กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 964: ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคํา หวนคืน
ความฝันในตงอู่
เวลานี้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ได้ตกลงไปในมหาสมุทร
ทองคำ ดูเหมือนทะเลสาบปีศาจโบราณจะหายไปแล้ว
มีของเหลวสีทองอยู่ทุกที่ มือซ้ายและมือขวาของเขายัง
จับหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีเอไว้อยู่ ทำให้ อู่ อวี้
สัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของพวกเขา
คนทั้งสองที่ติดอยู่กับ อู่ อวี้ เคลื่อนไหวไปตามวารีสีทอง
อย่างไม่สามารถควบคุมร่างกายได้เลย ทั้งยังไม่อาจรับรู้
ได้ว่าของเหลวสีทองนี้จะพัดพาพวกเขาไปยังที่แห่งใด
นอกจากนี้เขายังได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
ของปีศาจมากมายที่อยู่รายล้อมรอบตัว
“หวงจุนไม่สามารถควบคุมมันได้ เดิมที่นางต้องการให้
แค่มหาราชาปีศาจทั้ง 6 ติดตามมาด้วยเท่านั้น แต่ว่า
ทันทีที่ประตูคฤหาสน์เปิดพวกเราก็ถูกดูดเข้ามาด้านใน
พร้อมกับปีศาจนับพันตนที่อยู่ใกล้กับดวงเนตรสีทอง ซึ่ง
ทั้งหมดล้วนเป็นปีศาจเก่าแก่ และ ราชาปีศาจแทบ
ทั้งสิ้น กระทั่งรวมถึงพวกเราด้วย ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าวอย่างตื่นเต้น
ตอนที่หวงจุนไม่ยอมให้คนอื่น ๆ เข้ามาในคฤหาสน์ด้วย
มันรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะมันอยากจะเข้า
ไปด้านในใจจะขาด แต่เวลานี้เมื่อได้เข้ามาจริง ๆ และ
ในเวลานี้เมื่อกลายเป็นหนึ่งในผู้อยู่รอด แน่นอนว่าย่อม
มีอารมณ์ตื่นเต้นเป็นอย่างมากผสมผสานเข้าไปด้วย
อู่ อวี้ กล่าว ” มีคนถูกดูดเข้ามาในมากมาย เจ้าไม่ควร
จะตื่นเต้นหรือมีความสุขมากจนเกินไป ในเมื่อรู้อยู่แล้ว
ว่าสถานที่แห่งนี้ลึกลับเพียงใด จะต้องมีภยันตรายรอ
คอยเราอยู่ข้างหน้าแน่นอน นอกจากนี้หวงจุนกับปีศาจ
อื่น ๆ คงไม่ยอมให้เราเอาอะไรออกไปง่าย ๆ แน่ ระวัง
ตัวกันไว้ให้มาก ๆ อย่าพยายามแยกกันเป็นดีที่สุด ”
ระหว่างที่กำลังกล่าวอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็ยังได้ยินเสียง
ปีศาจจำนวนมากกำลังกรีดร้องอยู่รอบ ๆ ตัว ทว่า
สายตาเขาเองก็เริ่มพร่าเลือนจนแทบจะปิดสนิท มีเพียง
แค่หูของเขาเท่านั้นที่ยังพอจะได้ยินเสียงของปีศาจอยู่
” ทุกคนใจเย็น! อย่าส่งเสียงดัง! ” เสียงโหวกเหวกด้วย
ความตื่นตระหนกตกใจของพวกมัน ถูกระงับด้วยเสียง
อำนาจส่งอำนาจของหวงจุน ก็ทำให้เสียงเงียบลง
กว่าเดิมเล็กน้อย แต่มหาสมุทรทองคำโดยรอบช่าง
แปลกประหลาดเหลือเกิน ดังนั้นจิตใจของทุกคนจึงจม
จ่อมอยู่กับมัน
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
หลังจากได้ยินเสียงคำสั่งของหวงจุน จากนั้นพวกมัน
ทั้งหมดก็พยายามตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่าง
ระมัดระวัง ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนี้ดู
เก่าแก่โบราณอย่างถึงที่สุดดังก้องมาจากสถานที่ห่างไกล
พวกมันต่างพากันตกตะลึงด้วยเพราะทุกถ้อยคำทุกคน
ได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากได้ยินเสียงนี้ อู่ อวี้ กับพรรค
พวกทั้งสองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน
“ยินดีต้อนรับสหายทุก ๆ ท่าน ที่มาเยือนยังคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ของข้า”
“ข้าขอแนะนำตัวแล้วกันข้ามีนามว่า ‘ปีศาจบรรพกาล
เนตรทองคำ’ โลกของข้าก็คือ ‘พิภพปีศาจบรรพกาล’ ข้า
ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีอายุอานามเท่าใด หรือเป็นปีศาจชนิดที่
หาได้ยากยิ่งหรือไม่? ช่างน่าเสียดาย ที่ข้าไม่สามารถส่ง
ต่อมรดกให้กับสายโลหิตโดยตรงของข้าได้ … ”
” แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วต่อให้กลายเป็นเทพ
ปีศาจ ก็อาจจะหนีไม่พ้นสถานการณ์เป็นตายอยู่ดี
ช่วงเวลาใกล้ตาย ข้าได้ทิ้งสมบัติสองชิ้นยิ่งใหญ่ที่สุดใน
ชีวิตข้า ไว้ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้ ซึ่ง
ข้าได้เตรียมบททดสอบ 3 ด่านให้กับผู้บุกรุกที่เข้ามา
เพื่อทดสอบความสามารถของทุกคน ผู้ที่มีความสามารถ
สูงสุดจะได้รับสมบัติสำคัญมากที่สุดของข้าซึ่งมีนามว่า
‘ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ’ น่าเสียดายที่ข้าไม่มี
โอกาสได้เห็นช่วงเวลานั้น … ”
” กล่าวตามตรง สมบัติทั้งสองชิ้นของข้า นับแต่อดีตกาล
มีปีศาจและผู้ฝึกตนนอกรีตมากมายพยายามไขว่คว้า
ปรารถนาอยากได้มันมาครอบครอง สมบัติชิ้นนี้ล้ำค่า
มาก ล้ำค่ามหาศาลมากจริง ๆ หากผู้ใดสามารถ
ครอบครอง การจะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะหรือเทพ
ปีศาจ ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่อย่าเพิ่งเพ้อฝันไปไกล…
เพราะ 3 ด่านการทดสอบที่ว่านี้ก็โหดหินหนักหนาสาหัส
ไม่เบา หากผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาในคฤหาสน์ ยังไม่มี
ผู้ใดสามารถผ่านด่านทดสอบนี้ไปได้ ข้าคงต้องขออภัย
หลังจากทุกอย่างสิ้นสุดคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
ก็จะหายไปอีกครั้ง แล้วจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นอย่างน้อย
10,000 ปี ซึ่งครบกำหนดเมื่อไหร่ ถึงจะปรากฏอีกครั้ง
หึหึ …
” สามด่านการทดสอบ นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง …”
แล้วเสียงนั้นก็หยุดไป
นี่คือเสียงของตัวตนผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์หลังนี้ นามของมันถูกเรียกว่า ‘ปีศาจบรรพ
กาลเนตรทองคำ’ อู่ อวี้ ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม
ของปีศาจตนนี้มาก่อน แม้แต่หมิงซวงผู้มีความเข้าใจ
อย่างลึกซึ้ง ก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน นางไม่รู้จักคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ทั้งยังไม่สามารถคาดเดาหรือ
ระบุได้ว่ามันปรากฏขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยใด
“ดูเหมือนปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ จะพูดจา
เหลวไหลไร้สาระไปเรื่อย แต่สถานที่อย่างคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แห่งนี้ ต้องไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน เขาบอกว่าครอบครองสมบัติถึง 2 ชิ้น ทั้งยัง
บอกอีกว่าผู้ที่ได้สมบัตินี้ไป การจะบรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะหรือเทพปีศาจก็หาใช่ปัญหาอันใดแม้แต่น้อย ข้า
ล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าพื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่ระดับใดกัน
แน่! เทพปีศาจเช่นนั้นหรือ? หากเป็นเทพปีศาจจริง แล้ว
มรดกของเขาจะมาอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร!? ” หนานซาน
หวางเยว่ พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย
แล้วก็ไม่ได้มีเพียงแค่ หนานซาน หวางเย่ว ที่รู้สึกตื่นเต้น
แม้แต่ปีศาจตัวอื่น ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นเดียวกัน อู่
อวี้ ได้ยินเสียงหัวใจของพวกมันเต้นกระหน่ำอย่าง
รุนแรง ต้องรอไปอีกครู่หนึ่งเลยทีเดียวกว่าพวกมันจะ
ระงับสงบสติอารมณ์ลงได้
“น่าจะเป็นมรดกของเทพปีศาจ! ถ้าเช่นนั้นสมบัติทั้งสอง
ชิ้นของเขาจะล้ำค่ามากเพียงใดกัน! ”
” ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้จริง ๆ
เพราะอย่างไรเสีย คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ก็ดู
ไม่ธรรมดาตั้งแต่ด้านนอกแล้ว แม้จะเป็นมรดกของเทพ
ปีศาจ แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมาปรากฏอยู่ในโลก
ของเรา… ”
” หากเป็นเทพปีศาจจริง ๆ แล้วล่ะก็ ไฉนเขาถึงตาย
ด้วย? ” ไม่ใช่ว่า… พอได้เป็นเทพปีศาจแล้วจะมีชีวิตอยู่
ไปชั่วนิรันดร์หรอกหรือ … ”
” เป็นไปได้ไหมหรือไม่ว่าเขาต้องตกตายภายใต้เงื้อมมือ
ของเทพปีศาจที่แข็งแกร่งกว่า? หรือจะเป็นเทพเซียน? ”
แม้ว่าพวกมันจะเคารพยำเกรงหวงจุนเป็นอย่างมาก แต่
พวกมันก็พูดคุยกันด้วยความรู้สึกปีติยินดีอยู่บางส่วน
” เขาบอกว่ามี 3 ด่านการทดสอบ… แล้วการทดสอบ
ที่ว่านี้มันคืออะไร? จะเริ่มต้นเมื่อไหร่? เราจะถูกฆ่า
หรือไม่!? ”
” แต่ถ้าไม่มีผู้ใดสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ คฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ก็จะหายไป! ”
นี่เป็นเรื่องอันน่าหวาดวิตกมากที่สุด
อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าท่าทางของหวงจุนได้
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่านางคิดเช่นไรกันแน่ ยิ่งได้ยินเสียงพูด
คุยเหล่านี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกฉงนสงสัยเป็นอย่างมาก
” ข้าไม่รู้หรอกว่าปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ เป็นปีศาจ
จากยุคสมัยใด เขาอาจจะเป็นเทพปีศาจจริง ๆ ก็ได้”
หากเป็นเทพปีศาจ เช่นนั้นมรดกของเขาจะเทียบเท่ากับ
มรดกเซียนอมตะ! แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมรู้ซึ้งถึง
ความสำคัญของมรดก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จริง ๆ แสดงว่า
ชมพูทวีปโลกธาตุ ถูกก่อตั้งมานานหลายปีจนนับไม่ถ้วน
ถือเป็นหนึ่งในซากประวัติศาสตร์ที่หาได้ยากยิ่ง
“เจ้าได้ยินไหม เขาพูดว่าโลกของข้าคือ ‘พิภพปีศาจ
บรรพกาล’ มันหมายความว่าอย่างไร?” อู่ อวี้ เอ่ยถาม
ขึ้นว่า ” ข้าไม่รู้ว่า เขาหมายถึงศาสตราเต๋าประเภทมิติที่
เรียกว่าพิภพปีศาจบรรพกาลอยู่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ คิดว่าบางทีมันน่าจะเป็นสถานที่ที่คล้าย ๆ กับ
วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ
“เขาเน้นเรื่องสามด่านทดสอบ เห็นได้ชัดว่ามันคงจะไม่
สามารถผ่านได้ง่าย ๆ ทุกคนระวังตัวไว้ดี” อู่ อวี้ เตือน
พูดตามตรงว่า มรดกเทพปีศาจ สมบัติวิเศษ 2 ชิ้น 3
ด่านการทดสอบ เป็นอะไรที่ยั่วยวนใจทำให้พวกมันรู้สึก
ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ภายในใจก็ยังเต็มไปด้วยความ
กลัว ตอนนี้เหล่าปีศาจพากันคลุ้มคลั่งเสียสติไปเสียแล้ว
มันต้องการเป็นเทพปีศาจ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงต้องการ
ครอบครองสมบัติทั้ง 2 ชิ้นนี้มาก ถึงแม้ว่าสมบัติ
ดังกล่าวอยู่ในมือของปีศาจตนใดตนหนึ่ง ทว่าก็ยังมี
โอกาสสูงมากเช่นกันที่ หวงจุน จะชิงไปจากพวกมัน
เมื่ออยู่ต่อหน้าสมบัติวิเศษอันหนักหน่วงนี้ คำว่าเหตุผล
สำหรับพวกมันก็หาได้เป็นประโยชน์อีกต่อไป อู่ อวี้ รู้สึก
ว่าบรรยากาศอันบ้าคลั่งกำลังแพร่กระจายไปทั่ว
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถช่วยอันใดได้ เพราะตัวเขา
เองก็เป็นผู้หนึ่งที่รับมรดกเซียนอมตะ ดังนั้นจึงรู้ดีว่า
มรดกของเทพปีศาจล้ำค่ามากเพียงใด ทว่าเขายัง
ปรารถนาจะได้ครอบครองสมบัติทั้ง 2 ชิ้น เนื่องจากว่า
เขาเองก็ยังรู้สึกลังเลที่จะให้ศัตรูได้รับมรดกคล้ายคลึง
กับเขา
ยิ่งสมบัติมีค่ามากเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งกระตือรือร้น
อยากจะไขว่คว้ามันมาไว้ครอบครอง หัวใจของพวกมัน
เต้นแรงหอบหายใจถี่รัว หลายคนยังคงพูดคุยเรื่องนี้กัน
อย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในมหาสมุทรสีทองเริ่ม
รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกคนหลงลืมสถานการณ์
โดยรอบไปหมด
” ใจเย็นก่อน ” อู่ อวี้ กัดฟันเตือนตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ข้ารู้สึกว่า เพียงแค่เสียงของมันก็มีผลกระทบต่อการ
หลอนประสาท หลังจากได้ยินมัน ก็มีบางคนหงุดหงิดใจ
ร้อนขึ้นมาก” หนานซาน หวางเยว่ มีความเชี่ยวชาญใน
เต๋าสายนี้อยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงรีบบอก อู่ อวี้ อย่าง
รวดเร็ว
“ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้” อู่ อวี้ ผ่อนลมหายใจออก
อย่างช้า ๆ
เขาสงบใจลงเล็กน้อย แต่ปีศาจที่อยู่รอบข้างกลับ
กระสับกระส่ายมากยิ่งขึ้น ระหว่างที่ อู่ อวี้ พยายาม
ครุ่นคิด ทันใดนั้นเมื่อสามด่านการทดสอบเริ่มต้นขึ้น
เขาก็ไม่อาจสัมผัสความรู้สึกรอบกายได้อีกต่อไป
ความรู้สึกจากกำมือของเขาก็ค่อย ๆ เลือนรางลง ไม่
คาดคิดว่าในระหว่างที่เขาพยายามคว้าจับ หนานซาน
หวางเย่ว กับ เย่ซีซี ไว้ ทันใดนั้นสิ่งที่อยู่ในกำมือของเขา
ก็หายไป ทุกสรรพสิ่งล้วนเลือนหาย!
“หนานซาน! ซีซี! ” อู่ อวี้ ตะโกนขึ้นดังลั่น ท่ามกลาง
มหาสมุทรทองคำ อยู่ ๆ คนทั้งสองก็หายไป แน่นอนว่า
เสียงของปีศาจที่ดังขึ้นรอบตัวเขาก็เงียบไปเช่นกัน
เสมือนราวกับว่าในช่วงขณะนี้ทุกสรรพสิ่งเลือนหาย
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบมาจากศีรษะ จนเขาต้อง
เอามือกุมหัวไว้อย่างช่วยไม่ได้! กล่าวได้ว่าชั่วพริบตานี้
ถือเป็นการหมุนของสวรรค์และปฐพีอย่างแท้จริงเลยก็
ว่าได้ เขารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง จนต้องเอามือกุม
ศีรษะกัดฟันผ่านความเจ็บปวด ทั้งยังผสมผสานไปด้วย
ความรู้สึกที่ไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง ได้ยินแม้กระทั่ง
เสียงลมหายใจอย่างยากลำบากของตนเอง สำหรับเขา
แล้ว สถานการณ์ในตอนนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง
” อึก… เกิดอะไรขึ้น เริ่มการทดสอบงั้นหรือ… การ
ทดสอบ … การทดสอบอะไรกัน? ” อู่ อวี้ ตื่นตะลึง
ความรู้สึกเจ็บปวดในศีรษะของเขา ทำให้เขาลืมเลือนไป
ว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบเช่นใด! ถึงแม้จะ
พยายามครุ่นคิดพิจารณามากเท่าใด แต่หัวของเขาก็ยัง
ว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกเจ็บปวดและอ่อนแอ เป็น
ความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยว่า ตนเองจะ
อ่อนแอเปราะบางได้ถึงเพียงนี้
บรรยากาศโดยรอบหนาวเย็นเป็นอย่างยิ่ง เขานั่งลงบน
พื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทาเล็กน้อย ยามนี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้
อย่างชัดเจนว่าอาภรณ์ของตนนั้นบางมาก แต่เขาก็ยัง
สับสน ว่าตนเองสัมผัสได้ถึงอาภรณ์ชิ้นบางและรู้สึก
หนาวเย็นได้อย่างไรกัน …
ระหว่างที่เขาอ่อนแอเปราะบางถึงขีดสุด เขาก็ได้ยิน
เสียงดังก้องกังวานขึ้นมาจากในแก้วหู เป็นเสียงที่ทำให้
เขาต้องลืมตาขึ้น ด้วยสายตาพร่าเลือนเล็กน้อย
ดูเหมือนว่ากำลังมีใครบางคนตะโกนก่นด่าสาปแช่งเขา
” อู่ อวี้! เจ้าเป็นถึงองค์ชายแห่งราชวงศ์ นี่ถือเป็นการ
กระทำหยาบช้าต่ำทรามเป็นอย่างยิ่ง บดขยี้ทำลาย
ความเป็นคนไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน! ”
” เจ้าเป็นความอัปยศของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่นับตั้งแต่
ก่อตั้งมา! ชื่อเสียงของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ต้องถูก
ทำลายลงด้วยน้ำมือของเจ้า! ”
“ถ้าจักรพรรดิองค์ก่อนยังมีชีวิตอยู่ แล้วรู้ว่าเจ้ากระทำ
ตนดั่งสัตว์เดรัจฉานเช่นนี้ แน่นอนว่าพระองค์ต้อง
บันดาลโทสะจนอกแตกตายเป็นแน่! ”
เมื่อลืมตาขึ้น!
อู่ อวี้ ก็เห็นว่าอีกด้านหนึ่งของเตียง มีสตรีที่อาภรณ์
หลุดลุ่ยกำลังนั่งกุมอกตัวเองอยู่ ใบหน้าของนางดูมี
เสน่ห์เย้ายวนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยอาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่ง ทำให้
ยากจะปิดบังผิวกายอันขาวผ่องบริสุทธิ์อันละเอียดอ่อน
ได้ เกศาหลุดลุ่ยสยายลงมาปิดบังหน้าอกไว้ ภาพนี้ยิ่งทำ
ให้นางดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น
ผู้ใดกัน!
คนผู้นี้อยู่ในความทรงจำของ อู่ อวี้ แต่เขาจำไม่ได้ว่า
นางมีนามว่าอันใด!
“ซู่วววว! ”
ถังใส่น้ำเย็นเฉียบได้เทรดลงบนหัว อู่ อวี้ สะดุ้งตื่นขึ้นมา
ก็พบว่าตัวเอง กำลังนอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ บนร่างกาย
ไร้ซึ่งอาภรณ์ปกคลุม! มีผู้คนมากมายรายล้อมสายตา
จ้องมองมาที่เขาด้วยความดุร้าย ความรู้สึกผิดหวัง
ขยะแขยงจากทุกหนทุกแห่ง
“ซีเฟย? ”
อู่ อวี้ รู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งสรรพางค์ ในที่สุดก็จำคนผู้นี้
ได้ เขารู้สึกราวกับว่าสายอัสนีฟาดผ่าลงมาทั้ง ๆ ที่
ท้องฟ้ายังสดใส คนจ้องมองไปยังสตรีที่อยู่ด้านหน้า
ด้วยอาภรณ์ที่ขาดวิ่น
หลังจากน้ำเย็นปลุกเขาให้ตื่น ก็พบว่าหลายคนกำลังอยู่
ในอาการเคลือบแคลงสงสัย แต่เมื่อลองคิดดู เขาก็พบว่า
ตนเองยังพอนึกถึงความทรงจำต่าง ๆ ได้อยู่ อู่ อวี้ จำได้
ว่าเขากำลังจับตัว หนานกง เหว่ย แล้วรีบหลบหนี
กลับไปยังดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่ระหว่างทางเขา
ก็ได้พบกับปีศาจวานรหกกร เพื่อปกป้องนางเขาจึงได้รับ
บาดเจ็บสาหัส จากการบุกโจมตีของปีศาจวานรหกกร!
ทว่าหลังจากตื่นขึ้นมา เขาก็สงสัยว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้
อย่างไร …
ที่นี่คือพระราชวังหลวงตงอู่ …
ภาพเบื้องหน้าของเขาในตอนนี้ เป็นภาพที่แสนคุ้นเคย
ซึ่งฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
กุญแจสำคัญคือ ร่างกายของเขาในตอนนี้กำลังเปลือย
เปล่าล่อนจ้อน ความอ่อนแออันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้
เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ดูเหมือนว่าชีวิตของ
เขาจะเป็นเช่นนี้เสมอ ๆ ไม่เคยครอบครองปกป้องอะไร
ได้จริง ๆ …
“มันเกิดอะไรขึ้น … ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ