงแดด
รั่วไหลลงมาแม้แต่น้อย สถานที่แห่งนี้ได้ถูกปิดผนึก
เอาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนี่คือผลจาก ค่ายกลพฤกษา
เทวะก่อเกิด อันที่จริงแล้วหากหมู่มวลพฤกษาเหล่านี้
เป็นเพียงแค่ต้นไม้ธรรมดาสามัญ แน่นอนว่ามันไม่มีทาง
หยุดยั้ง อู่ อวี้ เอาไว้ได้ กุญแจสำคัญก็คือพฤกษาเหล่านี้
มีวงเวทประทับอยู่มากมาย ทำให้มีความแข็งแกร่ง
ทนทานอย่างหาใดเปรียบ ถึงแม้จะถูกบดขยี้ทำลาย แต่
ก็ยังมีปรึกษาซ้อนทับกันอยู่อีกหลายชั้น ยากจะฝ่า
ทะลวงออกไปได้ อู่ อวี้ ประเมินว่า พฤกษาเหล่านี้
เติบโตขึ้นมาจากวงเวท หากมันถูกทำลาย แน่นอนว่า
ย่อมเติบโตขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว!
พวกเขาตกเข้าสู่กับดักของวานรยักษ์พฤกษาเทวะ อย่าง
มิได้ตั้งใจ …
หากมี อู่ อวี้ เพียงคนเดียว เขาสามารถออกไปจากที่นี่
ได้ทันที ทว่ากุญแจสำคัญก็คือ หนานซาน หวางเย่ว กับ
เย่ซีซี อยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจหลบหนีออกไปได้
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดว่าจะออกไปจากที่นี่อย่างไร
ทันใดนั้นค่ายกลด้านบนศีรษะของวานรยักษ์พฤกษาเท
วะก็เปิดออก พร้อมกับมีปีศาจมากมายพรั่งพรูลงมา
จากนั้นก็ปิดตัวลง โดยไม่เปิดโอกาสให้ อู่ อวี้ กระทำอัน
ใดแม้แต่น้อย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากค่ายกลอยู่
ภายใต้การควบคุมของวานรยักษ์พฤกษาเทวะ
ปัญหาก็คือท่ามกลางเหล่าปีศาจ มีอยู่ประมาณสิบตน
หรือมากกว่านั้น ที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง พวกมันทั้งหมด
ล้วนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับค้นหาเต๋า! กล่าวได้ว่า
เหล่าพี่น้องของวานรยักษ์พฤกษาเทวะ หาได้เป็นเพียง
ปีศาจธรรมดาสามัญไม่!
ปีศาจวานรเหล่านี้ มีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิด ประเภทแรกก็
คือวานรยักษ์พฤกษาเทวะ ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เป็นหัว
หอกกักขัง อู่ อวี้ เอาไว้ โดยมีจำนวนอยู่มากที่สุด
ทั้งหมด 6 ตัว
นอกจากนี้ยังมีวานรอีกประเภทหนึ่ง ที่มีความสูงเพียง
แค่ฝ่าเท้าของเขาเท่านั้น ทั่วทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยทองคำ
กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน ใบหน้าแดงก่ำ
นับว่าดูมีชีวิตชีวาอย่างที่สุด ทว่านี่เป็นเพียงรูปลักษณ์
เท่านั้น วานรทองคำน้อยตนนี้ นับว่าทรงพลังเป็นอย่าง
ยิ่ง ซึ่งมีด้วยกันอยู่ 2 ตน หนึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 1 ส่วนอีกหนึ่งแข็งแกร่งกว่านั้น
มาก มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับเดียวกับจ่าฝูงวานรยักษ์
พฤกษาเทวะ นั่นก็คืออาณาจักรค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 คาด
ว่าพี่น้องที่วานรยักษ์พฤกษาเทวะกล่าวถึง น่าจะเป็น
วานรวิญญาณทองคำตนนี้
นอกจากนี้ยังมีปีศาจวานรโลหิตสีชาด อีกสามตน
ร่างกายของมันอาบท่วมไปด้วยโลหิต เส้นขนเปียกโชก
มีเพียงท่อนบนโผล่ออกมาจากพื้นดิน ส่วนอีกครึ่งท่อน
ล่างซ่อนอยู่ในพื้นธรณี แต่ท่อนบนที่โผล่ออกมาให้เห็นก็
ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต วานรทั้งสาม ซึ่งกระหายโลหิตมาก
ที่สุดกำลังจ้องมอง อู่ อวี้ และพรรคพวกทั้งสอง ด้วย
สายตาแดงก่ำเย็นเยียบ ราวกับกำลังจ้องมองดูเหยื่ออัน
โอชะ ท่ามกลางฝูงวานรเหล่านี้หนึ่งในนั้นคือจ่าฝูง ซึ่ง
อยู่ในระดับเดียวกับวานรยักษ์พฤกษาเทวะ!
ศาสตร์วานรทั้งสามตนนี้อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 3
ส่วนตัวอื่นล้วนเป็นพี่น้องของพวกมัน หรือไม่ก็อาจเป็น
ผู้ใต้บังคับบัญชา ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังอยู่ในขั้นค้นหา
เต๋า อย่างเช่นวานรยักษ์พฤกษาเทวะอยู่ในระดับค้นหา
เต๋าขั้นที่ 2
“ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักเอาไว้ที่นี่คือ ปีศาจวานร
วิญญาณทองคำ ส่วนนี้ก็คือ วานรโลหิตซ่อนปฐพี พวก
เขาคือพี่น้องของข้าวานรยักษ์พฤกษาเทวะ … ”
หลังจากแนะนำตัว มันก็กวาดตามองดู อู่ อวี้ กับพรรค
พวกของเขาแล้วพูดว่า ” ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ มีคนนอก
บุกรุกเข้ามาในยอดเขาเจ็ดวานรของเรา ทั้งยังสังหาร
วานรเพลิงชาดไปเป็นจำนวนมากอย่างเหี้ยมโหดไร้
ความปรานี ว่ากันว่าเป็นชายสองหญิงหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า
ต้องเป็นพวกมันอย่างแน่แท้ ข้าเป็นคนจัดการเรือรบ
ล่องหนของพวกมันเอง นอกจากนี้ยังมีคนผู้หนึ่งที่มี
ความสามารถในการควบคุมอำพรางเรือรบที่แข็งแกร่ง
อีกด้วย โชคดีที่มันเคลื่อนตัวผ่านมาทางข้าพอดี
ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางหามันเจอแน่ ๆ ”
หลังจากจ่าฝูงวานรโลหิตซ่อนปฐพีได้ยินเช่นนั้น มันก็
แลบลิ้นยาวเหยียดเลียริมฝีปาก แล้วพูดว่า ” สองผู้ฝึก
ตนกับอีกหนึ่งปีศาจ อาาา ข้าไม่ได้ลิ้มรสชาติผู้ฝึกตน
มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ไม่คิดว่าจะมาให้กินถึงหน้า
ประตูเช่นนี้”
วานรยักษ์พฤกษาเทวะกล่าวว่า “ไม่ได้ กินพวกมัน
ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เราต้องจัดการกับหัวหน้าพวกมัน
เสียก่อน แล้วค่อยส่งพวกมันไปให้กับวานรเพลิงชาด
เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะต้องไว้หน้าเจ้า แล้วมอบพวก
มันให้กับเจ้าได้ลิ้มรสชาติ ”
” ได้… ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะเป็นคนส่งมันไป หรือจะให้ข้า
เป็นคนส่ง? ” ดู ๆ แล้ววานรโลหิตซ่อนปฐพีอยากจะกิน
อู่ อวี้ พรรคพวกมากเสียจนออกนอกหน้า
หนานซาน หวางเยว่ ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย
เขาพูดขึ้นว่า ” เจ้ายังจับเราไม่ได้เลยด้วยซ้ำ พูดจายังกับ
ว่าตัวเองเอาชนะพวกเราได้แล้ว ว่าแต่เราตกอยู่ในเงื้อม
มือของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่? ”
หลังจาก หนานซาน หวางเย่ว พูดคำนี้ออกมา วานรทั้ง
สิบเอ็ดตัวก็แสดงท่าทางประหลาดใจ ชั่วครู่มันก็ระเบิด
เสียงหัวเราะ โดยมีจ่าฝูงของปีศาจวานรวิญญาณทองคำ
ขำจนลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น พร้อมกับกล่าวว่า
” เจ้าพวกนี้มันน่าสนใจจริง ๆ พับผ่าสิ การที่พวกมันบุก
รุกเข้ามาอยู่ในยอดเขาเจ็ดวานร เท่ากับตกอยู่ในเงื้อม
มือของพวกเราแล้ว ยังมีหน้ามาทำร้ายเผ่าพันธุ์ของพวก
เราอีก ไม่มีทางที่เจ้าจะมีชีวิตรอดหนีไปได้ ฝันไปเถอะ!
จุดจบที่ดีที่สุดของพวกเจ้าก็คือถูกพวกข้าจับกิน ”
” เอจะเอามาต้มยำทำแกงอะไรดีน้าาา? ”
” ข้าจะจับมันนึ่ง โดยไม่ต้องเพิ่มหอมกระเทียมให้
ยุ่งยาก”
——————————–