กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 955: มหาราชาปีศาจ ปะทะ หงส์เพลิง
ทวีปปีศาจทายาททักษิณไม่ได้ตั้งอยู่บนดินแดนโบราณ
เหยียนหวง ที่แห่งนี้ถูกปีศาจยึดครองมาตั้งแต่สมัย
โบราณมาแล้ว และยิ่งกว่านั้นที่แห่งนี้มักจะตกอยู่
ท่ามกลางความวุ่นวายอยู่เสมอ เพราะต่างฝ่ายต่างแย่ง
ชิงอำนาจกันมาเป็นเวลาหลายปีนับไม่ถ้วน ทว่าไม่เคยมี
ผู้ใดสามารถรวบรวมทวีปปีศาจทายาททักษิณให้เป็น
หนึ่งเดียวเพื่อที่จะสร้างเป็นอาณาจักรของปีศาจมาได้
เลยสักครั้ง
บางทีเหล่ามหาราชาปีศาจทั้งหลายก็เคยคิดที่จะจัดตั้ง
อาณาจักรของปีศาจมาก่อน แต่ทว่ายังไม่มีผู้ใดมี
ความสามารถพอที่จะทำได้สำเร็จ เป็นเพราะว่าการที่จะ
สร้างอาณาจักรขึ้นมาจริงๆ จะต้องทำให้ทั่วทั้งทวีปีศาจ
ทายาททักษิณยินยอม และทำให้มหาราชาปีศาจทั้งหมด
ยอมรับ
กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าหากคิดที่จะรวบรวมปีศาจที่อยู่
สถานที่เช่นทวีปปีศาจทายาททักษิณแห่งนี้ให้เป็นหนึ่ง
เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็คิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่อง
เพ้อฝันเท่านั้น
แม้แต่ปีศาจที่อ่อนแอ เมื่อได้ยินคำพูดของหวงจุนในยาม
นี้ ในใจยังบังเกิดเป็นความเย้ยหยัน และเอ่ยถากถาง
ออกไปอย่างไม่คิด “คิดเพ้อฝันยิ่งนัก”
“แม้ว่า หวงจุน จะแข็งแกร่งอย่างมาก ทว่านางก็เป็น
เพียงแค่คนนอก คนนอกที่คิดจะอาศัยความแข็งแกร่ง
เพียงอย่างเดียว ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการ
ยอมรับ ความต้องการของนางช่างบ้าบิ่นเหลือเกิน
เท่ากับว่านางหมายจะยึดครองทวีปปีศาจทายาททักษิณ
แห่งนี้ เพื่อจัดตั้งอาณาจักรปีศาจของนางเอง นางจะให้
ปีศาจทุกตนเชื่อฟังคำสั่งนางจริงๆ? การที่ทำเช่นนี้มีแต่
จะทำให้ปีศาจทั้งหมดเข้าต่อต้านนางแทน”
อู่ อวี้ กล่าววิเคราะห์ออกมา
ขณะนี้มหาราชาปีศาจทั้งหลายต่างจ้องหน้ากัน ฉับพลัน
พวกมันหัวเราะขึ้น ราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องที่ตลกที่สุด
จนกระทั่งราชาพันตาได้กล่าวออกมาเป็นคนแรก “หวง
จุน ข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน แต่อย่าได้มาพูดจา
ไร้สาระเช่นนี้กับพวกข้าอีก รีบเอ่ยจุดประสงค์จริงๆ
ออกมาเสียจะดีกว่า”
“ไม่คิดว่า หวงจุน จะเป็นคนที่มาอารมณ์ขันถึงเพียงนี้
เลยจริงๆ” ราชาปีศาจกระดูกมาร เอ่ยขึ้น
เหล่าปีศาจทั้งหลายต่างหัวเราะดูแคลนและจ้องมองไป
ยัง หวงจุน พวกมันร่วมมือกันยั่วยุเพื่อต้องการเห็นธาตุ
แท้ของ หวงจุน
อย่างไรก็ตาม หวงจุน กลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง นาง
ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบว่า “ที่ข้ากล่าวมา
ทั้งหมดก็คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของข้าแล้ว ข้ารู้ว่าพวก
เจ้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่เป็นไร เอาไว้หลังจากที่ข้าเอาชนะ
พวกเจ้าลงได้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นค่อยคิดถึงคำกล่าวของ
ข้าก็ยังไม่สาย และหากว่าพวกเจ้ายังไม่ทำตามคำพูด
ของข้า ข้าอาจจะต้องสังหารราชาปีศาจทั้งหมด เพราะ
ท้ายที่สุดแล้วการที่จะสร้างอาณาจักรขึ้นมาได้ก็จำเป็น
จะต้องมีการสังเวยด้วยโลหิตเป็นการเสียสละ”
หวงจุน เอ่ยออกมาอย่างสบายๆ ทว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ความหมายของนางจะทำให้เหล่าราชาปีศาจทั้งหลาย
เกิดความโกรธเกรี้ยว
ความหมายของนางนั้นชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง นางคิดที่จะ
ลงดาบจัดการกับราชาปีศาจทั้งหมดก่อน หมายใช้ไม้
แข็งกดดันราชาปีศาจทุกตน และหากมีราชาปีศาจตนใด
ที่ไม่ทำตาม ไม่เชื่อฟัง หรือว่าต่อต้าน นางก็จะสังหาร
มันโดยไม่ลังเล ซึ่งการที่นางประกาศออกมาเช่นนี้
หมายความว่านางต้องการที่จะใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมที่สุด
แล้ว
เพียงแค่คำพูดนี้หลุดออกมากลับทำให้บรรยากาศ
เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะว่ายามนี้ หวงจุน ไม่ได้
เกรงใจผู้ใดอีกต่อไปแล้ว เฉกเช่นขณะท้าทายเจ็ดราชา
วานร และบัดนี้เหมือนกับว่านางจะสั่งสอนบทเรียน
ให้กับเหล่ามหาราชาปีศาจทั้งหมด
ยิ่งกว่านั้นความหมายของนางก็คือการต่อสู้กับพวกมัน
เพียงลำพัง!
บัดนี้รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของปีศาจทุกตนพา
กันแข็งค้าง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้เหล่าลูกสมุน
ปีศาจทั้งหลายหายใจได้อย่างยากลำบาก เมื่อพวกมันได้
ฟังคำกล่าวเหล่านี้ก็รับรู้ได้ถึงความจริงจังของ หวงจุน
ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีผู้ใดคาดคิดว่ามหาราชาปีศาจมาบ
นทวีปปีศาจทายาททักษิณแห่งนี้ ที่เปรียบเหมือนน้ำกับ
ไฟ และมักจะมีความขัดแย้งกันเสมอ จะสามารถร่วมมือ
กันเพื่อที่จะกำจัดคู่ต่อสู้ที่หมายจะเข้ามาจัดตั้ง
อาณาจักรของตนบนทวีปปีศาจทายาททักษิณได้
อย่างไรก็ตามเหล่าราชาปีศาจทั้งหลายต่างคาดหวังให้
เป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทว่าพวกมันไม่คิดว่าอีกฝ่าย
จะมีจุดประสงค์ที่จะต่อสู้กับพวกมันชัดเจนถึงเพียงนี้
นับว่าอยู่เหนือการคาดหมายของพวกมันไปอย่างมาก
เมื่อ หวงจุน กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ออกมา เหล่ามหาราชา
ปีศาจทั้งหลายก็รู้แล้วว่าหากพูดอะไรไปในยามนี้มันจะ
เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับ หวงจุน เสียมากกว่า ทางที่ดี
ที่สุดในตอนนี้คือการเอาชนะ หวงจุน จากนั้นก็ไล่อีก
ฝ่ายหรือสังหารไปจะเป็นการดีที่สุด
ด้วยระดับของพวกมัน จึงล่วงรู้ระดับของนางขณะที่
ต่อสู้กับ เจ็ดราชาวานร ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
คิดว่าพวกมันจะไม่เสี่ยงอันตรายต่อสู้ลำพังและเลือกที่
จะลงมือพร้อมๆ กัน
สำหรับราชาปีศาจจันทราเงินยามนี้มันก็ได้ฟื้นฟูจน
เกือบจะกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว แต่ดู
เหมือนว่ามันไม่มีความคิดที่จะลงมือ และไม่เข้าร่วม
แม้แต่น้อย
เหล่ามหาราชาปีศาจตนอื่นๆ ได้หันไปเหลือบมองมันอยู่
หลายครั้ง ซึ่งบ่งบอกถึงความหมายอย่างชัดเจน แต่ทว่า
ราชาปีศาจจันทราเงินกลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ทำ
ให้มหาราชาปีศาจทั้งหลายรู้สึกกรุ่นโกรธขึ้นในใจ
“ขี้ขลาด” ราชาปีศาจคุนหวู่ หัวเราะเสียงเย็นแล้วสบ
สายตากับราชาปีศาจตนอื่นๆ จากนั้นก็บินขึ้นไปบนนภา
กาศ พุ่งทะยานเข้าหา หวงจุน
“ในเมื่อเจ้าไม่เห็นพวกข้าอยู่ในสายตา เช่นนั้นก็อย่าหา
ว่าเราเสียมารยาท”
“หวงจุน ในเมื่อเจ้าไม่ให้เกียรติพวกเรา เช่นนั้นทวีป
ปีศาจทายาททักษิณก็ไม่ขอต้อนรับเจ้า จงไสหัวไปซะ”
“เจ้าล่วงเกินคนมากเกินไป เช่นนั้นอย่าโทษที่พวกเรา
ร่วมมือกันขับไล่เจ้าออกไปก็แล้วกัน”
มหาราชาปีศาจทั้งหลายไม่ได้พูดให้มากความ ฉับพลัน
พวกมันก็เอ่ยอ้างหาเหตุผลในการร่วมมือโจมตีเพื่อไม่ให้
น่าเกลียด ถึงแม้พวกมันจะรู้ถึงความร้ายกาจของ หวง
จุน ทว่าพวกมันยังคงคำนึงถึงหน้าตาของตนเองเป็น
หลัก เพราะกลัวว่าเหล่าลูกสมุนปีศาจจะหาว่าพวกมัน
ใช้คนหมู่มากมารังแกคนน้อย
ด้วยความฉลาดเฉลียวของเหล่าปีศาจระดับล่าง ทำให้
พวกมันตรงไปซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของทะเลสาบปีศาจ
บรรพกาลในทันที และกระทั่งบางส่วนก็ซ่อนตัวอยู่ใน
บริเวณใกล้ๆ กับคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
นี่อาจจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุดในหลายหมื่นปีที่ผ่าน
มากบนทวีปปีศาจทายาททักษิณ และสำหรับเหล่า
ปีศาจทั้งหลายแล้ว การต่อสู้นี้เปรียบได้กับจอมปีศาจ
แห่งนรกมาเยือนพิภพด้วยตนเอง ยามนี้พวกมันจึงรู้สึก
กังวล ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ พวกมันไม่กล้า
แม้จะหายใจ ทำได้เพียงแค่มองออกไปอย่างตื่น
ตระหนก แม้แต่ราชาปีศาจทั่วไปยังเงียบเสียงลง…พร้อม
กับหลบซ่อนตัวเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
หนานกง เหว่ย เองก็รีบทะยานออกไปด้วยเช่นกัน ทว่า
ยามนี้นางกลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ นางได้แปลงกาย
เป็นมนุษย์แล้วกำหมัดทั้งสองข้างอย่างแน่นขนัด แม้ว่า
จะรู้สึกเป็นกังวลทว่านางก็ยังเปี่ยมล้นไปด้วยความ
เชื่อมั่น
ยังคงมีปีศาจบางส่วนที่รู้สึกสงสัยว่าทำไม ราชาปีศาจ
จันทราเงิน ถึงไม่ร่วมในการต่อสู้นี้ ในเมื่ออีกฝ่ายหมาย
จะยึดครองทวีปปีศาจทายาททักษิณ นี่ควรจะเป็น
เหตุผลที่ราชาปีศาจทั้งหมดควรจะลุกขึ้นต่อต้านไม่ใช่
หรือ
แต่ไม่ว่าผู้อื่นจะตั้งคำถามเช่นไร ราชาปีศาจจันทราเงิน
และเจ็ดราชาวานรก็ไม่แสดงท่าทีแยแสต่อคำพูด
เหล่านั้นแม้แต่น้อย
ยามนี้ราชาปีศาจคุนหวู่ ราชาปีศาจอมตะ ราชินีมด
ทองคำนิล ราชาปีศาจพันตาและราชาปีศาจกระดูกมาร
ได้เข้าไปรายล้อมรอบตัวของ หวงจุน เอาไว้ การต่อสู้ที่
หาได้ยากในรอบหมื่นปีกำลังปะทุขึ้นในไม่ช้า
“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ยถาม อู่
อวี้
อู่ อวี้ จึงเหล่ตาไป แล้วเอ่ยออกมา “มันอาจจะเป็นการ
ต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่ข้าคิดว่าผู้ชนะน่าจะเป็น….หวง
จุน”
เย่ซีซี เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “ไม่น่าจะเป็นไปได้
มหาราชาปีศาจทั้งห้ายังดูแคลนและมั่นใจถึงเพียงนี้?
ทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้นเล่า?”
อู่ อวี้ จึงเอ่ยไปว่า “ข้าไม่ได้ใช้กฎเกณฑ์อะไรมาวัด ข้า
อาศัยความรู้สึกของตนเองล้วนๆ ทางด้านหวงจุนได้
เตรียมการทุกอย่างมาแล้ว แม้กระทั่งนางยังได้ตัดสินใจ
ที่จะจัดตั้งจักรวรรดิหงส์เพลิงทักษิณขึ้นในวันนี้ พร้อม
กับปรากฏตัวออกสู่สาธารณชนอย่างไม่เกรงกลัว ก่อน
หน้านี้นางคงหลบอยู่ในเงามืดและทำความเข้าใจกับ
สถานการณ์ของเหล่ามหาราชาปีศาจมาโดยตลอด ทว่า
ราชาปีศาจกลับไม่รู้ข้อมูลของนางเลยสักนิดเดียว”
หวงจุน ผู้นี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ราวกับว่าไม่มีผู้ใด
บนชมพูทวีปโลกธาตุนี้เคยได้ยินถึงประวัติความเป็นมา
ของนางมาก่อน ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะปรากฏจาก
อากาศธาตุได้อย่างไร?
หลังจากที่ เย่ซีซี ได้ฟังก็รู้สึกว่าที่ อู่ อวี้ กล่าวมาช่าง
สมเหตุสมผลยิ่งนัก แม้ว่าจะดูเหมือนว่า หวงจุน จะ
สามารถบดขยี้ราชาปีศาจทั้งหมดได้ ทว่าพวกมันกลับ
คิดเป็นเรื่องขบขัน และแม้ว่านางจะยืนอยู่ในมุมของ
หวงจุน ก็ยังไม่แน่ใจว่าตนจะเอาชนะได้หรือไม่?
หากเป็นไปตามการคาดเดาของ อู่ อวี้ การต่อสู้ในที่แห่ง
นี้อาจจะสั่นคลอนทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุเลยก็เป็นได้
และในฐานะสามัญชนทั่วไปย่อมไม่อาจจะเข้าใจการ
ต่อสู้นี้ได้ กระทั่งมองไม่เห็นการออกอาวุธแต่ละคนด้วย
ซ้ำ ยิ่งกว่านั้นพวกมันยังพุ่งทะยานจนทะลุชั้นเมฆ กล่าว
ได้ว่าการต่อสู้บนท้องฟ้าไร้จุดสิ้นสุดทำให้ไม่อาจจะ
มองเห็นได้อย่างชัดเจน มองเห็นเพียงแค่แสงส่อง
ประกายอยู่กลางชั้นเมฆ พร้อมกับเกิดเป็นเสียงสนั่น
หวั่นไหวดังออกมา
ตูม!
บนชั้นเมฆ มีแสงสีทองส่องจากฟ้าลงมาสู่ผืนดิน ทำให้
ทั่วทั้งทวีปปีศาจทายาททักษิณถูกอาบไล้อยู่ท่ามกลาง
ลำแสง ช่วงเวลานี้เหล่าปีศาจทั้งหลายถูกกดดันด้วยพลัง
อำนาจอันน่าเกรงขาม แม้แต่ อู่ อวี้ ยังรู้สึกอึดอัดจน
ยากจะหายใจ
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ เจาะทะลวงชั้นเมฆา ยามนี้เขา
มองเห็นคุนหวู่แปดจิตได้แปลงกายกลับไปอยู่ในร่างเดิม
หัวทั้ง 8 ของราชสีห์ มันดูน่าเกรงขามไร้ที่เปรียบ
แน่นอนว่ามันคู่ควรกับการเป็นมหาราชาแห่งสัตว์ร้ายที่
อยู่ในทวีปปีศาจทายาททักษิณอย่างแท้จริง!
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าปรากฏโครงกระดูกสีดำทมิฬที่
ยิ่งใหญ่ไม่อาจหาที่ใดเปรียบ และยังมีหมอกควันขยาย
ใหญ่ขึ้นไปอีกชั้น ซึ่งพริบตาเดียวครึ่งท้องฟ้าก็ได้เต็มไป
ด้วยหมอกควันทมิฬแล้ว
ครู่ต่อมายังปรากฏต้นไม้เก่าแก่โบราณตั้งตระหง่าน ราก
ของมันฝังลึกเข้าไปในหมู่เมฆ และกระจายออกไปราว
กับจะชอนไชสวรรค์ กิ่งของต้นไม่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าที่
เต็มไปด้วยดวงดาว ฉับพลันนั้นเองดวงตานับพันก็ถูก
เปิดออก อู่ อวี้ ทำได้เพียงเบนสายตาแห่งเนตรเพลิง
หลบจาก ไม่มีผู้ใดสามารถสบตากับราชาปีศาจพันตา
หากว่าเขายังดันทุรังจับจ้อง แม้แต่ตัวเขาเองก็คงสูญเสีย
สติสัมปชัญญะไปแล้ว
ท่ามกลางความเลือนรางเหล่านี้ อู่ อวี้ ยังสามารถ
มองเห็นกลุ่มของมดทองคำนิลจำนวนมากมายนับไม่
ถ้วน อาจจะถึงระดับล้านตัวก็ไม่เกินเลย บัดนี้พวกมัน
กำลังกระจัดกระจายอยู่ทั่วชั้นเมฆ การรวมตัวกันของ
มดทองคำนิลเหล่านี้ราวกับเป็นแม่น้ำที่อยู่บนท้องฟ้า
พวกมันกำลังเคลื่อนที่กันอย่างบ้าคลั่งและเชี่ยวกราก
ความจริงแล้วมดเหล่านี้คือราชินีมดทองคำนิล มันเป็น
สิ่งที่เทียบเท่ากับร่างอวตาร ซึ่งไม่ได้เป็นปีศาจที่อยู่ใต้
อาณัติของนาง
เบื้องหน้าของ หวงจุน ปรากฏวิหคสีแดงเพลิงตัวหนึ่งซึ่ง
มีขนาดใหญ่โตกว่าหงส์เพลิงไปมากโข วิหคยักษ์ตัวนี้
ค่อนข้างคล้ายคลึงกับสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง ทว่ามันดูดุ
ร้ายมากกว่าและเหมือนกับเป็นมือสังหารอันชั่วร้ายเสีย
มากกว่า ดวงตาอันแหลมคมที่ลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิง
อันร้อนแรงบนหัวทั้ง 9 ที่ยาวเรียว กำลังจับจ้องมองไป
ยัง หวงจุน!
“ทุกคน ลงมือ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของวิหคอมตะเก้าหัว พริบตานั้นพวก
มันทุกคนลงก็มือออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เคล็ด
อิทธิฤทธิ์ของพวกมันแต่ละตนเขมือบกลืนฟ้าสวรรค์
ปีศาจทั้งหลายมองดูกันอย่างตกตะลึงจนไม่อาจจะเอื้อน
เอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาได้ ยามนี้พวกมันเงยหน้ามองขึ้น
ไปจับจ้องอย่างนิ่งงัน ทว่าขอบเขตการมองเห็นทั้งหมด
ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยลำแสงหลากสี นี่คือเหตุผลว่า
ทำไมสนามรบจึงควรจะมีระยะห่างไกลจากที่นี่!
เสียงกรีดร้องของวิหคและเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดัง
ก้องอยู่ในหู แม้แต่ปีศาจบางตัวที่หลบซ่อนอยู่ใกล้กับ
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ยังเผยใบหน้าให้เห็นถึง
ความรู้สึกเจ็บปวด ทำได้เพียงแค่ลงไปซ่อนในส่วนที่ลึก
ยิ่งกว่านี้
แม้ว่าสนามรบจะอยู่ไกลกับพื้นที่ตรงนี้พอสมควร ทว่า
ตัว อู่ อวี้ เอง ก็ยังรู้สึกราวกับว่าวันนี้เป็นเหมือนกับวัน
ล่มสลายของโลกก็มิปาน ยามนี้ท้องฟ้าพลิกตลบ เปรียบ
ดั่งโลกาวินาศ!
“นี่คือการต่อสู้ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนชมพูทวีป
โลกธาตุอย่างนั้นหรือ?”
ภายใต้สถานการณ์นี้ อู่ อวี้ จึงหวนนึกไปถึง จอม
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ผู้เป็นเซียนอมตะไปโดย
ปริยาย
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ