กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 949: เนตรมังกรสูบโลหิต
ค้างคาวมังกรโลหิตคราม ดูเรียบง่ายตรงไปตรงมา
คาดการณ์ว่าพวกมันจะต้องเคยเห็น อู่ อวี้ มาก่อน แต่ก็
ยังมิได้ลงมือโจมตี เพราะพวกมันต้องการเป็นคว้ารางวัล
มาครองแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้มันจึงแอบติดตามเขาอยู่ห่าง ๆ
จวบจนกระทั่งมาถึงตำแหน่งปัจจุบัน อู่ อวี้ อยู่ลึกลงไป
ใต้โคลนด้านล่างก้นทะเลสาบ รอบพื้นที่ดังกล่าวไม่มี
ปีศาจตัวอื่น ๆ อยู่เลย ดังนั้นยามนี้มันจึงเตรียมพร้อม
โจมตี
ตอนแรกมันคิดจะฆ่าพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูก อู่
อวี้ จับได้เสียก่อน
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็อยู่ในวงล้อมค้างคาวมังกรโลหิตคราม
ไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ยใด พวกมันทั้งหมดก็ประโคมพลัง
อิทธิฤทธิ์โจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
อู่ อวี้ สามารถออกจากที่นี่ได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตามในเมื่ออีกฝ่ายมาเยือนถึงที่ เขาไม่
จำเป็นต้องไม่สุภาพอีกต่อไป
ร่างกลืนสวรรค์ กับ จอมทวนวิญญาณ ออกมาจากเจดีย์
ล่องกำเนิด ยืนประกบด้านข้าง อู่ อวี้ ซ้ายหนึ่งขวาหนึ่ง
และเย่ซีซีที่อยู่ในสภาพฝุ่นควัน ได้ปรากฏการณ์ขึ้นเบื้อง
หน้า อู่ อวี้ ในฉับพลัน นางกำลังคร่ากุม ‘กระบี่คู่ไท่อา’
ไว้ในมือ ซึ่งในปัจจุบันนางมีความเชี่ยวชาญในศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ ทั้งยังสามารถใช้งานมันได้
อย่างราบรื่นมาก!
ค้างคาวมังกรโลหิตครามรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย ใน
คราแรกพวกมันเห็น อู่ อวี้ เพียงผู้เดียว แต่ไม่คาดหวัง
ว่าเพียงครู่ต่อมาอีกสามคนก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งพวกมันยัง
ไม่รู้อีกว่ายังมี หนานซาน หวางเยว่ ที่ใช้ ‘เขตแดน
สวรรค์ไร้รอย’ หลบซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืดอยู่อีกคน
“ข้าจะจัดการกับชายผู้นี้ ส่วนคนอื่น ๆ ข้าขอมอบให้
พวกเจ้าก็แล้วกัน!” จ่าฝูงของค้างคาวมังกรโลหิตคราม
นามว่า ‘หลานฉี’ กล่าวกับ ค้างคาวมังกรโลหิตครามตัว
อื่น ๆ
“ขอรับ พี่ใหญ่! ” ค้างคาวมังกรโลหิตครามตอบรับคำสั่ง
จากนั้นพวกมันก็แยกตัวออกจาก อู่ อวี้ แล้วทั้งหมดก็พุ่ง
ไปตะลุมบอนโจมตีเป้าหมายของตนเอง แล้วปล่อยให้
หัวหน้าของพวกมันสังหาร อู่ อวี้ เพียงลำพังผู้เดียว
แม้ว่าพวกมันจะมีอยู่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ อู่ อวี้ คิดว่าหาก
พวกมันผนึกกำลังกันก็จะแข็งแกร่งมากทีเดียว
อู่ อวี้ ไม่อยากให้พวกมันมีโอกาสร่วมมือโจมตีพวกเขา
ดังนั้นเขาจึงบอกให้ เย่ซีซี ดึงความสนใจของศัตรูให้แยก
ออกไปส่วนหนึ่ง แล้วที่เหลือ หนานซาน หวางเยว่ จะได้
จัดการพวกมันอย่างถนัด ๆ มือหน่อย
เท่ากับว่าเวลานี้ข้างตัวของ อู่ อวี้ มีร่างกลืนสวรรค์ กับ
จอมทวนวิญญาณ นอกจากนี้ยังมีเย่ซีซีคอยเคลื่อนตัว
โจมตีศัตรูอยู่รอบ ๆ ส่วนหนานซานหวางเยว่ก็ซ่อนตัว
อยู่เงามืดแล้วใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ‘เขตแดนสวรรค์ไร้รอย’
ลอบสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้ร่องรอย ความสามารถ
ของเขาไม่ใช่แค่การซ่อนตัวเท่านั้น แต่ยังมี
ความสามารถที่พลิกแพลงได้หลายชนิด ต่อให้เขากำลัง
ต่อสู้ ศัตรูก็ยากจะจับตำแหน่งได้!
หวืดดดด!
ค้างคาวมังกรโลหิตคราม เกาะติดพวกเขาราวกับปลิง
ดูดเลือด ในเวลานี้จำนวนของค้างคาวมังกรโลหิตคราม
เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัว! อย่างไรก็ตามบางตัวอยู่ใน
ระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 1 แล้วบางตัวก็อยู่ในระดับค้นหา
เต๋าขั้นที่ 2 ทว่าเมื่อมี หนานซาน หวางเยว่ ร่วมผนึก
กำลังต่อสู้ อู่ อวี้ ก็มั่นใจอย่างที่สุดว่าสามารถชนะฝ่าย
ตรงข้ามได้
เวลานี้ฝ่ายตรงข้ามไม่ล่วงรู้ความสามารถของเขา
โดยเฉพาะผู้นำของพวกมัน หลานฉี
อย่างไรก็ตามหัวหน้าของพวกมันมีพลังฝีมือสูงส่งอย่าง
แท้จริง แม้แต่พลังกายเนื้อกายของ อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถ
เอาชนะมันได้ อู่ อวี้ เข้าใจในข้อนี้อย่างลึกซึ้ง มันพุ่ง
ทะยานเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็เปิดปาก
จนสามารถมองเห็นร่างกายภายในของมันได้ บัดนี้โลหิต
สีครามกำลังเดือดพล่านฟุ้งกระจายกลายเป็นละออง
หมอกสีคราม ราวกับว่าโลหิตที่อัดแน่นอยู่ภายในทุกอณู
ร่างของมัน พวยพุ่งระเบิดออกมาจากร่างของมันอย่าง
ฉับพลัน!
” เป็นแค่ผู้ฝึกตนแท้ ๆ กลับกล้าเหิมเกริมเหยียบย่างเข้า
มาในพื้นที่ของปีศาจ พวกมุทะลุบ้าบิ่นอย่างเจ้า หากตก
ตายอยู่ก้นทะเลสาบปีศาจบรรพกาลนี้ก็คงไม่มีใครรู้ ”
ดวงตาเจ้าเล่ห์ของหลานฉีจ้องมองเขาอยากดูหมิ่น
ระหว่างการยั่วยุ ทันใดนั้นเองหมอกสีครามก็บังเกิดการ
ปั่นป่วนขึ้น กำลังพุ่งเข้ามายังระดับสายตาของ อู่ อวี้!
ทวีปปีศาจทายาททักษิณ ใช้กฎของป่าเพื่ออยู่รอดกฎผู้
อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ดังนั้นปีศาจที่
สามารถอยู่รอดที่นี่ได้ ส่วนใหญ่จึงดุร้ายเหี้ยมโหด
อำมหิต พวกมันล้วนลงมือสังหารโดยไร้ซึ่งการเจรจา
ส่วนปีศาจที่มีพลังฝีมือสูงส่งแข็งแกร่ง พวกนี้จะอยู่ใน
ร่างของมนุษย์มองผิวเผินจะดูไม่อันตรายต่อมนุษย์และ
สัตว์ แต่ไม่ว่ามันจะดูอ่อนด้อยแค่ไหน ดังนั้นเมื่อเริ่มลง
มือ พวกมันก็จะปลดปล่อยการโจมตีสังหารออกมาทันที
ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับค้างคาวมังกรโลหิตคราม เมื่อระบุตัว
เหยื่อแล้ว พวกมันก็จะพุ่งเข้าโจมตีทันทีโดยไม่ปล่อย
โอกาสให้ อู่ อวี้ ได้หายใจหายคอ
“เขตแดนพิษโลหิตคราม! ”
ฉับพลันร่างของมันก็ระเบิดไอหมอกสีครามเข้มออกมา
ทันทีทันใดไอหมอกก็แผ่ขยายกลืนทุกสรรพสิ่งขน
หายไป ให้ความรู้สึกราวกับว่ามันได้กระจายปกคลุมทั่ว
ทั้งโลกหล้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อโคลนก้นทะเลสาบสัมผัสกับไอหมอกสีครามเข้ม มัน
ก็แปรเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของไอหมอกทันที เพียงชั่วอึด
ใจค้างคาวมังกรโลหิตคราม ก็ปลดปล่อยเขตแดนขนาด
ใหญ่แผ่ขยายอยู่โดยรอบ อู่ อวี้ นี่คือความสามารถของ
เขตแดนพิษโลหิตคราม บัดนี้หมอกสีครามจำนวนนับไม่
ถ้วนแผ่ขยายกลืนกินเข้าใส่ อู่ อวี้ ราวกับมังกรเทวะสี
ครามก็มิปาน! เพียงชั่วอึดใจพี่หมอกสัมผัสกับร่างกาย
ของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีกายาเพชรอมตะ แต่หมอก
พิษก็กัดกินแทรกซึมไปทั่วร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว!
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของค้างคาวมังกรโลหิตคราม
นับว่ามีอันตรายถึงตายเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ใช่ผักปลาที่นอนรอความตายอยู่
บนเคียงให้สังหารง่าย ๆ เขาเตรียมพร้อมตอบโต้ฝ่าย
ตรงข้ามนานแล้ว!
ทั้งเทียมฟ้าจรดดิน ร่างจำแลงเซียนวานร และพลองฟ้า
เพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม ทุกสรรพสิ่งล้วนถูก
เตรียมพร้อมรอ! อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ท่ามกลางเขตแดนพิษโลหิต
คราม เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า โดยเฉพาะดวง
เนตรสีทอง ที่บัดนี้กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง แผ่
ขยายกลืนกินเขตแดนพิษโลหิตครามส่องสว่างรัศมีอำไพ
ไปทั่วทุกแห่งหน!
จนค้างคาวมังกรโลหิตครามที่อยู่ภายในเขตแดนพิษไม่
อาจทราบตำแหน่งของเขาได้ มันสามารถแลเห็นได้
อย่างชัดเจนว่า เขตแดนของเนตรเพลิงในตอนนี้มี
ระดับสูงเป็นอย่างมาก
“เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์! ”
เพียงชั่วอึดใจที่พลังอิทธิฤทธิ์แสดงอำนาจ เปลวเพลิง
ทองคำก็พวยพุ่งออกจากดวงตาของเขา ลุกโหมกระหน่ำ
กวาดผ่านไปทั่วทุกแห่งหน ทันใดนั้นตำแหน่งด้านบน
และด้านล่างของค้างคาวมังกรโลหิตคราม ก็ปรากฏดวง
เนตรสีทองขนาดใหญ่ขึ้นทันที ดวงเนตรข้างหนึ่งประดุจ
ดั่งสรวงสวรรค์บนท้องนภา ส่วนอีกข้างหนึ่งประดุจดั่ง
ผืนพิภพอันกว้างใหญ่ ชั่วขณะนั้นเอง เปลวเพลิงทองคำ
กับหมอกครามโลหิตก็เข้าปะทะพัวพันห้ำหั่นกันอย่าง
ดุเดือดภายในอาณาเขตบริเวณนี้!
เปลวเพลิงทองคำ เผาผลาญหมอกโลหิตคราม จน
กลายเป็นควันดำลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า คุณสมบัติของ
หมอกพิษโลหิตคราม คือสามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่
อยู่ในเขตแดน แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมอกพิษ ซึ่ง
รวมถึงเลือดเนื้อโลหิตของ อู่ อวี้ ด้วย
ถือได้ว่าในช่วงเวลานี้ พลังของเขตแดนทั้งสองกำลัง
ปะทะกันอย่างเท่าเทียม!
อย่างไรก็ตามเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ของ อู่ อวี้ ยังมิได้
แสดงพลังอำนาจที่แท้จริง ค้างคาวมังกรโลหิตครามไม่
คาดคิดเลยว่าระหว่างที่กำลังมันควบคุมเขตแดนพิษ
โลหิตครามอยู่นั้น ดวงเนตรเปลวเพลิงทั้งสอง ท่านกลาง
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์จะปลดปล่อยเพลิงพวยพุ่ง
ออกมา ชั่วพริบตานั้นเองพลังอำนาจที่แท้จริงของเขต
แดนตัดสวรรค์ก็ระเบิดออก เสาเพลิงทองคำโหม
กระหน่ำแผดเผาจากด้านบนและด้านล่าง กลืนกิน
ค้างคาวมังกรโลหิตครามเข้าไปในทันที!
ท่ามกลางความเลือนราง อู่ อวี้ แลเห็นว่าชั่วขณะที่เปลว
เพลิงพวยพุ่งเข้าใส่มัน ค้างคาวมังกรโลหิตคราม ก็ใช้ปีก
เนื้อซึ่งเปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อของตนเอง ห่อหุ้มปกป้อง
ร่างกายตนเองไว้
บางทีเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์คงไม่อาจสร้างความ
เสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่มันได้ แต่อย่าง ๆ น้อย ชั่ว
ขณะที่ค้างคาวมังกรโลหิตครามถูกกลืนเข้าไปในเสา
เพลิง ทำให้มันสูญเสียการควบคุมเขตแดนพิษโลหิต
ครามไป หมอกพิษทั้งหมดที่อยู่ในระยะ หรือแม้กระทั่ง
พิษที่อยู่ภายในกายของเขา ล้วนถูกเปลวเพลิงของ อู่ อวี้
เผาผลาญจนมลายสิ้น!
ความสามารถในการต้านทานพิษและความเย็นของกา
ยาเพชรอมตะจัดอยู่ในระดับที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
ชั่วขณะที่เขาเพิ่งกดดันค้างคาวมังกรโลหิตครามได้เพียง
เล็กน้อย การต่อสู้อีกด้านหนึ่งก็เริ่มออกฤทธิ์
ความสามารถในการลอบสังหารของ หนานซาน หวาง
เยว่ ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นในทันที มันปลดปล่อยพลัง
อำนาจออกมาถึงขีดสุด จากนั้นก็ลงมือสังหาร ค้างคาว
มังกรโลหิตคราม ในชั่วพริบตา ครู่ต่อมาก็ราวกับ
ประเคนอาหารมาให้ถึงปากของร่างกลืนสวรรค์ โดยให้
เขากลืนกินยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นโดยตรง
“พี่ใหญ่! น้องห้าถูกสังหารแล้ว! ” จ่าฝูงหลานฉีเพิ่งต้าน
รับการโจมตีจากเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ หลังจากที่มัน
อ้าปากระบายลมหายใจออกมาโกรธเกรี้ยว ทันใดนั้นก็
ได้ยินเสียงข่าวร้ายดังขึ้นในฉับพลัน ส่งผลให้เพลิงโทสะ
ที่เคยมีอยู่ก่อนแล้วพุ่งทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์
เดิมทีมันคิดแค่จะหยั่งเชิงศัตรู หากสู้ไม่ได้ก็ถอยหนี แต่
เมื่อเรื่องราวบานปลายมาถึงจุดที่พี่น้องของมันถูก
สังหาร มันก็ไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป จ่าฝูงหลานฉีกรีด
ร้องอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด
พิสดารถึงที่สุด ถึงแม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้รู้สึกแสบ
แก้วหูยังสุดแสน แทรกซึมสร้างความเจ็บปวดขึ้นไปถึง
สมอง คาดว่านี่คงเป็นหนึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย
หนึ่ง
หลังจากหลานฉีกรีดร้อง ค้างคาวมังกรโลหิตครามตัวอื่น
ๆ ก็กรีดร้องด้วยเช่นกัน!
ตูม!
หลานฉีอาศัยอำนาจจากพลังศักดิ์สิทธิ์ ต้านรับเปลว
เพลิงจากเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ ชั่วที่ขณะที่รับรู้
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ มันก็ลงมือปลดปล่อยสุดยอดแก่น
พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำลายล้างเข้า
ใส่เขาทันที!
“เนตรมังกรสูบโลหิต! ”
ชั่วขณะที่มันปลอดภัยแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ออก
มาถึงขีดสุด ทันใดนั้นแสงสีฟ้าครามก็เปล่งประกายสาด
ส่องออกมาจากร่างของมัน ก่อรูปกลายเป็นวงแหวนสี
ครามแปลกตา วงแหวนเป็นประกายท่ามกลางความมืด
มิด ดูเฉกเช่นดังดวงเนตรของค้างคาวมังกรโลหิตคราม
เพียงชั่วอึดใจวงแหวนมากมายก็ปรากฏขึ้น จากนั้นวง
แหวนซึ่งเปี่ยมไปด้วยหนาวเย็นเยียบถึงขีดสุด จากนั้นก็
พุ่งเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
เมื่อแหวนสีครามเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกราวกับว่าโลหิต
ในกายกำลังเดือดพล่านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทั้งยัง
สูญเสียความแข็งแกร่ง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แน่นอนว่านี่คือ
ความสามารถของวงแหวน หากปล่อยให้มันเข้ามาอยู่ใน
ร่างกายได้ เขาคงจบเห่เป็นแน่แท้!
“วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน! ” อู่ อวี้ ไม่ปล่อยให้เนตร
โลหิตสูบวิญญาณเข้ามาใกล้ เขาแปรเปลี่ยนพลองฟ้า
เพลิงผลาญเป็นรูปแบบเก้ามหาเตาหลอม จากนั้นก็
ผสานรวมเป็นหนึ่ง ครอบคลุมร่างกายไว้ วงเวทเก้า
ตำหนักไม่สั่นคลอน ถูกใช้ออกในชั่วพริบตา มหา
ตำหนักทั้งเก้า ปลดปล่อยเปลวเพลิงเก้าสีลุกโหม
กระหน่ำออกมาอย่างบ้าคลั่ง อสูรร้ายทั้งเก้าผสานรวม
เป็นหนึ่ง ปิดกั้นเนตรมังกรสูบโลหิตเบื้องหน้า อู่ อวี้ ไว้!
ตึงตึงตึง!
วงแหวนสีครามอัดกระแทกเข้าใส่เก้าตำหนักอย่าง
รุนแรง สั่นคลอนสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งวงเวท
แต่ทันใดนั้นเองมันก็ได้ยินเสียงดังมาจากเบื้องนอก ” พี่
ใหญ่ น้องหกถูกสังหาร! สังหารพวกมันให้จงได้! ”
” พี่ใหญ่ รีบจัดการคู่ต่อสู้แล้วมาช่วยพวกเราเร็วเข้า
ด้านนี้มีศัตรูที่อำพรางกายอยู่ด้วย! ”
“ว่ากระไรนะ!”
การที่สองพี่น้องของมันต้องตกตายไปในช่วงเวลาสั้น ๆ
เช่นนี้ นับว่าอยู่เหนือความคาดหมายของหลานฉีอย่าง
สิ้นเชิง ทำให้โลหิตภายในใจของมันเดือดพล่าน รุนแรง
มากยิ่งขึ้น ทว่าด้วยอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่าง
ฉับพลัน ทำให้ ‘เนตรมังกรสูบโลหิต’ ไม่อาจสร้างความ
เสียหายให้แก่ อู่ อวี้ ได้มากมายนัก ยามนี้วงแหวนจึง
กระทำได้เพียงอัดกระแทกเข้าใส่เบื้องนอกม่านปราการ
แต่ไม่อาจทำลายค่ายกลเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนได้!
“ไปลงนรกซะ!!! ” ค้างคาวมังกรโลหิตคราม กรีดร้อง
คำรามออกมาอย่างคั่งแค้น พร้อมกับพุ่งโจมตีเข้าใส่เขา
ทันที แต่ทันใดนั้นเอง หมู่มวลพฤกษชาติก็งอกเงย
ออกมาจากร่างของมัน ฉีกกระชากเนื้อหนัง จนโลหิต
พวยพุ่งออกมาจากปาก แปรเปลี่ยนค้างคาวมังกรโลหิต
ครามกลายเป็นต้นพฤกษาในฉับพลัน!
หลานฉีเป็นอัมพาตอย่างสมบูรณ์ โดยไม่รู้ว่าตัวมันถูก
โจมตีตั้งแต่เมื่อใด
ทว่ามันก็สายไปเสียแล้ว เนื่องจากเวลานี้ อู่ อวี้ ปลด ‘วง
เวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน’ แปรเปลี่ยนเก้ามหาเตา
หลอมกลายเป็นพลองฟ้าเพลิงผลาญขนาดใหญ่ ปรากฏ
อยู่ในมือของ อู่ อวี้
“เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี! ”
หนึ่งพลอง บดขยี้ทำลายสรรพสิ่ง!
พริบตานั้นเอง ทั่วทั้งร่างของค้างคาวมังกรโลหิตครามก็
ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต จากการทำลายของหมู่มวลพฤกษา
เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
ของมัน แลเห็นเพียงว่ายามนี้พลองถูกตวัดฟาดลงมา
อัดกระแทกเขาใส่ด้านบนศีรษะ บดขยี้ร่างกายของมัน
จนแหลกเหลวในทันที!
——————————–