กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 948: ค้าวคาวมังกรโลหิตคราม
ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถทำลายประตูใหญ่ของ
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้ลงได้ อู่ อวี้ มอง
ไปอย่างคร่าวๆ เขาก็คิดว่าตนมิอาจทำลายประตูนี้ได้
เช่นเดียวกัน และไม่รู้ว่าเนตรสีทองดวงนี้สร้างขึ้นมาจาก
วัสดุประเภทไหน ทั้งบนตัวของดวงเนตรยังมีการ
แกะสลักสัญลักษณ์เวทโบราณอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อ
ก่อตั้งเป็นค่ายกล อาศัยเพียงแค่การโจมตีเพียงอย่าง
เดียวย่อมไม่อาจทำลายเนตรสีทองนี้ได้
อู่ อวี้ คาดเดาเอาว่าบางทีอาจจำเป็นจะต้องใช้สิ่งของ
เช่นจำพวกกุญแจ
ยามนี้เหล่าปีศาจมากมายกำลังคิดหาวิธีการต่างๆ มา
จัดการกับประตูบานนี้
หากไม่ได้อยู่ในระดับของราชาปีศาจ ทว่าดึงดันมาอยู่ใน
อาณาเขตใกล้เคียงกับเนตรสีทอง ก็จะเป็นที่ดึงดูดความ
สนใจจากเหล่าราชาปีศาจทั้งหลายได้ เพราะยังไงพวก
มันถือเป็นผู้มีโอกาสที่จะทำลายเนตรสีทองได้มากที่สุด
ขณะนี้ราชาปีศาจหอกทมิฬกับเจ็ดราชาวานรล้วนอยู่ที่นี่
หมดแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยที่ไม่จำเป็น อู่
อวี้ จึงออกไปจากบริเวณของดวงเนตรสีทองไปก่อน
เขาต้องการที่จะเห็นด้านอื่นๆ ของคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์แห่งนี้เหมือนกับปีศาจอื่นๆ เพื่อดูว่าพอจะ
มีวิธีการเข้าวิธีอื่นอยู่อีกหรือไม่ ถึงแม้จะบอกว่าทั่วทั้ง
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์จะถูกปิดผนึกไปอย่าง
สมบูรณ์ แต่ อู่ อวี้ ยังอยากพยายามดู
จุดประสงค์ของเขานั่นคือการรอคอยให้ หนานกง เหว่ย
ปรากฏตัว แต่ทว่าหลังจากมาที่นี่แล้ว อู่ อวี้ รู้สึกว่าหาก
มีโอกาสเข้าไปข้างในได้มันย่อมเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย
เมื่อเขามาถึงด้านข้างของคฤหาสน์ปีศาจจักรพรรดิ
สวรรค์ ตรงส่วนกำแพงที่จมลงไปอยู่ในดินโคลน เขา
พบว่าเหล่าปีศาจที่อยู่รอบๆ ไม่กล้าย่างกรายเข้าไปใกล้
กับตัวกำแพงสีดำทมิฬของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจ
สวรรค์ พวกมันทำเพียงแค่มองจากด้านนอกอย่างเดียว
เขาสัมผัสได้ว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างแน่นอน จึงใช้
เนตรเพลิงตรวจสอบดูแต่ทว่าก็ยังไม่พบร่องรอยอะไร
เขาจึงได้ส่งร่างอวตารนอกวิถีร่างหนึ่งเข้าไปใกล้กับ
กำแพงทมิฬนี้ดู ในขณะที่ร่างอวตารเข้าไปใกล้กับ
กำแพงของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ซึ่งยังคง
เหลือระยะทางอีกประมาณ 10 จั้ง พริบตานั้นกำแพง
ทมิฬพลันส่องแสงสีทองออกมาฉีกกระชากร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ไปในทันที จากนั้นลำแสงสีทองก็หดกลับเข้า
ไปในเวลาไม่ถึงอึดใจ!
“มันมีค่ายกลอยู่!” อู่ อวี้ อุทานอย่างประหลาดใจ
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราชาปีศาจทั้งหลายจึงอยู่แต่
บริเวณตำแหน่งของดวงเนตรสีทอง เป็นเพราะว่าใน
ตำแหน่งอื่นๆ ล้วนมีการวางค่ายกลเวทเอาไว้ เมื่อใดที่
เข้าไปใกล้ก็จะกระตุ้นให้มันโจมตีออกมา”
ในพริบตาที่ อู่ อวี้ ได้เห็นรูปแบบของลำแสงสีทอง
เหล่านั้น มันเป็นเหมือนกับอสรพิษสีทองตัวเล็กๆ ซึ่ง
ตรงส่วนหัวจะมีเขาแหลมคมอยู่ ลำตัวของมันมีขนาด
ยาวเพียงแค่ 7 ชุ่น และส่วนข้างของลำตัวยังมีแขนและ
กรงเล็บสีทองยืดออกมา แม้ว่าจะเห็นเพียงแค่ชั่วพริบตา
แต่เมื่อดูแล้วก็รู้ได้เลยว่าอสรพิษสีทองพวกนี้จะต้องเป็น
ตัวอันตรายอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เป็นเพียงการโจมตีที่
ถูกส่งออกมาจากค่ายกล หากลองมองดูให้ละเอียด
ความจริงแล้วบนกำแพง ยังมีการสลักวาดสัญลักษณ์เวท
โบราณเอาไว้อยู่เต็มไปหมด ซึ่งยากที่จะมองเข้าใจได้
กล่าวได้ว่าค่ายกลเหล่านี้ได้ครอบคลุมทั่วทั้งกำแพงรอบ
นอกของคฤหาสน์ปีศาจจักรพรรดิสวรรค์เอาไว้ เพื่อ
ป้องกันไม่ให้ปีศาจทั้งหลายเข้าไปใกล้
“หากมองอยู่บริเวณรอบนอกยังไม่เป็นไร แต่อย่าได้เข้า
ไปใกล้เป็นอันขาด ครั้งที่แล้วข้าเห็นกับตาว่าปีศาจขั้น
ค้นหาเต๋าที่อยู่ใต้อาณัติของราชาปีศาจกระทิงแปดตา
นามว่า ‘ปีศาจเขาเดียว’ พริบตาเดียวที่มันเข้าไปใกล้
ร่างกายของมันถึงกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เจ้าจะต้องรู้ว่า
‘ปีศาจเขาเดียว’ ตัวนี้อยู่ขั้นค้นหาเต๋าระดับที่ 2 เชียว
นะ!”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้ทดลองด้วยร่างอวตารนอกวิถี
ประจวบเหมาะพลันปรากฏเสียงเตือนของเหล่ากลุ่ม
ปีศาจที่ทะยานเข้ามาใกล้ละแวกนี้พอดี
ปีศาจส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่เป็นหมาป่าเดียวดาย ดังนั้น
ปีศาจจำนวนมากที่เพิ่งเข้ามาจึงไม่ได้เอ่ยเตือนกัน
อย่างไรก็ตาม เหล่าปีศาจที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ทว่า
พวกมันไม่ได้ส่งข่าวออกไป ทำให้ปีศาจที่เพิ่งมาใหม่ต้อง
ถูกค่ายกลของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์สังหารไป
จำนวนไม่น้อย
เพราะเนตรสีทองของประตูใหญ่ยังไม่ถูกทำลายไปและก็
ไม่อาจจะเข้าใกล้กับตำแหน่งกำแพงรอบนอกของ
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ได้ ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่มี
ใครสามารถแตะต้องที่แห่งนี้มาเป็นเวลากว่า 2 เดือน
แล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้ยอมแพ้ เขาสำแดงเคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับออกมา ทุ่มเทจิตเทวะทั้งหมด
ทำการศึกษาสัญลักษณ์เวทโบราณอันแสนจะซับซ้อน
เหล่านี้ แม้จิตเทวะของเขาเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง แต่มัน
กลับถูกกันเอาไว้จนศึกษาค่ายกลได้เพียงแค่ชั้นนอก ทำ
ให้ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างต่ำ ทว่ามันได้ทำให้ในใจของ อู่
อวี้ รู้สึกชื่นชมมากขึ้นเท่านั้น เป็นเพราะเมื่อเขาได้
มองเห็นส่วนที่แท้จริงของค่ายกลภายในกำแพงสีดำ
ทมิฬนี้ มันกลับเป็นสีทองอร่าม เป็นเหมือนกับ
มหาสมุทรสีทองที่ไร้พรมแดน และในมหาสมุทรสีทองนี้
ยังมีอสรพิษเขาเดียวจำนวนนับล้านตัว!
หากว่าพวกมันทั้งหมดพุ่งออกมาทั้งหมดในคราเดียว ก็
น่าจะทำให้ปีศาจทั้งหมดที่อยู่ที่นี่รวมถึงราชาปีศาจ
ทั้งหลายตกตายไปอย่างแน่นอน แม้ว่า หนานซาน หวาง
เยว่ จะมีวิชาอำพรางตัวแต่ก็ไม่น่าจะหนีรอด ทว่า
สำหรับ อู่ อวี้ ยังพอจะมีโอกาสอยู่บ้าง
และคาดว่าคนอื่นๆ ยังไม่รู้ว่าถึงพลังที่แท้จริงของค่าย
กลป้องกันของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจมดิ่งลงเข้าไปอยู่ในโคลนตม ยาม
นี้ตัวเขาได้รักษาระยะห่างจากคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจ
สวรรค์ประมาณ 10 จั้ง และเร่งศึกษาสัญลักษณ์เวท
โบราณที่แสนซับซ้อนอยู่อย่างต่อเนื่อง
เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองสัญลักษณ์เวทเหล่านี้
ออก แต่อย่างน้อยเขากำลังพยายามมองหาช่องโหว่ของ
ค่ายกลนี้อยู่ เช่นนั้นเขาจึงได้วนไปรอบๆ คฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้ก่อน ค่อยคิดหาหนทางอีก
ที
ไม่คาดคิดว่าการทำเช่นนี้จะเผาผลาญเวลาไปนานยิ่ง
แต่เมื่อ อู่ อวี้ จมลึกเข้าไปในโคลนตมกลับสัมผัสได้กับ
ชั้นโคลนที่แข็ง แท้จริงแล้วมันกลับมีส่วนคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ที่จมอยู่ใต้ชั้นโคลนอยู่อีก
ในตำแหน่งที่ลึกมากเช่นนี้มีปีศาจอยู่ค่อนข้างน้อย แต่
ทว่าค่ายกลป้องกันของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
ยังคงดำรงอยู่ แถมยิ่งกว่านั้นมันกลับแน่นหนากว่า
ข้างบนอีกด้วย กล่าวได้ว่าตราบใดที่สิ่งมีชีวิตเข้าไปใกล้
มันจะปรากฏออกมาและเข่นฆ่าสังหารไปในทันทีอย่าง
ไร้ซึ่งความเมตตา
อู่ อวี้ กำลังหมกมุ่นอยู่ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของค่ายกลนี้
ทำให้ หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี จึงรู้สึกเบื่อหน่าย
และน่าจะมีปีศาจจำนวนมากที่เป็นเช่นนี้ แต่เดิมพวก
มันเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่เป็น
เวลานาน ก็พบว่าพวกมันไม่อาจจะสำรวจคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้ได้แม้แต่สักพื้นที่เดียว จึง
ทำให้พวกมันไม่มีอะไรทำ เหตุผลที่ยังคงอยู่ที่นี่ก็เพียง
แค่รอคอยปาฏิหาริย์ ว่าสักวันหนึ่งคฤหาสน์แห่งนี้จะถูก
เปิดออก ซึ่งไม่แน่ว่าเมื่อประตูเปิดแล้วก็อาจจะพอมี
อะไรให้ลุ้นระทึกได้บ้าง
“ระดับของค่ายกลป้องกันนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับ
ชั้นสูง ข้าสัมผัสได้ว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาจะต้องใช้วัสดุเช่น
ศาสตราเต๋าสร้างเป็นคฤหาสน์ และหากเป็นศาสตราเต๋า
ก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามันจะอยู่ในระดับศาสตราเต๋าวิถีแท้
วิญญาณนภา” หลังจากที่ หมิงซวง เฝ้าดูอยู่สักพักก็เอ่ย
ขึ้นมา
“สิ่งของมีค่าเช่นนี้ ทำไมเหล่ามหาราชาปีศาจทั้งหลาย
จึงไม่ลงมากัน?” อู่ อวี้ ถาม
“เจ้าอย่าได้ไร้เดียงสาไปหน่อยเลย บางทีพวกมันอาจจะ
อยู่แถวนี้แต่ไม่ปรากฏตัวให้เจ้าเห็น การที่สถานที่เช่นนี้
ปรากฏตัวออกมา พวกมันต้องจับตามองอยู่อย่าง
แน่นอน และสมควรหาวิธีเปิดประตูอย่างเอาเป็นเอา
ตาย แม้กระทั่งหากเป็นทางฝั่งดินแดนโบราณเหยียน
หวง เมื่อสถานที่เช่นนี้ปรากฏ เกรงว่าคงจะแห่กันมา
อย่างไม่คิดชีวิตแล้ว”
ดูเหมือนว่า ตัว อู่ อวี้ เองจะดูถูกคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์เกินไป
“ด้วยระดับของสถานที่แห่งนี้ มันน่าจะผ่านมาหลายยุค
สมัย ฉับพลันที่มันกำเนิดออกมา ทั่วทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุย่อมเกิดเป็นความโกลาหล มันแข็งแกร่งกว่าที่
เจ้าจินตนาการเอาไว้ ข้าคาดว่าการที่มหาราชาปีศาจที่
เหลือไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน เกรงว่าคงทำให้
ระดับของความปั่นป่วนลดลง เพื่อปิดข่าวคนหรือเหล่า
ปีศาจจากทวีปปีศาจทายาททักษิณให้ได้มากที่สุด” หมิ
งซวง เอ่ยด้วยความมั่นใจ
“หมายความว่า?”
“ราชาปีศาจทุกผู้ต่างตื่นตระหนกจนมารวมตัวกันที่
ทะเลสาบปีศาจบรรพกาล พวกมันถึงขั้นรวมพลังจู่โจม
มาหลายเดือนแล้ว ทว่ายังไม่อาจจะทำลายประตูได้
สำหรับเหล่ามหาราชาปีศาจที่เหนือกว่าราชาทั่วไปย่อม
มีพลังที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งการที่ตัวตน
เหล่านั้นเคลื่อนไหว เกรงว่าอาจจะเป็นการดึงดูดผู้ฝึก
ตนระดับสุดยอดจากโลกภายนอกมาอย่างแน่นอน”
นับว่ามีเหตุผลพอสมควร
อู่ อวี้ ได้ยินมาว่ากระทั่งราชาปีศาจทั้งหลายยังไม่มีวิธี
จัดการ หากข่าวลือว่ากระทั่งราชาปีศาจก็ยังไม่อาจจะ
จัดการได้สำเร็จ สิ่งที่จะตามมาทีหลังย่อมเป็นความ
โกลาหลไม่สิ้นสุดแล้ว
“เรามาลองดูกันดีกว่า ไม่แน่ว่าอาจจะเก็บเกี่ยวอะไร
อย่างเจดีย์ล่องกำเนิดของเจ้าได้บ้าง และเมื่อดูไปแล้ว
ศาสตราเต๋าชิ้นนี้น่าจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้วิญญาณ
นภา ยิ่งกว่านั้นยังเป็นชั้นสูงอีกด้วย ถือว่าเป็นจุดสูงสุด
บนโลกมนุษย์แล้ว”
“ตกลง”
การที่ปรากฏจอมทวนวิญญาณออกมาในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วว่าสมบัติชิ้นนี้ไม่ได้เป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ได้รับเวลาเพียง 2 เท่าจากโลก
ภายนอก ทว่ามันก็ได้ประหยัดเวลาของ อู่ อวี้ ไปได้
อย่างมหาศาล และในอนาคตมันย่อมสามารถทำได้
มากกว่านี้อย่างแน่นอน! ท้ายที่สุดแล้ว อู่ อวี้ ก็เคยมี
ประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเวลาของเจดีย์
ล่องกำเนิดมาแล้ว
“ระวัง!”
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ อู่ อวี้ พลันสัมผัสได้ถึง
อันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามา! หนานซาน หวางเยว่
กำลังอยู่ในสภาวะล่องหน ทว่าบัดนี้กลับมีบางสิ่งโจมตี
พุ่งเป้ามายังพวกเขาทั้งคู่!
พื้นที่ตรงนี้ก็คือส่วนลึกของชั้นโคลน จึงทำให้เป็นเรื่อง
ยากที่จะมองเห็นได้ชัด เช่นนั้นทัศนวิสัยจึงไม่ค่อยดีสัก
เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังมีเนตรเพลิง ทำให้
มองเห็นกลุ่มของปีศาจที่กำลังโจมตีมายังพวกเขา!
ปีศาจกลุ่มนั้นคือปีศาจค้างคาว! มันมีมากกว่า 8 ตัว!
ร่างกายของค้างคาวเป็นสีดำทมิฬ ทว่าก็ยังมีลายเส้นสี
ครามอยู่บนร่าง ลายเส้นเหล่านี้ส่องแสงออกมาจึงทำให้
ดูแปลกตาเป็นอย่างมาก สิ่งมีชีวิตจำพวกค้างคาวมัน
เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวา แต่เมื่อ
หลังจากกลายเป็นปีศาจ นิสัยของมันจะโหดเหี้ยมและ
เลือดเย็นยิ่งกว่า นอกจากนี้บนร่างของมันยังคละคลุ้งไป
ด้วยกลิ่นคาวโลหิตที่แสนจะรุนแรง
และปีศาจกลุ่มนี้ยังแตกต่างจากค้างคาวทั่วๆ ไป
นอกจากที่มีลายเส้นสีครามอยู่ตามร่างกาย บนหัวของ
มันยังมีเขาที่คล้ายคลึงเขาของมังกรอยู่ด้วย ทั้งยังมี
เกล็ดมังกรปกคลุมอยู่บนร่างกาย ยามที่พวกมันแผด
เสียงคำรามออก เสียงของมันกระทั่งคล้ายกับเสียงของ
มังกร!! เหมือนกับว่าเป็นมังกรเทวะที่มีร่างกายเป็น
ค้างคาวก็มิปาน!!
ที่สำคัญคือความแข็งแกร่งของปีศาจกลุ่มนี้ร้ายกาจมาก
เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นเผ่าปีศาจที่มีสายเลือดอยู่ใน
อันดับต้นๆ ของทวีปปีศาจทายาททักษิณแห่งนี้!
“พวกมันคือค้างคาวมังกรโลหิตคราม เจ้าจะต้องคอย
ระวังพิษของมันให้ดี” หมิงซวง เอ่ยแนะนำปีศาจกลุ่มนี้
ให้ อู่ อวี้ เข้าใจ
ความจริงแล้วที่อยู่บนร่างของพวกมันไม่ใช่ลวดลาย
คราม แต่เป็นเพราะว่าร่างกายของพวกมันโปร่งแสง จึง
ทำให้สามารถมองเห็นโลหิตสีครามที่อยู่ในตัวของพวก
มันได้ และปีศาจที่มีโลหิตสีฟ้าก็พบเจอได้ยากยิ่ง
เพราะว่า อู่ อวี้ พบเจอตัวพวกมันก่อนที่จะลงมือโจมตี
ดังนั้นการลอบโจมตีของพวกมันจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
พวกมันจึงได้เปลี่ยนมาเป็นเข้าล้อม อู่ อวี้ เอาไว้แทน
อู่ อวี้ มองเห็นค้างคาวมังกรโลหิตครามตัวที่ใหญ่ที่สุดที่
อยู่ตรงกลาง ก็คาดเดาว่ามันน่าจะเป็นตัวหัวหน้า มันใช้
สายตาเย็นเยียบจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ ในแววตาของมัน
เต็มไปด้วยความกระหายเลือด
“ค้างคาวมังกรโลหิตครามงั้นรึ? เจ้าทำเช่นนี้หมายความ
ว่าต้องการที่จะตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า?” อู่ อวี้ ใช้สายตา
เย็นยะเยือกเช่นเดียวกันนี้มองกลับไปที่พวกมัน
“หึหึ ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไม่ได้เป็น
พวกเดียวกันกับ หนากง เหว่ย ทั้งไม่ได้มีความสัมพันธ์
กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังนาง หลังจากที่ปีศาจวานรหกกรตาย
ไปก็มีคนมองเห็นพวกเจ้าแยกทางกัน แถมเจ็ดราชา
วานรยังตั้งค่าหัวนำจับพวกเจ้าเอาไว้สูงเสียด้วย…”
จ่าฝูงค้างคาวมังกรโลหิตครามเอ่ย
——————————–