กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 998: ห้วงวังวนในนครเทวะ
หลังจากท่านหญิงหนานอวิ๋นกล่าวอำลาเป็นที่เรียบร้อย
อู่ อวี้ กับพรรคพวกทั้งสองก็ก้าวเท้าขึ้นไปยังนาวาซ่อน
เซียน บินทะยานมุ่งหน้าไปสู่อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งใจกลางของแดนหลักทวีปเทวะ
นั่นก็คือนครเทวะเหยียนหวง
เดิมทีการล่องนาวาซ่อนเซียนกลับไปยังอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงไม่จำเป็นต้องเปิดสถานะล่องหน ทว่า
หลังจากผ่านการลอบสังหารครั้งล่าสุด เพื่อความสบาย
ใจของทุกคน หนานซาน หวางเยว่ จึงยังเปิดใช้สถานะ
ล่องหนต่อไป มุ่งหน้าสู่นครเทวะอย่างเงียบเชียบ
อู่ อวี้ ยืนเอามือไขว้หลังอยู่บนดาดฟ้าของนาวาซ่อน
เซียน เมื่อเมียงมองลงยังด้านล่าง ก็แลเห็นภูมิประเทศ
อันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นภูเขาบรรพต สายธารไหลริน
เอื่อยชา แลเห็นนครน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน กล่าวได้ว่าที่นี่
คือดินแดนสวรรค์ของผู้ฝึกตนทุกผู้คนอย่างแท้จริง
แม้แต่นายพรานของหมู่บ้านเล็ก ๆ ก็ยังฝึกฝนบำเพ็ญ
เพียร หากเขาไม่เรียนรู้ฝึกฝนเอาไว้ หากวันใดวันหนึ่งมี
ปีศาจหรือสัตว์ร้ายบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านก็คงไม่อาจจะ
ช่วยเหลือตนเองได้
แม้ตามในหมู่บ้านเล็ก ๆ ยังสามารถพบเจอผู้ฝึกตน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตถึงระดับก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะก็ยังมี
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง มีแว่นแคว้นอยู่
มากมาย โดยมีเจ้าแคว้นเป็นนายเหนือหัว ทั้งยังมีกอง
กำลังเป็นของตนเอง ภายในดินแดนแต่ละแว่นแคว้น
บุตรที่ถือกำเนิดจากพลเรือนราษฎร ส่วนใหญ่แล้ว
ตั้งเป้าหมายปรารถนาอยากเข้าร่วมกองทัพ เพื่อเป็น
เกียรติแก่วงศ์ตระกูล
ดินแดนโบราณของเหยียนหวงเปรียบเสมือนบ้านหลัง
ใหญ่ อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยก้าวออกจากบ้านหลังนี้
เลยด้วยซ้ำดินแดนโบราณเหยียนหวง แตกต่างจากทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมีขนาดใหญ่
กว่าหนึ่งในสามส่วนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
แต่เกือบทุกตารางนิ้วของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกตน และทุกตารางนิ้วของทวีปแห่ง
นี้เปรียบได้ดั่งดินแดนสวรรค์ของทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง อีกทั้งอาณาจักรเซียนของทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ยังหาผู้ฝึกตนได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ส่วนใหญแล้วล้วนเป็น
ดินแดนที่ค่อนข้างแร้นแค้นทุรกันดาร เข้าถึงยาก ไม่ต่าง
จากขยะดี ๆ นี่เอง
” ข้ารู้สึกว่านับตั้งแต่จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเริ่มตัน
ผู้คนที่อยู่ข้างล่างดูคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ถือว่า
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงนี่ไม่เลวเลยทีเดียว เป็น
สถานที่พักพิงของจักรพรรดิโบราณ ทั้งยังถือกำเนิดตั้ง
รกรากอยู่ที่นี่ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็มีโอกาสที่จะได้
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียร นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ เช่น
กองทัพแคว้น กองทัพประจำดินแดน เพื่อดูแลรักษา
ความปลอดภัยให้กับผู้คนในขอบเขต ซึ่งอันที่จริง
จักรวรรดิผู้ฝึกตนกับพรรคนิกายผู้ฝึกตนนั้นแตกต่างกัน
มาก ” อู่ อวี้ มองลงมายังหมู่บ้านนครน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่
บนพื้นดินเบื้องล่าง อดไม่ได้ที่จะรู้สึก และ เปรียบเทียบ
ความแตกต่างจากทวีปดินแดนบ้านเกิดของตัวเอง
เขารู้ว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มีปีศาจอยู่หลายแห่งแต่
ก็ไม่มีการแบ่งส่วนอยู่หรืออยู่ร่วมกันได้ตามเงื่อนไขเช่นนี้
ตัวอย่างเช่นผู้ฝึกตนตามพรรคนิกายต่าง ๆ ของทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง หากได้พบเห็นปีศาจก็ทะยานเข้าไป
เข่นฆ่าห้ำหั่นประหัตประหาร โดยไม่มีการถามไถ่พูดคุย
ส่วนอาณาจักรผู้ฝึกตนอันสมบูรณ์แบบ เป็นเสมือนดั่ง
เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มั่นคงและเข้มงวด
ทวีปปีศาจทายาททักษิณกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการ
เปลี่ยนแปลง จากสถานที่ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้
กลับกลายเป็นสถานที่ที่คนธรรมดาไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้
การดำรงอยู่ของ หวงจุน สามารถลดการเข่นฆ่าต่อสู้
กันเองภายใน เมื่อพลังถูกรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ ทวีปปีศาจทายาททักษิณ
อาจจะแข็งแกร่งเหนือกว่า จักรวรรดิเป่ยหมิงเสียอีก
โดยผลงานที่โดดเด่นชัดเจน จึงสามารถจูงใจเหล่าปีศาจ
ให้มาเข้าร่วมมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นอีกด้วย
ในตอนนี้ หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี อยู่ใกล้ ๆ ตัว
เขา ส่วนเจ้าแมวหลานหลานนอนตีพุงบิดขี้เกียจ
อาบแดดอยู่ในจุดสูงสุดของนาวาซ่อนเซียน
” ข้าก็ไม่อยากพูดหรือถามอะไรให้มันรู้สึกหมดอาลัย
ตายอยากไปมากกว่านี้หรอกนะ แต่การที่ท่านหญิงหนา
นอวิ๋น และ จักรพรรดิทักษิณ พูดถึงโอรสเล่อเจ้าคิดว่า
มันฟังดูสมเหตุสมผลมากเพียงใด? เจ้าคิดว่าโอรสเล่อจะ
สามารถก้าวเพียงก้าวเดียวก็ไปถึงสวรรค์ได้จริง ๆ
เช่นนั้นหรือ? ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวอย่างหดหู่
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า ” อย่างแรกเราต้อง
แน่ใจก่อนว่าราชวงศ์เหยียนหวงในทุก ๆ รุ่น เป็น
เช่นเดียวกับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง อาจจะไม่ต้อง
แข็งแกร่งเท่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็ได้ ดังนั้น
บรรดาโอรสพระธิดาในยุคนี้จะต้องมี 1 พระองค์ที่จะได้
ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงคนใหม่ แต่วิธีการ
เลือกเฟ้นนั้นคืออะไรไม่มีผู้ใดล่วงรู้ มันยังเป็นความลับ
อันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ ”
” เจ้าคิดว่าคนผู้นั้นอาจจะไม่ใช่โอรสเล่อใช่หรือไม่? ”
หนานซาน หวางเยว่ ถาม
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วพูดว่า ” ใช่…ข้าก็คิดเช่นนั้นแหละ
เท่าที่ข้าคาดเดาความเป็นไปได้น่าจะมีอยู่สองประการ
ประการแรกความสัมพันธ์ระหว่างโอรสเล่อ และ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเท่าที่สังเกตดูเหมือนทั้งสอง
จะไม่ได้ผูกพันกันมาก แต่การที่เขาเกิดให้ความสนใจ
ขึ้นมาอาจเกี่ยวเนื่องมาจากตัวข้า ประการที่สอง ข้าเห็น
กับตาว่าในเส้นทางเซียนบรรพกาลโอรสเล่อตกตายลง
ไปแล้ว แม้ข้ายังไม่อาจหาคำตอบได้ แต่ก็ไม่อาจทิ้ง
ความสงสัยนี้ไปได้เช่นกัน ”
” ความหมายของเจ้าก็คือ ท่ามกลางเหล่าราชวงศ์เห
ยียนหวง ไม่มีอะไรแน่ชัดว่าผู้ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์
ใหม่นั้นคือโอรสเล่อ ด้วยเพราะตัวแปรมีอยู่มากมาย
ด้วยเวลาที่มีอยู่เหลือเฟือ จักรพรรดิทักษิณจึงฉวย
โอกาสนี้เข้ามาแทรกแซงเริ่มควานหาผู้ที่อาจจะมี
คุณสมบัติคนใหม่ แต่หวังว่าเจ้าคงยังไม่ลืมเรื่องที่เราถูก
ลอบสังหารใช่หรือไม่ ? ”
อู่ อวี้ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ” ข้าไม่ลืมอยู่แล้ว แต่คาด
ว่าความคิดนี้ของจักรพรรดิทักษิณ คงแพร่กระจาย
ออกไปทั่วทุกแห่งหนแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในปัจจุบัน
นี้โอรสเล่อเฟื่องฟูรุ่งเรืองมากเพียงใด ทั้งยังแสดงให้เห็น
ชะตากรรมที่มุ่งไปอย่างชัดเจน ด้วยความรุ่งเรืองนี้คงไป
ขัดแข้งขัดขาใครเข้า ทำให้คนผู้นั้นรู้สึกไม่อาจทำใจ
ยอมรับได้ แน่นอนว่ามีหลายคนที่คงไม่ยอมล้มเลิกการ
แย่งชิงราชบัลลังก์ไปง่าย ๆ ดังนั้นจึงคิดเสี่ยงภายใต้จมูก
ของจักรพรรดิโบราณ จ้างวานกลุ่มนักฆ่า ‘ปีศาจทมิฬ’
ให้มาสังหารเรา ”
เย่ซีซี กล่าวขึ้นด้วยความกังวลว่า ” คาดว่าหลังจากนี้คง
มีนักฆ่ามากมายคิดสังหารเราเป็นพัลวันแน่ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวตอบไปว่า ” ก็อาจจะมี
บ้าง แต่เมื่อเรากลับไปนครเทวะ ผู้ที่กล้าลงมือโจ่งแจ้ง
คงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย สาเหตุที่ก่อนหน้านี้มันแอบลอบ
สังหารเราได้ เป็นเพราะอยู่ในมหาสมุทร ”
เนื่องจากในท้ายสุดแล้วพวกเขาไม่ใช่เป้าหมายหลักที่
แท้จริง แน่นอนว่าผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายใหญ่สุดในครั้งนี้ก็
คือโอรสเล่อ
” เราถูกดึงเข้ามาในวังวนนี้ อีกทั้งเจ้ายังถูกจักรพรรดิ
โบราณเฝ้าจับตาอยู่ คาดว่าพวกเราคงต้องเตรียม
แผนการรองรับกันจริง ๆ แล้ว เช่นพิภพปีศาจบรรพ
กาล อาจมีเพียงสถานที่แห่งนี้เราถึงจะสลัดจักรพรรดิ
โบราณออกไปได้อย่างแท้จริง ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าว
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ไมใช่พิภพปีศาจบรรพกาล ที่นั่น
อันตรายเกินไป ข้าไม่อาจพาคนสำคัญไปที่นั่นได้ อย่า
เพิ่งรีบด่วนตัดสินเกินไป ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ ผู้ใดจะ
ทราบว่าแท้จริงแล้วเป้าหมายของจักรพรรดิโบราณคือ
สิ่งใดกันแน่ ยามนี้พวกเราทำได้แค่รอดูไปก่อน ”
ตอนนี้พวกเขาเป็นเหมือนพี่น้องกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่า
จะอุปสรรคหรือภัยอันตรายใด พวกเขาก็ยังยืนเคียงข้าง
กัน
“ เดี๋ยวหลังจากนี้ ข้าจะกลับไปที่พิภพปีศาจบรรพกาล
เพื่อตรวจสอบดูให้ชัดเจน จากนั้นค่อยหาโอกาสกลับไป
ยังทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ” อู่ อวี้ ตระหนักว่ามีความ
เป็นไปได้อย่างแน่นอน หากฝ่ายตรงข้ามต่อสู้แย่งชิง
มรดกซึ่ง ๆ หน้า พวกเขาคงตกอยู่ในอันตรายแล้ว
ดังนั้นเขาจึงคิดแผนการไว้เผื่อเช่นกัน
” ไม่ต้องกังวลเรื่องของข้า ไม่ว่าจะไปที่แห่งใดไกลสุด
หล้าฟ้าเขียวข้าก็จะตามเจ้าไปด้วย เพราะอย่างไรเสีย
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงแห่งนี้ หากไม่มีเจ้าอยู่
มันก็ไม่ใช่ที่ของข้า ” หนานซาน หวางเยว่ ประสานมือ
สองข้างไว้หลังศีรษะ จากนั้นก็บิดขี้เกียจ จับจ้องไปยัง
ท้องนภาสีคราม แล้วกล่าวขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“ พี่ชายอวี้ ข้าไม่มีญาติมิตรสหายคนใดเหลืออยู่แล้ว
ท่านคือครอบครัวเพียงคนเดียวของข้า ไม่ว่าจะไปที่ไหน
ข้าก็จะตามท่านไปด้วย เราจะอยู่และตายไปด้วยกัน ”
เย่ซีซี กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
วิธีพูดของพวกเขาแตกต่างกัน หนานซาน หวางเยว่
กล่าวด้วยท่าทางเฉื่อยชาดูล่องลอย ส่วนเย่ซีซีก็พูดขึ้น
ด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างจริงจัง แต่ความหมายที่พวก
เขาต้องการจะบอกเป็นเช่นเดียวกัน นั่นคือไม่ว่าจะไปที่
แห่งใดเราก็จะตายไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเพราะ
บุคลิกของทั้งสองแตกต่างกันเท่านั้น
หนานซาน หวางเยว่ ไม่ชอบกล่าวคำว่ารักออกมาตรง ๆ
เพราะคิดว่าตนเองเป็นชายชาตรีทั้งแท่ง แต่ประโยค
ที่ว่า ‘ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงแห่งนี้ หากไม่มี
เจ้าอยู่ มันก็ไม่ใช่ที่ของข้า’ มันแสดงให้เห็นถึงความรู้สึก
ที่แท้จริงของเขาทั้งหมด
“ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ข้าจะต้องหาหนทางทำให้
พวกเรามีชีวิตอยู่ได้ต่อไป จะไม่ยอมทำให้ผู้ที่เปี่ยมไป
ด้วยพรสวรรค์อย่างพวกเจ้า ต้องมาตกตายในเส้นทาง
แห่งเซียนเด็ดขาด ” อู่ อวี้ จับจ้องพวกเขาทั้งสอง แล้ว
พูดขึ้นอย่างจริงจัง
อาจเป็นดั่งคำกล่าวของเย่ซีซี ตอนนี้พวกเขาทั้งสอง ก็
เป็นเหมือนกับครอบครัวของ อู่ อวี้ ถือเป็นเรื่องแน่นอน
อยู่แล้วที่ อู่ อวี้ จะไม่ยอมปล่อยให้คนที่เขารักต้องตาย
ถึงแม้โชคชะตาจะโหดร้ายมากเพียงใด แต่เขาก็จะสู้และ
สู้
บางทีนครเทวะ อาจเป็นเวทีต่อสู้ของเขา
” จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป คืองานประเพณี.. ที่ทวีปและ
อาณาจักรนับหมื่น จำต้องเดินทางมายังนครเทวะเพื่อ
สักการบูชาจักรพรรดิโบราณ วิญญูชนยอดฝีมือทั่วทั้งใต้
หล้า รวมถึงเหล่าปีศาจสมุทร พวกมันทั้งหมดต่างมา
รวมตัวกันในนครเทวะ เพื่อสักการบูชาและมอบเครื่อง
บรรณาการแก่จักรพรรดิโบราณ ไม่ว่าอัจฉริยะผู้เปี่ยมไป
ด้วยพรสวรรค์คนใดของเหยียนหวง จักต้องยอมรับ
ความท้าทายจากทวีปและอาณาจักรต่าง ๆ เราต้อง
ปกป้องเกียรติยศของชาวเหยียนหวง แสดงให้เห็นถึง
พลังอำนาจและความแข็งแกร่งของนายเหนือหัว
ผู้ปกครองสูงสุดแห่งชมพูทวีปโลกธาตุ เมื่อถึงเวลานั้นนำ
โดยกลุ่มของโอรสพระธิดา ข้ามั่นใจว่าแรงกดดันที่ต้อง
แบกรับคงหนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง เหล่าคนหนุ่มสาว
ทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุอาศัยความแข็งแกร่งเพื่อพิสูจน์
ตนเอง เข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งใหญ่นี้
นอกจากนี้ยังถือเป็นการระบายความโกรธเกรี้ยวอัดอั้น
ไปด้วยอีกเช่นกัน ”
เมื่อถึงเวลานั้น อู่ อวี้ รู้ดีย่อมรู้ดีว่าตนเองควรทำเช่นไร
ต่อให้เขาไม่ได้ทำเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติยศของชาว
เหยียนหวง แต่เขาก็ไม่เคยหวาดกลัวที่สู้
แล้วถ้าหากต้องต่อสู้ขึ้นมาจริง ๆ การต่อสู้นั้นก็เพื่อ
ตัวเองแล้วก็เพื่อคนที่เขารักเท่านั้น!
” จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ต่อสู้ชิงชัยเพื่ออำนาจและศักดิ์ศรีมันช่างวิเศษอะไร
เช่นนี้! ”
ระหว่างที่นาวาซ่อนเซียนกำลังมุ่งหน้าไปยังนครเทวะ อู่
อวี้ ก็นึกถึงเรื่องเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ซึ่ง
บัดนี้เหล่าอาคันตุกะจากต่างอาณาจักรต่างทวีปก็กำลัง
มุ่งเดินทางใกล้เข้ามาแล้ว
” หวงจุนรู้จักจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง อีกทั้งทวีป
ปีศาจทายาททักษิณก็เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่รู้ว่านางจะ
มาถวายเครื่องบรรณาการหรือไม่? แต่ถ้ามานางก็คงจะ
พา หนานกง เหว่ย มาด้วย… ”
นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งในความสงสัย และ ความคาดหวัง
ไปในคราวเดียวกันของเขา ด้วยคิดว่าสำหรับจักรวรรดิที่
ก่อตั้งใหม่อย่างจักรวรรดิทายาททักษิณคงจะต้องมีส่วน
ร่วมส่งเครื่องบรรณาการครั้งนี้ด้วยเป็นแน่ แต่ถ้าหวงจุน
ไม่มาปรากฏตัวในงานนี้ แสดงว่านางหาญกล้าท้าทาย
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง คงต้องรอลุ้นต่อไป เพราะ
มันช่างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นลุ้นระทึกดีแท้
เมื่อนึกถึงความรู้สึกเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้น
ควบคู่ไปกับความคาดหวังที่มากขึ้นตามไปด้วย
” แต่ได้ข่าวมาว่า ลั่วผิน เป็นเจ้ามังกรของตระกูลมังกรสี่
คาบสมุทร แม้แต่ในชมพูทวีปโลกธาตุเผ่าพันธุ์ของนาง
ยังถือเป็นสัตว์สวรรค์ที่อยู่ในระดับสูงสุด ทว่าตระกูล
มังกรสี่คาบสมุทรหลบซ่อนเร้นกายอยู่ภายในมหาสมุทร
คนธรรมดาไม่อาจกล้ำกรายเหยียบย่างเข้าไปได้ สำหรับ
เผ่าพันธุ์ที่เก็บตัวเช่นนี้ เราไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่านางจะ
เดินทางมาที่นครเทวะด้วยหรือไม่ … ”
หนานกง เหว่ย จะมาหรือไม่นั้น อู่ อวี้ เองก็ไม่คาดหวัง
อะไรมาก เนื่องจากตัวเขาก็เคยเหยียบย่างไปยังทวีป
ปีศาจทายาททักษิณมาแล้ว นอกจากนี้ก็ยังถือเป็นการ
ย้ำเตือนความสัมพันธ์ที่แตกสลายระหว่างพวกเขาทั้ง
สอง แต่สำหรับลั่วผินเขายังคงฝันหวานคาดหวังว่าจะได้
พบประสบพักตร์กับนาง แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึก
วิตกกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของ
นาง ไม่ใช่อะไรที่คนอย่างเขาจะละเมอเพ้อพกว่าตนเอง
จะสามารถกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ของนางได้ แต่เขา
กับนางเคยให้คำมั่นสัญญากันไว้ว่าในเวลา 10 ปีเขาจะ
ติดตามนางไปให้ทัน แล้วตอนนี้ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ แต่
ถ้านางมาที่นี่จริง ๆ ลำดับแรกที่เขาจะทำก็คือไปพบ
หน้านางก่อน …
อู่ อวี้ รู้สึกไม่ค่อยดีจริง ๆ ด้วยเพราะต้องการก้าวหน้า
เพื่อยืนเคียงข้างนางด้วยความสามารถอย่างเท่าเทียม
ในช่วงกำลังว้าวุ่นสับสนอยู่นั้นอยู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูด
ของ หนานกง เหว่ย ตอนที่อยู่บนบันไดขั้นที่ 5 ขึ้นมาได้
แม้ว่ามันจะเป็นภาพลวงตา แต่ก็เป็นภาพลวงตาที่ใช้
คำพูดได้เชือดเฉือนบาดอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง
นางบอกว่า อู่ อวี้ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเสาะหาไล่
ตามสตรีที่แข็งแกร่ง บอกว่าเขาดูถูกเหยียดหยามนาง
เพราะชาติตระกูลและพรสวรรค์ไม่อาจเทียบเคียงกับลั่ว
ผินได้ บอกว่าแท้จริงแล้วตัวเขาหาได้รักใคร่ในตัวนาง
เขาแค่ไล่ล่าควานหาสตรีที่แข็งแกร่งมาเป็นสหายเต๋า
เคียงคู่เท่านั้น
ดังนั้นบางครั้งเขาก็แอบถามตัวเองเช่นกัน ถ้าตัวเขาเป็น
แค่คนธรรมดา นางยังต้องการเขาอยู่หรือไม่?
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ