กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 184 คนสวยคนนี้คือใคร
บทที่ 184 คนสวยคนนี้คือใคร
“คนสวย… เธอพูดกับฉันงั้นเหรอ?”
หวงเฟิงมองสาวงามตรงหน้าเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งด้วยใบหน้ารูปไข่ที่ได้มาตรฐาน คิ้วโก่งเรียวสวย และริมฝีปากสีแดงระเรื่อชวนหลงใหล ผิวพรรณที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมาก็ขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะ
อย่างไรก็ตาม สาวงามที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน เธอกางแขนออกกว้างเพื่อขวางทางเดินของเขา ใบหน้าที่สะสวยนั้นเรียบตึงเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่เธอมองเขาพลางขมวดคิ้วมุ่น ราวกับว่าเขาเป็นคนบาปหนาที่ไม่น่าให้อภัย
“ไร้สาระ! ถ้าฉันไม่ได้พูดกับนาย แล้วฉันจะพูดกับผีอยู่หรือไง?!” สาวงามยังคงแผดเสียงด้วยความโกรธ แถมยังกลอกตาใส่หวงเฟิงวงใหญ่ ทว่าด้วยความที่เธอเป็นคนสวยมากอยู่แล้ว แม้ในยามที่กำลังประชดประชันกลอกตา มันก็ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจที่ดูแปลกตาไปอีกแบบ
“คุณกับผม… เรารู้จักกันด้วยเหรอครับ?”
หวงเฟิงจ้องมองสาวงามตรงหน้าด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความทรงจำที่แม่นยำเหมือนภาพถ่าย แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะจำผู้หญิงที่สวยโดดเด่นขนาดนี้ไม่ได้หากเคยพบกันจริง ๆ
“เอาละ ไอ้คนลามก! นายกล้าแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันจริง ๆ ด้วย!”
เซี่ยเมิ่งเจียวเอ่ยด้วยความโมโห คนตรงหน้ากำลังเล่นละครตบตาทำเป็นซื่อบื้อใส่เธออยู่ชัด ๆ นี่เขาคิดจะชิ่งหนีไปดื้อ ๆ ใช่ไหม? ฝันไปเถอะ!
“คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ?” หวงเฟิงถามอย่างไม่มั่นใจนักเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่จ้องเขม็งมา
“ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น มันคือความจริง! นายฉวยโอกาสล่วงเกินฉัน แถมยังด่าฉันว่าเป็นคนป่าเถื่อนชอบสร้างปัญหาอีก ทำไมล่ะ? หน้าตาฉันดูเป็นคนแบบนั้นหรือไง?!” เซี่ยเมิ่งเจียวเหวอถามเสียงเขียว
“คนสวยครับ… ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้จักคุณ แต่เมื่อตัดสินจากการกระทำของคุณในตอนนี้แล้ว คุณก็อาจจะเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้นะ” หวงเฟิงตอบกวน ๆ
“นาย…! หวงเฟิง! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้จักชื่อของนายนะ ฉันขอบอกไว้เลยว่าอย่าหวังว่านายจะหนีรอดมือฉันไปได้!” เซี่ยเมิ่งเจียวขู่ฟ่อ
ผู้ชายคนนี้น่ารังเกียจเกินไปแล้ว เธอออกจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ เขากล้าดียังไงมามองว่าเธอเป็นคนป่าเถื่อน?
“คุณรู้ชื่อของผมได้ยังไง? เรารู้จักกันจริง ๆ เหรอ?”
หวงเฟิงเริ่มขมวดคิ้วและสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ชื่อแซ่ของเขาและถึงขั้นจงใจเข้ามาดักขวางทาง นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้ทักคนผิด เพียงแต่ตัวเขาเองต่างหากที่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเคยไปเจอเธอที่ไหน
“ฮ่าฮ่า! ไม่ต้องมาทำเป็นกังวลหรอกว่าฉันรู้ชื่อนายได้ยังไง เอาเป็นว่าวันนี้อย่าคิดที่จะหนีเลยเสียให้ยาก!” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวอย่างผู้มีชัย เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงวนสับสนของหวงเฟิง เธอก็รู้สึกสะใจและสบายใจขึ้นมาทันตา
“ผมไม่ได้พยายามจะหนีเลยนะคุณ ตู้น่ะขวางผมอยู่ชัด ๆ แล้วนี่คุณต้องการจะทำอะไรกันแน่ครับ?” หวงเฟิงถามตรงประเด็น
คำย้อนของหวงเฟิงทำเอาเซี่ยเมิ่งเจียวถึงกับอึ้งไปทันควัน ก่อนหน้านี้พอเธอเห็นโอกาสปุ๊บเธอก็รีบวิ่งมาขวางหน้าหวงเฟิงปั๊บ แต่นึกไม่ถึงว่าพอมาดักได้แล้วตัวเองจะทำอะไรต่อ บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกขุ่นเคืองที่หวงเฟิงเคยทิ้งเธอไว้ที่บาร์เมื่อคราวก่อนมันค้ำคออยู่ ทำให้เธอทำไปโดยสัญชาตญาณ
“คนสวย… อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้วางแผนอะไรไว้ในหัวเลย? ทำไมไม่คิดให้ดีก่อนจะมาดักผมล่ะครับ?”
หวงเฟิงรู้สึกค่อนข้างพูดไม่ออกพลางมองไปยังหญิงสาวแสนสวยตรงหน้าที่ยามนี้กำลังยืนทำตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง ผู้หญิงคนนี้สวยมากก็จริง แต่สมองอาจจะโล่งไปหน่อยละมั้ง
.
“นายหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”
เมื่อเห็นว่าหวงเฟิงอาศัยจังหวะที่เธอเผลอเดินเบี่ยงหลบไปรอบตัว เซี่ยเมิ่งเจียวก็ไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าเข้าไปขวางหน้าเขาไว้อีกครั้ง
“คนสวย คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ครับ?” หวงเฟิงเอ่ยอย่างหมดหนทาง “ผมยังมีธุระด่วนต้องไปทำนะ”
อีกด้านหนึ่ง รถบัสของบริษัทกำลังจอดรอเขาอยู่ แต่ตอนนี้เขากลับต้องมาโดนสาวงามสติเฟื่องคนนี้กักตัวไว้ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหน
“ฉัน… ฉันเหรอ?” เซี่ยเมิ่งเจียวอึกอักอีกรอบ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าท่าทางของหวงเฟิงที่ดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยเธออยู่ เธอก็โพล่งขึ้นมาว่า “ฉันต้องการให้นายขอโทษฉัน! ใช่แล้ว… ขอโทษฉันซะ!”
พูดจบ ใบหน้าของเซี่ยเมิ่งเจียวก็เผยรอยยิ้มออกมาในที่สุดเมื่อหาข้ออ้างคลาสสิกเจอ
“เอาละ ๆ ผมขอโทษครับ… ทีนี้ผมไปได้หรือยัง?” หวงเฟิงกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเอ่ยปากขอโทษผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม แต่เขาก็ยอมตัดรำคาญเพื่อจะได้รีบไป
“ออกไปได้… แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่!” เซี่ยเมิ่งเจียวรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานัวเนียกับเขาต่อนานนัก เพราะพี่หยูโมยังคงนั่งรอเธออยู่ในรถ
“เฮ้คนสวย ผมไปทำอะไรให้คุณงั้นเหรอ? ทำไมคุณถึงได้ดูเคียดแค้นเกลียดชังผมขนาดนี้? ผมก็ขอโทษไปแล้วไม่ใช่หรือไงครับ” หวงเฟิงถามประชด
“ไม่มีทาง! นายเป็นคนที่ฉวยโอกาสกับฉัน แถมยังใส่ร้ายว่าฉันป่าเถื่อนไม่มีเหตุผล แค่คำขอโทษส่งเดชคำเดียวมันจะไปชดเชยความผิดทั้งหมดนี้ได้อย่างไรกัน?!” เซี่ยเมิ่งเจียวเชิดหน้ากล่าว ความจริงแล้วเรื่องวิธีที่จะสั่งสอนหวงเฟิงให้เข็ดหลาบนั้นเธอได้วางแผนการร้ายกาจเตรียมไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
“ผมฉวยโอกาสกับคุณ? ตอนไหนกันครับ?” หวงเฟิงถามกลับ
เขาไปล่วงเกินลักไก่สาวงามระดับนี้ตั้งแต่วันไหนกัน? ไม่มีทาง… เขาไม่ใช่คนหน้ามืดมวนเซ็กส์ขนาดนั้นสักหน่อย หวงเฟิงคิดเงียบ ๆ ในใจ และเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ตั้งใจจะมาหาเรื่องป่วนเขาอย่างแน่นอน ช่างโชคร้ายชะมัดที่ต้องมาเจอเรื่องไร้สาระแบบนี้
“นี่นายคิดจะปฏิเสธความจริงงั้นเหรอ? นายเป็นผู้ชายหรือเปล่าเนี่ย?! ทำแล้วไม่กล้ายอมรับสิ่งที่ตัวเองทำอย่างนั้นเหรอ?!” เซี่ยเมิ่งเจียวจงใจยั่วโมโห
“คนสวย… คุณอย่าพูดพล่อย ๆ นะ ระวังคำพูดด้วยครับ ที่ว่าผมไม่กล้ายอมรับสิ่งที่ทำ หรือว่าผมไม่ใช่ผู้ชายงั้นเหรอ… เรื่องนี้ตัวคุณเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจที่สุดนะ”
ถึงแม้ว่าปกติหวงเฟิงจะเป็นคนอารมณ์ดี แต่เขาก็เริ่มคุกรุ่นและรำคาญเซี่ยเมิ่งเจียวที่คอยตามตื้อรังควานไม่หยุดหย่อนแล้ว
“คุณจะมาปรักปรำใส่ร้ายคนอื่นตามใจชอบ เพียงเพราะว่าตัวเองเป็นคนสวยไม่ได้หรอกนะ จริงไหมครับ?”
“นาย…! นายมันคนอันธพาล!” เซี่ยเมิ่งเจียวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายเมื่อโดนคำพูดสองแง่สองง่ามของหวงเฟิงสวนกลับ
“ผม น่ะเป็นได้ยิ่งกว่าอันธพาลซะอีกนะ… หรือว่าคุณอยากจะลองพิสูจน์ดูหน่อยล่ะ?”
หวงเฟิงแกล้งกวาดสายตาโลมเลียไล่มองไปทั่วร่างของเซี่ยเมิ่งเจียว โดยเฉพาะเจาะจงไปที่ส่วนเว้าส่วนโค้งสำคัญบนร่างกายของเธอ ต้องยอมรับเลยว่าถึงแม้แม่สาวคนนี้จะอารมณ์ร้ายและสมองค่อนข้างงี่เง่าไปสักหน่อย แต่รูปร่างทรวดทรงของเธอนั้นจัดว่าเด็ดขาดและน่าประทับใจมากจริง ๆ
“นาย…! นายกำลังจะทำอะไรน่ะ?!”
เซี่ยเมิ่งเจียวตกใจสุดขีดกับสายตาอันร้อนแรงของหวงเฟิง เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ต่อหน้าเขาไม่มีผิด ขาเรียวรีบก้าวถอยหลังหนีไปสองก้าวด้วยความหวาดระแวง
“ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าผมเป็นอันธพาล? ผมก็แค่กำลังจะทำเรื่องชั่ว ๆ ของอันธพาลไงครับ”
หวงเฟิงแกล้งก้าวเท้าตามรุกคืบเข้าไปประชิดตัวเซี่ยเมิ่งเจียวอีกครั้ง ทำเอาเซี่ยเมิ่งเจียวกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว จากนั้นก็รีบหันหลังกลับและสับเท้าวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจจะเอาคำขอโทษอะไรจากหวงเฟิงอีกต่อไปแล้ว
เธอวิ่งหนีเตลิดพลางตะโกนทิ้งท้ายไว้ว่า “นายมันคนขี้โกง! ฉันจะไม่ปล่อยให้นายลอยนวลแน่ จำไว้เลย!”
หวงเฟิงมองตามแผ่นหลังและสะโพกผายสวยงามของเซี่ยเมิ่งเจียวที่กำลังวิ่งแนบหนีไป เขายกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองขำ ๆ พลางส่ายหัว เป็นความจริงที่ว่าเขาแกล้งแหย่สาวสวยคนนี้แรงเกินไปหน่อย
“สมควรโดนแล้วยัยคนสวย!” หวงเฟิงพึมพำกับตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงการกระทำแปลก ๆ ของเซี่ยเมิ่งเจียว เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้น ๆ อยู่บ้าง
แต่ว่า… ยัยนั่นเป็นใครกันแน่ล่ะ? หวงเฟิงคิดในใจพลางทอดสายตามองตามหลังเซี่ยเมิ่งเจียวที่ลับสายตาไป