กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 146 ต้องการขาของแก บทที่ 146 ต้องการขาของแก
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 146 ต้องการขาของแก บทที่ 146 ต้องการขาของแก
“เขาทนไม่ได้แม้แต่หมัดเดียวด้วยซ้ำ!”ร่างนั้นยังคงยืนอยู่กับที่และปากของเขาก็เต็มไปด้วยค “เขาทนไม่ได้แม้แต่หมัดเดียวด้วยซ้ำ!”ร่างนั้นยังคงยืนอยู่กับที่และปากของเขาก็เต็มไปด้วยค
คำพูดซึ่งปกติแล้วจะต้องเป็นคำพูดของพี่เป่ียว คำพูดซึ่งปกติแล้วจะต้องเป็นคำพูดของพี่เป่ียว
พี่เป่ียวไออยู่สองสามครั้งบนพื้นและพยายามที่จะลุกขึ้นยืน พี่เป่ียวไออยู่สองสามครั้งบนพื้นและพยายามที่จะลุกขึ้นยืน
อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังยกร่างของเขาขึ้นน ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้งและเตะเข้าที่ศรีษะของเขา
เวลานี้เขาไม่มีโอกาสที่จะปัดป้องเขาจึงโดนเตะ ร่างของเขาไถลไปกับพื้นเป็นระยะไกล
“พี่เป่ียว!” “พี่เป่ียว!”
แน่นอนนอกเหนือไปจากชายหนุ่มที่คุกเข่าในตอนแรก เขาก็ไม่กล้าที่จะมองพี่เป่ียว แน่นอนนอกเหนือไปจากชายหนุ่มที่คุกเข่าในตอนแรก เขาก็ไม่กล้าที่จะมองพี่เป่ียว
หัวใจของเขายิ่งสับสนมากขึ้นประการแรกเพราะความโหดเหี้ยมของอีกฝśาย และประการที่สองเพราะพี่เป่ียวได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมาก ยิ่งถูกทุบตีก็ยิ่งรู้สึกแย่และหลังจากนั้นเขาก็จะยิ่งไม่ได้รับการให้อภัย!
พี่เป่ียวเหงื่อออกมากเขารู้สึกว่าคอของเขากำลังจะแตก พี่เป่ียวเหงื่อออกมากเขารู้สึกว่าคอของเขากำลังจะแตก
ในเวลานี้ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำเข้ามาอยู่ข้างๆเขาอีกครั้งและแววตาแห่งความกลัวก็ฉายผ่านด ในเวลานี้ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำเข้ามาอยู่ข้างๆเขาอีกครั้งและแววตาแห่งความกลัวก็ฉายผ่านด
ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถรับมือได้ถ้าเทียนจุ้นยังอยู่ที่นี่เขาอาจจะสู้ได้แต่พี่เป่ียวเองก ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถรับมือได้ถ้าเทียนจุ้นยังอยู่ที่นี่เขาอาจจะสู้ได้แต่พี่เป่ียวเองก
“เพียะ!”ชายคนนั้นก้าวขึ้นไปเหยียบเข้าที่หน้าของพี่เป่ียวและจากนั้นก็ออกแรงบิดเอวของเข “เพียะ!”ชายคนนั้นก้าวขึ้นไปเหยียบเข้าที่หน้าของพี่เป่ียวและจากนั้นก็ออกแรงบิดเอวของเข
เขามองดูพี่เป่ียวและพูดว่า”เป็นไงบ้างล่ะ? รู้สึกดีไหมที่ถูกเหยียบแบบนี้?” เขามองดูพี่เป่ียวและพูดว่า”เป็นไงบ้างล่ะ? รู้สึกดีไหมที่ถูกเหยียบแบบนี้?”
“แกต้องการอะไร?”พี่เป่ียวถาม “แกต้องการอะไร?”พี่เป่ียวถาม
“ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? คนของแกชอบเหยียบบนหน้าคนอื่นแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง? ฉันก็กำลังเหยียบหน้าแกอยู่ตอนนี้และดูสิว่าแกรู้สึกดีไหม แกควรจะบอกฉันสิว่ามันดีหรือเปล่า” ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงเบาและนุ่มนวล
“ฉันไม่รู้ว่าแกหมายถึงอะไร” “ฉันไม่รู้ว่าแกหมายถึงอะไร”
“ไม่รู้งั้นเหรอ?ฮ่าฮ่า แกไม่รู้งั้นเหรอ?!” ชายหนุ่มออกแรงกระทืบหนักกว่าเดิม ทำให้ใบหน้าของพี่เป่ียวบิดเบี้ยว
“แกจะไม่รู้ได้ยังไงเล่า!เมื่อวานนี้คนของแกเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ถ้าแกกล้าที่จะต่อสู้แม้แต่กับนายน้อยถง แกก็คงจะเก่งพอตัว ในมณฑลชิงนี้ฉันไม่เคยเห็นใครเจ่๋งเท่าแกมาก่อนเลย!”
“นายน้อยถง?นายน้อยถงคนไหน?” “นายน้อยถง?นายน้อยถงคนไหน?”
หัวใจของพี่เป่ียวเต้นไม่เป็นจังหวะหรือว่าพวกเขาจะกลายเป็นปรปักษ์กับนายน้อยถงไปแล้ว ซึ่งถงเฉียนนั้นไม่ได้มีความสามารถมากนักและรู้แค่วิธีที่จะจีบสาวเท่านั้น แต่เขามีพ่อที่ดีและเขาก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็มองไปที่ลูกน้องคนที่ก่อนหน้านี้ได้บอกว่าเขาได้ทำร้ายชายคนหนึ่งที่มีน ถง เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นคนเดียวกัน?
ในเวลานี้ชายหนุ่มได้สิ่งที่อีกฝśายพูด หัวใจของเขาก็เต้นรัว หรือว่านี่จะเป็นเรื่องบังเอิญ?
เมื่อวานนี้เขาได้ทำร้ายคนที่นามสกุลถงหรือว่าพวกเขาจะมาเพื่อล้างแค้น? เป็นไปไม่ได้! ไม่ว่าลูกน้องคนนั้นจะมองยังไง มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน? เมื่อวานนี้เขาได้ทำร้ายคนที่นามสกุลถงหรือว่าพวกเขาจะมาเพื่อล้างแค้น? เป็นไปไม่ได้! ไม่ว่าลูกน้องคนนั้นจะมองยังไง มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?
จะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ไปได้อย่างไรกัน? จะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ไปได้อย่างไรกัน?
“นั่นคือนายน้อยถงคนที่แกกำลังนึกถึงนั่นแหละ! คนของแกช่างกล้านักที่เหยียบหน้าของนายน้อยถงแบบนี้ และยังจะมีหน้ามาถามว่านายน้อยถงคนไหน นายน้อยถงจะฉีกแกออกเป็นชิ้นๆ ด้วยเท้าของเขา! แล้วดูซิว่าแกจะกล้าเหยียบหน้าพวกเราอีกไหมในอนาคต!” ชายคนนั้นกล่าว
ชายหนุ่มที่เป็นลูกน้องของพี่เป่ียวยิ่งดูลุกลี้ลุกลนมากขึ้นเพราะว่าเมื่อวานนี้เขาได้เหยียบเข้า ชายหนุ่มที่เป็นลูกน้องของพี่เป่ียวยิ่งดูลุกลี้ลุกลนมากขึ้นเพราะว่าเมื่อวานนี้เขาได้เหยียบเข้า
จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มลูกน้องของพี่เป่ียวและกล่าวว่า จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มลูกน้องของพี่เป่ียวและกล่าวว่า
“ก็มันนั่นไงคนที่เหยียบหน้าเขา แต่ยังไงก็เถอะ ฉันไม่ได้เรียกมันออกมา ฉันแค่บอกให้มันไปสั่งสอนบทเรียนให้แก่คนอื่น และมันก็เป็นคนลงมือเองและยังทำร้ายนายน้อยถงอีกด้วย”
ไม่ต้องพูดถึงชายหนุ่มที่เป็นลูกน้องของพี่เป่ียวได้ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงแม้จะเป็นอดีตไป เขาจึงไม่ลังเลใจที่จะขายเจ้าลูกน้องคนนี้และในวันนี้เขาก็ไม่ได้มีแรงกดดันใจมากนัก
เดิมทีเขาได้วางแผนที่จะขับไล่อีกฝśายออกไปหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เดิมทีเขาได้วางแผนที่จะขับไล่อีกฝśายออกไปหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้
แต่ในตอนนี้เขาไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้แก่เขาดังนั้นเขาจึง แต่ในตอนนี้เขาไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้แก่เขาดังนั้นเขาจึง
ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าพี่เป่ียวจะโทษว่าเป็นความผิดของเขาเช่นนี้เขายืนตะลึงไปชั่วขณะและ ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าพี่เป่ียวจะโทษว่าเป็นความผิดของเขาเช่นนี้เขายืนตะลึงไปชั่วขณะและ
“ไงล่ะแกเห็นไหม? แกนี่ช่างใจกล้าเสียจริง กล้าที่เหยียยหน้าของนายน้อยถง ฉันเห็นแกคุกเข่าและฉันก็คิดว่าแกนี่ช่างขี้ขลาดเสียงจริง แต่ไม่คิดเลยว่าแกจะใจกล้าขนาดนี้!” ชายหนุ่มฝśายตรงข้ามกล่าวขณะที่เขาเดินออกจากด้านข้างของพี่เป่ียวและมุ่งตรงไปหาคนที่กำลังลุก
“ไม่ใช่นะเข้าใจผิดแล้ว ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักนายน้อยถงเลยด้วยซ้ำ ถ้าฉันรู้ถึงแม้ว่าฉันจะมีความกล้ากว่านี้สักร้อยเท่า ฉันไม่กล้าตีเขาหรอก”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ?์เข้าใจผิดครั้งเดียวก็เกินพอแล้วล่ะ?” “เข้าใจผิดงั้นหรือ?์เข้าใจผิดครั้งเดียวก็เกินพอแล้วล่ะ?”
ชายหนุ่มเดินไปที่ด้านข้างของเขาและเตะเข้าไปที่ปลายคางจนเขาล้มลง ชายหนุ่มเดินไปที่ด้านข้างของเขาและเตะเข้าไปที่ปลายคางจนเขาล้มลง
“แกจะมาเหยียบฉันง่ายๆด้วยคำที่ว่าเข้าใจผิดได้ไหมล่ะ? ก็เพราะว่าเป็นแก งั้นก็เอาเลยสิ แบบนี้ไง นายน้อยถงยังบอกด้วยว่าเขาต้องการขาของแก ส่วนแก ฉันจะหักแกขาของแกเสียข้างหนึ่ง!”
ชายหนุ่มกล่าวสำหรับคำถามสุดท้ายนั้น มันสำหรับพี่เป่ียว ชายหนุ่มกล่าวสำหรับคำถามสุดท้ายนั้น มันสำหรับพี่เป่ียว
“ไม่นะ!” “ไม่นะ!”
พี่เป่ียวและลูกน้องของเขาตะโกนออกมาพร้อมๆกัน และเขาก็ยิ่งเสียใจมากยิ่งขึ้น พี่เป่ียวและลูกน้องของเขาตะโกนออกมาพร้อมๆกัน และเขาก็ยิ่งเสียใจมากยิ่งขึ้น
ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ว่าลูกน้องของเขาพยายามที่จะมีเล่ห์เหลี่ยมกับเขาเขาก็คงจะขับไล่เขาไปต ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ว่าลูกน้องของเขาพยายามที่จะมีเล่ห์เหลี่ยมกับเขาเขาก็คงจะขับไล่เขาไปต
เพราะเขาไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยเพียงแค่ประจบประแจงเขาไปวันๆเท่านั้น เพราะเขาไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยเพียงแค่ประจบประแจงเขาไปวันๆเท่านั้น
อีกฝśายไม่ได้เจตนาที่จะละเลยคำพูดที่มีต่อพี่เป่ียวและบรรดาลูกน้องทั้งหลายเลยจิตใจของพ อีกฝśายไม่ได้เจตนาที่จะละเลยคำพูดที่มีต่อพี่เป่ียวและบรรดาลูกน้องทั้งหลายเลยจิตใจของพ
จากนั้นคนสองคนก็เดินไปหาพี่เป่ียวทั้งสองคนเดินแยกกัน พร้อมกับถือไม้เบสบอลไว้ในมือ พวกเขากำลังจะหักขาของพวกนั้นอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่นะได้โปรด อย่า ฉันรู้ฉันผิดไปแล้ว” ชายหนุ่มลูกน้องของพี่เป่ียวเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาและก็เริ่มร้องขอความเมตตา
เขาไม่กล้าแม้แต่จะยืนขึ้นและพยายามถอยหลังไปบนพื้นแต่พื้นที่นั้นก็ช่างเล็กนัก เขาไม่กล้าแม้แต่จะยืนขึ้นและพยายามถอยหลังไปบนพื้นแต่พื้นที่นั้นก็ช่างเล็กนัก
“แม่งเอ้ยไอ้สวะนี่มันฉี่ราดว่ะ ฮ่าฮ่า!” ในเวลานี้ชายคนที่ถือไม้เบสบอลเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่าที่ขาของชายหนุ่มนั้นเป่ียกชุ่มและมีกลิ่นฉี่โชยมา ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่าที่ขาของชายหนุ่มนั้นเป่ียกชุ่มและมีกลิ่นฉี่โชยมา
“ฮ่าฮ่า!” “ฮ่าฮ่า!”
คนสองสามคนที่อยู่อีกด้านพากันหัวเราะเสียงดัง คนสองสามคนที่อยู่อีกด้านพากันหัวเราะเสียงดัง
อีกด้านหนึ่งนั้นพี่เป่ียวและคนที่เหลือพากันเงียบกริบมีเพียงไม่กี่คนที่ดูถูกชายคนนี้เพราะมัน อีกด้านหนึ่งนั้นพี่เป่ียวและคนที่เหลือพากันเงียบกริบมีเพียงไม่กี่คนที่ดูถูกชายคนนี้เพราะมัน
“ไม่นะปล่อยฉันไป ฉันไม่อยากโดนหักขา” ชายหนุ่มยังคงร้องขอความเมตตา “ไม่นะปล่อยฉันไป ฉันไม่อยากโดนหักขา” ชายหนุ่มยังคงร้องขอความเมตตา
อย่างไรก็ตามการร้องขอของเขาก็ดูจะไม่มีประโยชน์ ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม เขายกไม้เบสบอลขึ้นสูงบนอากาศและฟาดลงมาอย่างไรความปราณี!
“อ๊าก!”ไม่ใช่ว่าเพราะเขากำลังอดกลั้น แต่เป็นเพราะเขาเจ็บปวดจนสลบไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะสลบไปแล้วแต่อีกฝśายก็ยังคงไม่ปล่อยเขาไป ไม้เบสบอลยังคงถูกทุบเข้าที่ขาของเขาและเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความเจ็บปวด
เสียงโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง! เสียงโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง!