กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 986: คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์หายไป
อู่ อวี้ จ้องมองทะลุลึกลงไปใต้ก้นทะเลสาบ
บัดนี้เนตรสีทองกับคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์เคย
มีอยู่ดั้งเดิมได้หายไปแล้ว เหลือเพียงหมอกหนาสีทอง
อยู่แทนที่เท่านั้น เลยทำให้เห็นได้ไม่ชัดเจนว่าหวงจุนกับ
พรรคพวกออกมาได้หรือไม่
ก่อน อู่ อวี้ จะเข้ามา มีปีศาจจำนวนมากอยู่ในคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับราชา
ปีศาจนับพัน
ส่วนด้านนอกยามนี้จำนวนปีศาจมีกว่าหนึ่งล้านตน ซึ่งดู
เหมือนว่าจำนวนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากจำนวนข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ของ ทวีป
ปีศาจทายาททักษิณ
จากจำนวนปีศาจที่มารวมตัวกัน แสดงให้เห็นว่าข่าว
เรื่องหวงจุนสามารถเอาชนะมหาราชาปีศาจทั้งหกกับ
แปดมหาราชาปีศาจสมุทรได้นั้น ได้แพร่กระจายไปทั่ว
ชมพูทวีปโลกธาตุแล้ว
แน่นอนว่าบรรดาปีศาจระดับหางแถวกับปีศาจเก่าแก่
ย่อมเห็นดีเห็นงามอยากให้ทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจยิ่งไม่มีผู้ใดกล้ามาเหยียดหยามรังแก
ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นห่วงก็แต่เย่ซีซีเท่านั้น แม้หลายคนจะ
ยังคงสับสน แต่เขาไม่สามารถร้องตะโกนออกไปได้ มิ
เช่นนั้นหากหวงจุนออกมานางจะสามารถจับตัวเขาได้
” จากที่เห็นมีปีศาจหางแถวอยู่จำนวนมาก แสดงให้เห็น
ว่าข้าออกจากคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์มาได้จริง
ๆ แล้ว … ” ตอนนี้ อู่ อวี้ ยืนยันความเป็นไปได้มากกว่า
80 ใน 100 ส่วน
การยืนยันดังกล่าวนับว่าเป็นข่าวดี แสดงว่า ‘ประตู
ปีศาจพิภพบรรพกาล’ ที่เขาได้ครอบครองก็ต้องเป็น
ของจริงเช่นกัน
ด้วยเวลาบีบคั้นเร่งด่วน ทำให้เขาไม่มีเวลาดูเนตรสีเงินที่
หนานซาน หวางเยว่ ได้ครอบครองมานั้นเป็นเช่นไร ?
อู่ อวี้ รีบคงเข้ามาในส่วนลึกอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึง
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ก็พบว่าหมอกสีทองค่อย
ๆ เหือดหายไปแล้ว ทำให้เห็นภายในได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จน
สามารถยืนยันได้ว่าคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ได้
หายไปแล้วจริง ๆ สำหรับก้นทะเลสาบอันกว้างใหญ่
นอกเหนือจากหมอกสีทองคำแล้วทุกอย่างก็ช่างเวิ้งว้าง
ว่างเปล่าเสียจริง ๆ
ในเวลานี้ปีศาจกำลังเปล่งเสียงร้องตะโกน โค้งคำนับ
ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเสียงดังกึกก้อง ด้วยเสียงที่ดัง
เซ็งแซ่มองดูแล้วช่างวุ่นวายโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง บรรดา
ปีศาจเหล่านั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการคำนับของพวกมัน หวง
จุน จะรับรู้หรือยอมรับหรือไม่ สุดท้ายแล้วบรรดาปีศาจ
น้อยใหญ่กำลังเฝ้ารอหวงจุนผู้เป็นนายเหนือหัวของพวก
มันอย่างบ้าคลั่ง
การที่หวงจุนสามารถมีชัยเหนือแปดมหาราชาปีศาจ
สมุทร ซึ่งเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของ
ทวีปปีศาจทายาททักษิณเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้ทำให้สายโลหิต
ภายในกายของปีศาจทุกผู้ตัวตนเดือดพล่านบ้าคลั่งอย่าง
เห็นได้ชัด
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงสำรวจสภาพโดยรอบ ความเจิดจ้า
สว่างไสวของดวงเนตรนี้ ทำให้ในไม่ช้าเขาก็ได้พบเหล่า
ราชาปีศาจที่ยังคงติดอยู่ภายในหมอกของการทดสอบ
ด่านแรก ยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ อู่ อวี้ เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าใบหน้าของพวกมันแต่ละคนซีดขาว ด้วย
ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียอย่างที่สุด มันไม่รู้ว่ากำลังติด
อยู่ไหนภาพลวงตาหาใช่เรื่องจริง
ดังนั้นยามนี้ราชาปีศาจส่วนใหญ่จึงอยู่ในสภาพอ่อนแอ
อย่าง ที่สุด พวกมันกวาดตามองรอบ ๆ ด้วยเพราะไม่รู้
ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่
มีเพียงส่วนเล็กน้อยนิดที่นัยตาแดงต่ำปานโลหิต บ่งบอก
ถึงความบ้าคลั่ง เพียงแลเห็นว่าคนอื่น ๆ แข็งแกร่งมาก
เพียงใด มันก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหน
อู่ อวี้ นั้นสามารถออกมาจากด่านทดสอบแรกได้ ดังนั้น
เขาจึงรู้ดีว่าด่านทดสอบแรกนั้นโหดหินน่าสะพรึงกลัว
มากเพียงใด ซึ่งปัจจุบันพวกมันเหล่านี้ต่างเข้าใจได้อย่าง
ลึกซึ้งแล้วเช่นกัน
” ซีซี … ” อู่ อวี้ รำพึงขึ้น ระหว่างพยายามค้นหาเย่ซีซี
อย่างรวดเร็ว ยามนี้หมอกสีทองค่อย ๆ กระจายหาย
ออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนของปีศาจก็เพิ่มมากขึ้น
เรื่อย ๆ เช่นกัน ด้วยเพราะพื้นที่ที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้
การค้นหาตัวเย่ซีซียากลำบากตามไปด้วย นอกจากนี้เขา
ยังต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หวาดกลัวหวงจุนจะพบ
ตนเองเข้า
“หวงจุน!”
จากเสียงดังกล่าวคาดว่าตอนนี้มีคนพบเห็นหวงจุนแล้ว
ข่าวการปรากฏตัวของนางได้แพร่กระจายไปอย่าง
รวดเร็ว ฉับพลันนั้นเหล่าปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน ก็ส่ง
เสียงร้องตะโกนสรรเสริญเอ่ยนามหวงจุนให้อายุยืนยาว
หมื่น ๆ ปี
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็เป็นหนึ่งในคนที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มของ
ราชาปีศาจเหล่านี้ด้วย เขาก็แลหวงจุนเช่นเดียวกัน
ท่ามกลางสีหน้าแสนเย็นชายังคงแฝงไว้ด้วยความสับสน
เล็กน้อย ทว่านางก็ยังคงมีพลังการต่อสู้ร้ายกาจ เพียงชั่ว
อึดใจสายตาของนางก็ฟื้นคืนความแจ่มชัดเฉกเช่นเดิม
แผ่ขยายอำนาจสะกดข่มอันน่าสะพรึงกลัว จนราชา
ปีศาจที่อยู่โดยรอบเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง จ้องมอง
นางด้วยความหวาดกลัว
ราชาปีศาจจันทราเงินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนางนัก หลังสติ
ฟื้นคืนมันก็รีบเข้ามาหาหวงจุนอย่างรวดเร็ว ต่อมาราชา
ปีศาจกับมหาราชาปีศาจตนอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยปรากฏตัว
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บรรดาปีศาจที่อยู่ด้านนอกยิ่งบ้า
คลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งส่งผลให้บัดนี้ทะเลสาบปีศาจ
บรรพกาลท่วมท้นไปด้วยเสียงเซ็งแซ่อึกทึกครึกโครม
วุ่นวายอย่างยิ่งยวด
มันเหมือนกับงานรื่นเริงเฉลิมฉลองของเหล่าปีศาจ
” ซีซี… ”
ทันทีที่หวงจุนปรากฏตัวขึ้น อู่ อวี้ รู้สึกกังวลใจจริง ๆ
เขารีบเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อดูว่าเย่ซีซีอยู่ที่นี่หรือไม่
“ พี่ชายอวี้ ” ทันใดนั้นก็มีเสียงอันแผ่วเบา ๆ ดังขึ้น
ออกมาจากบริเวณไหล่ของเขา อู่ อวี้ ตกใจเป็นอย่าง
มาก เพราะนี่คือเสียงของเย่ซีซีไม่ผิดเพี้ยนเป็นแน่ เมื่อ
เขาเหลือบมองไปยังทิศทางของเสียงก็พบว่ามีทรายสีดำ
เม็ดเล็ก ๆ ติดอยู่บนไหล่ของเขา เมื่ออยู่ภายใน
ทะเลสาบปีศาจบรรพกาลการมีเม็ดทรายติดตามเนื้อ
ตามตัวถือเป็นเรื่องธรรมดามาก
“ ซีซี!” อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เขาไม่คาดคิดว่า
จะได้พบนางในสภาพเช่นนี้ ในตอนแรกที่เขาหานางไม่
พบ เป็นเพราะว่าหลังจากที่นางออกจากด่านทดสอบ
นางคิดขึ้นมาได้ว่าควรกลายร่างเป็นทรายสีดำเพื่อหลบ
สายตาผู้คน และค้นหาตัวเขาด้วยตนเอง ความคิดนี้ก็ถือ
ได้ว่าฉลาดหลักแหลมไม่น้อยจริง ๆ
“เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไร?”
” หลานหลานเป็นผู้บอกข้า ความสามารถในการค้นหา
ของมันยังคงน่าทึ่งมากเหมือนเช่นเคย ” เสียงเย่ซีซีแผ่ว
เบามาก ๆ คาดว่าบันไดทั้งห้าขั้นทำให้นางสูญเสียจิต
วิญญาณไปมากทีเดียว
” เยี่ยม! งั้นเรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันในภายหลังแล้วกัน ”
หลังจาก อู่ อวี้ พบว่าเย่ซีซีได้กลายเป็นทรายสีดำแล้ว
เขาจึงนำตัวนางใส่ไว้ในถุงจักรวาล จากนั้นก็ผสานกาย
เนื้อกับเมฆาตลบฟ้า เตรียมตัวกระโดดหลบหนีออกไป
จากที่นี่ได้ทุกเมื่อ
ทว่าทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้น เมื่อเห็นผู้ที่
ยืนอยู่ถัดจากหวงจุน
นางก็คือหนานกง เหว่ย
เมื่อเห็นนาง ลมหายใจของ อู่ อวี้ สั่นไหวเล็กน้อยอาจ
เป็นเพราะเขายังจดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนบันไดขั้นที่
ห้าได้เป็นอย่างดี
เรือนร่างและหยาดน้ำตาของนางยังคงตราตรึงอยู่
ภายในจิตใจของเขา
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็อดไม่ได้ที่จะใคร่ถามตัวเองว่า เป็นไปได้
หรือไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง?
ในเวลานี้บนคอของเขายังมีตราประทับหงส์เพลิงอยู่
เช่นเดิม เนื่องจากมันอยู่ด้านหน้า ทำให้เส้นเกศาของ
เขาไม่สามารถปกปิดมันได้ อีกทั้งยังทำให้ผู้คนสามารถ
แลเห็นบางส่วนของตราประทับนี้
ปัจจุบัน หนานกง เหว่ย อยู่ในท่าลดศีรษะต่ำลง ท่าที
ของนางยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชา ทั้งความหวังว่า
นางเคยเป็นเช่นในอดีตได้ตายไปจากหัวใจของ อู่ อวี้
แล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั้นคือ หวงซี
นางสูญเสียความทรงจำที่แท้จริงของตนมานานแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นในบันไดขั้นที่ 5 เป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น
แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองที่ติดอยู่ในกับดักของการ
ทดสอบ เหตุใดถึงได้รับสมบัติ อีกทั้งยังไม่มีการทดสอบ
ด่านที่ 3 แม้แต่น้อย
เขาทราบเรื่องนี้จากสีหน้าของ หวงจุน และมหาราชา
ปีศาจตอนอื่น ๆ พวกมันต้องไม่ได้รับสิ่งใดติดไม้ติดมือ
กลับมาอย่างแน่นอน
ดังนั้น หวงจุน ต้องบังเกิดโทสะเป็นแน่แท้
เป็นไปได้หรือไม่ว่านางอาจสงสัยว่าคนอื่นได้รับมันไป
แล้ว?
หากนางตรวจสอบจนมาถึงกลุ่มของพวกเขาทั้งสาม
แล้วควรจะทำอย่างไรดี?
จากคำกล่าวของปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำตั้งแต่ตอน
แรก หากไม่มีผู้ใดผ่านด่านทดสอบ คฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์ก็จะหายไป และจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปหลายหมื่นปี
ถ้า หวงจุน เชื่อว่าผู้ใดผ่านการทดสอบ ก็คงจะดีมาก
“อู่ อวี้!”
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังลังเลอยู่นั้น สิ่งที่ไม่อยากประสบก็
บังเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นปีศาจมากมายก็
ล้อมรอบเขาไว้ทันที หวงจุน มุ่งเป้าหมายที่พวกเขาจริง
ๆ
ดวงตาของนางจับจ้องอยู่ที่ร่างของ อู่ อวี้ และ หนานกง
เหว่ย ที่อยู่ข้าง ๆ นาง ก็มองมาทางเขาเช่นกัน ใน
สายตาของนางไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย มีเพียงแค่
ความหยิ่งทะนงและภาคภูมิเท่านั้น ทำให้ผู้คนรู้สึกยาก
จะเข้าถึงได้
หวงจุน จับจ้องมายังเขาแล้วกล่าวว่า ” ข้าต้องการให้
เจ้าอยู่ที่นี่โดยไม่ขยับไปไหน เจ้าไม่ฟังข้างั้นหรือ? ”
นางยังมิได้เริ่มลงมือจัดการเขาในทันที แสดงให้เห็นว่า
นางมิได้สงสัยเขามากนัก?
อู่ อวี้ จับจ้องไปยัง หนานกง เหว่ย หากนางที่ปรากฏขึ้น
บนบันไดขั้นที่ 5 เป็นตัวจริง นางก็ควรบอก หวงจุน ไป
แล้วว่าพบเขาบนบันได
แต่นางกลับมิได้ตอบสนองสิ่งใด
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วกล่าวขึ้นทันทีว่า “พวกเรามิได้ขยับไป
ไหน”
คาดว่า หวงจุน คงไต่ถามทุกคน แต่ก็ไม่มีผู้ใดได้รับ
สมบัติ อีกทั้งนางยังหยิ่งทะนงภาคภูมิในตนเองเป็น
อย่างยิ่ง และคิดว่าไม่มีผู้ใดผ่านการทดสอบได้เร็วกว่า
นาง ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ไม่ทราบว่านางพบสิ่งใดในคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ดังนั้นนางอาจกำลังสับสน และ
ไม่มั่นใจว่าเขาได้ครอบครองสมบัติ
ดูเหมือนนางไม่ต้องการบอกผู้ใด ว่าคนธรรมดาสามัญ
ได้รับสมบัติ แต่ตัวนางกลับไม่ได้รับสิ่งใด หากเป็น
เช่นนั้น มันจะทำลายชื่อเสียงของนาง
ดังนั้นนางจึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “สมบัติทั้งหมดของ
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ เป็นของจักรวรรดิ
ทายาททักษิณ และเจ้าเป็นคนนอกเพียงกลุ่มเดียวที่มี
ส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ดังนั้นข้าจึงต้องการค้น
ถุงจักรวาลของเจ้า หลังจากตรวจสอบแล้วข้าจัดส่งคืน
ให้แก่เจ้า ”
นับเป็นปัญหาแล้ว
อู่ อวี้ ทราบดีว่าในเวลานี้ตนเองสมควรดื้อดึง ไม่ยอมรับ
การตรวจสอบ เนื่องจากถุงจักรวาลของเขามีสมบัติ
อย่างเจดีย์ล่องกำเนิดอยู่ภายใน ดังนั้นเขาจึงส่ายหัวแล้ว
กล่าวตอบกลับไปทันทีว่า ” หวงจุน ข้าเคารพท่านใน
ฐานะผู้อาวุโส การทดสอบของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจ
สวรรค์นับว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ท่านไม่ทราบว่า
มีผู้ใดได้รับสมบัติไปใช่หรือไม่ แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไป
แล้วจะได้รับสมบัติได้อย่างไร อีกทั้งท่านยังคิดใช้ตัวตน
และอัตลักษณ์ของตนเอง เพื่อตรวจสอบถุงจักรวาลของ
ข้าเช่นนั้นหรือ ถึงแม้ข้าจะเป็นผู้เยาว์ แต่ท่านก็ไม่ควรดู
ถูกข้าเช่นนี้ … ”
จากสิ่งที่เห็นทำให้ปีศาจหลายตน เริ่มไม่เข้าใจว่าเพราะ
เหตุใดหลังจากที่หวงจุนออกมาจากด่านทดสอบ ถึงได้
เล็งเป้าหมายมาที่ชายไร้ชื่อเสียงเรียงนามผู้นี้ พวกมัน
ต่างคาดเดาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่หวงจุนไม่ได้รับสมบัติ
กำรี้กำไรใด ๆ ติดไม้ติดมือออกมา ?
โลกของผู้ฝึกตนเต็มไปด้วยความลับ สมบัติที่อยู่ในถุง
จักรวาลของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งหวงจุนสามารถ
แย่งชิงถุงจักรวาลของ อู่ อวี้ ได้ตลอดเวลา ดังนั้นภายใต้
สายตาของฝูงชน ทันทีที่นางออกมาจากคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์แล้วกล่าวเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างแปลกมาก …
อู่ อวี้ ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ว่าหวงจุนยังคงไม่แน่ใจ
ผู้ที่อยู่รอบตัวนางคงมิได้ปริปากพูดหรือกระทำสิ่งใด ซึ่ง
สามารถอนุมานได้ว่าพวกมันไม่ได้ผ่านการทดสอบใน
ครั้งนี้ เพราะตัวนางก็รู้ดีว่าการทดสอบนั้นยากลำบาก
สาหัสสากรรจ์มากเพียงใด
ส่วนเหตุผลที่ อู่ อวี้ ถูกตรวจสอบเป็นเพราะการทดสอบ
ครั้งแรก อู่ อวี้ ออกมาเร็วกว่านาง
แต่แล้วอยู่ ๆ หนานกง เหว่ย ก็เลยขึ้นมาว่า ” ท่านแม่
ปล่อยชายคนนี้ไปเถอะ หากชายผู้นี้ได้อะไรติดไม้ติดมือ
จากการทดสอบครั้งนี้มาสิถึงจะแปลก สำหรับผู้เข้าด่าน
ทดสอบทุกคนต่างก็รู้ดีว่า การทดสอบของคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์นั้นโหดหินมากเพียงใด … ”
อู่ อวี้ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ด้วยเพราะไม่คิดว่านางจะ
เอ่ยปากช่วยเหลือเขาเช่นนี้ ? เป็นไปได้หรือไม่ว่า… นาง
ยังคงมีเขาอยู่ในใจ ถึงกระนั้นเขาก็หาได้แยแสใส่ใจ แต่
ยังคงประเมินพฤติกรรมของนางต่อไปโดยคาดว่า การที่
‘หวงซี ‘ ออกตัวช่วยเหลือเขาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะ
ภายในจิตใจของนางยังคงมีความเป็นมนุษย์หลงเหลือ
อยู่บ้าง
อู่ อวี้ กำลังลุ้นระทึกว่าหวงจุนจะฟังคำพูดของนาง
หรือไม่ เป็นไปได้ว่านางอาจมิได้สงสัย อู่ อวี้ มากนัก แต่
นางสอบถามเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนนอกเท่านั้น ดู
เหมือนว่าความสงสัยของนางยังอยู่ที่คฤหัสถ์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์ นางหันหลังกลับไป จากนั้นก็หายเข้าไปใน
หมอกสีทองที่เหลืออยู่
การกระทำเช่นนี้บ่งบอกว่าอีกฝ่ายยินดีที่จะปล่อยพวก
เขาไป!
อู่ อวี้ รู้สึกเหลือเชื่อ
คำพูดของ หนานกง เหว่ย เป็นส่วนหนึ่งในเหตุผลที่ทำ
ให้หวงจุนตัดสินใจเช่นนี้
มีเหตุผลบางอย่างที่ อู่ อวี้ ยังไม่ค่อยแน่ใจก็คือ ประการ
แรกเขายังคิดว่าหวงจุนยังมีใจริษยาตัวเขาอยู่ แต่ติดตรง
‘จักรพรรดิเหยียนหวง ‘ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเขา แล้วเขา
ก็คิดว่านี่แหละคือเหตุผลหลักในการตัดสินใจของนาง
หากนางทำตัวอหังการเย่อหยิ่งมากเกินไป นางอาจจะไม่
มีตัวตนอยู่บนชมพูทวีปโลกธาตุอีกเลยก็เป็นได้ ประการ
ที่สอง อาจเป็นเพราะนางมั่นอกมั่นใจในตัวเองมาก
เกินไป นางอาจจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้อื่นผ่านด่าน
ทดสอบที่ 2 เร็วมากไปกว่านาง
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดา ไม่ว่า
ในใจนางนั้นจะมีเหตุผลอื่นใดก็ตามที แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้
อู่ อวี้ กับพรรคพวกของเขาปลอดภัยไร้กังวลแล้ว
” ขอบพระทัยองค์หญิงหวงซี ถ้าเช่นนั้นข้าขออำลา ” ใน
ที่สุด อู่ อวี้ ก็หันมองไปยัง หนานกง เหว่ย ภาพของ
นางในตอนนั้นยังติดอยู่เต็มสองตาของเขา หนานกง
เหว่ย ที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สวมใส่ใด ๆ
หนานกง เหว่ย ไม่ตอบสนองใด ๆ แต่หันกลับแล้ว
ติดตามหวงจุนไป
อู่ อวี้ มองนางจากไปแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดออกจากที่นี่
ทันที
……………….
ใกล้จะจบภาค 8 แล้วว ปรบมือๆๆ (จบเล่ม 8 ใน