กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 96 : สตรีผู้น าพามาซึ่งหายนะ
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นสตรีผู้นี้ เขาก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
ในทันทีว่า แม่นางผู้นี้จะต้องเป็นผู้นำมาซึ่งปัญหา
อย่างแน่นอน
แม้ว่าเพิ่งเคยพบสตรีผู้นี้เป็นครั้งแรก แต่ก็สามารถ
อ่านภาพเหตุการณ์ทุกอย่างได้ขาด และ สมบูรณ์
อู่ อวี้ ได้เคยเห็นประวัติศาสตร์ ของอาณาจักรมา
มากมาย รวมถึงอาณาจักรหนึ่งที่ได้ล้มสลายลงไป
อย่างเช่นอาณาจักรที่มีนามว่า อาณาจักรเสิ้ง ส่วน
สาเหตุ หรือ ชนวนปัญหาของการล่มสลาย เกิดจาก
ฮ่องเต้ นั้นลุ่มหลงนางสนมผู้หนึ่ง
ตัวตนที่แท้จริงของนางสนมผู้นี้ก็คือ ปีศาจจิ้งจอก
เห็นได้ชัดว่าความงามอันเจิดจ้าของนาง สามารถทำ
ให้อาณาจักรหนึ่งล่มสลายลงได้
และ อิสตรีที่มีความงามถึงกับขนาดทำให้เมืองล่ม ใน
ยามนางกำลังยืนอยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้
ความงามของนาง นำมาซึ่งปัญหายุ่งเหยิงไม่ทางใดก็
ทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากอิสตรีสามัญ อย่าง ซู
หยานหลี่ หรือ หลาน สุ่ยเยว่ อย่างมาก ความ
แตกต่างนั้นไม่ได้อยู่ที่ สมบัติทั้ง 5 อย่างเช่น หู ,ตา ,
จมูก ,ปาก ,ลิ้น หรือ ทรวดทรงไร้ที่ติหาผู้ใดเปรียบ
แต่เป็นเพราะไม่ว่าชายใดที่ได้พบเห็น ต่างจะต้องตก
ตะลึง หลงใหลในความงดงามนี้ จนสั่นสะท้านไปถึง
จิตวิญญาณ
ราวกับว่า หากไม่ได้ครอบครองสตรีผู้นี้ จะถือว่าเป็น
ความผิดพลาดมหันต์ และ จะต้องเสียใจไปจนตราบ
ชั่วชีวิต
ทันทีที่ได้พบสตรีผู้นี้ ก็ทำให้ อู่ อวี้ หลงลืมสตรีทุกคน
ที่เคยอยู่ภายในหัวใจของเขาจนสิ้น ในสายตาของเขา
มีนางเพียงหนึ่งเดียว ราวกับว่าภายในใต้หล้านี้มีสตรี
เพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น
จากบันทึกของประวัติศาสตร์ ปีศาจจิ้งจอก นางชอบ
หลอกล่อผู้คน อีกทั้งยังทำให้อาณาจักรต้องล่มสลาย
มาแล้วนับไม่ถ้วน
ในโลกมนุษย์นั้น สิ่งที่ผู้คนคุ้นเคย และ ได้ยินคำกล่าว
ขานมากที่สุด ย่อมไม่หนีไปจากปีศาจจิ้งจอก
มนุษย์ผู้หญิงต่างหวาดกลัว นั่นก็เพราะปีศาจจิ้งจอก
มักมีความงาม และ ใช้เสน่ห์ยั่วยวนของมัน หลอกล่อ
สามีของพวกนางหลายต่อหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เหล่า
มนุษย์หวาดกลัวมันมากยิ่งขึ้น หากผู้ใดตกลงไปใน
เสน่ห์ล่อลวงของปีศาจตนนี้ คนผู้นั้นจะถูกสูบชีวิตไป
จนหมดสิ้น และ แก่ชราลง
แน่นอนว่า บุรุษผู้ปรารถนาที่จะร่วมเสพสม มีค่ำคืน
อันแสนรื่นรมย์กับปีศาจิ้งจอก คนผู้นั้นต้องตอบแทน
ด้วยชีวิตของพวกเขา
เห็นได้ชัดเจนว่า ภายใต้โลกหล้านี้เสน่ห์ของปีศาจ
จิ้งจอก มันร้ายอย่างยิ่งจนยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ
อย่างแท้จริง
แม้หัวใจของ อู่ อวี้ นั้นจะมั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด อีก
ทั้งเมื่ออยู่ภายใต้ปุา และ เมฆหมอกหนาอันหนาทึบ
จึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ความ
งามที่ปรากฏกระช่างโดดเด่น จนยากจะหักห้ามใจ
” ยินดีด้วย เจ้านี่ดวงซวยจริง ๆ นางนั่นคือ ปีศาจ
จิ้งจอก ” ไม่รู้ว่า หมิงซวง ตื่นขึ้นมาเมื่อใด แต่นางเริ่ม
หยอกเย้าอย่างมีความสุขในความเคราะห์ของ อู่ อวี้
ในทันที
ครั้งล่าสุดที่นางได้พูดคุยกับ อู่ อวี้ ก็ไม่ค่อยลงรอยกัน
นัก อีกทั้งมันยังทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ
ด้วยคำกล่าวนั้น ทำให้ อู่ อวี้ ที่กำลังอยู่ในเสน์ห์
หลุมพรางช่วยทำให้เขามีสติกลับคืนขึ้นมาบ้าง
ในยามนี้มัน สตรีผู้อยู่ตรงหน้า กำลังยืนอยู่ด้วยเท้า
เปลือยเปล่าไร้ซึ่งรองเท้าสวมใส่ ดวงตาเปียกชุ่มไป
ด้วยหยาดน้ำตาเม็ดใส ขนตาอันโค้งงอนที่กำลังสั่น
ระริก ยิ่งทำให้นางนั้นดูน่ารักน่าชัง น่าประทับใจ
อย่างยิ่ง หากบุรุษได้มาพบเห็นภาพนี้เข้า คงเป็น
เรื่องยากที่จะหักห้ามใจตนเอง ไม่ให้หลงใหล และ
เข้าไปโอบกอดนาง
” คุณชาย ระ… เรียกข้าว่า เชี่ยนเอ๋อ ก็ได้ ข้ากลัว”
ปีศาจจิ้งจอกพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ แต่กลับน่าฟัง
อย่างยิ่ง
ทุก ๆ การเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูด
อู่ อวี้ ก้าวถอยหลังไม่กี่ก้าว จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้า
ลึก ๆ พร้อมกับหลับตาลง เขาไม่กล้าที่จะลืมตามอง
ปีศาจจิ้งจอก แล้วก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ”
ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นปีศาจ อย่าคิดใช้เสน่ห์เล่ห์กลมา
หลอกลวง เพื่อทำให้ข้าสับสน ”
อู่ อวี้ ได้รู้เรื่องนี้มาจาก ถัง ปูาเทียน ท่ามกลางปีศาจ
ทั้ง 3 หมีทมิฬ คือปีศาจซึ่งมีแก่นธาตุปีศาจถึง 6 ดวง
มันทั้งแข็งแกร่ง และ มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้
ที่สุดในกลุ่ม
ส่วนปีศาจอีกสองตน น่าจะบำเพ็ญฝึกฝนมานานกว่า
ห้าร้อยปี และ พวกมันมีแก่นธาตุปีศาจด้วยกัน
ทั้งหมดห้าดวง
หากกล่าวถึงทักษะ และ ความชำนาญของปีศาจ
ปีศาจปลาฉลามเชี่ยวชาญการต่อสู้ในน้ำมากที่สุด
ส่วนปีศาจจิ้งจอกมีความชำนาญเรื่องใช้เสน่ห์เล่ห์กล
ส่วนความสามารถในการต่อสู้ของมันนั้น ถือว่า
แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเขาเลยทีเดียว
แน่นอนว่าความน่ากลัว และ ความร้ายกาจ ของ
ปีศาจจิ้งจอกไม่ได้มีแค่นี้ มันยังคงมีเสน่ห์ยั่วยวนที่
ยากจะทานทนอีกด้วย
” ตราบใดที่ข้าไม่หลงเสน่ห์ และ การยั่วยวนของ
นาง นางก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้! ” อู่ อวี้ ย้ำเตือน
ตัวเอง หน้าผากของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
นี่คือครั้งแรก ที่เขาได้เผชิญหน้ากับปีศาจอายุหลาย
ร้อยปี อีกทั้งยังเป็นปีศาจจิ้งจอกที่มีชื่อเสียงอื้อฉาว
นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงมหันต์ ซึ่งเสน่ห์
ยั่วยวนนี้ น่าจะเป็นเวทย์ปีศาจประเภทหนึ่งของเจ้า
ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้
เมื่อมีวิชาแห่งเต๋า ก็ย่อมมีวิชาแห่งปีศาจ
” ใช่แล้ว ข้าคือปีศาจ เป็นปีศาจจิ้งจอก …”
สตรีผู้นี้ไม่ได้ปฏิเสธ แต่นางยังยอมรับอย่างซึ่งๆหน้า
แต่เสียงร่ำไห้ก็ยังคงดังก้องอยู่รอบหูของ อู่ อวี้ แล้ว
นางกล่าวว่า ” ข้าไม่เคยทำร้ายผู้ใด ข้าเพิ่งเปิด
วิญญาณแห่งภูมิปัญญาจนมีสติสัมปะชัญญะ ทำให้ข้า
สามารถจำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้ หลังจากนั้นข้าก็ถูก
พามาที่นี่ เมื่อ 500 ปีก่อน พวกเราถูกกักขังอยู่ใน
เจดีย์ผนึกปีศาจ มีเพียงแค่วันนี้ของทุก ๆ ปี ข้าถึงจะ
สามารถออกมาชมโลกภายนอกได้ ”
นางนั่นดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
” ห้าร้อยปีมานี้ข้าทั้งเหงา และ โดดเดี่ยวยิ่งนัก …
ข้าเพียงแค่อยากหาคนพูดคุย เพื่อคลายความเหงา
เท่านั้น ข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก อีกไม่กี่วันข้าก็จะต้อง
กลับไปยัง เจดีย์ผนึกปีศาจ แล้ว ข้าแค่อยากจะหาใคร
สักคนมาเป็นเพื่อนคุยคลายเหงา ข้าขอร้องท่านล่ะ …
คุณชาย ”
หากว่ากันตามความจริงแล้ว หากฟังจากน้ำเสียงของ
นาง ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยว และ น่าสงสาร
อย่างยิ่ง บางส่วนของจิตใจ อู่ อวี้ เริ่มหวั่นไหวเพราะ
ความสงสาร ดูเหมือนว่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้ จะถูก
กักขังอยู่ภายใน เจดีย์ผนึกปีศาจ มาเป็นเวลานานกว่า
500 ปี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นางก็น่าสงสารอย่างยิ่ง
เพราะมันช่างเหมือนกับ ประสบการณ์ที่เขาเคยเจอะ
เจอมาก่อนเมื่อครั้งอดีต
” ถ้าเช่นนั้น หากเจ้าปรารถนาที่จะหาผู้ใดสักคนมา
พูดคุยเพื่อคลายเหงา เจ้าก็จงไปหาผู้อื่น ตอนนี้ข้า
ค่อนข้างยุ่งมาก … ข้าขอตัวลา” อู่ อวี้ ไม่กล้าที่จะ
มองนางแม้แต่น้อย จากนั้นเขารีบวิ่งหนีออกไปทันที
” ความเป็นจริงแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่เจ้าจะต้อง
หวาดกลัวนางถึงเพียงนี้ เจ้าเพียงแค่ใช้ ‘ภาพจำแลง
หัวใจวานร’ ไม่ว่าปีศาจหน้าไหนก็ไม่สามารถเข้ามาสิง
สู่เจ้าได้ อย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นถึงศิษย์ผู้สืบทอดของ
ราชาวานร ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ ” หมิงซวง กล่าวพึมพำ
ขึ้นมา
” นางไม่สามารถยั่วยวนข้าด้วยเสน่ห์ ? ”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเช่นนี้ เขาก็รีบเพ่งจิตไปที่ ภาพ
จำแลงหัวใจวานร โดยทันที ภายในหัวใจของเขา
ปรากฏภาพราชาวานรผู้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่
กำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำ ด้วยจิตวิญญาณที่แกร่ง
กล้า ท่ามกลางความมืดมิดทำให้เขาพานพบแสงสว่าง
จิตอันใสกระจ่างบริสุทธิ์ ราวกับว่าภายในศีรษะของ
เขาในตอนนี้กำลังมีดวงตะวันอันร้องแรงแผดเผาอยู่!
ท่ามกลางเพลิงที่ร้อนแรง ราวกับปีศาจไม่สามารถเข้า
มากล้ำกรายร่างกายของเขาได้
เมื่อ อู่ อวี้ ลืมตาขึ้นตา ก็พบว่าปีศาจจิ้งจอกยืนอยู่ฝั่ง
ตรงข้ามกับเขา ซึ่งอยู่ห่างกันแค่เพียง 3 ก้าวเท่านั้น
หลังจากที่เขาได้เพ่งจิต เข้าสู่ร่างจำแลงหัวใจวานร
ทำให้เขามั่นใจได้ว่าตนเอง จะไม่หลงเสน่ห์ยั่วยวน
ของปีศาจจิ้งจอก ในสายตาของเขายามนี้ นางเป็น
เพียงแค่อิสตรีผู้หนึ่งที่มีรูปโฉมงดงาม แต่ไม่ทำให้เขา
รู้สึกว่าความงามนี้มันช่างติดตาตรึงใจจนแทบจะยอม
สละชีวิตเช่นเดิมอีกแล้ว อู่ อวี้ ผ่อนลมออกมาด้วย
ความโล่งอก หากเปรียบเทียบสตรีที่อยู่ตรงหน้าของ
เขาตอนนี้ ก่อน และ หลังแล้ว ทำให้เขาเข้าใจอย่าง
ลึกซึ้งถึงความร้ายกาจของเสน่ห์ยั่วยวน จากปีศาจ
จิ้งจอก
ถ้าหากในวันนี้เขาไม่มี ภาพจำแลงหัวใจวานร
ช่วยเหลือเอาไว้ ตัวเขาเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ในวันนี้
เขาจะสามารถรอดพ้นจากอันตรายไปได้หรือไม่
“ขอบคุณ” อู่ อวี้ กล่าวขอบคุณ หมิงซวง
” ไม่ต้องมาขอบอกขอบใจข้าหรอก เพียงแค่เจ้า
เพิ่มเม็ดยาเต๋าถามวิญญาณ ให้ข้าอีกสักเม็ดก็พอ ”
หมิงซวงกล่าวขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ
” ฝันไปเถอะ ”
ผู้ที่ขี้ตืดอย่างไร ก็ต้องตืดเช่นนั้น มันก็คงเหมือนกับ
สุนัขไม่อาจละเว้นที่จะกินอึได้
” รู้งี้… ข้าไม่เตือนเจ้าเสียก็ดี ปล่อยให้เจ้าถูกนาง
ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้สูบพลังชีวิตไปจนตาย กลายเป็น
ซากศพเน่าเปื่อยอยู่ในปุานี่แหละ” หมิงซวง บ่นอุบ
อู่ อวี้ เลิกสนใจนางในทันที นับตั้งแต่ที่เขาสามารถ
ต้านทานเสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกได้ เขาก็คิดแผนการ
บางอย่างขึ้นมาในจิตใจ
” พวกนั้นยังไม่สามารถไล่ล่าจับข้าได้ คาดว่า
หลาน สุ่ยเยว่ กำลังรอคนอื่น ๆ อยู่ที่ สระน้ำมรกต
ซึ่งเวลานี้พวกเขาก็คงจะกลับไปหานาง ดังนั้นข้าก็เลย
วางแผนว่าจะพาปีศาจจิ้งจอก ไปจัดการเจ้าพวกนั้น”
หากข้าไม่มี ภาพจำแลงหัวใจวานร ปุานนี้ข้าเองก็คง
วิ่งหนีไปแล้วเช่นกัน
แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า แก้แค้นสิบปียังไม่สาย แต่การที
เขาจะต้องคุกเข่า มันทำให้เขารู้สึกอัปยศอย่างยิ่ง อู่
อวี้ จึงไม่ทนได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลาน สุ่ย
เยว่
เมื่อ อู่ อวี้ วางแผนที่จะให้พวกคนเหล่านั้นถูกปีศาจ
จิ้งจอกตนนี้ยั่วยวนแล้ว หลังจากนั้นเขาจึงกล่าวกับ
ปีศาจจิ้งจอกว่า ” ข้าเองก็หลงคิดว่าเจ้าจะเป็นปีศาจ
ที่ชั่วร้าย แต่คาดไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเจ้าจะมี
ประสบการณ์ชีวิต ที่น่าสงสารอะไรเช่นนี้”
” ใช่แล้ว… ชีวิตของข้าเชี่ยนเอ๋อ มันช่างเหงาโดด
เดี่ยว ไม่มีใครมาอยู่เคียงข้างมานานแล้ว ช่วงเวลา
กว่า 500 ปี ข้าได้ถูกกักขังจองจำ อยู่ภายใน เจดีย์
ผนึกปีศาจ มาโดยตลอด ” ปีศาจจิ้งจอกกล่าวทั้ง
น้ำตา ที่พรั่งพรูไหลหลั่งออกมา ไม่ผู้ใดก็ตามมาเห็น
ภาพนี้เข้าก็คงจะต้องเวทนาสงสารจนสุดหัวใจ
อู่ อวี้ มองเห็นภาพจำแลงหัวใจวานร ขึ้นมาภายใน
จิตใจของเขา แต่เขากลับแสดงออกด้วยท่าทาง
หลงใหลเคลิบเคลิ้ม พร้อมกับกล่าวออกมาว่า ” ข้า …
ข้าขอกอดเจ้าหน่อยได้ไหม?”
ถึงแม้จะดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์นั้นได้พัฒนาไป
อย่างรวดเร็ว แต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่า บุรุษผู้หนึ่งที่
ได้ถูกล่อลวงโดยเสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกนั้นจะมีท่าที
เช่นไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ปีศาจจิ้งจอกจะต้องไม่ได้
หวั่นเกรงต่อความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
เช่นนี้ เพราะตัวของมันเองก็ปรารถนา ให้
ความสัมพันธ์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“แต่ … ข้าเป็นปีศาจ ส่วนท่านก็เป็นผู้ที่เดินอยู่ใน
เส้นทางแห่งความชอบธรรม ท่านไม่รังเกียจข้างั้น
หรือ?” ปีศาจจิ้งจอกกล่าวขึ้นมาอย่างยั่วยวน ด้วย
ท่าทางเขินอาย
” แม้ตัวข้าจะเป็นศิษย์ในนิกายก็จริง แต่ปีศาจเองก็
มีทั้ง ดี และ ชั่ว เช่นกัน และเจ้าช่างงดงามสุดจะ
พรรณนา ข้าจึงเชื่อว่าจิตใจของเจ้าก็ต้องงดงาม
เช่นกัน แล้วข้าจะไม่พึงพอใจในตัวเจ้าได้อย่างไร?”
อู่ อวี้ ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขาเอื้อมมือ
ออกไป และกอดนาง กอดนี้ให้ความรู้สึกราวกับ เขา
กำลังโอบกอดเปลวเพลิงที่ร้อนรุ่ม อุณหภูมิภายในร่าง
ของเขาเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าภายในจิตใจของเขา จะ
มองเห็นภาพจำแลงหัวใจวานร แต่เขาก็แทบจะ
สูญเสียจิตใจของตนเอง จากการล่อลวงของปีศาจตน
นี้ จนทำให้เกือบจะสูญเสียจิตวิญญาณและเกิดเป็น
ความรักขึ้นมาอย่างแท้จริง
” เสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอก ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่าง
ยิ่ง” อู่ อวี้ ไม่เชื่อว่าศิษย์ชุดน้ำเงิน และ ศิษย์ชุดเขียว
นั้นจะสามารถควบคุมตนเอง จากการล่อลวงของ
ปีศาจจิ้งจอกได้
อู่ อวี้ ตกใจ และ รีบผละออกจากร่างกายของปีศาจ
จิ้งจอก อย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นว่าเขาได้สติ
คืนกลับมาเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้าขออภัยจริง
ๆ มันไม่ใช่เรื่องสมควรเลย สุภาพบุรุษไม่สมควรทำ
เช่นนี้”
ปีศาจจิ้งจอกกล่าวขึ้นกับตนเองว่า “จิตใจของคนผู้นี้
ช่างแข็งแกร่งอย่างยิ่ง”
นางส่ายหัวด้วยท่าทางไร้เดียงสา แล้วกล่าวว่า ”
คุณชายท่านช่างเป็นสุภาพบุรุษที่มีเกียรติยิ่ง พร้อม
สมบูรณ์ไปทั้งร่างกาย และ จิตใจ ข้าย่อมไว้วางใจใน
ตัวท่าน อีกทั้งท่านยังสัมผัสร่างกายของ เชี่ยนเอ๋อ แค่
เพียงผิวเผิน ถ้าคุณชายมีใจรักใคร่ปรารถนา ก็นับว่า
เป็นวาสนาของ เชี่ยนเอ๋อ…” เมื่อนางกล่าวมาถึงตรงนี้
พวงแก้มทั้งสองข้างของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระ
เรื่อ เหตุการณ์นี้ถือเป็นวิกฤตร้ายแรง ต่อฝุายตรงข้าม
อย่างแท้จริง
“เอ่อ …”
อู่ อวี้ รีบก้าวถอยไปเบื้องหลังสองสามก้าว จากนั้นก็
กล่าวขึ้นอย่างหวาดกลัวว่า “ไม่ได้ ข้าไม่เชื่อใจตัวเอง
ข้าคิดว่าเจ้าช่างดูอ้างว้างโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง ทำให้ข้า
ปรารถนาที่จะเข้าไปปลอบโยน และ อยู่เคียงค้างเจ้า
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่สมเหตุสมผล เพราะเหตุนี้ข้าจึงคิด
ว่า เจ้าควรติดตามข้าเข้าไปภายในหุบเขาโชคชะตา
เซียน พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภายในจิตใจของเจ้า ดี
หรือไม่?”
ปีศาจจิ้งจอกลอบกล่าวขึ้นมาว่า “ไม่คาดคิดว่า จิตใจ
ของชายคนนี้จะแข็งแกร่งยิ่ง อย่างไรก็ตามภายใน
ร่างกายของเขามีพลังหยางอันร้อนระอุอยู่ ซึ่งเป็น
ร่างกายหยางบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี หาก
ข้าได้กลืนกิน และ ดูดซับองค์ประกอบหยางนี้ อาจ
ทำให้ข้าสร้างแก่นธาตุปีศาจขึ้นมาได้อีกหนึ่งดวง”
เมื่อคิดขึ้นมาถึงตรงนี้ นางก็กล่าวขึ้นมาว่า “เช่นนั้นก็ดี
ขอบคุณ คุณชายอย่างยิ่ง”
เพียงแค่เดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆเท่านั้น ยังไง ปีศาจ
จิ้งจอกไม่เชื่อว่า เขาจะสามารถหลุดออกจากการ
ควบคุมของนางได้
“งั้นก็ไปกันเถอะ” อู่ อวี้ พยายามตั้งสติระงับจิตใจ
ของตนเอง เพราะเขารู้ดีว่านี่คือเสน่ห์เล่ห์กลหลอกล่อ
ปีศาจจิ้งจอก พยายามใช้เสน่ห์ล่อลวงอยู่ตลอดเวลา
เพื่อทำให้ อู่ อวี้ ตกหลุมรักนาง ซึ่ง อู่ อวี้ ก็พยายาม
ใช้ภาพจำแลงหัวใจวานร ต่อต้านนางอยู่หลายครั้ง
หลายครา อีกทั้งยังพยายามเร่งฝีเท้าไปที่ สระน้ำ
มรกต โชคยังดี ที่สระมรกตนั้นอยู่ไม่ไกลนัก มิฉะนั้น
เขาคงไม่รู้ว่าตนเองนั้น จะสามารถทนทานต่อเสน่ห์
ล่อลวงของนางได้หรือไม่
ปีศาจจิ้งจอกยังคงพยายามหาหนทาง นางลอบกล่าว
กับตนเองว่า “เป็นไปได้ว่า อาจเป็นเพราะความ
รุนแรงของพลังหยาง จึงทำให้จิตใจของเขานั้นมีความ
หนักแน่นเด็ดเดียวมาก ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องพยายาม
ให้มากกว่านี้อีก”
ทั้งสองดูราวกับคู่รักที่กำลังเกี้ยวพาราสีกัน แต่แท้จริง
แล้ว พวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่ มันคือสถานการณ์
อันตรายอย่างแท้จริง อู่ อวี้ เกือบจะกระโจนตกลงไป
ในกับดักเสน่ห์ล่อลวงของนาง โชคยังดีที่หมิงซวง
เอื้อนเอ่ยแค่ไม่กี่คำออกมา กลับสามารถช่วยเตือนสติ
เขาและดึงสติกลับมาได้ในเวลาต่อมา
โชคยังดี ที่สระมรกตนั้นอยู่ใกล้
……
“ซู่ ฉือ!”
หลาน สุ่ยเยว่ แสดงท่าทางเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง
ท่ามกลางสายหมอก หนี่ หงอี้ ศิษย์ชุดน้ำเงินกับศิษย์
ชุดเขียวกลับมาพร้อม ๆ กัน ทันทีที่ศิษย์ชุดเขียว
พบว่า ซู่ ฉือ หายตัวไป
“สุ่ยเยว่ แล้ว ซู่ ฉื่อ ล่ะ?” หัวใจของศิษย์ชุดเขียว
เต้นโครมคราม เขารีบวิ่งเข้าไปทันที
หลาน สุ่ยเยว่ กลอกตาของนางกลับมา แล้วกล่าวว่า
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไง ก็ข้ามอบโอสถกับนาง ก่อนจะ
ออกห่างจากนางแค่เพียงไม่กี่ร้อยเมตร แล้วปล่อย
นางไว้เพียงลำพังแค่ไม่ถึงอึดใจเท่านั้น พอข้ากลับมา
นางก็หายตัวไปเสียแล้ว โดยไม่บอกกล่าวแม้แต่น้อย
ข้าเองก็คิดว่านางไปหาเจ้าเสียอีก เจ้าไม่ได้พบนาง? ”
” นางไม่ได้มาหาข้า! ” ศิษย์ชุดเขียวตื่นตระหนก
ออกมาอย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็หันไปมองรอบ ๆ
“ข้าไม่ทราบ ข้าก็ไม่ได้พบนางเช่นกัน” ศิษย์ชุดน้ำ
เงินกล่าว
“สุ่ย เยว่ เจ้าไม่ได้ช่วยดูแล ซู่ ฉื่อ อย่างที่ข้าขอไว้
นางได้รับบาดเจ็บ แล้วเจ้ายังจะออกไปไหนอีก?”
ศิษย์ชุดเขียวแสดงท่าทางโกรธเคืองออกมาบางส่วน
หลาน สุ่ยเยว่ ยิ้มเยาะ แล้วกล่าวว่า “ซู่ ฉือ เป็นคนรัก
ของเจ้า ไม่ใช่ของข้า ข้าต้องคอยปรนนิบัติรับใช้นาง
ด้วยงั้นรึ? ข้าแค่ปล่อยนางไว้เพียงชั่วครู่ไม่ได้ไปไหน
ไกล หากนางตกอยู่ในอันตราย ก็น่าจะตะโกนเรียก
ไม่ก็กระตุ้นยันต์เพลิงแดงทะยานฟูา แต่นางไม่ได้ทำ
เช่นนั้น นางกลับเลือกเสี่ยงออกไปหาเจ้า นี่ใช่เรื่องที่
ข้าต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยงั้นรึ? หรือเจ้าคิดว่าข้าควร
หยุดนาง?”
ศิษย์ชุดน้ำเงินตบไหล่ศิษย์ชุดสีเขียว แล้วกล่าวว่า”พี่
น้องของข้า อย่าได้กังวลไป ที่นี่คือหุบเขาโชคชะตา
เซียน เป็นอาณาเขตครอบครองของเรา ไม่มีทางที่จะ
มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้การต้องออกจากการท้าทายจะ
ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ปีหน้าเราก็ยังมีโอกาส ฉะนั้นจึง
ไม่จำเป็นต้องกังวลไป พวกเราต่างอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่ 5 ฉะนั้นอย่าได้รีบร้อนและกังวล
เรื่องของนางเลย”
ศิษย์ชุดเขียวจ้องมองไปทาง หลาน สุ่ยเยว่ อย่างไม่
พอใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมา ความจริง
แล้วเขาเป็นผู้ติดตามของ จ้าว ฉางเทียน แต่วันนี้ จ้าว
ฉางเทียน ได้สั่งให้เขามาปกปูอง หลาน สุ่ยเยว่ เขาไม่
สามารถทำอะไร หลาน สุ่ยเยว่ ได้ ดังนั้นจึงทำได้
เพียงกล่าวออกมาว่า “ไม่ ข้าจะไปค้นหา ซู่ ฉือ ขอ
เวลาข้าชั่วครู่ นางน่าจะไปได้ไม่ไกล ถ้าข้าหานางไม่
พบ ข้าจะกลับมาที่นี่”
หนี่ หงอี้ และ ศิษย์ชุดน้ำเงินแสดงท่าทางเบื่อหน่าย
จากนั้น หนี่ หงอี้ ก็โบกมือแล้วกล่าวว่า ” ไปเถอะ
อย่านานเกินไปล่ะ เดี๋ยวเราต้องไปหารากฐานเซียน
กันต่อ”
หลาน สุ่ยเยว่กล่าวว่า “ข้าให้เวลาเจ้าแค่ครึ่งชั่วยาม
รีบไปเถอะ”
ศิษย์ชุดเขียวรีบพุ่งทะยานออกไปทันที จากนั้นเขาก็
ตะโกนเรียกขานชื่อของ ซู่ ฉือ
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเสียงร้องตะโกนของศิษย์ชุดเขียว ดู
เหมือนว่ามันกำลังจะออกห่างจากสระมรกต
ฉะนั้นที่สระมรกตจะต้องเหลือเพียง หลาน สุ่ยเยว่
และศิษย์ที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 5 อีก 2
คน เท่านั้น
” สวรรค์ช่างเมตตากับข้าอย่างแท้จริง ”
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ