กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 997: ความลับราชวงศ์
นางบอกเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด อู่ อวี้ รู้ดีว่า ในตอน
แรกคงมีบางทวีปไม่มาร่วมงาน หรือไม่ก็มิได้ส่งเครื่อง
บรรณาการมา แต่นางก็บอกอย่างชัดเจนแล้วว่าคน
เหล่านั้นได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม
คาดว่าผลของการขัดขืนจะต้องหนักหนาสาหัส จนทำให้
จวบจนทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ใดกล้ากระทำการดังกล่าว
ทุก ๆ สิบปีจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง จะให้ทุกกอง
กำลังในชมพูทวีปโลกธาตุมาถวายเครื่องบรรณาการ ซึ่ง
การกระทำนี้มันก็จะเหมือนดั่งจ่ายค่าธรรมเนียมการ
คุ้มครองดี ๆ นี่เอง
กล่าวกันว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง รักษาความ
สงบสุขของดินแดนมาเป็นเวลานานกว่าพันปีแล้ว ซึ่งก็
หมายความว่าในรอบสหัสวรรษพันปี จักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงได้รับเครื่องบรรณามาแล้วหลายร้อยครั้ง
ฉะนั้นการมอบเครื่องบรรณานี้จึงกลายเป็นธรรมเนียม
ปกติไปโดยปริยาย
เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงที่ผ่อนคลายของท่านหญิงหนา
นอวิ๋น ดูเหมือนว่าจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะเป็นไป
อย่างราบรื่นไร้กังวล เหล่ากองกำลังน้อยใหญ่ยังคง
พยายามการแสดงความเคารพและส่งเครื่องบรรณาการ
ให้เหมาะสมกับความยิ่งใหญ่ของทวีปนั้น ๆ หากกอง
กำลังใดคิดเล่นลูกไม้เล่ห์กล มันผู้นั้นจะต้องเป็นไปดั่งที่
ท่านหญิงหนานอวิ๋นกล่าวเอาไว้ก็คือ รับผลตอบแทน
อย่างสาสม
ตัวตนของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงในชมพูทวีป
โลกธาตุ ไม่ได้เป็นเช่นดั่ง อู่ อวี้ จินตนาการไว้ในตอน
แรก กลายเป็นว่าตัวตนของเขานั้นสูงส่ง เป็นเสมือน
ผู้นำผู้ปกครองโลกหล้าในสถานที่แห่งนี้
” ข้าเพิ่งรู้ว่าเขาน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เพียงแต่… ”
หนานซาน หวางเยว่ อยากจะบอกว่าสิ่งที่จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงเป็น ไม่ต่างจากอันธพาลเก็บค่า
คุ้มครองขูดรีดประชาชนตาดำ ๆ ยิ่งรู้ว่านอกจากจะต้อง
ส่งเครื่องบรรณาการ ยังต้องมาเคารพบูชาจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกต่อต้านไม่
พอใจ
แต่ท่านหญิงหนานอวิ๋น รู้ดีว่า น้ำเสียงที่ดูเหมือนเกิน
จริงของเขามันหมายถึงอันใด นางเงียบแล้วพูดว่า ”
ท่านอย่าเข้าใจจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงผิดไป เครื่อง
บรรณาเหล่านี้ท่านสมควรได้รับ จริง ๆ ทุกวันนี้กล่าวได้
ว่าชาวเหยียนหวงแข็งแกร่งกว่าคนจักรวรรดิอื่น ๆ ไม่
มากนัก แต่ที่ทุกวันนี้ยังแข็งแกร่งมั่นคงอยู่ได้ ทั้งหมด
เป็นเพราะการมีอยู่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ท่านคือ
ผู้ปกครองโลกนี้อย่างแท้จริง ด้วยระดับฝีมือของท่าน
การกวาดล้างทำลายล้างอาณาจักรฝึกตนทั้งหมดให้สิ้นก็
ยังได้ แล้วพวกเราชาวเหยียนหวงก็ขึ้นมาเป็นผู้ควบคุม
ดินแดนโบราณเหยียนหวงเพียงหนึ่งเดียว หรือต่อให้
ควบคุมทั้งชมพูทวีปโลกธาตุก็ยังได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะ
ท่านมีน้ำใจกว้างขวางจึงไม่ทำเช่นนั้น อันที่จริงผู้คนใน
อาณาจักรอื่น ๆ ควรจะดีใจที่ตอนนี้ตนเองยังมีชีวิตอยู่
โดยที่อาณาจักรไม่ถูกทำลายจนสิ้นซาก ”
” ประการที่สองด้วยความน่าสะพรึงกลัวของจักรพรรดิ
โบราณทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนที่คิดไม่ดีต้องขยาดไม่กล้า
ลงมือ อย่างเช่นพวกที่ต้องการขยายดินแดน และ พวก
ที่ชอบรังแกผู้ฝึกตนที่อ่อนแอกว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไม
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงถึงไม่ค่อยมีสงคราม
การสู้รบให้เห็นสักเท่าใดนัก ถ้าให้มองกันตรง ๆ บรรดา
ทวีปอาณาจักรต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีป ปริมาณของเครื่องบรรณาการที่พวกเขาส่งมาก็
ไม่ได้มากมายอันใด ทุกสรรพสิ่งนี้ทำให้ชมพูทวีป
โลกธาตุอยู่ในยุคที่ค่อนข้างสงบสุขเป็นระบบระเบียบ
ทุกคนสามารถฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้อย่างอิสระ ไม่ถูก
ผู้ใดกดขี่ข่มเหง หากโลกนี้ไม่มีจักรพรรดิโบราณอยู่ ชมพู
ทวีปโลกธาตุก็คงจะวุ่นวายกว่านี้มากนัก ดังนั้นการที่
พวกเขามอบของกำนัลชิ้นใหญ่ให้แก่ท่านพร้อมกับ
เคารพบูชาอย่างจริงใจนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ”
สิ่งที่ท่านหญิงหนานอวิ๋นกล่าวก็นับว่ามีเหตุผล ประการ
แรกจักรพรรดิโบราณเหยียนแข็งแกร่งมากจริง ๆ ทุกคน
ควรขอบคุณที่เขามีเมตตาจิตใจกว้างขวางไม่สังหารพวก
มันทิ้ง ประการที่สองความน่าสะพรึงกลัวของเขาก็ช่วย
ยับยั้งอะไรหลาย ๆ อย่างเช่นกัน ประการที่สาม
ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ในพิภพอเวจีที่ผ่านมา
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็เป็นผู้คลี่คลายปัญหาใน
ครั้งนั้น
” เป็นจริงเช่นดั่งท่านหญิงว่า ในฐานะชาวอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงอย่างเรา ๆ มีความสุขมากจริง ๆ
พวกเราเหนือกว่าทุกผู้คน ฮ่าฮ่า … ” หนานซาน หวาง
เยว่ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ถึงแม้เขาจะทำเป็นยิ้มได้ แต่
ใจจริงแล้วเขารู้สึกได้ถึงสถานการณ์กดดันที่ อู่ อวี้ ได้รับ
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าตอนนี้เขาลงเรือลำเดียวกับ
อู่ อวี้ แล้ว วิกฤตของ อู่ อวี้ ก็เป็นวิกฤติของเขา
เช่นเดียวกัน ดังนั้นภายในใจของเขาตอนนี้จึงค่อนข้าง
หดหู่ ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น
นอกจากอำนาจความน่าจะเป็นที่สัมผัสได้ สิ่งที่แย่ยิ่งไป
กว่านั้นก็คือคนที่กำลังกล่าวถึงอาจเป็นศัตรูของพวกเขา
“ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เราคงต้องรีบออกไปจาก
ที่นี่ แล้วไปซ่อนตัวอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลน่าจะ
ดีกว่า ” หนานซาน หวางเยว่ หันไปมอง อู่ อวี้ แล้วแอบ
ปรึกษาหารือ
แน่นอน อู่ อวี้ คงไม่อยากจะทำเช่นนั้นนัก หากทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้งบ้านเกิดของเขาไม่มีคนที่รักอยู่ ไม่ว่า
จะเป็นเครือญาติหรืออาจารย์ผู้มีพระคุณ ดังนั้นการไปสู่
อีกโลกหนึ่งจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากลำบากสำหรับเขา
โดยเฉพาะพิภพปีศาจบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างมาก คาดว่าถ้าอู่หยู๋กับคนอื่น ๆ ไปที่นั่น เกรงว่าคง
ไม่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้
สำหรับเย่ซีซีแล้ว จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็น
เสมือนศัตรูตัวฉกาจ เป็นคนที่นางเคียดแค้นชิงชังเป็น
อย่างยิ่ง เพราะเขาคือคนลงมือสังหารพ่อแม่ญาติพี่น้อง
ของนาง ความเจ็บปวดคับแค้นใจที่นางได้รับไม่อาจลบ
เลือนหายไปจากใจได้ ตอนนี้นางไม่มีบ้านให้กลับไม่มี
ใครให้ห่วง การไปอยู่ที่อื่นจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด
สำหรับนาง เพราะเวลานี้ความเจ็บปวดมันทิ่มแทงจิตใจ
ของนาง จนดวงตาแดงก่ำ แล้วก็พึมพำขึ้นว่า ” ชาวเห
ยียนหวงมิได้แตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น โดยเฉพาะปีศาจ
สมุทรที่มีจำนวนค่อนข้างมาก หากวันหนึ่งวันใด
จักรพรรดิโบราณหายไปจากที่นี่ ถ้าวันนั้นมาถึงแม่นาง
จะไม่หวาดกลัวแย่หรือ … ”
อันที่จริงสิ่งที่นางจะสื่อก็คือ นางต้องการสาปแช่งให้
จักรพรรดิโบราณรีบไปตาย ๆ ไปเสียยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
แน่นอนท่านหญิงหนานอวิ๋นไม่อาจเข้าใจความหมายใน
สิ่งที่นางอยากจะสื่อได้ ฉะนั้นนางจึงตีความหมายแบบ
ตื้น ๆ โดยคิดว่าคำถามนี้ช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน
หลังจากนั้นนางก็ตอบแบบยิ้ม ๆ ว่า ” แม่นางไม่รู้อะไร
สินะ ข้าได้ยินมาว่าจักรพรรดิโบราณได้กลายเป็นเซียน
อมตะแล้ว เท่ากับว่าการดำรงอยู่ของท่านนั้นเป็นอมตะ
ชั่วนิจนิรันดร์ ไม่มีทางที่ท่านจะไปไหนง่าย ๆ ต่อให้ใน
อนาคตท่านอาจจะต้องไปอยู่บนสรวงสวรรค์ อย่างไร
เสียจักรพรรดิเหยียนหวงก็ยังมีพระโอรสที่เป็นผู้สืบทอด
ปกป้องเหยียนหวงสืบไป เมื่อถึงเวลานั้นเหยียนหวงจะ
ถือกำเนิดตัวตนที่เทียบเคียงได้กับจักรพรรดิโบราณคน
ใหม่ เวลาล่วงเลยผ่านมานานหลายปีแล้ว เราชาวเห
ยียนหวง ท่ามกลางเชื้อพระวงศ์แต่ละรุ่น จักถือกำเนิด
เทพเซียน มาคอยคุ้มภัยปกป้องชมพูทวีปโลกธาตุ
หลังจากจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง สั่งสอนสร้าง
จักรพรรดิองค์ใหม่ ท่านก็จะกลับไปขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหมิงซวงก็กล่าวว่า “ ดูเหมือนจะเป็น
เช่นนั้น ในยุคของข้าชาวเหยียนหวงน่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง แน่นอนว่าในเวลานั้น ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนใน
ตำนานเช่นนี้ดำรงอยู่ หรือไม่ก็ไม่เคยปรากฏตัว พวกมัน
หาใช่พวกรักษาหน้าตาอย่างจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงไม่ ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวเหยียนหวงถึง
รุ่งโรจน์เฟื่องฟูมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งยังครอบครอง
ดินแดนกินอาณาเขตกว้างขวาง แท้จริงแล้วราชวงศ์ใน
แต่ละรุ่นกลับมีอำนาจสืบทอดถึงเพียงนี้ ”
เกี่ยวกับเรื่องนี้นางไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก ในยุคสมัยของ
นาง ชาวเหยียนหวงไม่มีผู้พิทักษ์ดั่งเช่นสมัยปัจจุบัน
ดังนั้นจึงไม่มีทวีปเป็นปึกแผ่นเช่นนี้
อู่ อวี้ ไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย เพราะจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงเป็นเทพเซียนอยู่แล้ว แต่เหตุใดเขาถึงไม่ขึ้น
ไปบนสวรรค์? ตามตำนานเล่าขานเมื่อใดที่บรรลุเป็น
เซียนอมตะ คนผู้นั้นก็จะถูกพาขึ้นสู่สวรรค์ในทันที
แต่เทพเซียนที่ยังติดอยู่ในโลกโลกีย์นี้ อู่ อวี้ ไม่เคยทราบ
มาก่อน
ส่วนเรื่องที่ว่าในแต่ละรุ่น ราชวงศ์เหยียนหวงจะให้
กำเนิดเทพเซียนขึ้นมาหรือไม่นั้น ตัวเขาก็ไม่ทราบ
เช่นกัน แต่อย่างน้อยเขาก็เห็นว่าเหล่าโอรสพระธิดา มี
ศักยภาพพอที่จะกลายเป็นเทพเซียน แต่ก็ไม่มีผู้ใดเด่น
สะดุดตา จนทำให้รู้สึกว่าคนผู้นี้จะบรรลุกลายเป็นเทพ
เซียนในอนาคต
ในช่วงเวลานี้เองท่านหญิงหนานอวิ๋นก็เร่งรุดเดินมาถึง
ประตูนครจักรพรรดิทักษิณ แต่ทันใดนั้นเองนางก็หยุด
แล้วมองมายัง อู่ อวี้
“ มีอะไรเช่นนั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
ท่านหญิงหนานอวิ๋น จับจ้องมายังเขา จากนั้นก็เอ่ยถาม
ด้วยน้ำเสียงเป็นทางการว่า ” ท่านมีข้อสงสัยในใจใช่
หรือไม่ ว่าในบรรดาโอรสพระธิดาทั้งหมด ดูเหมือนจะ
ไม่มีผู้ใดโดดเด่น เปี่ยมพรสวรรค์ มีอำนาจสั่งสะเทือนไป
ทั่วทั้งโลกหล้าใช่ไหม? ”
ไม่คาดคิดว่านางจะรู้ความคิดของเขา แน่นอนว่ามันเป็น
เพียงการคาดเดาเท่านั้น
อู่ อวี้ พยักหน้า แล้วพูดว่า ” เป็นเช่นดังที่ท่านกล่าว ”
ท่านหญิงหนานอวิ๋นยิ้มเล็กน้อย เสมือนคิดบางอย่างอยู่
ในใจในใจ จากนั้นนางก็โน้มกายเข้ามาหา อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวด้วยเสียงต่ำทีละประโยคว่า ” อันที่จริงแล้วท่านไม่
ต้องแปลกใจไป บิดาของข้าเล่าให้ฟังว่า ในคราแรก
จักรพรรดิโบราณหาได้เป็นเช่นดั่งในตอนนี้ เขาเป็นเพียง
คนธรรมดาสามัญ มิอาจเทียบเคียงกระทั่งบุตรของสนม
ในแง่ของพรสวรรค์ ก็อ่อนด้อยยิ่งกว่าบิดาข้า แต่แล้ววัน
หนึ่ง ขอดูราวกับว่าเขาได้รับการประทานพรจากทวย
เทพ ลุกผงาดเหนือกว่าทุกคนในทันที จากนั้นก็ทะยาน
ขึ้นสู่สวรรค์ ถูกสถาปนาเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่
นอกเหนือจากจักรพรรดิองค์ก่อนแล้ว ถือว่าเขาเป็น
ตัวตนอันแข็งแกร่งทรงพลังที่สุดเลยก็ว่าได้ ล่ำลือกันว่า
ในเวลานั้น เขาก็บรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ”
ความจริงในเรื่องนี้ อู่ อวี้ สามารถอธิบายได้เพียงว่ามัน
เป็นความตื่นตะลึงเพียงเท่านั้น เดิมทีเขาคิดว่า
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นตัวตนที่ฝืนชะตาฟ้า
ลิขิตตั้งแต่แรกแล้ว
เชื่อว่าทุกคนคงคิดเช่นนั้น แม้กระทั่งในโลกใบนี้ หาก
ถามผู้ใด คงได้คำตอบกลับมาว่าจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงเป็นตัวตนผู้อยู่เหนือชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงพี่น้อง
อย่างจักรพรรดิทักษิณสวรรค์เท่านั้น ที่รู้ความจริงในข้อ
นี้
ท่านหญิงหนานอวิ๋นกล่าวต่อว่า ” ดูเหมือนเรื่องทั้งหมด
นี้จะเกิดขึ้นกับเสด็จปู่ของข้าเช่นกัน ที่อยู่ ๆ ก็ทะยาน
ขึ้นแล้วกลายเป็นจักรพรรดิโบราณในฉับพลัน ร่ำลือกัน
ว่าสถานการณ์ในยามนั้น คล้ายคลึงกับราชอารักษ์เล่อ
เล็กน้อย เช่นเหตุที่ท่านราชอารักษ์ถูกแต่งตั้งเป็นผู้
พิทักษ์ส่วนตัวของเขา ย่อมมีสาเหตุอยู่เสมอ ดังนั้นราช
อารักษ์เล่อทราบใช่หรือไม่ว่าข้าหมายถึงสิ่งใด? ถึงแม้
ผู้คนชาวเหยียนหวงส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้… จะไม่ทราบ
ความลับดังกล่าว แต่บิดาของข้าก็ทราบดี ว่าราชอารักษ์
เล่อในตอนนี้พิเศษมาก บิดาของข้าคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้น
ของตำนาน ดังนั้นเราจึงคิดว่า โอรสเล่อจะเป็น
จักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์เหยียนหวง เป็น …
เซียนอมตะคนต่อไป ”
แล้วในที่สุด อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้เสียทีว่าเพราะเหตุใด
จักรพรรดิทักษิณสวรรค์ถึงได้ให้มีท่าทีสนิทสนมใกล้ชิด
กับตน
ในวันนี้หลังจากได้ฟังบอกเล่าชี้แจงแถลงไขของท่าน
หญิงหนานอวิ๋นแล้ว กล่าวได้ว่าเรื่องบางเรื่องแม้แต่โอรส
เล่อก็ยังไม่ล่วงรู้ด้วยซ้ำ คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้า
พูดคุยถึงอดีตของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ด้วย
เวลาที่ผันผ่านมาเนิ่นนานหลายแรมปีส่งผลให้ผู้คนที่
ล่วงรู้เรื่องราวภูมิหลังอย่างแท้จริงนั้นได้ตกตายไป
หมดแล้ว ส่วนหลายคนก็คงไม่อยากจะเชื่อว่าแรกเริ่ม
เดิมทีนั้นไซร้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นเพียง
มนุษย์ปถุชนธรรมดา
แต่จักรพรรดิทักษิณสวรรค์ล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
ดังนั้นจากมุมมองที่เขาล่วงรู้ จึงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับ
โอรสเล่อ ถ้าเขาประสบความสำเร็จจะกลายเป็นตำนาน
บทใหม่เกิดขึ้น แล้วเขาก็คิดว่า อู่ อวี้ คือเมล็ดพันธุ์ใหม่
ที่เติบโตเป็นเช่นดั่งตำนานเหมือนกัน ทั้งยังคิดว่า อู่ อวี้
จะต้องเปล่งประกายโดดเด่นเช่นดั่งโอรสเล่อ หรือไม่ก็
อาจจะเหนือกว่าเหล่าโอรสพระธิดาทั้งหมด
อันที่จริงแผนการเรื่องจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ทั้งหมด
ก็เพื่อปูพื้นฐานไปสู่ความรุ่งเรืองในอนาคต … ซึ่งในวันนี้
ท่านหญิงหนานอวิ๋นได้เปิดเผยข้อมูลมากมายให้แก่ อู่
อวี้ ได้รับรู้รับฟัง
” ราชอารักษ์เล่อ เมื่อท่านกลับไปถึงนครเทวะฝาก
คารวะโอโสเล่อแทนข้าด้วย ” เมื่อถึงตอนนี้ท่านหญิง
หนานอวิ๋นหยิบยันต์สื่อสารออกมาบางส่วนให้กับ อู่ อวี้
“ตกลง”
อู่ อวี้ ยอมรับมันไว้
เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะเขาต้องย่อยข้อมูลจำนวน
มากที่ได้รับมาในช่วงสั้น ๆ เขาคิดว่าต้องปรึกษาหารือ
วิเคราะห์เรื่องนี้กับ หมิงซวง , หนานซาน หวางเยว่ , เย่
ซีซี
อย่างน้อย อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าการที่จักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงเลือกตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องการให้โอรสเล่อ
กลายเป็นเซียนอมตะคนใหม่ของเหยียนหวง
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสงสัยว่า คนผู้นี้ซึ่งเดิมทีเป็นเพียง
ประชาชนธรรมดา แต่กลับสามารถมาถึงระดับนี้เหนือ
คู่แข่งทั้งหมดได้อย่างไร? เป็นไปได้หรือไม่ว่าสถานการณ์
จะพลิกผันเช่นเดียวกับ หนานกง เหว่ย?
สำหรับเรื่องนี้เขารู้สึกสงสัยมากว่ามันคืออะไร
หลังจากออกนครจักรพรรดิทักษิณ ท่านหญิงหนานอวิ๋
นกล่าวคำอำลาว่า ” อันที่จริงประเพณีจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีป ความโดดเด่นของงานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การ
แสดงความเคารพหรือถวายเครื่องบรรณาการเท่านั้น
แต่มันคือการรวมตัวครั้งใหญ่ของเหล่าอัจฉริยะแต่ละ
ทวีปแต่ละจักรวรรดิทั้งหมดที่อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ
ส่วนท่านก็จะต้องเป็นตัวแทนของเหล่าเชื้อพระวงศ์
ทั้งหลายซึ่งก็มีงานหลายอย่างที่ท่านต้องทำ และเมื่อถึง
เวลานั้นข้าคงต้องบอกท่านตามตรงว่าเหล่าตัวแทนแต่
ละทวีปอาณาจักร ล้วนต้องการพิสูจน์ตัวเองและ
ต้องการประกาศให้โลกได้รับรู้ว่าอาณาจักรและทวีป
ของตนเองแข็งแกร่งมากเพียงใด นอกจากนี้ยังต้องการ
ระบายความคับข้องใจที่ถูกรีดไถเครื่องบรรณาการ
ดังนั้นพวกเขาจะคิดค้นสารพัดวิธีเพื่อท้าทายพวกเรา
ชาวเหยียนหวง จากนั้นก็จะพยายามถีบหน้าสร้างความ
อัปยศให้แก่พวกเรา กล่าวได้ว่าทุกครั้งที่เทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปมาถึงจะสร้างความตื่นเต้นระทึกใจ
ให้แก่ทุกผู้คนจริง ๆ แต่จักรพรรดิโบราณหาได้สนใจใน
เรื่องนี้ ทำให้เหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวที่เข้าร่วมท้าทาย
ต่อสู้ไม่สนใจคำว่าศีลธรรมจรรยา พวกเขาจะพยายาม
ฉ้อโกงทุกรูปแบบ เมื่อถึงเวลานั้นสำหรับผู้เยาว์หนุ่มสาว
เหยียนหวงของเราแล้ว เรียกได้ว่าจักต้องเผชิญหน้ากับ
ทั่วทั้งโลกหล้าเพียงลำพังเลยก็ว่าได้ เพื่อรักษาหน้าและ
ศักดิ์ศรีของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเรา ท่านราช
อารักษ์เล่อจะต้องแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้
ด้วย”
ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี
สำหรับคำนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะเขา
จะต้องเป็นตัวแทนในการแข่งขันต่อสู้
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ