กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 994: สายตาที่มองไปยังนครเทวะ
ร่างกลืนสวรรค์จักต้องเติบโตแข็งแกร่งขึ้น
อู่ อวี้ มีคำขวัญประจำตัวว่า การฝึกฝนบำเพ็ญตนคือ
การปล้นชิง
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะฝึกฝนบำเพ็ญตนด้วยจิตใจ
อันบริสุทธิ์โอบอ้อมอารี
ในเมื่อมือสังหารต้องการชีวิตของเขา ดังนั้น อู่ อวี้ ก็จะ
ไร้ปรานีกับพวกมันเช่นกัน
การที่ผู้บำเพ็ญเพียรจะบรรลุจุดสูงสุดนั้น ไม่ว่าผู้ใดก็ต้อง
ปล้นชิง เหยียบย่ำซากศพของศัตรู จนกว่าจะทะยานขึ้น
สู่สวรรค์
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่นี่คือวิถีของเขา
แต่เขาก็จะไม่ยอมเป็นคนชั่วช้าถึงขีดสุด ละทิ้งเจตจำนง
ของตนเอง เพียงเพื่อประโยชน์และความแข็งแกร่ง จะ
ไม่ยอมกลายเป็นตัวตนเฉกเช่นดังบรรพชนมารกลืน
สวรรค์
แต่เขาก็ไม่อาจรำพึงฟ้าเวทนาคนได้เช่นเดียวกับ เย่ซีซี
ที่นางยอมเมตตาตนทั้ง ๆ ที่เป็นศัตรูกันแท้ ๆ
การสังหารและปกป้อง ล้วนทำตามเจตจำนงในหัวใจ
ของตนเอง ดังนั้นถึงแม้ว่าจะต้องกลืนกินศัตรู ตัวเขาก็
ไม่ได้รู้สึกผิดหรือลังเลใจแม้แต่น้อย
หากพวกมันตกตายในการต่อสู้ หลังจากร่างกายของ
พวกมันเน่าเปื่อย พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงก็จะรั่วไหล
หายไป ถ้า อู่ อวี้ ไม่กลืนกิน มันก็ไม่อาจจะทำประโยชน์
ใด ๆ ได้อยู่ดี
เมื่อใดที่ชีวิตของผู้คนจบสิ้น ร่างกายก็จะเน่าเปื่อยสูญ
สลายไป
ในกรณีของหมิงซวง นางมีพลองทองสมปรารถนาเป็น
เสมือนดั่งพาหนะช่วยให้นางมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีโอกาสเป็นไป
ได้น้อยมาก
และในตอนนี้เอง ร่างกลืนสวรรค์ก็กลืนกินจนก้าวข้าม
จะขั้นที่ 2 บรรลุเข้าสู่ขอบเขตค้นหาเต่าขั้นที่ 3 ถือเป็น
การยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง บัดนี้ร่างต้น บวกกับ หนาน
ซาน หวางเย่ว เย่ซีซี ร่างกลืนสวรรค์ และ จอม
เกาทัณฑ์วิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ภายในความมืดมิด
ทั้งหมดล้วนปิดล้อมมุ่งเป้าหมายที่ชายชรานาม เสวี้ย ตู๋
เค่อ เพียงผู้เดียวเท่านั้น
บุคคลผู้นี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง มันเพิกเฉยต่อการตาย
ของสหายทั้ง 2 คนอย่างสิ้นเชิง สายตาของมันไร้ซึ่ง
ความแยแส ปราณอันมืดมนชั่วร้ายแผ่ขยายออกไปทั่ว
ทุกแห่งหน เห็นได้ชัดว่ามันต้องการได้รับสมบัติและ
มรดกทุกอย่างของ อู่ อวี้ แต่เพียงผู้เดียว
“อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ ข้ายังหาได้ใช้อำนาจของเนตร
ปีศาจอย่างเต็มที่ และในตอนนี้ ข้าจะปลดปล่อยวิชา
ลวงตาถึงขีดสุด เพื่อบดขยี้มันเข้าใส่เจ้าโดยเฉพาะ”
หนานซาน หวางเยว่ ก็กล่าวขึ้นก่อนการต่อสู้ พร้อมทั้ง
หัวเราะอย่างมีเลศนัย
นับว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างยิ่ง หลังจากที่ เสวี้ย ตู๋เค่อ
เห็นวิชาของเขา มันก็เตรียมแผนการรับมือเอาไว้แล้ว
แต่มันไม่คาดคิดว่า หนานซาน หวางเยว่ จะยังมิได้แสดง
อำนาจที่แท้จริงของเนตรปีศาจมายา
“ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
อู่ อวี้ ที่ออกมาจากคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
ทราบดีว่าความน่าสะพรึงกลัวสูงสุดของภาพมายาเป็น
เช่นไร ในการทดสอบแรก ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งเขา
กลับไปจุดเริ่มต้นเลยจริง ๆ
ช่วงเวลานี้เอง หนานซาน หวางเยว่ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เสวี้ย ตู๋เค่อ กำลังใช้เนตรเงินของตนเอง จับจ้องไปยังคู่
ต่อสู้
” ไม่คาดคิดว่าหมูป่าโง่ ๆ เช่นเจ้า จะเชี่ยวชาญวิชาลวง
ตาที่ลึกลับซับซ้อนถึงเพียงนี้ได้? ช่างน่าทึ่งเสียจริง ๆ แต่
วิชาลวงตาเช่นนั้น คิดเหรอว่ามันจะทำอะไรก็ได้ หึหึหึ…
”
ชายชรามั่นอกมั่นใจในตนเองอย่างยิ่งยวด ถึงแม้เบื้อง
หน้าจะเป็นความตายที่สามารถคืบคลานเข้ามาได้ทุก
ขณะจิต ถึงแม้จะถูกผู้คนมากมายปิดล้อมอยู่ แต่มันก็ยัง
แสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาให้เห็น เป็นไปได้ว่ามันอาจมี
พลังที่สามารถสังหาร อู่ อวี้ จริง ๆ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้
มั่นใจเช่นกันว่า มันกำลังดูถูกพวกเขาอยู่
“ลงมือ! ”
ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่า หนานซาน
หวางเยว่ คือคนเปิดฉากโจมตีเป็นคนแรก บัดนี้เขา
ปลดปล่อยความสามารถของเนตรปีศาจมายาออกมาถึง
ขีดสุด
เมื่อเนตรปีศาจมายาเริ่มแสดงผล อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่าพื้นที่
ด้านหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยว แต่ อู่ อวี้ ไม่ใช่เป้าหมาย
ในการโจมตีครั้งนี้ แต่สายตาของเขาก็แลเห็นภาพ
จำนวนนับไม่ถ้วนกับกะพริบผ่าน ให้ความรู้สึกราวกับว่า
เขามีอีกชีวิตหนึ่ง เป็นคนธรรมดาที่อยู่ภายในโลกมนุษย์
มีชีวิตอยู่มานานหลายศตวรรษ เกิดและเติบโต ในไม่ช้า
ก็แก่ชราลง
สำหรับ อู่ อวี้ ภาพฉากเหล่านี้กะพริบผ่านในชั่วพริบตา
เบื้องหน้าสายตาของ หนานซาน หวางเยว่ ดูเสมือนดั่ง
แสงจันทราเงิน ส่องสว่างแผ่ขยายปกคลุมไปยังร่างของ
เสวี้ย ตู๋เค่อ ทว่าชายชราก็หยิ่งผยองลำพองใจเป็นอย่าง
ยิ่ง มันหาได้แยแสวิชาลวงตาของ หนานซาน หวางเยว่
แม้แต่น้อย มันกระชับหอกศึกปีศาจโลหิตเตรียมพร้อม
สังหารศัตรู แต่เมื่อแสงจันทร์ส่องสว่างปกคลุม อู่ อวี้ ก็
เห็นว่าตรงหางตาของมันปรากฏน้ำตาเอ่อล้นออกมาให้
เห็น พร้อมกับแสดงออกด้วยท่าทางเจ็บปวดอย่างสุด
แสน เสมือนราวกับว่ามันได้พบเห็นคนสำคัญในชีวิต ที่
ตนมิไม่ได้พบเจอมานาน จนกระทั่งบัดนี้ร่างของมันก็สั่น
สะท้านอย่างรุนแรง บางทีในสายตาของมัน คงไม่มี อู่
อวี้ อยู่อย่างสิ้นเชิง ยามนี้มันอาจกำลังจมอยู่ในห้วง
ภวังค์แห่งความทรงจำของตนเอง หรือเป็นความทรงจำ
ที่ไม่มีอยู่จริงก็เป็นได้
” ลงมือ ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวเตือน
อู่ อวี้ รู้ดีว่าตอนนี้ ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียจิตวิญญาณไป
อย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่ามันคงติดอยู่ในสภาวะนี้ไปอีก
นาน ท้ายสุดแล้ว หนานซาน หวางเยว่ มิได้ใช้วงเวท
จำนวนมากสร้างเป็นภาพมายาเสมือนดั่งคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ แต่เป็นอำนาจโดยตรงจาก เนตร
ปีศาจมายา
” เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี! ” ในช่วงเวลานี้เอง
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งที่เคยเก็บรักษาไว้ก่อนหน้านี้ ก็
แสดงผลออกมาอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้ความแข็งแกร่ง
ของเขาทวีขึ้นในชั่วพริบตา จากนั้นก็ตวัดฟาดพลองอัด
กระแทกเข้าใส่ศีรษะของ เสวี้ย ตู๋เค่อ บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
ทำลายร่างกายและจิตวิญญาณของมันจนแหลกเหลว
การโจมตีของ อู่ อวี้ ร่างต้น น่าประทับใจ และทรงพลัง
ดุร้ายอย่างถึงที่สุด
ร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่เบื้องหลังเสวี้ยตู๋เค่อใช้ออกด้วย ‘วง
เวทหมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์’ อย่างเต็มกำลัง ชั่ว
พริบตานั้นเอง พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นมังกรเทวะนับหมื่นตน ตวัดพัวพันเข้าใส่ร่าง
ของ เสวี้ย ตู๋เค่อ ดูดกลืนอุณหภูมิภายในตัวของมัน ทำ
ให้ร่างกายเย็นเหยียบถึงขีดสุด ชั่วขณะเดียวกันนั้น อู่
อวี้ ร่างต้นก็ใช้ออกด้วย เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี
ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรง ดุร้ายอหังการถึงขีดสุด
ตวัดฟาดพลองลงมา หนึ่งหน้าหนึ่งหลังเป็นการโจมตี
จากทั้งสองด้านอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งบัดนี้ฝ่ายตรงข้ามที่
ตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งมายา ไม่มีทางต้านรับมันได้
ส่งผลให้การโจมตีอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมันอย่างเต็ม
กำลัง
จอมเกาทัณฑ์วิญญาณที่อำพรางกายอยู่ทางด้านซ้าย
ปลดปล่อย ‘ศรดับตะวัน’ โจมตีเข้าใส่ศัตรู ดวงตะวัน
ขนาดใหญ่เปล่งประกายแสงเจิดจ้ากลืนกินร่างของ
เสวี้ย ตู๋เค่อ
เย่ซีซีที่อยู่ทางด้านขวาก็ลงมือโจมตีเช่นเดียวกัน นางใช้
ออกด้วยวงเวทหลักของ ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ปลดปล่อยการ
โจมตี ‘กงล้อกระบี่หยินหยางไท่อา’ บดขยี้เข้าใส่ศัตรู
ทันที!
กล่องล้อกระบี่ขนาดใหญ่ หมุนวนตามแนวขวาง ตัดผ่า
ร่างของ เสวี้ย ตู๋เค่อ เป็นสองส่วนในทันที
การโจมตีสังหารทั้งสี่ประทังเข้าใส่ร่างของ เสวี้ย ตู๋เค่อ
อย่างพร้อมเพรียงกันในชั่วพริบตา ก่อนวิกฤตแห่งความ
ตาย สัญชาตญาณได้กรีดร้องคำราม เตือนให้ชายชรา
คนนี้ลืมตาขึ้นทันที ถึงแม้ในเวลานี้จะไม่อาจเห็นสีหน้า
ของมันได้ แต่เขาก็แลเห็นเหงื่อเย็นเหยียบที่ผุดขึ้นมา
จากต้นคอของมัน
” มะ ไม่ … ”
แน่นอน อู่ อวี้ สามารถแลเห็นความหวาดกลัวอย่างสุด
แสนในสายตาของมัน
ถึงแม้ชายชราผู้นี้จะมีเคล็ดวิชาเทียมฟ้า ที่สามารถบด
ขยี้สังหาร อู่ อวี้ และ ทุกคนได้ แต่ อู่ อวี้ ก็ทราบดีว่า
ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะความประมาทในเนตรปีศาจมายา
ของมันเอง ดังนั้นมันจึงต้องจ่ายราคาอย่างหนักหน่วง
ด้วยชีวิตของตนเอง นี่คือสมบัติของเทพปีศาจ ถึงแม้ว่า
ตอนนี้มันจะยังไม่ได้แสดงอำนาจออกมาอย่างเต็มที่ก็
ตาม แต่ อู่ อวี้ ก็คิดว่า ชายชราผู้นี้คงมั่นใจว่าตน
สามารถต้านทานมันได้
ฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัวถึงขีดสุด แม้กระทั่งในวินาที
สุดท้าย มันยังคิดใช้วงเวทของ ‘หอกศึกปีศาจโลหิต’ เพื่อ
ป้องกันตนเอง ทว่ามันก็สายไปเสียแล้ว เวทหมื่นมังกร
ระบำกระชากสวรรค์ทำให้ร่างกายของมันแข็งทื่อ
จากนั้นกงล้อกระบี่ของเย่ซีซีผ่าร่างของมันออกเป็นสอง
ส่วน ตามด้วยศรที่บดขยี้พร้อมผลาญเข้าใจศีรษะ และ
ในท้ายสุดภายใต้เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี พลอง
ของเขาถูกตวัดฟาดลงมา บดขยี้ร่างกายของมันจนไม่
เหลือซาก!
ฟูม …
ชั่วขณะต่อมาร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็ห่อหุ้มร่างกาย
กลืนกินคู่ต่อสู้เข้าไป หลังจากกลืนกินร่างกลืนสวรรค์ก็
เติบโตขึ้นมาก สำหรับเขาแล้วผู้ฝึกตนในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 4 เป็นเสมือนดั่งการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อ เสวี้ย ตู๋เค่อ ถูกสังหารจนตกตาย ค่ายกลอเวจีโลหิต
เยือกแข็ง ก็ละลายกลายเป็นสายวารีเหือดสลายไป
ในทันที ทว่าโลหิตก็ไม่ได้หายไปด้วย ส่งผลให้บัดนี้
มหาสมุทรที่อยู่โดยรอบกายของเขา แปรเปลี่ยน
กลายเป็นสีโลหิตทันที
“ออกจากที่นี่กันก่อนดีกว่า”
หลังจากร่างกลืนสวรรค์ทำความสะอาดทำลายหลักฐาน
เป็นที่เรียบร้อย อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็รีบกลับขึ้นไปบน
นาวาซ่อนเซียนรีบออกจากที่นี่กันอย่างรวดเร็ว ยามนี้
ร่างกลืนสวรรค์ยังคงอยู่ในสภาวะย่อยสลาย ซึ่ง อู่ อวี้
ประเมินว่าหลังจากย่อยสลายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลัง
ความแข็งแกร่งของร่างนี้จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะ
อยู่ในระดับเดียวกับร่างต้น เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะ
เข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อท้าทายหุ่นเชิดระดับที่
แข็งแกร่งขึ้น
เมื่อถึงเวลานั้น หากต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับ
ค้นหาเต๋า ขั้นที่ 4 รับรองว่าทั้งร่างต้น , ร่างกลืนสวรรค์
รวมถึงหุ่นเชิด จะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเช่นดั่งวันนี้
อย่างแน่นอน
การต่อสู้ในวันนี้พวกเขาทั้งสามได้กำไรติดไม้ติดมือมา
มากโขทีเดียว กำไรชิ้นแรกก็คือหน้ากากปีศาจทมิฬ 3
ชิ้น เป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อู่ อวี้ คิดว่าจะ
เอามาแบ่ง ๆ กัน เขาจึงบอกกับทุกคนว่า ” เอามันไป
ก่อนแล้วกัน อาจจะใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง ”
นอกจากนี้ก็ยังมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ , วิญญาณเซียน,
โอสถ , ยันต์, สมบัติและอื่น ๆ ของทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ จะ
แบ่งออกเป็นสามส่วน สุดท้ายแล้วนี่คือผลกำไรจาก
น้ำพักน้ำแรงของทุกคนที่ควรได้รับ หลังจากร่วมแรง
ร่วมใจกันต่อสู้
จากสิ่งของทั้งหมด ชิ้นที่ดูมีค่ามากที่สุดก็คือ ‘หอกศึก
ปีศาจโลหิต’ ทว่า อู่ อวี้ มิได้ขาดแคลนศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ส่วนเย่ซีซีก็มี ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ซึ่งมีวงเวท
ประทับอยู่ 380,000 วง ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะมอบ
‘หอกศึกปีศาจโลหิต’ ให้กับ หนานซาน หวางเยว่ เขา
เอ่ยขึ้นว่า ” การสังหารฆ่าศัตรูในวันนี้เจ้ามีบทบาทและ
ผลงานมากที่สุด ถึงแม้ว่าหอกศึกปีศาจโลหิตจะไม่
เหมือนกับคราดเท่าใดนัก แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะพอใช้
แทนกันได้อยู่ ”
” ดี! ข้าไม่มีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเป็นของ
ตัวเอง ศาสตราชิ้นนี้ทรงพลังและยอดเยี่ยมมาก มันช่าง
เหมาะกับข้าจริง ๆ นั่นแหละ ฮ่าฮ่า … ”
เท่ากับว่าในยามนี้พวกเขาทั้งสามคนต่างใช้อาวุธยาว
เหมือนกัน
พวกเขาออกจากพื้นที่อย่างไร้ซึ่งความกังวล
หลังจากได้รับรางวัลจากการต่อสู้เป็นที่เรียบร้อย หนาน
ซาน หวางเยว่ ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” เจ้าคิดว่าผู้ใด
ต้องการชีวิตเรา? ถึงได้ส่งมือสังหารมาเช่นนี้? หรือนี่เป็น
การยั่วยุ ”
อู่ อวี้ ตอบ ” คนที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ โอรส
เหยียน ข้ามีเรื่องขัดแย้งกับเขาก่อนเราจะออกเดินทาง
มาที่นี่ อีกฝ่ายอิจฉาริษยา ที่ข้าให้ความช่วยเหลือโอรส
เล่อ แต่การคาดเดานี้ก็ยังอาจไม่ฟันธง หรือไม่บางทีนี่
อาจเป็นแผนยืมมือฆ่าของใครบางคน? ”
” ข้าควรทำเยี่ยงไรดี? นั่งรอความตาย? ” เย่ซีซีรู้สึก
หวาดกลัว
อู่ อวี้ มองไปยังทิศทางของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
แล้วพูดว่า ” เราคงต้องกลับไปที่นครเทวะก่อน เมื่อถึง
ตอนนั้นแล้วพวกเราจะรู้เองว่าเป็นฝีมือของผู้ใดกันแน่ ”
” เหมาะสมยิ่งแล้ว ไร้ประโยชน์ที่พวกเราจะมานั่งคาด
เดาสุ่ม ๆ ” หนานซาน หวางเยว่ พยักหน้าแล้วยิ้ม
จากนั้นก็มองไปยังทิศทางของนครเทวะแล้วพูดว่า ”
ช่างดีจริง ๆ นครเทวะ ข้าผู้นี้กำลังจะกลับไปหาเจ้าแล้ว
น้องชายตัวน้อยของข้ากำลังหิวกระหายน้ำเหลือเกิน”
” เจ้ามีน้องชายคนเล็กงั้นหรือ? ” เย่ซีซีถามด้วยความไม่
รู้
” อย่าไปสนใจเขาเลย ” อู่ อวี้ ยิ้ม ๆ
” เจ้าเด็กน้อยขี้สงสัยอย่างเจ้าไม่เข้าใจหรอก อย่า
ซักถามให้มากความ ” หนานซาน หวางเยว่ ตอบอย่าง
ภาคภูมิใจ
“ข้าไม่อยากรู้ความคิดสกปรกของเจ้าหรอก”
อย่างไรก็ตามยามนี้ นาวาซ่อนเซียนเข้าใกล้ดินแดน
โบราณเหยียนหวงเต็มที ใกล้ชนิดที่ว่า อู่ อวี้ สามารถ
มองเห็นความยิ่งใหญ่ของนครจักรพรรดิทักษิณ
” อีกสักพักหนึ่งพวกเราก็จะถึงนครเทวะแล้ว” อู่ อวี้
เหลือบตามอง
เขาคิดว่าคงไม่ได้กลับมาเยือนจักรวรรดิทายาททักษิณ
อีกแล้ว พวกเขากำลังเดินทางกลับมายังนครเทวะ ซึ่งไม่
รู้ว่าจะมีพายุแห่งหายนะลูกใดรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
บ้าง จากการลอบสังหารครั้งนี้ เขารู้สึกว่าเมื่อไปถึงที่นั่น
แล้วคงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นสงบสุขเป็นแน่ …
ไม่ว่าภายภาคหน้าจะมีอะไรรอพวกเขาก็ตาม ในที่สุด
พวกเขาก็มาถึงน่านน้ำดินแดนโบราณเหยียนหวงในยาม
เที่ยงวัน ซึ่งเป็นประตูทางเข้าสู่นครจักรพรรดิทักษิณ
และก็เป็นประตูทางเข้าสู่อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เช่นกัน แต่การจะผ่านเข้าออกเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
โดยเฉพาะคนนอกที่อยากจะเข้ามาในอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ส่วน อู่ อวี้ มีเอกสารผ่านเข้าออกซึ่งได้มา
จากมหาอุปราช การเดินทางไปมาจึงเป็นเรื่องง่าย
สำหรับเขา
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ