กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 12 นอนไม่หลับ
หลังจากนั้น หวงเฟิงก็เริ่มพิจารณาวิธีการใช้งานกล่องใบนี้
หลังจากผ่านประสบการณ์มาสองครั้ง หวงเฟิงก็เดาได้ว่าฟังก์ชันของกล่องใบนี้คือ การเปลี่ยนสิ่งที่ใส่เข้าไปให้เป็นสิ่งของที่คล้ายกันออกมา แต่ประสิทธิภาพและคุณสมบัติของมันจะทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น รองเท้าหนังปลอม ๆ คู่หนึ่ง ได้กลายเป็น “รองเท้าไฮเทค” ที่ใช้งานได้หลากหลาย และด้วยรองเท้าคู่นี้ ความเร็วในการวิ่งของหวงเฟิงในปัจจุบันก็ไม่ได้ช้าไปกว่านักกีฬามืออาชีพเหล่านั้นเลย หรืออาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำ
รองเท้าหนังคู่แรกนั้นมีคำแนะนำระบุไว้ว่า คิดค้นโดยศาสตราจารย์นอร์ธ ซึ่งบุคคลที่เรียกว่าศาสตราจารย์นอร์ธคนนี้ ตัวเขาเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
อย่างไรก็ตาม “เกราะอ่อนไหมทอง” ที่เขาเพิ่งจะได้มานั้นแตกต่างออกไป หวงเฟิงเคยได้ยินชื่อของอุ้ยเสี่ยวป้อ (หมายเหตุ: ในต้นฉบับพิมพ์ผิดเป็นฝูเต๋า) และจักรพรรดิคังซีมาบ้าง เพราะเขาเคยดูภาพยนตร์และซีรีส์เรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ (บันทึกลับบัลลังก์มังกร) มามากกว่าหนึ่งครั้ง และนิยายเรื่องนี้ก็มีการเอามาทำซ้ำอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทำให้เขาค่อนข้างเข้าใจเนื้อเรื่องและตัวละครภายในเรื่องเป็นอย่างดี
“เกราะอ่อนไหมทอง” เป็นสมบัติที่หายากยิ่งในโลกของเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อ เมื่อรวมกับการใช้กริชล้ำค่าของอุ้ยเสี่ยวป้อแล้ว ยิ่งถือเป็นไอเทมหลักในการดำเนินเนื้อเรื่องนี้เลยทีเดียว
ดังนั้นหลังจากได้เห็นคำอธิบายของเกราะอ่อนไหมทอง หวงเฟิงก็รู้ทันทีว่าวัตถุชิ้นนี้มาจากภาพยนตร์หรือนวนิยายเรื่องนั้น และมันทำให้หวงเฟิงเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่า กล่องจักรวาลใบนี้สามารถ “เชื่อมต่อ” โลกจินตนาการเหล่านั้น และแปรสภาพสิ่งของจากในโลกปกติออกมาเป็นสมบัติได้!
กล่าวคือ ตราบใดที่มันเป็นสมบัติที่ปรากฏในภาพยนตร์ โทรทัศน์ หรือแม้แต่นวนิยาย กล่องจักรวาลของหวงเฟิงก็สามารถแลกเปลี่ยนแปลงสภาพมันออกมาได้แน่ ๆ แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่มันอาจจะไม่ใช่สมบัติล้ำค่าเสมอไป แต่อาจจะเป็นเพียงสิ่งของธรรมดา ๆ ก็ได้
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หวงเฟิงพอจะวิเคราะห์ได้เกี่ยวกับการทำงานของกล่องใบนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่รู้ เช่น โอกาสที่มันจะเปลี่ยนเป็นสมบัติได้นั้นบ่อยขนาดไหน หรืออะไรคือข้อกำหนดในการเปลี่ยนสิ่งของ และนอกเหนือจากฉากในภาพยนตร์ โทรทัศน์ หรือนวนิยายแล้ว ยังมีมิติสถานที่อื่น ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อได้อีกหรือไม่
ดังนั้นในตอนนี้ หวงเฟิงจึงยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจเกี่ยวกับกล่องจักรวาลใบนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความตื่นเต้นและชื่นชอบของหวงเฟิงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงให้ความสำคัญกับมันมาก ตราบใดที่เขาใช้กล่องเก็บของนี้ได้อย่างถูกต้อง ชีวิตในอนาคตของเขาจะต้องน่าตื่นเต้นและรุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน!
“ในที่สุด พระเจ้าก็ประทานพรให้ฉันแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ! ด้วยสมบัติชิ้นนี้ ฉันจะต้องร่ำรวยในอนาคตแน่ ๆ อย่าบอกนะว่าตัวฉันกำลังจะได้เป็นพระเอกในนิยายเรื่องไหนสักเรื่องอยู่จริง ๆ ?”
“ใช่แล้ว ฉันมันหล่อขนาดนี้! ฉันต้องได้เป็นพระเอกแน่ ๆ ฮ่า ๆ !”
หวงเฟิงกอดกล่องเก็บของขนาดใหญ่เอาไว้และหัวเราะชอบใจ ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก และหวังว่าเขาจะสามารถบอกให้ทุกคนรู้ได้ว่าเขาได้รับสมบัติวิเศษมาและกำลังจะร่ำรวยในไม่ช้า… แต่เขาก็คิดได้ว่า ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เขายังคงเข้าใจหลักการที่ว่า ‘ปลาหมอตายเพราะปาก’ ดี หากคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า อาจจะมีคนมาแอบขโมยมันไป ซึ่งตัวเขาในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถในการปกป้องมันหรือขัดขวางใครได้เลย
“และด้วยกล่องใบนี้ ฉันรู้สึกว่าห้องเช่านี้มันไม่ค่อยปลอดภัยเลยแฮะ ผู้อื่นที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เยอะเกินไปเพราะค่าเช่ามันมีราคาถูก พอฉันเริ่มมีเงินมากพอ ฉันจะต้องรีบย้ายออกทันที พอมีเงินก็ต้องซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ฉันจะต้องระมัดระวังและหาสถานที่ที่ปลอดภัยกว่านี้”
หวงเฟิงพึมพำขณะที่สายตามองไปที่กล่องจักรวาล ตอนนี้มันกลายเป็นความหวังเดียวของเขา แน่นอนว่าเขาต้องให้ความสำคัญกับมันเป็นอันดับแรก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่นี่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ปลอดภัยจริง ๆ นั่นแหละ
หลังจากพิจารณาเรื่องนี้แล้ว หวงเฟิงก็เริ่มคิดทบทวนเกี่ยวกับสิ่งของที่เขาควรจะวางไว้ในกล่องจักรวาลต่อไป
จากการสังเกตของเขา แม้ว่าเวลาในการแลกเปลี่ยนสิ่งของในกล่องจักรวาลจะไม่แน่นอน แต่มันดูเหมือนว่าจะต้องใช้สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกันใส่ลงไปทีละชิ้น ก่อนหน้านี้เขาใส่เสื้อผ้าไปสองสามชิ้น แต่เขากลับได้รับเกราะอ่อนไหมทองกลับมาเพียงชิ้นเดียว เห็นได้ชัดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นักในแง่ของจำนวน
แม้ว่ากล่องเก็บของนี้จะมีขนาดใหญ่กว่ากล่องพลาสติกทั่วไป แต่งหวงเฟิงก็ยังรู้สึกว่ามันเล็กเกินไปอยู่ดี ยิ่งกล่องใบใหญ่เท่าไหร่ เขาก็จะสามารถใส่สิ่งต่าง ๆ ลงไปได้มากขึ้น และโอกาสที่เขาจะสามารถเลือกแปรสภาพสิ่งของก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงสิ่งของที่ได้กลับมาก็มีโอกาสที่จะชิ้นใหญ่ขึ้น
เพราะไม่อย่างนั้น ด้วยขนาดของกล่องใบนี้ สิ่งของที่เขาได้กลับมาก็จะมีข้อจำกัดอยู่แค่ขนาดของกล่องเท่านั้น และโอกาสที่เขาจะได้รับสมบัตินั้นก็ยังไม่แน่นอน หากว่าของที่เขาใส่เข้าไปกับสิ่งที่เขาได้รับกลับมามันมีมูลค่าไม่เท่าเทียมกัน มันจะไม่เป็นการแลกเปลี่ยนที่สูญเปล่าหรอกหรือ?
ดังนั้น หวงเฟิงจึงรีบเททุกอย่างออกจากกล่อง และเลือกวางเพียงชุดเสื้อผ้าและหนังสือบางส่วนไว้ ดำเนินวิธีนี้จะทำให้พื้นที่ภายในกล่องกว้างขวางขึ้นมาก หลังจากนั้น หวงเฟิงก็เริ่มคิดถึงสิ่งของอื่น ๆ ที่ควรจะนำมาวางไว้ในพื้นที่ว่างที่เหลือภายในกล่อง
หวงเฟิงยืนขึ้นและมองสำรวจไปรอบห้องของเขา เนื่องจากที่ผ่านมาเขาเป็นคนประหยัดเงินมาก สิ่งของที่เขาซื้อมาจึงมีน้อยชิ้นเหลือเกิน มีเพียงของใช้ในชีวิตประจำวันไม่กี่อย่าง ซึ่งในอดีตเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจที่จะต้องซื้อมันเพิ่มเท่าไหร่ แต่มาตอนนี้ หวงเฟิงกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังขาดแคลนสิ่งของเครื่องใช้อย่างหนัก!
“เอาล่ะ พรุ่งนี้หลังเลิกงาน ฉันต้องไปซื้อของใช้และซื้อของอื่น ๆ มาเพิ่มแล้ว”
แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีเงินเก็บมากมายนัก และถึงแม้ว่าเงินเดือนของบริษัทใหม่จะยังไม่ได้จ่ายตรงเวลา แต่ค่าเช่าห้องของเขาก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายในทันที อย่างไรก็ตาม หวงเฟิงเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวประหยัดเงินอีกต่อไป นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา!
เนื่องจากเขามีเวลาไม่มาก และหวงเฟิงก็ไม่อยากปล่อยให้กล่องเก็บของนั้นว่างเปล่าโดยเสียประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงลองวางพวกราวตากผ้าเล็ก ๆ ชาม ช้อน ตะเกียบ และของใช้อื่น ๆ ลงไปภายในกล่องก่อน
หลังจากจัดแจงเสร็จ หวงเฟิงก็กลับขึ้นเตียงเพื่อนอนพักผ่อนด้วยความพึงพอใจ
ทว่าเขากลับไม่สามารถข่มตาลงได้เลยเนื่องจากความตื่นเต้น ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว แต่หวงเฟิงยังไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย อารมณ์ของเขายังคงปั่นป่วนโลดเต้นอยู่ภายใน เขาหันไปมองรองเท้าหนังที่ข้างเตียง แล้วก็มองไปที่เสื้อเกราะอ่อนไหมทองที่แขวนอยู่ข้างฝาผนัง พลางเผยรอยยิ้มออกมาอย่างโง่เขลา
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่เห็นเขาในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะคิดว่าเขาสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ ๆ
แต่เพราะเขายังต้องไปทำงานในวันพรุ่งนี้อีก ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามบังคับตัวเองให้หลับ แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้รับสมบัติล้ำค่ามาถึงสองชิ้น แต่ของทั้งสองชิ้นนี้ก็ไม่สามารถเอาไปเร่ขายได้ในโลกปัจจุบัน ดังนั้นเขาจึงยังคงต้องรอคอยโอกาสในครั้งถัดไป หวงเฟิงจึงตัดสินใจหลับตาลงพยายามเข้าสู่ห้วงนิทรา
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงนอนไม่หลับอยู่ดี… ทุก ๆ ชั่วโมงเขาจะต้องลุกออกจากเตียงเพื่อเดินมาเปิดตรวจสอบกล่องเก็บของดูว่าอาจจะมีสมบัติใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่ แต่ทุกครั้งเขาก็ต้องพบกับความว่างเปล่าและผิดหวัง
ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงไม่เบื่อหน่าย และพยายามเดินมาเปิฝากล่องดูอยู่ทุก ๆ ชั่วโมงตลอดทั้งคืน