กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 183 ทำสัญญาใหม่
“ใช่… นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน”
เซี่ยเมิ่งเจียวยังคงปิดปากเงียบ ไม่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บาร์แห่งนั้น เธอจำต้องเก็บงำไว้เพราะกลัวว่าซูหยูโมจะคิดมาก หรือไม่ก็อาจจะเป็นห่วงเธอจนเกินเหตุ
“อย่างไรก็เถอะ ดูเขาขัดหูขัดตาจัง ฉันบอกได้คำเดียวเลยว่าหมอนี่ไม่ใช่คนดีแน่ ๆ”
“เธอนี่นะ…” ซูหยูโมเอ่ยปนหัวเราะขบขัน “นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอเขาแท้ ๆ แล้วเธอไปดูจากรูปร่างหน้าตาตรงไหนถึงตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดีล่ะ? แถมเธอยังไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเขาเลยด้วยซ้ำนะ”
“ก็เขาดูไม่เหมือนคนดีจริง ๆ นี่นา” เซี่ยเมิ่งเจียวทำหน้ามุ่ย และในตอนนั้นเองราวกับว่าเธอเพิ่งจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงแกล้งแซวว่า “เฮ้ พี่หยูโม… จากที่ดูแล้ว ดูเหมือนพี่จะเข้าใจและรู้ใจเขาค่อนข้างดีเลยนะเนี่ย”
“มะ… ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน!”
ซูหยูโมเริ่มเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นในใจลึก ๆ เธอรีบหลบสายตาอย่างผิดธรรมชาติ “ฉันเพิ่งได้ติดต่อกับเขาเพียงไม่กี่ครั้งเอง ดังนั้นเลยรู้จักเขาเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่เลื่อนตำแหน่งให้เขาขึ้นเป็นผู้จัดการหรอก”
“จริงด้วยแฮะ” เซี่ยเมิ่งเจียวไม่ได้ติดใจสงสัยในคำพูดของเธอ ท้ายที่สุดแล้วถ้าพี่หยูโมไม่เห็นแววหรือเข้าใจในตัวฮวงเฟิงเลย เธอคงไม่มีทางเลื่อนตำแหน่งให้เขาได้ง่าย ๆ
“โอเค… งั้นตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องถอดถอนตำแหน่งผู้จัดการของเขาแล้วใช่ไหม?” ซูหยูโมลองหยั่งเชิงถาม
ในความเป็นจริง ซูหยูโมย่อมไม่เต็มใจที่จะปลดฮวงเฟิงออกจากบริษัทอย่างแน่นอน เพราะมันดูเป็นเรื่องที่น่าละอายและไม่ยุติธรรมต่อฮวงเฟิงจนเกินไป แล้วแบบนี้ในอนาคตเธอจะสู้หน้าพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทได้อย่างไร? ดังนั้นแม้ว่าเซี่ยเมิ่งเจียวจะมีความคิดแง่ลบเช่นนี้ แต่ซูหยูโมก็ยังคงพยายามหว่านล้อมเธอ เพราะเธอเป็นคนดันฮวงเฟิงขึ้นมาด้วยตัวเอง จึงไม่อาจยอมให้ใครมาทำลายเขาได้
เมื่อเซี่ยเมิ่งเจียวเห็นว่าซูหยูโมให้ความสำคัญกับฮวงเฟิงมากขนาดนี้ เธอก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยในอก ทว่าเธอก็รู้ดีว่าซูหยูโมไม่ใช่คนสะเพร่าสะสางงานไม่เป็น การที่ฮวงเฟิงได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาถึงระดับนี้ย่อมต้องมีดี ถ้าเธอขืนดึงดันจะปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้จัดการ พี่หยูโมของเธอจะต้องไม่พอใจเป็นแน่
นอกจากนี้ พอเซี่ยเมิ่งเจียวลองคิดทบทวนดูอีกที… มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปลดเขาออกจากตำแหน่งเลยนี่นา ให้เขาทำงานในบริษัทต่อไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะด้วยวิธีนี้เธอจะมีโอกาสได้แก้แค้นเขาได้บ่อย ๆ! หากตำแหน่งผู้จัดการของเขาถูกปลดปุบปับ เขาคงไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้และอาจจะยื่นใบลาออกไปเลยก็ได้ แล้วถ้าเขาหนีไปเสียก่อน เธอจะหาเรื่องแกล้งเล่นสนุกต่อได้อย่างไรกันล่ะ?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เซี่ยเมิ่งเจียวก็เปลี่ยนความคิดของเธอไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ต่อให้ซูหยูโมต้องการจะปลดเขาออก เธอก็คงจะเป็นฝ่ายคัดค้านเสียเอง
ไม่สิ… ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด!
“พี่หยูโมบอกเองนี่นาว่าเขามีความสามารถ และเขาก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง สำหรับคนมีฝีมืออย่างเขาพวกเราจำเป็นต้องรั้งตัวเก็บไว้แน่นอนค่ะพี่หยูโม เอาแบบนี้ดีไหม… ถ้าพี่ลองให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ แต่รอบนี้ขยายระยะเวลาในสัญญาให้ยาวนานขึ้นไปอีก และระบุเงื่อนไขว่าถ้าหากเขาต้องการจะลาออกเองก่อนกำหนด เขาจะต้องจ่ายค่าปรับชำระค่าชดเชยจำนวนมหาศาลให้แก่บริษัท! เพียงเท่านี้ คนมีพรสวรรค์เช่นเขาก็จะไม่ถูกบริษัทคู่แข่งขโมยตัวไปแล้วล่ะค่ะ” เซี่ยเมิ่งเจียวเสนอแนะแผนการ
เซี่ยเมิ่งเจียวคิดหาวิธีแก้แค้นฮวงเฟิงไว้สารพัดรูปแบบในหัว ดังนั้นเธอจึงไม่มีวันปล่อยให้ฮวงเฟิงจากไปอย่างง่ายดาย การแก้ไขสัญญาในครั้งนี้เธอไม่ควรออกหน้าเผยตัวเด็ดขาด แต่สำหรับพี่หยูโมนั้นแตกต่างออกไป… พี่หยูโมเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของฮวงเฟิง และฮวงเฟิงเองก็คงไม่สงสัยในคำพูดของเธอแน่ ๆ รวมถึงเขาคงจะไม่กล้าปฏิเสธเธอด้วย
“เพิ่มค่าจ้างงั้นเหรอ? เพิ่มอายุสัญญา? พร้อมเงินค่าชดเชยก้อนโตหากผิดสัญญา? แบบนี้มันจะดีเหรอ?” ซูหยูโมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“มันจะไม่ดีได้อย่างไรล่ะคะ? ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะร่างสัญญาแบบนี้ พี่หยูโม… พี่คงไม่อยากเห็นคนมีความสามารถโดนบริษัทอื่นขุดไปใช่มั้ยล่ะ?” เซี่ยเมิ่งเจียวคะยั้นคะยอ
แน่นอนว่าซูหยูโมก็ไม่อยากให้ฮวงเฟิงออกจากบริษัทเช่นกัน แม้ว่าในตอนแรกฮวงเฟิงจะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยธรรมดา ๆ แต่ซูหยูโมกลับมีความรู้สึกว่า ความสำเร็จในอนาคตของชายคนนี้จะไม่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน และเธอก็ไม่อยากสูญเสียเขาไป หากวันข้างหน้าฮวงเฟิงไม่อยากเป็นรปภ.แล้ว เธอ ก็สามารถจัดสรรตำแหน่งงานอื่นในบริษัทให้เขาได้ ดังนั้นหลังจากได้ยินคำแนะนำของเซี่ยเมิ่งเจียว เธอจึงรู้สึกสะเทือนใจและพยักหน้าเห็นชอบ
“ตกลง… งั้นเธอไปจัดการร่างสัญญามาได้เลย”
“รับทราบค่ะ ไม่มีปัญหา! อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องให้พี่หยูโมเป็นคนแจ้งให้เขาทราบนะคะ เพราะพี่คุ้นเคยกับเขาอยู่เล็กน้อย คงจะเจรจาตกลงกันได้ง่ายกว่า”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!”
ดังนั้น หญิงสาวสองคนที่มีความนึกคิดและเจตนาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องนี้ได้สำเร็จ
และในเวลานี้… ฮวงเฟิงที่ยังคงวิ่งตะเกียกตะกายหามรุ่งหามค่ำอยู่ในสนามฟุตบอล ก็ยังไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเขาชะตาขาดถูกผู้หญิงสองคนนี้ร่วมมือกันหลอกล่อ คนหนึ่งทำไปด้วยความหวังดี ส่วนอีกคนกำลังลับสมองคิดหาวิธีแก้แค้นเขาอยู่
ยามนี้ฮวงเฟิงกำลังพยายามหาโอกาสทำประตูในสนามอย่างสุดความสามารถ และลูกยิงของเขาก็ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จในท้ายที่สุด
.
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าหมอนี่จะเล่นฟุตบอลได้เก่งจริง ๆ”
เซี่ยเมิ่งเจียวทอดสายตามองไปที่สนามฟุตบอลเบื้องหน้าพลางพึมพำ ในจังหวะแรกที่เธอเห็นฮวงเฟิงกระโดดลอยตัวเอาหัวโหม่งสะบัดเพื่อแย่งลูกบอลกับคนอื่น ๆ ในสนามอย่างดุดันและทรงพลัง ร่างกายของเธอก็เผลอขยับตาม และเธอก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนเชียร์ออกมาสุดเสียงว่า
“สวยงาม!”
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกละอายใจและอับอายตัวเองในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อหันไปเห็นว่าพี่หยูโมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็มีปฏิกิริยาตื่นเต้นตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เธอก็รู้สึกโล่งใจและสบายใจขึ้นมาก
ซูหยูโมรู้สึกเขินอายเล็กน้อยกับปฏิกิริยาหลุดฟอร์มก่อนหน้านี้ของเธอ แต่เนื่องจากเซี่ยเมิ่งเจียวยังไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ เธอจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เดิมทีทั้งสองคนวางแผนที่จะเดินออกไปหลังจากนั่งดูการแข่งขันได้สักพัก แต่สุดท้ายความตื่นเต้นในสนามก็ตรึงพวกเธอไว้จนไม่ได้ลุกไปไหน
“ฉันว่าการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้น่าสนใจทีเดียวเลยนะ ก่อนหน้านี้ฉันคิดมาตลอดว่ามีคนตั้ง 22 คนมาวิ่งแย่งลูกบอลลูกเดียวในสนามมันจะไปสนุกตรงไหน ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมหลายคนถึงชอบมันนัก” เซี่ยเมิ่งเจียวยืนขึ้นบิดขี้เกียจพลางกล่าว
“ใช่… มันค่อนข้างน่าสนุกดีเหมือนกันถ้าจะนั่งดูตอนไม่มีอะไรทำ” ซูหยูโมกล่าวเสริม
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดูการแข่งขันฟุตบอลมาก่อน แต่ปกติเธอแค่มองว่ามันน่าเบื่อ ทว่าในวันนี้… อาจเป็นเพราะการปรากฏตัวของฮวงเฟิงในสนาม ทำให้เธอเผลอนั่งจ้องดูการแข่งขันจนจบแมตช์อย่างไม่รู้ตัว และรู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก
หลังจากนั้น หญิงสาวทั้งสองคนก็เตรียมตัวออกเดินทาง พวกเธอไม่อยากให้คนในบริษัทสังเกตเห็นจึงตั้งใจจะรีบกลับ แต่ในจังหวะที่เซี่ยเมิ่งเจียวกำลังเตรียมตัวจะเดินออกไป สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นว่าฮวงเฟิงกำลังเดินปลีกตัวแยกไปเข้าห้องน้ำ ในขณะที่คนอื่น ๆ เดินล่วงหน้าไปก่อน ทำให้เธอฉุกคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้จนต้องกลอกตาไปมา ก่อนจะหันไปพูดกับซูหยูโมว่า
“พี่หยูโม พี่เดินกลับไปที่รถก่อนเลยนะ พอดีฉันรู้สึกปวดท้องนิดหน่อย ขอแวะไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“ได้สิ… งั้นรีบตามมานะ” ซูหยูโมไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร
“รับทราบค่ะ!”
หลังจากที่พูดจบ เธอก็รีบซอยเท้าวิ่งตรงไปยังห้องน้ำอีกด้านหนึ่งของสนามทันที ซูหยูโมมองตามแผ่นหลังของเธอพลางยิ้มขำและส่ายหัวเบา ๆ จากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปยังลานจอดรถ
หลังจากที่ฮวงเฟิงเดินเข้าห้องน้ำเสร็จ เขาก็ก้มลงใช้น้ำเย็นจัดลูบหน้าล้างตาเพื่อไล่ความเหนื่อยล้า จากนั้นจึงยืดตัวขึ้นและรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวสดชื่นขึ้นมาก
“ไอ้คนลามก!”
ในขณะที่ฮวงเฟิงกำลังจะก้าวเท้าเดินพ้นประตูห้องน้ำออกมา จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงแหลมใสอันคุ้นเคยดังขัดขึ้นอยู่ข้าง ๆ ตัว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกหรือพูดถึงตัวเขาเลยในตอนแรก ในหัวยังคงคิดทบทวนว่าใครกันนะที่มาเล่นตลกเล่นมุกอะไรแถวนี้ตอนแข่งเสร็จ
“ไอ้คนลามก! ฉันกำลังเรียกนายนั่นแหละ! คิดจะวิ่งหนีเหมือนคราวที่แล้วอีกหรือไง?!”