กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 11 พบคำตอบของสิ่งที่ตามหา
บทที่ 11 พบคำตอบของสิ่งที่ตามหา
“นั่นผู้ใดกัน?!”
อุ้ยเสี่ยวป้อกล่าวออกมาด้วยสีหน้าประหม่า เขารีบแอบซ่อนเสื้อเกราะสีดำเอาไว้ใต้ผ้าห่ม และเก็บกริชไว้ในรองเท้าของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
จากนั้นอุ้ยเสี่ยวป้อจึงเดินไปเปิดประตู แต่ก็พบว่าผู้ที่มาเยือนเป็นเพียงขันทีน้อยคนหนึ่ง
“กราบทูลใต้เท้า… องค์จักรพรรดิทรงเรียกหาท่านที่สวนหลวงในพระราชวังขอรับ” ขันทีน้อยก้มศีรษะลงต่ำและโค้งคำนับในขณะที่พูด
อุ้ยเสี่ยวป้อครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่า ตนเองนั้นโชคดีมากที่รีบกลับมาที่วังหลวงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงวางสิ่งของทั้งหมดลง แอบซ่อนสมบัติจนหมดสิ้น จากนั้นตอบไปว่า “เอาล่ะ ข้ากำลังจะออกไป”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็มองสำรวจความเรียบร้อยที่เตียงของตัวเอง จากนั้นจึงปิดประตูและตรงไปที่สวนหลวงในพระราชวังทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่อุ้ยเสี่ยวป้อเดินออกจากห้องไปได้ไม่นานพลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นภายใต้ผ้าห่มบนเตียง!
เสื้อเกราะที่ดูธรรมดา ๆ ซึ่งอุ้ยเสี่ยวป้อวางทิ้งไว้บนเตียงนั้นได้อันตรธานหายไป… ทว่ากลับมีเสื้อกั๊กสีดำที่มีลักษณะเดียวกันปรากฏขึ้นมาแทนที่อย่างเงียบเชียบ
.
ณ ห้องเช่าของหวงเฟิง…
เขากำลังพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่สิ… บางทีฉันอาจจะยังดูไม่ละเอียดพอก็ได้”
หวงเฟิงที่นอนอยู่บนเตียงนอนคิดมาพักหนึ่ง หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งและพูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจลากกล่องเก็บของใบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเปิดฝาออกแล้วหยิบของออกมาทีละชิ้นเพื่อเตรียมเพ่งมองตรวจสอบดูอีกรอบ
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น? ฉันไม่เคยมีเสื้อกั๊กแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา”
หวงเฟิงค้นพบบางอย่างที่แปลกไปได้อย่างรวดเร็ว ภายในกล่องเก็บของของเขามีเสื้อกั๊กที่ไม่ใช่ของเขาปรากฏขึ้นมา มันเป็นสีดำสนิท แต่เมื่อลองสัมผัสดู จะรับรู้ได้ทันทีว่าเนื้อผ้านั้นนุ่มสบายมือมาก
หวงเฟิงคุ้นเคยกับเสื้อผ้าของตัวเองเป็นอย่างดี เนื่องจากเขาไม่ได้มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ มากนัก นอกจากนี้เขาก็เพิ่งจะพลิกดูกล่องเก็บของไปเมื่อไม่นานมานี้เอง ดังนั้นเขาจึงตระหนักภายในใจได้อย่างชัดเจนว่า ตอนที่เปิดกล่องออกมาในครั้งแรกนั้นไม่มีเสื้อกั๊กตัวนี้อยู่卧อย่างแน่นอน!
ในเวลาเดียวกัน เขาพบว่าเสื้อยืดธรรมดาของเขาตัวหนึ่งได้หายไป นอกจากนี้เสื้อที่พบในกล่องเก็บของตัวนี้ ทั้งรูปแบบเนื้อผ้าและลักษณะก็แตกต่างจากเสื้อของเขาอย่างสิ้นเชิง มันกลายเป็นเสื้อกั๊กสีดำสนิท
หวงเฟิงนำเสื้อกั๊กตัวนั้นออกมาถือไว้ มองดูด้วยมือที่สั่นเทา แม้ว่าเสื้อกั๊กตัวนี้จะมีน้ำหนักเบามาก แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับดูเหมือนหนาแน่นและทนทานมาก
เขาตระหนักได้ทันทีว่ามันน่าจะมีคุณสมบัติพิเศษเหมือนกับรองเท้าหนังก่อนหน้านี้แน่ ๆ ในเมื่อมันถูกค้นพบในกล่องมหัศจรรย์ใบนี้!
หวงเฟิงก้มหน้าลงแล้วลองเพ่งมองไปที่ตัวเสื้อกั๊กด้วยการรวบรวมสมาธิ
และแล้วเขาก็พบคำอธิบายอยู่บนเสื้อตัวนั้นจริง ๆ ! มีข้อความปรากฏขึ้นมาว่า
‘ชุดเกราะอ่อนไหมทอง: เดิมทีเป็นสมบัติที่ถูกปล้นมาจากวังหลวง แต่ต่อมาถูกขโมยโดยอุ้ยเสี่ยวป้อ ซึ่งได้มาจากการปล้นเกราะนี้ไปจากตระกูลหนึ่ง มันเป็นสมบัติที่หายากที่สามารถต้านทานการโจมตีของดาบและหอกได้ทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา นุ่ม และทำความสะอาดง่าย’
มันมีคำอธิบายอยู่จริงๆ!
หวงเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตามที่คาดไว้ เขามองเห็นคำอธิบายที่ลอยอยู่ด้านหลังเสื้อกั๊กอีกครั้ง มันเหมือนกับการแนะนำคุณสมบัติสินค้า และเป็นไปตามที่เขาคาดเดาไว้ไม่มีผิด… กล่องเก็บของใบนี้คือกล่องจักรวาลที่สามารถแปรสภาพหรือผลิตสมบัติขึ้นมาได้!
ในตอนนี้ หวงเฟิงมองเห็นโอกาสในอนาคตที่เขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้ แม้ว่าเสื้อเกราะตัวนี้จะยังไม่ค่อยมีประโยชน์มากเท่าไหร่สำหรับเขาในยุคปัจจุบัน แต่เขาก็ยังมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์
เนื่องจากกล่องจักรวาลนี้สามารถเปลี่ยนรองเท้าและเสื้อผ้าปกติของเขาให้กลายเป็นสิ่งของที่มีคุณสมบัติพิเศษได้ แล้วถ้ามันเป็นสิ่งของอย่างอื่นล่ะ? มันจะกลายเป็นสุดยอดสมบัติได้เหมือนกันหรือไม่?
หวงเฟิงคาดเดาว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นไปได้อย่างมาก ที่เขาจะสามารถเปลี่ยนสิ่งของธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นสมบัติได้โดยการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เข้าไป
เมื่อเริ่มคิดถึงสมบัติต่าง ๆ ที่เขาจะได้รับในอนาคต หวงเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น แม้ว่าสมบัติทั้งสองชิ้นที่เขาได้มาในตอนนี้จะยังดูไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับเขานัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากเขาสะสมสมบัติพิเศษเหล่านี้ให้มากขึ้น มันจะต้องมีประโยชน์มหาศาลในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่ได้คิดว่าของสองชิ้นที่เขาได้มา ทั้งรองเท้าหนังและเสื้อเกราะนั้นจะไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว เพราะวันนี้รองเท้าหนังคู่ใจตัวนี้ก็เพิ่งช่วยให้เขาสามารถวิ่งไล่จับโจรได้ไม่ใช่หรือ? นอกจากนี้ชุดเกราะอ่อนไหมทองตัวนี้ก็ยังสามารถปกป้องความปลอดภัยของชีวิตเขาได้อีกด้วย
หวงเฟิงลุกขึ้นยืนทันที เขาหยิบดาบสะสมของตัวเองขึ้นมา แล้วฟันลงไปที่เกราะอ่อนไหมทองอย่างรุนแรง!
เคร้ง!
และแน่นอนว่ามันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน! ดูเหมือนว่าคุณสมบัติของมันจะเป็นจริงดังคำโปรย มันสามารถต้านทานการโจมตีของมีด ดาบ และหอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เขาไม่รู้ว่ามันจะสามารถกันกระสุนหรือขัดขวางการโจมตีของอาวุธปืนในปัจจุบันได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่หวงเฟิงต้องเป็นกังวลในตอนนี้
หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติของชุดเกราะอ่อนไหมทองเสร็จแล้ว หวงเฟิงก็วางมันลงบนเตียง
หลังจากนั้นเขาก็นั่งยอง ๆ อยู่หน้ากล่องเก็บของอีกครั้ง เพื่อพิจารณาสังเกตกล่องเก็บของขนาดใหญ่ใบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจ้องมองมันอย่างจริงจังและระมัดระวังที่สุด
ฝาของกล่องใบนี้เป็นสีน้ำเงิน และตัวกล่องนั้นเป็นสีขาว อย่างไรก็ตามมันมีความหนามากกว่ากล่องพลาสติกทั่ว ๆ ไป กล่องเก็บของใบนี้มีความสูงมากกว่าหนึ่งเมตรและกว้างกว่าครึ่งเมตร มันเป็นกล่องเก็บของขนาดใหญ่มาก แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเจียงต้าคนนั้นถึงต้องการขายกล่องขนาดใหญ่เช่นนี้ทิ้ง
หวงเฟิงสังเกตเห็นรอยขีดข่วนบนตัวกล่อง ซึ่งน่าจะเป็นร่องรอยจากการใช้งาน ท้ายที่สุดกล่องนี้ไม่ใช่ของใหม่ และถูกใช้งานมานานแล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะมีความเสียหายอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหวงเฟิงมองไปที่กล่องเก็บของอย่างระมัดระวัง เขาก็ตระหนักว่านอกจากมันจะใหญ่กว่ากล่องทั่วไปเล็กน้อยแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่มีอะไรที่พิเศษเลย
แน่นอนว่าหวงเฟิงยังไม่รู้ว่า อันที่จริงมันมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนสิ่งของข้ามมิติหรือข้ามจักรวาลได้! แต่เป็นเพราะหวงเฟิงได้ครอบครองกล่องใบนี้โดยบังเอิญ จึงทำให้มันเริ่มแสดงความสามารถออกมา
และร่องรอยการถูกใช้งานเหล่านั้นก็น่าจะมาจากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจียงต้าคนเดิม ทว่าหากรุ่นพี่คนนั้นค้นพบความลับนี้ เขาคงไม่มีทางคิดที่จะขายมันทิ้งอย่างแน่นอน ต่อให้มีคนเสนอเงินให้มากมายเท่าไหร่เขาก็จะไม่มีวันขายมันเด็ดขาด! นี่คือกล่องมหัศจรรย์ที่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของและผลิตสมบัตินับไม่ถ้วนออกมาได้ ใครขายก็คงเรียกได้ว่าเป็นคนไม่มีหัวคิดแล้ว
“หึ ๆ…” หวงเฟิงรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า รุ่นพี่คนนั้นจะรู้สึกอย่างไรหากวันหนึ่งรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของกล่องใบนี้?
หวงเฟิงครุ่นคิดต่อไปว่ากล่องนี้จะมีระยะเวลากำหนดในการเปลี่ยนสภาพสิ่งของอย่างไร? แม้ว่าเขาจะไม่รู้สาเหตุที่ทำให้กล่องเก็บของธรรมดา ๆ ใบนี้กลายเป็นเครื่องผลิตสมบัติ และไม่รู้ว่ากล่องมีความสามารถแบบนี้ได้อย่างไร แต่หวงเฟิงก็ไม่สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไป
เขาแค่จำเป็นต้องรู้หน้าที่ของมันและวิธีใช้งานก็พอ และเขาก็เข้าใจดีแล้วว่า… ชีวิตในอนาคตของเขาจะต้องแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะกล่องจักรวาลใบนี้ที่เขาได้มาโดยบังเอิญ!