กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 951: หายนะในทะเลสาบปีศาจบรรพกาล
ระดับความยากลำบากในการต่อสู้กับจอมเกาทัณฑ์
วิญญาณ อยู่เหนือเกินกว่าที่ อู่ อวี้ คาดคิดเอาไว้มาก ทั้ง
ๆ เพิ่งเริ่มการต่อสู้แท้ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่าการต่อสู้ครั้ง
นี้จะต้องหืดขึ้นคอแน่ ๆ
หลังจากโดนโจมตีสองครั้ง อู่ อวี้ ก็เลือกที่จะถอนตัว
ออกไปปรับแผนรับมือก่อนชั่วคราว แล้วค่อยกลับมาท้า
ประลองใหม่อีกครั้ง ซึ่งครานี้เขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายถือ
ความได้เปรียบเป็นแน่
ข้อได้เปรียบของเขาก็คือเนตรเพลิง ส่วนของจอม
เกาทัณฑ์วิญญาณ คือการซ่อนตัวเร้นกายถึงแม้จะมี
ประสิทธิภาพมากก็ตาม แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับ
เนตรเพลิงมากนัก
คราวนี้ อู่ อวี้ ใช้แผนเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายทันที
นับตั้งแต่เริ่มท้าประลอง โดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีเวลาเร้น
กายซ่อนตัว แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่ายิ่งเขาเข้าใกล้คู่ต่อสู้
มากเท่าไร พลังการโจมตีของ จอมเกาทัณฑ์วิญญาณก็
ยิ่งรุนแรงทรงพลังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศรดาราไล่ล่า
หรือ ศรจันทราไล่ล่า โดยเฉพาะ ‘ศรดับตะวัน’ เนื่องจาก
ระยะทางอยู่ใกล้เกินไป อู่ อวี้ จึงถูกติดตามจนยากจะ
สลัดทิ้งหรือจัดการ เท่ากับว่าแผนนี่ยังไม่เพียงพอรับมือ
ในระหว่างพัวพันโจมตี อู่ อวี้ ลองปล่อยให้ ‘ศรดับ
ตะวัน’ โจมตีเขาได้ครั้งหนึ่ง พลังการโจมตีรุนแรงถึงขั้น
ทำลายพิภพในร่างของเขาไปหนึ่งพิภพเลยทีเดียว ซึ่งทำ
ให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก
อย่างไรก็ตาม ด้วยเพราะกายเนื้ออันแข็งแกร่งของ อู่
อวี้ ทำให้เขาดึงพลังงานเจดีย์ล่องกำเนิด จนวงเวท
ทำงานอีกครั้งหนึ่ง ทันทีที่หุ่นเชิดปรากฏกายขึ้น อู่ อวี้
ร่างต้นกับร่างกลืนสวรรค์ ก็ระเบิดการจู่โจมเข้าใส่มัน
ทันที เพียงชั่วอึดใจจอมเกาทัณฑ์วิญญาณก็ถูกแช่แข็ง
จากนั้นก็โดนบดขยี้เป็นชิ้น ๆ
ในที่สุดเขาก็สามารถจัดการ จอมเกาทัณฑ์วิญญาณได้
สำเร็จ!
ซึ่งหมายความว่า อำนาจในการรบของ อู่ อวี้ เพิ่มสูงขึ้น
ไปอีกระดับหนึ่ง
ด้วยการโจมตีสังหารจัดระยะไกลของจอมเกาทัณฑ์
วิญญาณ เมื่อผสานร่วมมือกับกลุ่มของเขา คงกล่าวได้
เพียงว่ามันเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หลังจากจอมเกาทัณฑ์วิญญาณถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
มันก็ต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูอยู่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากซ่อมแซมฟื้นฟูเสร็จสิ้น เขาก็
จะสามารถนำมันออกมาต่อสู้ได้
อู่ อวี้ ร่างต้นเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ฉะนั้นเขาจึงไม่
รีบร้อนออกจากเจดีย์ล่องกำเนิด แต่ยังคงฟื้นฟูร่างกาย
อยู่ในนี้ก่อน เมื่อถึงเวลาอันสมควรเขาก็ออกจากเจดีย์
แล้วมาสมทบกับพรรคพวกในนาวาซ่อนเซียน
ซึ่งหนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี กำลังรอชื่นชม
ความสำเร็จของเขา
“ เจ้าก้าวหน้าไปเร็วขนาดนี้ ผู้ใดหน้าไหนจะตามเจ้าทัน
พวกเราสองคนกดดันกันจะตายอยู่แล้ว ความกดดันนี้
มันหนักพอกับหน้าอกหน้าใจขนาดบิ๊กเบิ้มเลยเชียวนะ
” หนานซาน หวางเยว่ พูดขึ้นด้วยสีหน้าขมขื่นหนักใจ
อย่างที่สุด เมื่อรู้ว่าเขาสามารถควบคุมหุ่นเชิดตัวใหม่ได้
แล้ว
ด้วยอุปนิสัยใจคอทะลึ่งตึงตังของมัน ทำให้ไม่แคล้วหยิบ
ยกเรื่องทะลึ่งลามกเอาเปรียบเทียบ ซึ่งเย่ซีซีก็ค่อนข้าง
คุ้นชินกับคำเปรียบเปรยเหล่านี้เพราะฟังมามากแล้ว
นั่นเอง
” ข้าเองก็พยายามฝึกฝนอย่างหนักเช่นเดียวกัน ถึงแม้
พื้นฐานฝึกตนจะยังไม่ก้าวหน้าเข้าสู่อาณาจักรค้นหาเต๋า
แต่ข้าก็สามารถทำให้สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตร
กับ กายาวัฏจักรแดนอเวจียกระดับมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหาก
ทรายทมิฬเงาอสูรพัฒนาขึ้นได้ ข้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น
ไปอีก ”
อันที่จริงนางแล้วความก้าวหน้าของนางจัดอยู่ในระดับที่
รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อนับรวมการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดใน
ร่างของนาง รวมถึงพื้นฐานฝึกตนในขอบเขตค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 10 ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างใหญ่หลวงระหว่าง
ตัวนาง กับ อู่ อวี้ และ หนานซาน หวางเยว่ ตราบใดที่
นางยังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง คาดว่าไม่ช้าไม่นานนาง
จะต้องก้าวเข้าสู่ระดับค้นหาเต๋า ขั้นที่ 3 อย่างไม่มี
ปัญหา
อู่ อวี้ ยังคงเฝ้าสังเกตคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
ในความเป็นจริงเมื่อเขาออกมาจากโคลน เขาเห็นว่า
ปีศาจจำนวนมากมารวมตัวอยู่ใกล้ ๆ กับเนตรทองคำ
ซึ่งมากกว่าในตอนแรก
ทะเลสาบปีศาจบรรพกาล เริ่มปั่นป่วนโกลาหลมากขึ้น
เรื่อย ๆ แม้แต่ในโคลนก็ยังมีคนจำนวนมากหมอบคลาน
ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่เฉย ๆ ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงไม่ทำตัว
โดดเด่นมากนัก
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็รู้สึกสนใจเช่นกัน ทั้ง
สามจึงพูดคุยหารือกี่ยวกับเรื่องนี้ ยามนี้เรื่องของอำนาจ
วงเวทป้องกันของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ได้
แพร่กระจายแล้ว สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่ปีศาจ
ทั้งหลายจนไม่กล้าเข้าใกล้
อู่ อวี้ ใช้เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ศึกษาวงเวทนี้มา
หลายวันแล้ว ทว่าก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย
นอกจากนี้เขายังพบว่าคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
หาได้มีช่องโหว่แม้แต่น้อย
” อันที่จริงก็ถือเป็นเรื่องปกติของคฤหาสน์ระดับนี้ แม้ว่า
จะผันผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ค่ายกลป้องกัน
ซึ่งถือเป็นวงเวทสำคัญที่สุด ย่อมแข็งแกร่งเสถียรมั่นคง
ไร้ซึ่งช่องโหว่อยู่แล้ว ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็
ตาม คิดว่ามันจะถูกเจาะให้เจ้าเข้าไปได้ง่าย ๆ เช่นนั้นรึ
” หมิงซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงดังเช่นผู้อาวุโส
ถึงหมิงซวงจะกล่าวเช่นนั้น แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ยอมแพ้
เขาจำได้ว่ายังมีบางส่วนในค่ายกลที่เขามิได้ตรวจสอบ
อย่างละเอียด จึงพยายามเพ่งมองอย่างละเอียดถี่ถ้วน
อีกครั้งด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้ว่าเวลานี้คฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ยังไม่เปิดให้เข้าไปก็ตาม
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เนตรทองคำถูกโจมตีอย่างน้อย
หลายสิบครั้ง ราชาปีศาจแต่ละตัวกำลังพยายามคิดหา
หนทาง แม้พวกมันจะใช้ความพยายามอย่างมาก โดยใช้
พลังทั้งหมดอัดกระแทกเข้าใส่วงเวท จนไม่อาจล่วงรู้ได้
ว่าผู้ใดคือผู้โจมตีเนตรทองคำ
ณ วันนี้จอมเกาทัณฑ์วิญญาณ ถูกซ่อมแซมฟื้นฟูเสร็จ
สิ้นแล้ว อู่ อวี้ ใช้เวลาหมดไปกับการศึกษาวงเวทอัน
ซับซ้อนของมัน ทันใดนั้นแมวหลานหลานก็ทำท่าร่าเริง
กระโดดโลดเต้นเข้าไปหา อู่ อวี้ เย่ซีซีรีบเป็นสื่อ
กลางแจ้งข่าว พูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” หลานหลาน
บอกว่าเห็น หนานกง เหว่ย ปรากฏตัวแล้ว ตอนนี้นั่ง
กำลังมุ่งตรงมาที่ทะเลสาบปีศาจบรรพกาลด้วยความเร็ว
สูงมาก ”
“นาง?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาในทันที
เหตุผลแรกที่เขามายังทะเลสาบปีศาจบรรพกาล เพราะ
เหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่ บางทีผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
หนานกง เหว่ย ก็คงสั่งให้นางมาที่นี่เช่นกัน
เมื่อพวกราชาปีศาจไม่สามารถทำอะไรนางได้ นางจึงมา
ที่นี่อย่างไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใด
ซึ่งเขาเองก็ไม่ทราบว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง มาถึงที่นี่
แล้วหรือยัง
ทว่าดูจากระดับความเร็วที่นางพุ่งตรงมาที่นี่ อู่ อวี้ คาด
ว่าคนผู้นั้นจะต้องอยู่ข้าง ๆ นางเป็นแน่แท้ ไม่เช่นนั้น
นางคงไม่ทำตัวเอิกเกริกถึงเพียงนี้
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใด แต่รีบพุ่งออกจาก
โคลนตม มองหาสถานที่เหมาะสม ๆ อย่างตำแหน่ง
ด้านข้างเนตรทองคำ ตำแหน่งดังกล่าวจะสามารถทำให้
เขาเห็นได้ชัดเจนว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเนตรทองคำบ้าง
หนานซาน หวางเยว่ ล่องหนยืนอยู่ข้าง ๆ กายของเขา
ส่วนเย่ซีซีได้แปลงกลายเป็นทรายสีดำซ่อนตัวอยู่ใน
ความมืด
สาเหตุที่พวกเขาต้องกระทำเช่นนี้ เนื่องจากมีการ
รวมตัวกันของเหล่าผู้แข็งแกร่งทั่วทั้งทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ ซึ่งพวกที่ทรพลังอย่างราชาปีศาจ หาใช่สิ่งที่พวก
เขาจะไปกระตุ้นด้วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ็ดราชา
วานร อย่างวานรภูตปีศาจ วานรจักรพรรดิทองคำ และ
ราชาวานรคนอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากสายตาของ อู่ อวี้
เหล่าปีศาจที่ยืนอยู่ใกล้กับดวงเนตรทองคำ มีจำนวนอยู่
นับพัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักร
ค้นเต๋าขึ้นไป เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า หากไม่แข็งแกร่งจริง ก็
ไม่อาจเข้าใกล้ดวงเนตรทองคำ มิเช่นนั้นแล้วมันคงไม่
อาจทนรับแรงกดดันจากเหล่ายอดฝีมือรอบกายได้แน่
เมื่อมองลึกเข้าไป สามารถแลเห็นราชาปีศาจกระทิง
แปดตา ซึ่งเปี่ยมไปด้วยห้วงอารมณ์อันรุนแรง และ
อำนาจบารมีอันยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีพญาอินทรีปีก
อำไพที่ส่องประกายรัศมีไปทั่วทุกแห่งหน รวมถึงราชา
ปีศาจหอกทมิฬที่กำลังแสดงท่าทางเย็นชาดุร้ายอยู่ใน
ขณะนี้
แค่ไม่อยู่เพียงสองวัน ก็มีราชาปีศาจมากมายมารวมตัว
กันอยู่แล้ว แถมพวกที่ไม่ได้ซ่อนตัว ก็มีอยู่เกือบ 40 ตน
เลยทีเดียว ซึ่งภายในทวีปปีศาจทายาททักษิณพวกมัน
ถูกเรียกขานในฐานะราชาปีศาจ มีจำนวนอยู่กว่า 50
ตน
แสดงให้เห็นว่าคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์นั้น น่า
ดึงดูดมากเพียงใด
ยามนี้ผู้คนยังคงรวมตัวกันอยู่โดยรอบเนตรทองคำ อู่ อวี้
ใช้เนตรเพลิง แหงนหน้ามองขึ้นไปบนผิวทะเลสาบปีศาจ
บรรพกาล สามารถแลเห็นได้ว่าขณะนี้ ไกลออกไป
ท่ามกลางผืนฟ้าและเมฆาขาวได้บังเกิดการเปลี่ยนแปลง
บางอย่างขึ้น
ชั่วพริบตานี้ ราวกับว่ามีเมฆาเปลวเพลิงเก้าสีดวงกำลัง
ลุกโหมกระหน่ำอยู่ท่ามหมู่เมฆา
อย่างไรก็ตามขณะนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แลเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่า มันหาใช่กอนเมฆาไม่ แต่เป็นหงส์เพลิงเก้าสีสองตน
หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ ทั่วทั้งร่างของหงส์เพลิงลุกท่วมไปด้วย
เปลวเพลิงเก้าสี นอกจากนี้เส้นขนทั่วทั้งร่างยังเป็นเก้าสี
ด้วยเช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบกับปักษาวิหคทุกตัวตน
หงส์เพลิงเก้าสี ดูศักดิ์สิทธิ์ สง่างามสูงส่ง เปี่ยมอำนาจ
บารมี ประดุจดั่งสายโลหิตแห่งจักรพรรดิสวรรค์ ผู้อยู่
เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งมวล!
วิหคทุกตนบนท้องนภา ล้วนให้ความเคารพต่อหงส์เพลิง
เนื่องจากทั้งหงส์และมังกร ล้วนเป็นสัตว์สวรรค์ ที่
สามารถบินทะยานกลายเป็นเซียนอมตะได้โดยตรง!
สายโลหิตอยู่เหนือปีศาจทั้งมวล ดังนั้นไม่ว่าจะมองหงส์
เพลิงทั้งสองตนนี้ว่าอย่างไร ก็ยังดูสง่างามเหนือทุก
สรรพสิ่งอยู่ดี ขนนกทุกเส้นเปล่งประกายเปลวเพลิง
หลากสีสัน ช่างดูงดงามสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง!
หงส์เพลิงที่ดูตัวเล็กกว่า เขาแน่ใจว่านั่นคือ หนานกง
เหว่ย อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดเลยว่านางที่หวนคืนสายโลหิต
บรรพชน จะเป็นเฉกเช่นดั่งในวันนี้ได้ เสมือนดั่ง
สายโลหิตที่หาได้ยากยิ่ง เป็นสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงใน
ตำนานอย่างแท้จริง!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ธรรมดาเสียด้วย
ยามนี้เขาไม่สามารถคิดอะไรได้มากกว่าความสับสนและ
สงสัย บัดนี้หงส์เพลิงเก้าสีร่อนถลาลงมาจากท้องเวหา
พุ่งกระโจนเข้ามาในทะเลสาบปีศาจบรรพกาล หลังจาก
หงส์เพลิงทั้งสองพุ่งทะยานลงมาทะเลสาบก็แยกออก มิ
เข้ามากล้ำกรายหงส์เพลิงทั้งสองได้ เป็นเพราะเปลวไฟ
ที่ร้อนแรงเกินไป เมื่อเข้ามาใกล้สายวารีก็กลับกลายเป็น
ไอน้ำระเหยไปบนอากาศ
ในเวลานี้เหล่าปีศาจที่ยืนขวางอยู่ในวิถี ต่างหลบลี้หนี
ตายถอยกลับไปยังอีกด้าน พยายามให้ตนเองออกพ้นวิถี
เส้นทางให้มากที่สุด ด้วยเพราะความกลัวตนเองจะไป
ขวางหูขวางตากระตุ้นโทสะของสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง
ตูม!! ตูม!!
บังเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง หงส์เพลิงพุ่ง
ทะยานลงมาปรากฏกายอยู่เหนือเนตรทองคำ ซึ่งไม่ไกล
จากเหล่าราชาปีศาจที่อยู่ในขอบเขตค้นหาเต๋า
นับตั้งแต่คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ปรากฏขึ้น ก็
ไม่มีปีศาจตนใดกล้าเผชิญหน้าตรง ๆ กับวงเวทป้องกัน
ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้ทั้งสองดึงดูดความสนใจจากปีศาจ
นับแสน ที่อยู่ใน ทะเลสาบปีศาจบรรพกาล
“นี่มันอันใดกัน? หาได้เหมือนปีศาจวิหคเพลิงทั่ว ๆ ไป
ไม่!”
” ดูบนขนนกนั่นสิ มีอักษรเขียนอยู่ ‘ เมตตา เที่ยงธรรม
จรรยา ศรัทธา ปัญญา’ 5 ตัวอักษรนี้ มันอาจจะเป็นสัตว์
สวรรค์ในตำนาน หงส์เพลิง!”
” น่าจะใช่… ข้าไม่คิดเลยว่าสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง จะยังมี
เหลืออยู่บนโลกนี้! ”
มีเพียงราชาปีศาจหอกทมิฬ ที่ได้เห็นรูปโฉมอันแท้จริง
ของ หนานกง เหว่ย ทว่าราชาปีศาจหอกทมิฬได้ยินข่าว
ลือมาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของ หนานกง เหว่ย สังหาร
ปีศาจวานรหกกรลงได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
มันจึงเลือกที่จะหลบซ่อนเก็บตัวเงียบไม่ยอมให้โลก
ภายนอกได้รับรู้ข่าวคราว
ดังนั้นคนส่วนใหญ่ จึงได้แค่คาดเดาลักษณะคร่าว ๆ
ของมันเท่านั้น เมื่อเห็นว่าสัตว์สวรรค์อย่างหงส์เพลิงที่
น่าจะหายไปจากโลกนี้แล้ว ปรากฏตัวขึ้น ทำให้เกิด
ความตกตะลึงไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครนำเรื่องนี้มาเชื่อมโยง
กับ หนานกง เหว่ย และผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางอีกคน
ส่วนราชาปีศาจหอกทมิฬ เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ขนลุกเกรียว
ไปทั้งตัว รีบกลายร่างเป็นผึ้งดำขนาดเท่าหัวแม่มือแล้ว
รีบหนีออกจากที่นี่รวดเร็ว ด้วยเพราะรู้ว่าทั้งสองคือผู้ใด
แล้วยังตัวรู้ว่าครั้งหนึ่งตัวมันเคยไล่ล่าอยากจะสังหาร
หนานกง เหว่ย ให้จงได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวก็คือ มันไม่สามารถหลบหนี
สายตาของหงส์เพลิงตัวยักษ์ได้ ระหว่างที่มันกำลังหลบ
นี้ วิหคเพลิงตัวใหญ่ก็เหลือบมองมาที่มัน จากนั้นก็
สะบัดปีกเล็กน้อย ฉับพลันเปลวเพลิงเก้าสีพุ่งเข้าใส่ร่าง
ของราชาปีศาจหอกทมิฬ แม้ราชาปีศาจหอกทมิฬจะ
พยายามหลบหนีอย่างสุดความสามารถ แต่ร่างของมันก็
ยังไม่อาจหลีกหนีเปลวเพลิงไปได้!
“อ๊ากกกก!”
แม้ในคราแรกเปลวเพลิงจะติดอยู่บนตัวมันแค่เล็กน้อย
แต่แค่เพียงชั่วอึดใจเปลวเพลิงก็ขยายลุกลามเผาไหม
อย่างรวดเร็ว เวลานี้ราชาปีศาจหอกทมิฬตกอยู่ในสภาพ
น่าสยดสยอง มันส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน
ผสมผสานไปกับความโกรธ ในเวลานี้แม้แต่ผู้ช่วยเหลือ
ก็ไม่อาจหยิบยื่นมือมาช่วยเหลือราชาปีศาจหอกทมิฬได้
ทัน เพียงชั่วพริบตาราชาปีศาจหอกทมิฬก็ถูกแผดเผา
จนกลายเป็นเถ้าถ่านลงไปในทันที
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ