กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 98 : จุดเสินหมิน อันยากที่จะทะลวง
หลังจากกลายร่างเป็น ‘ร่างจำแลงเซียนวานร’ ภาพ
จำแลงหัวใจวานร ของ อู่ อวี้ มันเกือบจะคล้ายกับ ‘
ราชาวานรผู้เกรียงไกร’ ไม่ใช่วานรธรรมดาสามัญทั่ว
ๆ ไป
ดวงตาสว่างเจิดจ้าคล้ายดั่งดวงอาทิตย์ มีฟันที่แหลม
คม ใบหน้าดุร้าย หากมนุษย์คนใดได้เผชิญหน้าวานร
ตัวนี้เข้า คงเป็นเหมือนดั่งฝันร้ายของผู้คนเหล่านั้น
หลาน สุ่ยเยว่ พ่ายแพ้ในการต่อสู้อย่างหมดรูป แล้ว
ในตอนนี้ร่างของนางถูกดันติดผนังหิน ความน่าเกรง
ขามของอีกฝุายทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน
ร่างกาย แม้ว่าเดิมทีนางจะเตรียมถ้อยคำก่นด่าเอาไว้
มากมาย แต่นางก็ต้องตกตะลึงหลังจากได้สัมผัสแรง
กดดัน และ พลังอำนาจมหาศาลจาก อู่ อวี้ ทำให้นาง
ต้องกลืนคำกล่าวนั้นลงไปในคอทันที
ใบหน้าของนางขาวซีด ร่างกายของนางสั่นเทาด้วย
ความหวาดกลัว ขณะจ้องมอง อู่ อวี้
ถ้าให้กล่าวตามจริง นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึก
หวาดกลัว อู่ อวี้ จากใจจริง
“จะ … จะ เจ้าคิดจะทำอะไร?”
นางเอ่ยถามขึ้นด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว ใน
ขณะเดียวกันหางตาของ หนี่ หงอี้ ก็ชำเลืองมองไปที่
หลาน สุ่ยเยว่ สภาพของนางตอนนี้ดูสิ้นหวังอย่างยิ่ง
แต่เนื่องจากสถานการณ์ทาง หนี่ หงอี้ ในยามนี้ นาง
เองก็ยังเอาตัวไม่รอด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่นาง
จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
หลาน สุ่ยเยว่ ยอมละวางจากโทสะ และ ความ
เกลียดชังทั้งหมด ความรู้สึกเหล่านี้ได้ถูกสยบไว้ใน
ส่วนลึกของหัวใจของนาง เพราะในยามนี้สิ่งเดียวที่
นางคิดได้ก็คือ ความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง หวาดกลัว
ว่า อู่ อวี้ จะสังหารนางจริง ๆ
เมื่อครั้งนั้น เขาสังหาร ซือตู๋ หมิงหลาง อย่างไม่ลังเล
อีกทั้งในวันนี้กลิ่นอายปีศาจของ อู่ อวี้ ที่พวยพุ่ง นั้น
ช่างดูเหี้ยมโหดอำมหิต และ น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ดวงตาของ อู่ อวี้ ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ ใบหน้า
อันละเอียดอ่อนของนางในยามนี้ ยังมิอาจสลัดมืออัน
แห้งกระด้างและร้อนผ่าวไปได้ ทำให้ร่างกายของนาง
ร้อนฉ่าราวกับถูกเพลิงเผาไหม้
อู่ อวี้ เอ่ยกล่าวขึ้นทีละคำ ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จริงจัง “เจ้าเป็นฝุายเข้ามายั่วยุข้าภายในหอคัมภีร์
ทำให้ข้านั้นได้กล่าวตอบโต้ไปอย่างฉับพลัน ถึงแม้
เรื่องราวในครานั้น ข้าจะฝุายผิด แต่ข้าก็ไปเผชิญหน้า
กับผู้คนภายในหุบเขาอัญมณี กล่าวขออภัยเจ้าอย่าง
ตรงไปตรงมา หากเจ้ายอมลดลาความบาดหมางปรับ
ทัศนคติที่มีต่อข้า ข่าวลือมันก็จะผ่านไปเอง ในเวลานี้
ทุกอย่างคงจะคืนกลับมาเป็นปกติแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้
แท้จริงแล้วตัวเจ้านั้นเป็นคนที่เริ่มขึ้นมาเอง ”
” แต่ … เจ้าไม่ควรมาอยู่ภายในหุบเขาโชคชะตา
เซียน เจ้าบีบบังคับให้ข้าคุกเข่าลง สร้างความอัปยศ
ให้กับข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้าหลบหนีออกไปได้ เจ้าคงใช้
ทุกวิถีทางในการทรมานข้า แถมยังคิดจะทำลายกล่อง
ดวงใจของข้าอีก ความขัดแย้งบาดหมางระหว่างเรา
อย่าได้ต่อความยาวสาวความยืดกันอีกต่อไปเลย เรื่อง
ที่เจ้าทำให้ข้าต้องคุกเข่านั้น ข้าจะให้เจ้าชดใช้มัน
อย่างสาสม! ”
ในมุมมองของ หลาน สุ่ยเยว่ การแสดงออก และ การ
กล่าววาจาออกมาอย่างไม่แยแสของ อู่ อวี้ เกี่ยวกับ
กฏเกณฑ์ และ เหตุผลในตัวของเขา ช่างน่า
สะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
” อะ∼ อู่ อวี้ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควร … ”
อย่างไรเสีย หลาน สุ่ยเยว่ ก็ยังเป็นเพียงแค่สตรีผู้หนึ่ง
นางทำตัวเข้มแข็งเพื่อปกปิดความอ่อนแอ เมื่อต้องตก
อยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน นางย่อมหวาดกลัว
และ รีบร้องขอความเมตตาในทันที แต่ในใจของนาง
กลับคิดขึ้นมาว่า ‘ต่อไปเจ้าอย่าได้พลาดตกมาอยู่ใน
มือของข้า หลาน สุ่ยเยว่ ก็แล้วกัน’!
” ในเมื่อเจ้าคิดอยากจะทำลายกล่องดวงใจของข้า
คิดว่าคำขอโทษจะมีประโยชน์อีกเช่นนั้นอีกหรือ ? ”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เขาไม่อยากให้ หลาน สุ่ยเยว่ ตอบแทนเขาด้วยการ
คุกเข่าคำนับ สำหรับ หลาน สุ่ยเยว่ เพียงแค่นี้ยังไม่
สาสมกับการกระทำของนาง เขาอยากให้นางได้รับรู้
ความรู้สึกในจุดนั้น ในจุดที่โดนหยามเกียรติ ในสิ่งที่
ตนเองเคารพนับถือ
ในเวลา ฝุามือขนาดใหญ่ของ อู่ อวี้ ได้เลื่อนไปจับยัง
ใต้คางของ หลาน สุ่ยเยว่ เพื่อตรึงใบหน้าของนาง
หน้าเอาไว้ ด้วยมืออันใหญ่ยักษ์ของเขานั้นมันทำให้
แทบจะปิดบังใบหน้าทั้งหมดของนาง จากนั้นเขาก็
ก้มหน้าลง ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ประกบปากจูบลงไปที่
เรียวปากเล็ก ๆ ของ หลาน สุ่ยเยว่ นางได้กรีดร้อง
ออกมาอย่างเสียงดัง แต่นางก็ไม่สามารถผลักดัน
ร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของ อู่ อวี้ ออกไปได้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อู่ อวี้ ก็เงยหน้าขึ้นแล้วจ้อง
มองนาง ภาพที่เห็นคือ หยาน สุ่ยเยว่ อื้ออึงราวกับ
คนไร้วิญญาณ สายตาของนางดูว่างเปล่าขณะเหม่อ
มอง ราวกับว่าเวลาโลกกำลังล่มสลายพังทลายลง
” ข้าขี้เกียจที่จะต้องมารบราฆ่าฟันกับเจ้า แต่ใน
ที่สุดมันก็มาถึงจุดนี้ ข้าไม่สนว่าต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร
แต่ถ้าเจ้ายังอยากจะแก้แค้นก็ให้มาหาข้าได้เสมอ ข้า
อู่ อวี้ พร้อมรับทุกเมื่อ หากเจ้าอยากจะรนหาที่ตาย
อย่างไม่รู้จักจบสิ้นก็มา ข้าผู้นี้จะสู้กับเจ้าเอง แล้วมาดู
กันว่าผู้ใดจะหัวเราะที่หลัง ในวันนี้ข้าเพียงแค่สั่งสอน
เจ้าเล็กๆน้อยๆ เจ้าจะได้รู้เสียบ้าง ว่าความอับอาย
แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร เป็นยังไง รู้สึกยังไงบ้างล่ะ?”
ความเกลียดชัง และ การแก้แค้นของเขายังไม่จบแค่นี้
อู่ อวี้ เอื้อมมือไปกระชากถุงจักรวาลที่แขวนอยู่บน
เอวของ หลาน สุ่ยเยว่ ออกมา จากนั้นเขาก็ชูมือที่ถือ
ถุงจักรวาลขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า ” ข้าจะยึดของที่อยู่
ภายในถุงนี้ ”
โดยปกติแล้วภายในถุงจักรวาล มักจะมีเม็ดยาล้อม
รวมลมปราณอยู่เสมอ เนื่องจากตอนนี้ อู่ อวี้
ค่อนข้างขาดแคลนเม็ดยามาฝึกตน อีกทั้งฝุายตรง
ข้ามยังเป็นคนยั่วยุเขาเอง มันจึงไม่ใช่เรื่องผิดที่เขาจะ
เอาถุงจักรวาลของนางไป
” อู่ อวี้ … ” นี่คือจูบแรกของ หลาน สุ่ยเยว่ แต่
นางกลับได้รับประสบการณ์อันโหดร้าย ความ
หวาดกลัวในครั้งนี้นางจะไม่มีวันลืมไปจนตราบชั่ว
ชีวิต ในยามนี้นางทำได้แค่เพียงแค่เหม่อมอง อู่ อวี้
ด้วยความตกตะลึง ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเหม่อลอย
” ตอนนี้เจ้าเพิ่งมาเสียใจ? ”
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะถามไปเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริง
แล้ว เขาเองก็ขี้เกียจที่จะรอคำตอบ กับสตรีที่คิดว่า
ตนเองนั้นสูงส่งเลอค่าเหนือกว่าผู้ใด ทั้งยังทำตัวหยิ่ง
ยโส สตรีอย่างนางจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะตาย สตรี
อย่างนางมักคอยสร้างปัญหาอย่างไม่หยุดหย่อน จึง
ไม่ควรค่าแก่การเมตตาสงสารแม้แต่น้อย
ตู้ม!
อู่ อวี้ โยนนางลงไปในสระมรกต
เนื่องจากเขาคิดว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องไป
หากไม่ไปตอนนี้ โอกาสที่เขาจะออกไปก็คงค่อนข้าง
ยาก และมีความเป็นไปได้ว่าปีศาจจิ้งจอกกับ หนี่ หง
อี้ จะเข้าล้อมกรอบและรุมโจมตีเขา
เมื่อปีศาจจิ้งจอก เห็น อู่ อวี้ แก้แค้นศัตรูเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว นางก็แสดงท่าทางปลาบปลื้มยินดี
พร้อมกับกล่าวออกกมาว่า ” คุณชาย โปรดรอข้า
สักครู่ อีกไม่นานข้าก็จะจัดการกับปัญหาตรงนี้เสร็จ
สิ้นแล้ว ”
“ตกลง … ข้าจะรอท่าน ”
อู่ อวี้ ฉีกยิ้มกว้างอย่างผ่อนคลาย เนื่องจากความ
เกลียดชังที่อยู่ภายในจิตใจของเขา เวลานี้ได้ถูก
ระบายออกไปจนหมดสิ้น แต่เขาเองก็แอบคิดว่า
ปีศาจจิ้งจอกน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ถ้าเขายังรั้งอยู่กับ
นาง ก็ถือว่าโง่เต็มที
หลังจากกล่าวจบ เขาก็หันหลังกลับแล้วก็ออกวิ่งทันที
เนื่องจากหมอกค่อนข้างหนาทึบ จึงทำให้ อู่ อวี้ ไม่
อาจรู้ได้ว่าเขาวิ่งหลบหนีออกมาได้ไกลแค่ไหน จาก
จุดต่อสู้ระหว่าง หนี่ หงอี้ และ ปีศาจจิ้งจอก
“คุณชาย!”
ปีศาจจิ้งจอกผละออกจากการต่อสู้ แล้วรีบติดตาม อู่
อวี้ ไปในทันที
” สุ่ยเยว่! ”
ในที่สุด หนี่ หงอี้ ก็มีโอกาสหายใจหายคอเสียที นาง
เงียบพุ่งตัวตรงไปยังสระมรกต เพื่อช่วยเหลือ หลาน
สุ่ยเยว่ ขึ้นมาจากน้ำ
” กะ … เกิดอะไรขึ้น? ” สาวกชุดน้ำเงินตกตะลึงกับ
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“มารดาเจ้าเถอะ! รีบมาช่วยข้าเร็ว!” ศิษย์ชุดน้ำเงิน
ทำให้ หนี่ หงอี้ คลั่งจนแทบเสียสติ ถ้าไม่ใช่เพราะมัน
ก็คงจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
หลังจากช่วยเหลือ หลาน สุ่ยเยว่ ขึ้นมาจากน้ำได้
แล้วเห็นท่าทางเหม่อลอย
“อู่ อวี้ ครั้งนี้ เจ้าต้องตาย!”
โทสะของ หนี่ หงอี้ พุ่งทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์ นาง
จ้องมองไปยังทิศทางที่อู่ อวี้ จากไป
…
การหลบหนีออกมาในครั้งนี้ใช้เวลามากกว่า 1 วันเต็ม
ด้วยความที่ อู่ อวี้ กังวลว่าปีศาจจิ้งจอกจะพบตัวของ
เขา ดังนั้นเขาจึงวิ่งไปด้วยความเร็วที่สูงมาก เข้าไปใน
เขาวงกตแห่งหุบเขาโชคชะตาเซียน
วันรุ่งขึ้นหลังจากนั้น เขาได้เข้ามาในส่วนลึกของหุบ
เขาโชคชะตาเซียน อู่ อวี้ ได้ค้นพบถ้ำอันมืดมิด ซ่อน
เร้นอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาก็เดินเข้า
ไปซ่อนตัวอยู่ด้านในถ้ำ
” ภายในหุบเขาโชคชะตาเซียนแห่งนี้ มีผู้ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับที่ 5 มาก
เกินไป อีกทั้งปีศาจทั้ง 3 ตัว ยังน่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง ข้าจึงจำต้องให้ได้มาซึ่ง รากฐานเซียน ให้ได้
เพราะความแข็งแกร่งของข้านั้นยังอ่อนด้อยเกินไป”
” ข้าจะต้องได้รับรากฐานเซียนภายในปีนี้ให้จงได้
หากต้องรอถึงปีถัดไป แน่นอนว่าข้าจะต้องเสียเวลา
ไปมาก”
” ฉะนั้น ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองให้
มากกว่านี้!
เขาหยิบถุงจักรวาลของ หลาน สุ่ยเยว่ ขึ้นมาเปิดดูว่า
ข้างในมีอะไรบ้าง ผ่านไปชั่วครู่เขาก็เจอเม็ดยาหลอม
รวมลมปราณจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีมากนัก อู่ อวี้
คาดเดาว่าอาจเป็นเพราะเวลานี้ กำลังอยู่ในการ
แข่งขันภายใน หุบเขาโชคชะตาเซียน หลาน สุ่ยเยว่
จึงนำเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ติดตัวมาไม่มากนัก
” นางบังอาจบังคับให้ข้าคุกเข่า ข้าเพียงแค่ทำสิ่งที่
เคยกล่าวไว้ให้เป็นจริงว่าได้จูบนาง ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่
นางสมควรได้รับแล้ว ”
ยามที่ อู่ อวี้ เปิดถุงจักรวาล เขาพบว่าด้านในมีเม็ดยา
หลอมรวมลมปราณอยู่ 8 เม็ด พร้อมกับโอสถหลาย
ชนิดที่เอาไว้รักษา แล้วก็มีวิญญาณเซียน ยันต์
บางส่วน และศาสตราเต๋าทั้งสอง ส่วนที่เหลือก็เป็น
อาภรณ์ประจำตระกูลของนาง
” ช่างมันเถอะ ข้าใช้แค่เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
เท่านั้น ส่วนสิ่งของอื่น ๆ เดี๋ยวค่อยนำกลับคืนนางใน
ภายหลัง” อู่ อวี้ หยิบเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
ออกมา ส่วนสิ่งของอื่น ๆ เขาได้ทิ้งเอาไว้ภายในถุง
จักรวาลเช่นเดิม
” หลาน สุ่ยเยว่ จะต้องมีเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
มากกว่านี้แน่ ๆ เพียงแค่นางไม่ได้นำติดตัวมาด้วย
เท่านั้น อาจารย์ของนางแตกต่างจากอาจารย์ของข้า
อย่างสิ้นเชิง หลาน ฮั้วหยุน ไม่คำนึงถึงคุณธรรม นาง
ต้องนำทรัพยากรในการบ่มเพาะมาให้กับ หลาน สุ่ย
เยว่ ก่อนอย่างแน่นอน”
อู่ อวี้ นั่งถอนหายใจ อยู่ภายในถ้ำ
” หากข้าสามารถดูดซับเม็ดยานี้ จนสามารถ
ควบแน่น บัญญัติก่อกำเนิดจุดที่ 3 ‘เสินเหมิน’ ได้ ก็
คงดีไม่น้อย ”
ความจริงแล้ว อาจเป็นเพราะเขาได้ทำการบ่มเพาะกา
ยาเพชรอมตะ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ
การเปิดจุดบัญญัติก่อกำเนิด ด้วยความเร็วเท่านี้ ไม่ใช่
สิ่งที่คนธรรมดาสามัญจะสามารถกระทำได้
ตัวอย่างเช่นบัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 2 จุด ล้วนแต่เป็น
การใช้เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ จนทำให้สามารถ
ทะลวงผ่านไปได้อย่างลื่นไหลรวดเร็ว
จะมีผู้ใดหาญกล้า ใช้เม็ดหลอมรวมลมปราณมากมาย
เช่นนี้ทะลวงผ่านจุด เพราะจะทำให้ร่างกายของคนผู้
นั้นระเบิด และ ตกตายไปในที่สุด
” ถึงแม้พลังฟูาดิน ภายในเทือกเขาครามจะ
หนาแน่นขึ้นก็ตาม อีกทั้งภายในไม่กี่เดือนมานี้ ข้ายัง
ดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณไปมากมาย แต่ก็ยัง
ไม่สามารถเปิดบัญญัติก่อกำเนิด ภายในจุดเสินเหมิน
ได้ ถ้าให้กล่าวตามจริงข้าหลอมรวมควบแน่นได้ไม่ถึง
ครึ่งด้วยซ้ำ ”
เดิมทีเขาคาดว่าตนเอง จะสามารถหลอมรวม
ลมปราณเข้าสู่ขั้นที่ 3 ภายระยะเวลาใน 6 เดือน แต่
แล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถอดทนรอได้นานถึงขนาดนั้น
ต้องรู้ก่อนว่าสำหรับคนผู้อื่นแล้ว การเปิดบัญญัติ
ก่อกำเนิดได้ 1 จุดภายในครึ่งปี ก็ถือว่ารวดเร็วอย่าง
ยิ่ง ซึ่งมีแต่ทวยเทพเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้
เนื่องจากทั้งหมดนี้ พวกเขาไม่ได้ทำการบ่มเพาะกายา
เพชรอมตะ ในวิถีแห่งธรรมเหมือนกับ อู่ อวี้
แต่ อู่ อวี้ ตะหนักถึงเรื่องนี้ดี ถ้าเขาไม่มีกายาเพชร
อมตะ ขั้นที่ 2 ซึ่งถือเป็นเคล็ดบ่มเพาะกาย
ความก้าวหน้าในระดับท้าทายโชคชะตา และ ฝืนลิขิต
ของเขา คาดว่าจะต้องสิ้นสุดลง เช่นในตอนนี้ เขาไม่
สามารถทำการกลั่นสกัดเม็ดยาหลอมรวมลมปราณได้
ตลอดเวลา เนื่องจากพลังของเม็ดยาหลอนรวม
ลมปราณนั้นรุนแรงมาก
“กลั่นสกัด”
เขากลืนเม็ดยาหลอนรวมลมปราณเข้าไป และ เริ่ม
กลั่นสกัดทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเขา อีกทั้งเขายังคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
อำนาจพลังจากเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ได้หลอม
รวมเข้าไปใน จุดเสินเหมิน บางส่วน อู่ อวี้ ประกบมือ
ทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน จากนั้นกระแสน้ำวนแห่งพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ก็ก่อรูปขึ้นบนฝุามือของเขาอย่างสมบูรณ์
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ได้
ผสานหลอมรวมเข้าด้วยกัน หมุนวนราวกับกระแส
วารีอยู่ในฝุามือของ อู่ อวี้
“เอาล่ะ ต่อไปก็เม็ดที่สอง”
หลังจากดูดซับ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ เม็ดแรก
เสร็จสิ้น เขาก็เตรียมพร้อมจะกลั่นสกัดเม็ดต่อไป แต่
ในครั้งนี้ได้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้น คือเขาควบคุมพลัง
จากเม็ดยาได้อย่างยากลำบาก ถ้าเขาไม่สามารถ
ทนทานต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ อย่างน้อยแขนของ
เขาก็คงจะระเบิดเป็นชิ้น ๆ
สุดท้ายแล้ว บัญญัติก่อกำเนิดจุดที่ 3 ก็เริ่มก่อตัวเป็น
รูปเป็นร่างขึ้น คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2
เดือน แม้ อู่ อวี้ อยากจะทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 3 ของการ
หลอมรวมลมปราณ ภายในหุบเขาโชคชะตาเซียนนี้
แต่ไม่สามารถกระทำได้
” ในท้ายสุดแล้วก็เป็นเพราะตัวของข้า ไม่มีเคล็ด
วิชาบ่มเพาะ ‘กายาเพชรอมตะ’ ขั้นที่สอง”
” ถ้าหากข้ามี กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 2 ความเร็ว
ในการบ่มเพาะหลอมรวมลมปราณก็คงจะมากยิ่งขึ้น
แถม กายาเพชรอมตะ ของข้าก็ยังพัฒนาขึ้นด้วย ข้า
จำเป็นต้องได้เม็ดยาหลอมรวมลมปราณให้มากกว่านี้
เพื่อที่จะให้มีรากฐานที่มั่นคงมากกว่าคนอื่น “
หมิงซวง ยังคงอมพะนำไม่ยอมบอก เคล็ดวิชากายา
เพชรอมตะ ขั้นที่สอง ให้แก่เขา
“เจ้าอยากทำข้อตกลง แลกเปลี่ยนกับท่านย่าผู้นี้
แล้วหรือยัง?” หมิงซวง เอ่ยแนะนำขึ้นมา
” ฮิ ๆ เงื่อนไขที่ข้าจะเสนอให้แก่เจ้า ก็ไม่มีอะไร
มากมาย อีกทั้งราคาของมันก็ยังถูกแสนถูก ข้าเองก็
ไม่ได้เรียกร้องมันก่อนจะทำข้อแลกเปลี่ยน คนอย่าง
ข้าไม่มีทางทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนลาให้คนอื่น
ใช้งานฟรี ๆ ใต้หล้าผืนฟูานี้ มันคือเคล็ดวิชาบ่ม
เพราะร่างกายอันดับหนึ่ง!” หมิงซวง ยังคงพยายาม
หยิบยื่นข้อเสนออย่างต่อเนื่อง
อู่ อวี้ คิดอยู่ชั่วครู่
“ข้าขอคิดดูก่อน”
ที่เขาตอบไปเช่นนั้น ก็เพราะว่าเขาไม่อยากติดหนี้ หมิ
งซวง มากไปกว่านี้แล้ว
เขาถือพลองพิชิตมารไว้ในมือ จากนั้นเขาก็นึกถึง
ภาพจำแลงหัวใจวานร ภายในถ้ำแห่งนี้ จากนั้นก็ทำ
ให้จิตใจกระจ่างแจ้ง ด้วยการใช้พลองเทวะทะลวงจิต
เขากำลังคิดอยู่ว่า หากทำเช่นนี้แล้วตนจะสามารถ
จดจำเคล็ดวิชาบ่มเพาะ กายาเพชรอมตะ ในส่วนที่ 2
ได้หรือไม่
คราแรกที่เขาได้รับมรดกนี้มา ท่ามกลางตัวอักษร
มากมาย เขาสามารถจดจำตัวอักษรได้แค่เพียง 1000
คำ เท่านั้น แต่มันมีตัวอักษรทั้งหมด 10,000 คำ และ
ตัวอักษรเหล่านั้น คือเคล็ดวิชาบ่มเพาะฉบับสมบูรณ์
ของ ‘กายาเพชรอมตะ’ !
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ