กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 995:
จักรพรรดิทักษิณสวรรค์และตำหนักราชสีห์ทองคำ
นอกพรมแดนทางตอนใต้ของ นครจักรพรรดิทักษิณ มีผู้
ฝึกตนรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก
ผู้ฝึกตนที่กำลังอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ กำลังรอการตรวจสอบ
ตัวตนและข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจะเดินทางเข้าสู่นคร
จักรพรรดิทักษิณ
หลังจากพวกเขาผ่านด่านออกไปได้ ถ้าเกิดจะกลับเข้า
มาในอาณาจักรอีกก็ต้องได้รับอนุญาตให้เข้าเสียก่อน
อย่างน้อยการรอคอยอยู่ที่นี่ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง
เพราะที่นี่เป็นดินแดนภายใต้การควบคุมของเหยียนหวง
ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม หรือปีศาจสมุทร ก็ไม่มีสิทธิ์มาสร้าง
ความวุ่นวายปั่นป่วนในที่แห่งนี้เด็ดขาด
พวกเขาสามคนเดินผสานรวมเข้าไปในกลุ่มฝูงชนที่เนือง
แน่นอยู่นับหมื่นนับพันนี้
กลุ่มของ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่อย่างเงียบ ๆ พวกเขาสามคน
เดินลัดเลาะไปตามช่องทางนครจักรพรรดิทักษิณ
ระหว่างการเดินทางข่าวคราวที่ได้ยินหนาหูมากที่สุดก็
ไม่พ้นเรื่องของ หวงจุน ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิทายาททักษิณ
” ท่ามกลางบันทึกประวัติศาสตร์ของชมพูทวีปโลกธาตุ
หงส์เพลิงนิรันดร์เป็นสัตว์สวรรค์ในตำนานที่ไม่เคย
ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน ไม่รู้ว่ามันมาจากที่ใด ยิ่งไปกว่านั้น
มันยังมีถึงสองตัว!”
” พลังของสัตว์สวรรค์ตนนี้ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวมาก
สามารถทำให้บรรดามหาราชาปีศาจทั้งหลายพ่ายแพ้ไป
อย่างราบคาบ จนต้องยอมยกทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ให้นางปกครองเป็นนายเหนือหัวอย่างเต็มอกเต็มใจ
นอกจากนี้แปดมหาราชาปีศาจสมุทรก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ
นาง โดยเฉพาะจักรพรรดิปีศาจวายุคลั่งได้ข่าวว่า
หวาดกลัวจนอึฉี่ราด ว่ากันว่าจวบจนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดพบ
เห็นจักรพรรดิปีศาจวายุคลั่งเลย ”
” ตราบจนทุกวันนี้ บรรดาอาณาจักรและจักรวรรดิ
สำคัญต่าง ๆ ในดินแดนโบราณเหยียนหวงยังไม่มีการ
เคลื่อนไหวใด ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าพวกเขายอมรับ
การก่อตั้งจักรวรรดิทายาททักษิณขึ้นมาใหม่เช่นนั้นหรือ
ถ้าให้ข้าคาดเดานะ… มันต้องเป็นแบบแน่ ๆ มิฉะนั้นคง
รวมพลไปถล่มหวงจุนกันแล้ว ”
” พูดเป็นเล่น… หวงจุนมีพลังฝีมือมากมายถึงเพียงนั้น
บอกตามตรงข้าเองก็ไม่ทราบว่าระหว่างนางกับ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ผู้ใดจะแข็งแกร่งมากกว่า
กัน แม้แต่แปดมหาราชาปีศาจสมุทรผนึกกำลังต่อสู้ก็ยัง
พ่ายแพ้ให้กับนาง ข้าเกรงว่าหงส์เพลิงนิรันดร์จะเป็น
เซียนอมตะ! ”
” เห็นว่าองค์หญิงหวงซีมีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก เท่ากับว่า
ในยามนี้ผู้คนนับหมื่นในทวีปปีศาจทายาททักษิณ ถูก
ปกครองโดยคนเพียงคนเดียว ไม่ว่าชายคนใดก็ตามหาก
สามารถครอบครองหัวใจขององค์หญิงหวงซีได้ล่ะก็ คน
ผู้นั้นคงจะเสมือนดั่งได้ขึ้นสวรรค์ในชั่วพริบตา ”
” อย่าได้คิดเพ้อฝันไปเลย คนอย่างเรา ๆ หาได้คู่ควรกับ
นางไม่ คิดว่าจะได้มีโอกาสในการเป็นสหายเต๋าเคียงคู่
กับนางเช่นนั้นหรือ ? ในอนาคตองค์หญิงหวงซีผู้นี้จะได้
ขึ้นเป็นจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิทายาททักษิณ ซึ่งไม่
เหมือนกับอาณาจักรโบราณเหยียนหวงของพวกเรา ที่มี
โอรสพระธิดาอยู่เป็นจำนวนมาก บอกตามตรงข้ายังคาด
เดาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ว่าผู้ใดจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์
ใหม่ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ”
” บางทีอาจจะเป็นโอรสเล่อก็ได้ นอกจากนี้ราชอารักษ์
เล่อมีพลังความสามารถน่าทึ่งมากทีเดียว แต่นั่นก็แค่
ความแข็งแกร่งของราชอารักษ์เล่อเท่านั้น… ”
” ยังเร็วเกินไปที่จะเอ่ย สำหรับข้าทั้งโอรสเล่อและราช
อารักษ์เล่อยังอ่อนเยาว์เกินไปนัก พวกเขายังไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะต่อสู้แข่งขันในสนามรบการแย่ง
ชิงบัลลังก์ ”
พวกมันไม่คิดคาดระหว่างพูดคุยกันอย่างเมามันนั้น อยู่
ๆ อู่ อวี้ กับพรรคพวกก็เดินผ่านพวกมันอย่างพอดิบ
พอดี
” ข้าได้ยินว่าราชอารักษ์เล่อเดินทางไปยังทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ ในช่วงกำลังวุ่นวายโกลาหลเช่นนี้ ไม่รู้ว่า
เขาจะรอดชีวิตกลับมาหรือไม่ ”
” ถ้าไม่มีชีวิตรอดกลับมา ก็เป็นได้แค่บุคคลไร้สาระไม่
ควรค่าให้พูดคุย ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ล่วงเลยเดินเข้าสู่เส้นทาง
อันกว้างใหญ่ของนครจักรพรรดิทักษิณแล้ว ภายในนคร
จักรพรรดิทักษิณมีกองทัพเพลิงทักษิณ และ ผู้พิทักษ์
เพลิงทักษิณ ประจำการอยู่ที่นี่อย่างต่ำประมาณ 5 พัน
นาย คอยหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนตรวจตรารักษาความ
ปลอดภัยของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีผู้ตรวจการอีกเป็น
จำนวนมาก คอยทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลพิสูจน์ตัวตน
ของผู้ที่ต้องการเข้าสู่อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ขั้นตอนดังกล่าวเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่โชคดีที่ อู่ อวี้
มีเอกสารการรับรองจากมหาอุปราช ในขณะที่พวกเขา
ทั้งสามมายืนอยู่ตรงเบื้องหน้าของนายตรวจผู้หนึ่ง ซึ่ง
กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบเอกสาร ส่วนอีกมือหนึ่งก็
กำลังทำบางอย่างอยู่ หลังจากนั้นมันก็พูดขึ้นด้วย
น้ำเสียงไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่นัก ” รีบ ๆ เอาทุกอย่าง
ออกมา อย่ามานวยนาดเอ้อระเหยลอยชาย ยังมีคนอีก
เป็นโขยงรออยู่ด้านหลัง ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ จึงหยิบเอกสารออกมาแล้ววาง
เอาไว้บนโต๊ะ และเมื่อหลังจากผู้ตรวจการเปิดอ่านก็มี
ท่าทีกระสับกระส่ายร้อนรน แล้วกล่าวว่า ” เอกสารนี่
มัน? ”
ทันทีที่เปิดเอกสารมันก็หยุดชะงัก แล้วรีบเงยหน้าขึ้น
อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นหน้าคนทั้งสามใบหน้าของมันก็
ขาวซีดแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า ” ระ ราช
อารักษ์เล่อ โปรดให้อภัยข้าน้อยที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าไม่
ทราบว่าท่านจะมาในวันนี้เลยมิได้ต้อนรับอย่าง
สมเกียรติ โปรดให้อภัยข้าด้วย ”
จากนั้นมันก็รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้า อู่ อวี้
ในขณะเดียวกันนั้น ดูเหมือนว่ามันจะส่งตราประทับ
สื่อสารออกไป ต่อมา อู่ อวี้ ก็บอกให้มันยืนขึ้น ผ่านไป
ไม่นานนักก็ปรากฏผู้บำเพ็ญเพียร ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตน
สูงส่งบินทะยานมาจากระยะไกล ชายวัยกลางคนผู้นี้
สวมใส่ชุดเกราะสีแดงเพลิง มันรีบก้าวไปข้างหน้าแล้ว
กล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็วว่า ” ยินดีต้อนรับราช
อารักษ์เล่อกลับสู่เหยียนหวง ข้าน้อย ‘จวี้หวั่ง’ ขุนพล
มังกรฟ้าแห่งกองทัพเพลิงทักษิณ ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินว่า
ราชอารักษ์เล่อเดินทางออกจากเหยียนหวงมายังนคร
จักรพรรดิทักษิณ ตั้งแต่ครานั้นจักรพรรดิทักษิณก็สั่งให้
ข้าดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ กำชับให้ข้าน้อยเฝ้ารอการ
กลับมาขอราชอารักษ์เล่อ ราชอารักษ์เล่อได้โปรดให้
อภัยในความบกพร่องของข้าน้อยด้วย ”
” ออกคำสั่งให้ดูแลเป็นพิเศษเช่นนั้นหรือ? ” อู่ อวี้ คิดว่า
การกลับมาครั้งนี้ของตนเองคงต้องพบเจอกับความ
ยุ่งยากตั้งแต่แรกเสียอีก แต่เขาไม่คิดว่าจักรพรรดิ
ทักษิณจะออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมตัวต้อนรับ
อู่ อวี้ อยู่ที่นี่
จวี้หวั่ง ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เป็นเรื่องธรรมดาขอรับ ราช
อารักษ์เล่อเป็นเช่นดั่งเสาหลักของอาณาจักรย่อม
แตกต่างจากคนทั่วไปอยู่แล้ว โปรดให้ข้าน้อยผู้ต่ำต้อย
ได้มีโอกาสพาท่านกลับไปเหยียนหวงด้วยเถิด… ”
กล่าวตามตรง คนผู้นี้เป็นทหารระดับขุนพลมังกรฟ้า ก็
เท่ากับว่าคนผู้นี้มียศรองจากผู้บัญชาการกองทัพเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นกองทัพมังกรเพลิง มีทหารระดับขุนพล
มังกรฟ้าแค่เพียงไม่กี่คน ผู้ที่อยู่ในระดับนี้ย่อมมีฝีมือ
ไม่ได้ด้อยกว่า เสวี้ย ตู๋เค่อ เลย
แต่เมื่อประเมินจากท่าทีและคำพูดของมัน เห็นได้ชัดว่า
คนผู้นี้ให้ความเคารพในตัวเขาเป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพราะสิ่งสำคัญที่สุด
ในตอนนี้ก็คือการกลับไป ดังนั้นเขาจึงติดตาม จวี้หวั่ง
ข้ามค่ายกลคุ้มกันพรมแดน หลังจากผ่านกระบวนการ
ตรวจสอบของค่ายกล ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงนคร
จักรพรรดิทักษิณ ระหว่างทางจวี้หวั่งหันมากล่าวกับ อู่
อวี้ ด้วยความเคารพว่า ” ราชอารักษ์เล่อ นับตั้งแต่
จักรพรรดิทักษิณได้ยินว่าท่านเดินทางมายังนคร
จักรพรรดิทักษิณ องค์จักรพรรดิก็รอพบเจอท่านมา
ตลอด ดังนั้นจึงมีกำชับกับข้าว่า หลังจากท่านเดินทาง
กลับมาแล้ว อย่าได้ลืมพาท่านมาเยี่ยมเยือนยังคฤหาสน์
จักรพรรดิทักษิณ ”
จักรพรรดิทักษิณเป็นหนึ่งในน้องชายของ จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง ทั้งพลังฝีมือความสามารถพอ ๆ กับ
มหาอุปราช และ จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ แล้วถ้าหาก
เขามีความจริงใจไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ไฉนถึงต้องพบตัว
เขาด้วย?
ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ภายในนครจักรพรรดิทักษิณ ซึ่ง
จักรพรรดิผู้ปกครองนครนี้ต้องการเจอตัวเขา หากนับ
ตามลำดับญาติคนผู้นี้ถือเป็นเสด็จอาของโอรสเล่อ ใน
เมื่อผู้อาวุโสอยากพบเจอเขาแล้ว อู่ อวี้ จะเสียมารยาท
ปฏิเสธไม่ไปได้อย่างไร ท้ายสุดแล้วฝ่ายตรงข้ามเทียบ
เชิญเข้าอย่างสุภาพให้เกียรติ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้อง
ตอบรับ
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมิได้รีบเร่งเดินทางกลับนครเทวะ
เพราะในท้ายสุดแล้วเขาหาได้มีกิจอันใดเป็นพิเศษ อู่ อวี้
เพียงต้องการฝึกตนอย่างสงบเท่านั้น ส่วนเรื่องการแย่ง
ชิงบัลลังก์ของโอรสเล่อ อู่ อวี้ คิดว่าเรื่องนี้ยังอีกยาวไกล
นัก เขายังไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
เขารู้ว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นคนล้ำลึกร้าย
กาจยิ่ง บางทีเวลานี้อาจจะเฝ้าจับตาสังเกตเขาอยู่ก็ได้
ถึงอย่างไรเขาก็ต้องกลับนครเทวะอยู่ดี อีกอย่างถ้า
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงอยากจะจัดการเขาจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นที่ใดเขาก็คงไม่อาจหนีพ้น
บางทีพิภพปีศาจบรรพกาลอาจจะมีประโยชน์เพื่อการนี้
ในความเป็นจริง นับตั้งแต่ที่เขากลับมาจากประตูปีศาจ
พิภพบรรพกาล อู่ อวี้ ก็คิด ๆ เรื่องนี้เอาไว้แล้ว
” ถ้าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงบีบบังคับข้ามาก ๆ ข้า
จะหลบหนีไปที่พิภพปีศาจบรรพกาล ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะ
สามารถตามข้าไปที่พิภพปีศาจบรรพกาลได้ ”
อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ได้หลังชนฝา ยังพอมีหนทางให้
หลีกหนีบ้างเล็กน้อย แม้เขาจะไม่รู้ว่าจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงจะรู้เรื่องประตูปีศาจพิภพบรรพกาลหรือไม่ก็
ตาม
เขาไม่ทราบจริง ๆ ว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง มี
จุดประสงค์ใดกันแน่…
ภายใต้การนำทางของจวี้หวั่ง ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เดินทาง
มาถึงคฤหาสน์จักรพรรดิทักษิณ ทันทีที่มาถึงสายตาก็จะ
ไปสะดุดอยู่ที่รูปปั้นราชสีห์ทองคำตัวใหญ่โดดเด่นเป็น
สง่า รูปปั้นของราชสีห์ทองคำตัวนี้ให้ความรู้สึกราวกับว่า
มันมีชีวิตจริง ๆ
คฤหาสน์จักรพรรดิทักษิณหลังนี้ มันคือศาสตราเต๋าวิถี
แท้ขนาดใหญ่ มีวงเวทค่ายกลถูกวาดประทับเอาไว้ทุก
แห่งหน ที่นี่คือหัวใจหลักของนครจักรพรรดิทักษิณ อุดม
ไปด้วยกลิ่นอายพลังฟ้าดิน แต่หลังจาก อู่ อวี้ ได้ไป
สัมผัสพลังฟ้าดินของพิภพปีศาจบรรพกาล กล่าวได้
เพียงว่าที่นั่นเสมือนดั่งแดนสวรรค์
ภายในคฤหาสน์จักรพรรดิทักษิณ ‘ตำหนักราชสีห์
ทองคำ’ ถือว่างดงามวิกฤตการณ์ตาอย่างที่สุด หลังจาก
จักรพรรดิทักษิณได้ยินคราวข่าวเรื่องการกลับมาของ อู่
อวี้ เขาก็ได้เตรียมตัวต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อคนทั้งสาม
มาถึงก็ได้พบกับจักรพรรดิทักษิณตัวเป็น ๆ ก่อนหน้านี้
พวกเขาลองจินตนาการถึงรูปลักษณ์และความน่าเกรง
ขามของจักรพรรดิทักษิณ ว่าเขาจะต้องดูยิ่งใหญ่
อหังการน่าเกรงขามอย่างที่สุด แรงกดดันที่แผ่ออกมา
จะต้องน่าสะพรึงกลัวและอันตรายอย่างไม่อาจบรรยาย
เสมือนจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ แต่ทันทีที่ได้เจอก็ทำให้
พวกเขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะคนที่
อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้คือชายที่มีเส้นผม และ
หนวดเคราเป็นสีขาว แต่ใบหน้าของเขากลับอ่อนเยาว์
สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์เรียบง่าย บรรยากาศที่แผ่ออกมา
ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งปราชญ์บัณฑิตที่เปี่ยมล้นไปด้วย
ความรู้ความสามารถ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอัน
แสนอบอุ่นใจดี ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งสายลมในช่วงฤดู
ใบไม้ผลิ ราวกับได้พบเจอกับญาติมิตรที่เคยสนิทชิดเชื้อ
กันอีกครั้ง
” นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง การเยี่ยมเยือนของราชอารักษ์
เล่อทำให้บ้านหลังน้อยของข้ามีชีวิตชีวาสดใสขึ้นมาใน
ทันตาเห็น ” เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง เขาก็ทักทายอย่าง
อัธยาศัยดี หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็เดินเข้าไปในตำหนัก
ราชสีห์ทองคำ
ในฐานะแขกผู้มาเยี่ยมเยียนอย่าง อู่ อวี้ ก็รู้สึกดีกับการ
ต้อนรับที่ดูอบอุ่นเป็นกันเองของเขาเช่นกัน หลังจาก
พูดคุยทักทายกับจักรพรรดิทักษิณอยู่พักหนึ่ง จักรพรรดิ
ทักษิณก็บอกให้สาวใช้ยกสำรับอาหารสุราปลาปิ้งเข้ามา
จากนั้นก็มีสาวงามมามอบความบันเทิงด้วยร่ายรำอย่าง
อ่อนช้อย เรื่องอะไรเช่นนี้ อู่ อวี้ ไม่ค่อยสนใจสักเท่าใด
นัก ทว่าแตกต่างจาก หนานซาน หวางเยว่ หลังจากทุก
อย่างถูกจัดเตรียมอย่างพร้อมสรรพ สายตาของมันก็บ่ง
บอกถึงความพึงพอใจอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสุราอาหาร
หรือนารีทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มันชอบ ดังนั้นเวลานี้มันจึง
สนุกเพลิดเพลินไปกับการดื่มกินอย่างอิ่มหนำสำราญใจ
ส่วนเรื่องที่จักรพรรดิทักษิณพูดคุยกับ อู่ อวี้ นั้นก็ล้วน
แล้วแต่เป็นเรื่องสัพเพเหระทั่ว ๆ ไป ยกตัวอย่างเช่นสิ่ง
ที่นำมาต้มกลั่นสกัดเป็นสุรารสเลิศในมือของเขายามนี้
บ้างก็เป็นเรื่องของรสอาหาร รวมถึงเรื่องราวของพ่อครัว
ชั้นเลิศที่รังสรรค์อาหารรสเลิศเหล่านี้ ทั้งยังพูดถึงทักษะ
การร่ายรำของหญิงงามที่อยู่ตรงหน้า พวกนางแต่ละคน
จะต้องฝึกฝนพากเพียรเพิ่มความชำนาญให้ตนเองอย่าง
หนัก ทั้งยังกล่าวว่าการร่ายรำจะทำให้เข้าใจฟ้าดินมาก
ขึ้น การพูดของช่างเขาดูผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึง
กระนั้น อู่ อวี้ หาได้คลายความระวังลง เขาคิดเผื่อไว้ว่า
ฝ่ายตรงข้ามอาจจะกำลังเรียนรู้เฝ้าสังเกตดูรายละเอียด
ปลีกย่อยต่าง ๆ ของเขาก็เป็นได้ ?
” ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ทวีปปีศาจทายาททักษิณคึกคัก
เป็นอย่างมาก ราชอารักษ์เล่อเพิ่งกลับมาจากที่นั่นไม่
ทราบว่าได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง? ” ระหว่างที่
บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย จักรพรรดิทักษิณก็เอ่ยถาม
ขึ้น
ฉับพลัน อู่ อวี้ ตอบอย่างระมัดระวังว่า ” เป้าหมายของ
การเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อตามหาสหายเก่า ไม่คาดหวังว่า
ข้าจะจำคนผิด ระหว่างนั้นข้าได้ยินข่าวว่าคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ปรากฏขึ้นมาพอดี พวกเราทั้ง
สามเลยคิดว่าจะไปแสวงโชคสักหน่อย แต่ไม่คาดคิดว่า
หวงจุนจะปรากฏตัวขึ้นมา พลังฝีมือของนางร้ายกาจน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง มีปีศาจอยู่ทุกหนทุกแห่งเพื่อเอา
ชีวิตรอดพวกเราจึงต้องไปหลบซ่อนตัว คงต้องบอกว่า
การไปครั้งนี้เราไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือเป็นรูปประธรรม
มาเลย นอกเสียจากประสบการณ์รับชมการต่อสู้ของ
เหล่ายอดฝีมือพูดน่าสะพรึงกลัว ”
ส่วนเรื่องเนตรปีศาจมายา กับ ประตูปีศาจพิภพบรรพ
กาล แม้แต่หวงจุนก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ ดังนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ให้
จักรพรรดิทักษิณรู้เรื่องนี้เช่นกัน
” หวงจุนมีพลังฝีมือร้ายกาจจะเสมือนเช่นดั่งวิญญูชนใน
ตำนาน นางเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะแปดมหา
ราชาปีศาจสมุทรได้จริงหรือ ? ” จักรพรรดิทักษิณไต่
ถามอย่างสนใจ
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ข้าเห็นด้วยตาของตนเอง
พลังของนางร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ … ”
จักรพรรดิทักษิณส่ายศีรษะแล้วกล่าวอย่างยิ้ม ๆ ขึ้นว่า ”
แค่จักรพรรดิปีศาจวายุคลั่งก็ทำให้ข้าปวดเศียรเวียน
เกล้ามากพอแล้ว ตอนนี้ยังมีจักรวรรดิทายาททักษิณ
โผล่ขึ้นมาอีก ดูเหมือนอาณาจักรโบราณเหยียนหวงจะ
ไม่สงบสุขเช่นดั่งเก่าก่อนแล้ว ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ข้าคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น
จากที่เห็นจักรวรรดิทายาททักษิณกับมหาสมุทรปีศาจ
วายุคลั่ง ไม่มีทางที่จะจับมือกันได้ ”
” อืม… เมื่อคิด ๆ ดูจากที่ท่านกล่าวก็ฟังดูสมเหตุสมผล ”
จักรพรรดิทักษิณยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเขาก็รินสุราให้ อู่
อวี้ แล้วก็ชวนพูดคุยถึงเรื่องอื่น
หนึ่งชั่วยามต่อมา อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าเวลาก็ล่วงเลยมา
พอสมควรแล้ว การพบปะสังสรรค์กันครั้งนี้ อีกฝ่าย
ไม่ได้ไต่ถามสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะการวางตัว
ของจักรพรรดิทักษิณยากที่จะคาดเดาได้ ระวังที่ อู่ อวี้
จะขอตัวกลับ แต่แล้วทันใดนั้นก็มีหญิงสาวที่รูปโฉม
งดงามเดินก้าวเข้ามาจากเบื้องนอก นางสาวใส่ผ้าคลุม
ปิดบังใบหน้า ดูสง่างามเป็นอย่างยิ่ง
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ