กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 984: ประตูปีศาจพิภพบรรพกาล
สิ่งแรกที่ อู่ อวี้ คิดก็คือนี่คืออะไร?
ทันใดนั้นเนตรสีทองก็เปลี่ยนเป็นทรงกลมโปร่งใส มี
เกาะและทะเลสาบอยู่ด้านใน …
อู่ อวี้ ทุ่มเทจิตสำนึกทั้งหมดลงไปภายใน วิเคราะห์ว่า
มันคือสิ่งใดกันแน่ ซึ่งเขาคาดเดาว่าตนเองอาจจะคิดผิด
ที่นี่ไม่ใช่เกาะหรือทะเลสาบ
ฉับพลันนั้นเองก็บังเกิดเสียงร้องคำรามดังขึ้นในหัว อู่
อวี้ รู้สึกว่าวิญญาณของตนเองกำลังถูกดึงเข้าไปในทรง
กลมใส
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกราวกับว่าตนเองมาปรากฏอยู่อีกโลก
หนึ่ง ลอยอยู่เหนือกลุ่มก้อนเมฆท้องเวหา
แม้รอบกายเขา จะถูกห้อมล้อมด้วยมวลหมู่เมฆเมฆาไร้
สิ้นสุด แต่สิ่งนี้ก็ไม่อาจบดบังสายตาของเขา
บนท้องเวหาที่เขากำลังยืนอยู่ จัดว่าอยู่ในความสูงอย่าง
ไร้ที่เปรียบเลยก็ว่าได้ เมื่อมองลงมาทางด้านซ้ายก็แล
เห็นดินแดนอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
ส่วนด้านขวาคือมหาสมุทรอันบ้าคลั่ง
นี่ไม่ใช่เกาะหรือทะเลสาบ แต่มันคือเกาะดินแดนที่ติด
กับมหาสมุทร เสมือนดั่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
และมหาสมุทรภายในชมพูทวีปโลกธาตุ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มีลางสังหรณ์บางอย่างว่าหานี้ใช่
ชมพูทวีปโลกธาตุ
สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนเขาอยู่ในตอนนี้
อย่างน้อยดินแดนครึ่งหนึ่งของชมพูทวีปโลกธาตุ หาใช่
ครึ่งบกครึ่งมหาสมุทรเช่นนี้ เพราะดินแดนของชมพูทวีป
โลกธาตุส่วนใหญ่เป็นดินปฐพี อีกทั้งหลายพื้นที่หลาย
อาณาเขตยังเป็นของดินแดนโบราณเหยียนหวง
“นี่คือที่ไหน … ”
ในขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น อยู่ ๆ เขาก็ไม่สามารถ
ควบคุมร่างกายได้เสมือนดั่งถูกคลื่นผลัก
เขาพบว่าตนเองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอันน่า
สะพรึงกลัว ความเร็วนี้อยู่ในระดับเกินกว่ามนุษย์จะ
สามารถทำได้ ซึ่งสูงเกินกว่าความเร็วของเมฆาตลบฟ้า
หลายเท่านัก หรืออาจเป็นร้อยเท่าเลยก็ว่าได้
ร่างของเขาถูกผลักดันลงมาบนผืนแผ่นดิน เห็นได้ชัดว่า
ใต้ฝ่าเท้าเขานั้นเป็นแผ่นดินที่งดงาม เช่นดั่งดินแดน
โบราณเหยียนหวง ดูเหมือนจะจะไม่มีนครหรือ
อาณาจักรอยู่ในสถานที่แห่งนี้ มีแต่ภูผาบรรพตและรุกข
ชาติสูงใหญ่หนาทึบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะมองทางไหนก็
เห็นรุกขชาติแน่นขนัดอยู่ทุกหนทุกแห่ง มีเทือกเขาสูง
ตระหง่านเสียดฟ้าแทงทะลุผ่านหมู่เมฆาจำนวนมาก
การได้เห็นเทือกเขาสูงและรุกขชาติหนาแน่นเช่นนี้ทำให้
รู้สึกถึงภัยภยันตรายที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ทุกหนทุก
แห่ง ความน่าสะพรึงกลัวนี้ยากที่จะเอาชีวิตรอดได้
เสียงกู่ร้องคำรามของสัตว์น้อยใหญ่ ก้องดังอยู่ทุกหนทุก
แห่งทำให้ผู้ได้ยินนั้นจิตใจสั่นไหวด้วยความสะพรึงกลัว
ภายใต้อำนาจพลังขนาดยักษ์ ผนวกกับความเร็วอันน่า
เหลือเชื่อ ภาพทิวทัศน์อันแสนงดงามของภูผาบรรพต
และสายธาราใต้ฝ่าเท้าของเขา บัดนี้กลับกลายเป็นภาพ
เบลอขมุกขมัว แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าดินแดนแห่งนี้มี
ขนาดประมาณสามเท่าของดินแดนโบราณเหยียนหวง
“เป็นไปไม่ได้… ” ดินแดนแห่งนี้เป็นของจริง อู่ อวี้ รู้สึก
ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแผ่นดินใหญ่กว้างใหญ่เช่นนี้อยู่
เป็นขนาดที่ชมพูทวีปโลกธาตุไม่อาจรองรับได้
” อันที่จริงก็มีวงเวทบางอย่างที่สามารถสร้างมิติใหม่
ขึ้นมาได้ยกตัวอย่างเช่น เจดีย์ล่องกำเนิด แต่ขนาด
ภายในก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นอยู่
ในตอนนี้จะต้องเป็นภาพลวงตาแน่ ๆ มีแต่ภาพลวงตา
เท่านั้นที่จะสามารถสร้างพื้นที่ได้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้ ”
ไม่คาดคิดว่าเมื่อเขาหันมองไปรอบ ๆ ทางฝั่งมหาสมุทร
ลึกลงไปภายในมหาสมุทรจะได้พบกับสัตว์ประหลาด
ขนาดยักษ์ รวมถึงภูตผีปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน สิ่งนี้ทำ
ให้ อู่ อวี้ นึกถึงเส้นทางสีทองก่อนหน้า
โลกที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ เป็นพื้นที่ของมหาสมุทรและ
ผืนปฐพีผนวกเข้าด้วยกัน เรียกว่าใกล้เคียงชมพูทวีป
โลกธาตุ ซึ่งขนาดพื้นที่ของมหาสมุทรเล็กกว่าชมพูทวีป
โลกธาตุ
รูปร่างของผืนแผ่นดินกับมหาสมุทร เป็นเสมือนมัจฉา
สองตัวอยู่ในท่าหัวหางสลับเชื่อมต่อและบรรจบกัน
ถ้าจะให้ชัดเจนคงต้องบอกว่ามันเหมือนกับรูปทรงห
ยินหยาง
ในตำแหน่งของดวงตามัจฉา เป็นหมู่เกาะที่ถูกห้อมล้อม
ด้วยทะเลสาบอยู่
กล่าวได้ว่าหมู่เกาะถูกมหาสมุทรล้อมรอบเป็นทรงกลม
มันคือตำแหน่งของดวงตามัจฉานั่นเอง
โลกทั้งโลกเป็นทรงกลมที่สมบูรณ์แบบ
ซึ่งรูปทรงของชมพูทวีปโลกธาตุหาได้เป็นเช่นนี้ไม่
” นี่มันตัวตนระดับใดกัน ถึงสามารถสร้างภาพลวงตา
เช่นนี้ได้! ถ้าเปรียบกับชมพูทวีปโลกธาตุ ทุกสรรพสิ่ง
อย่างดูเสมือนจริงจนน่าเหลือเชื่อ! ”
” ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำกลับร้ายกาจถึงเพียงนี้? ”
เมื่อได้เห็นโลกอันเป็นเท็จที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ อู่ อวี้
ยังคงประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
แต่เขาก็ยังคงรู้สึกหดหู่ใจ เพราะไม่รู้ว่าเจตนาของปีศาจ
บรรพกาลเนตรทองคำนั้นคืออะไร ไฉนถึงให้เขาเห็นโลก
อันกว้างใหญ่ไพศาลเฉกเช่นดั่งโลกมนุษย์ …
คำว่าชมพูทวีป หมายถึง ‘โลกมนุษย์’
นับตั้งแต่สมัยโบราณ สรวงสวรรค์ , โลกมนุษย์ , นรก
ภูมิ คือภพทั้งสาม
ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ , มนุษย์อยู่บนโลก , ภูตผีปีศาจ
เทพมารอยู่ในนรกอเวจี มนุษย์สามารถกลายเป็นเป็น
เซียนอมตะ กลายเป็นเทพมารได้ แต่ในท้ายสุดแล้ว
มนุษย์เกือบทุกคนล้วนตกตายสิ้นชีพไปในที่สุด
แล้วทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ถูกดึงออกมาจากโลกดังกล่าว
เขาได้ยินเสียงร้องดังก้องกังวานอีก จากนั้นก็กลับมาอยู่
ในห้องเล็ก ๆ และยังคงกำลูกทรงกลมมาไว้ในมือ ยามนี้
ลูกทรงกลมได้กลายเป็นเนตรสีทองอีกครั้ง ซึ่งเป็น
เหมือนปกติ
ยามแรก อู่ อวี้ ค่อนข้างกังขาแต่แล้วก็ผ่อนคลายลงชั่ว
ขณะหนึ่ง
ทว่าทันใดนั้นเนตรสีทองนี้ก็เปล่งเสียงโบราณเก่าแก่
ออกมา
” พิภพปีศาจบรรพกาล คือบ้านเกิดของข้า ”
นี่คือคำกล่าวแรกของ ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ!
อู่ อวี้ รู้สึกตึงเครียดขึ้นในทันที
เขาพอจำได้ราง ๆ ว่า ในตอนแรกปีศาจบรรพกาลเนตร
ทองคำกล่าวว่าตนมาจากพิภพปีศาจบรรพกาล
หลังจากได้ยินเสียงของปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ อู่
อวี้ ก็รู้สึกตื่นตระหนกยิ่ง
” นี่คือ ‘ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล’ เป็นสมบัติล้ำค่า
มากที่สุดในชีวิตข้า เทพปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนคิดจะ
ฉกฉวยมันไปแต่ก็ไม่สำเร็จ ”
” เมื่อเจ้าทำพันธสัญญากับมันได้สำเร็จ เจ้าจะกลายเป็น
บุคคลเพียงผู้เดียวที่สามารถเปิดประตูสู่ ‘ประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาล’ ”
หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไป
อู่ อวี้ ยืนนิ่งอย่างโง่งมไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ยใด
เขาไม่เข้าใจอย่างสิ้นเชิงว่าเกิดอันใดขึ้น
” ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล? นี่คือสิ่งใดกัน? โลกมายา
ที่ข้าเห็นเมื่อครู่ คือพิภพปีศาจบรรพกาลเช่นนั้นหรือ? ”
” ข้าทำพันธสัญญากับมัน ดังนั้นจึงสามารถเข้ามาใน
พิภพปีศาจบรรพกาลได้เช่นนั้นหรือ? แล้วนี่มันที่ไหน
กัน? ”
นี่คือสิ่งที่เขาสงสัย
อย่างไรก็ตาม มันหาใช่ข้อสงสัยสำคัญมากที่สุดของเขา
“ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ข้ายังไม่อาจทำความเข้าใจ
ด่านทดสอบที่สองได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมิได้เข้ารับการ
ทดสอบด่านที่สาม แล้วจะมอบ ‘ประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาล ‘ ให้ข้าได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่านี่คือหนึ่งในสองสมบัติที่
สำคัญมากที่สุดของปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำเช่นนั้น
หรือ … ”
ถึงแม้ว่าการผ่านบันไดขั้นที่ 5 จะถือเป็นการผ่านด่าน
ทดสอบที่ 2 แต่ที่นี่หาได้มีเงาของการทดสอบด่านที่ 3
แม้แต่น้อย
แต่เขาไม่คิดว่าคิดว่าตนเองจะเร็วกว่า หวงจุน กับพรรค
พวกไปได้
เขาไม่คาดคิดว่าแค่ตนเองโจมตี หนานกง เหว่ย จะทำ
ให้ได้รับหนึ่งในสองสมบัติ
” ถ้าเช่นนั้นประตูพิภพปีศาจบรรพกาล คือหนึ่งในสอง
สมบัติที่ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำกล่าวถึงงั้นหรือ? ”
” หรือตอนนี้ข้ากำลังเผชิญหน้ากับการทดสอบด่านที่ 3!
ยังไม่มีคุณสมบัติได้รับประตูพิภพปีศาจบรรพกาลจริง ๆ!
”
เมื่อลองพิจารณาดู อู่ อวี้ ก็รู้สึกขนลุกเล็กน้อย หากเขา
ยังติดอยู่ในการทดสอบด่านที่ 3 มันก็น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง
แต่ภัยคุกคามในครั้งนี้อยู่ที่ใดกัน?
เขากวาดสายตามองไปยังห้องเล็ก ๆ นี้อย่างไม่เข้าใจ
ตอนนี้เขารู้สึกงงงวยมากจริง ๆ
“แต่ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำบอกว่า นี่คือสิ่งที่เทพ
ปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนต้องการฉกฉวยแย่งชิง เป็น
สมบัติล้ำค่าที่มากที่สุดในชีวิตเขา…”
หากดูจากคำกล่าวนี้แล้ว เป็นไปได้สูงมากที่ อู่ อวี้ จะ
ได้รับสมบัติจริง ๆ
ท่ามกลางสมบัติทั้งสอง นี่คือสิ่งล้ำค่ามากที่สุด
อู่ อวี้ รออยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่มีการทดสอบใด ๆ เกิดขึ้น
ในเวลานี้บุคคลเพียงคนเดียวที่ อู่ อวี้ สามารถพูดคุย
ด้วยได้ก็คือหมิงซวง หมิงซวงทราบถึงสิ่งที่ อู่ อวี้
ประสบพบเจอทั้งหมด เนื่องจากนางมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น
จากภายในร่างของเขา
หมิงซวงสูดหายใจลึกจากนั้นก็กล่าวว่า ” สมมติว่า
สถานการณ์ปัจจุบันของเจ้า เป็นการทดสอบด่านที่ 3
ข้าก็จะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความจริง
รวมถึงสมบัติที่อยู่ในมือของเจ้า… เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ของการทดสอบเท่านั้น หรือแม้กระทั่งตัวข้าและคำพูด
ของข้าก็ไม่ใช่ความจริง เราจึงไม่อาจคิดคำนวณความ
เป็นไปได้นี้ ”
” ใช่ ” อู่ อวี้ พยักหน้า
” แต่ถ้านี่เป็นความจริง เป็นไปได้ว่าภายในการทดสอบ
ทั้งหมด ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ เป็นผู้เลือกที่จะ
มอบสมบัติล้ำค่ามากที่สุดให้แก่เจ้าด้วยตนเอง ดังนั้นจึง
ไม่มีการทดสอบด่านที่ 3 และสมบัติที่เจ้าได้รับในตอนนี้
เป็นของจริง และด้วยสมบัตินี้ แสดงให้เห็นว่าโลกอัน
กว้างใหญ่ที่เขาเคยพบเห็น ก็เป็นความจริงเช่นกัน และ
โลกแห่งนั้นก็ถูกเรียกว่า ‘พิภพปีศาจบรรพกาล’ เป็น
โลกที่เทียบได้กับ ‘ชมพูทวีปโลกธาตุ’ นอกจากนี้ยังเป็น
บ้านเกิดของ ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำ” หมิงซวง
วิเคราะห์เล็กน้อย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็เอ่ยขึ้นอย่างงงงันว่า ” เป็นไป
ได้อย่างไร ก็ในเมื่อชมพูทวีปโลกธาตุมีที่เดียวในโลกนี่
แล้วจะไปมีสวรรค์และนรกอีกหลายชั้น หรือโลกแห่งอื่น
อยู่ได้อย่างไร? แถมจำนวนสิ่งมีชีวิตในนั้นยังมากกว่า
ชมพูทวีป ไม่น่าจะเป็นไปได้ ”
อู่ อวี้ จดจำได้ว่าทุกสรรพสิ่งที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์
พฤกษารุกขชาติ ปีศาจชนิดต่าง ๆ ทุกอย่างล้วนเหมือน
จริง อย่างเช่น หนานกง เหว่ย ที่เหมือนจริงมากจนไม่
อยากจะเชื่อว่านางเป็นตัวปลอม
เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้ก็เป็นของปลอม
เหมือนดั่ง หนานกง เหว่ย
หมิงซวงส่ายศีรษะอย่างเงียบ ๆ จากนั้นนางก็ทอดถอน
หายใจแล้วพูดว่า ” เจ้านะเจ้า เพราะเจ้ายังเยาว์เกินไป
จึงไม่รู้ประสีประสาอะไรสักรูปเรื่อง เหตุที่ทำให้เจ้าคิด
เช่นนั้นก็เพราะเจ้าอายุยังน้อย จึงไม่เคยรู้เรื่องตำนาน
เก่าแก่โบร่ำโบราณ”
ยิ่งฟังหมิงซวงพูดยิ่งทำให้ อู่ อวี้ งงหนักยิ่งกว่าเก่า แล้ว
เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างงง ๆ ” แล้วมันตำนานอะไรเล่า? ”
เวลานี้หมิงซวงแสดงท่าทางใหญ่โตภาคภูมิใจ หลังจาก
นั้นก็ทำเป็นพูดด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม เช่นดั่งผู้อาวุโส
เหนือกว่าเหนือกว่า ” เจ้าเด็กโง่ ข้าจะทำให้เจ้าฉลาดขึ้น
เล็กน้อยก็แล้วกัน เจ้ารู้เช่นนั้นหรือว่าสรวงสวรรค์มีอยู่กี่
ชั้น และนรกมีอยู่กี่ขุม? ”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเช่นนี้เขาก็ตอบว่า ” ข้าได้ยินคำร่ำลือ
กันว่ามีสรวงสวรรค์แปดพันชั้น นรกหมื่นขุม สรวง
สวรรค์แปดพันชั้นมีทวยเทพอาศัยอยู่นับล้าน ๆ ส่วนขุม
นรกหมื่นชั้นมีเทพมารอาศัยอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน”
หมิงซวงยิ้มกล่าวว่า ” เจ้าก็ไม่ใช่คนโง่เท่าไหร่นี่นา?
สรวงสวรรค์แปดพันชั้น นรกหมื่นขุม มีเทพเซียนและ
เทพมารอยู่นับไม่ถ้วน และโลกมนุษย์ดูเหมือนจะเป็นสิ่ง
เล็กจ้อยสำหรับพวกเขามาก พันปีจะมีเซียนอมตะ
ปรากฏขึ้นสักคน แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะมี
เทพเซียนและเทพมารปรากฏขึ้นมากมายขนาดนั้น! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็เข้าใจ ส่งผลให้มุมมองของเขา
ก็เปิดกว้างขึ้นมาก
แต่เขาก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าใดนัก ดังนั้นจึงกล่าวขึ้น
ด้วยความสงสัยว่า ” สวรรค์แปดพันชั้น นรกหมื่นขุม
เป็นเพียงคำพูดเกินจริงของผู้คนเท่านั้น ความจริงแล้ว
ข้ารู้สึกว่ามีความเป็นไปได้มากที่สวรรค์จะมีเพียงหนึ่ง
เดียวเท่านั้น นอกจากนี้เทพเซียนและเทพมารก็ไม่น่าจะ
มากมายเท่าใดด้วย แค่หลายร้อยคนข้าก็ว่าเยอะแล้ว
อีกทั้งเราส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้จักชื่อของพวกเขาด้วยเช่น
เง็กเซียนฮ่องเต้ , เจ้าแม่หวังหมู่ , เทพเอ้อหลาง (เทพ
สามตา) ฯลฯ ? ”
หมิงซวงส่ายศีรษะ แล้วกล่าวว่า ” เจ้าคิดผิดแล้ว ในยุค
สมัยของเรายังมีบุคคลที่คล้ายคลึงกับจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงดำรงอยู่ด้วย แต่มิได้ทรงพลังเท่ากับ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง แต่มีข่าวลือว่าเขาบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ ทะยานขึ้นไปบนสรวงสวรรค์
ผู้คนรอบตัวเขาร่ำลือกันว่า คนผู้นั้นบอกว่าวังสวรรค์ชั้น
มีอยู่จริง และสรวงสวรรค์งดงามมากกว่าที่คิดกันหลาย
เท่า เป็นสถานที่ที่มีเทพเซียนจำนวนนับไม่ถ้วนดำรงอยู่
จริง”
“ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้น จะให้เชื่อว่า
เป็นเรื่องจริงก็ … ” ตำนานนี้อยู่เหนือเกินกว่า
จินตนาการของ อู่ อวี้ เล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใด
ต่อไป ดังนั้นจึงพยายามสงบจิตใจ
…………………
ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ
จะหยุดทุกวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22/09/62 เป็นต้น
ไป ด้วยเหตุผลหลายประการ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ครับ
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ