กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 192 เซ็นสัญญาใหม่ บทที่ 192 เซ็นสัญญาใหม่
“ผู้อำนวยการเซี่ยนี่มันไม่แย่ไปหน่อยเหรอ?” จางหยุนอดไม่ได้ที่จะถามด้วยเสียงเบา
“อะไรคือไม่ดีล่ะ?ฉันคิดว่านี่มันเยี่ยมมากเลย” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวอย่างเรียบๆ ขณะที่ถือสัญญานั้นเอาไว้
จางหยุนเม้มริมฝ่ีปากและไม่ได้พูดอะไร จางหยุนเม้มริมฝ่ีปากและไม่ได้พูดอะไร
เธอไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเซี่ยเมิ่งเจียวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เธอไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเซี่ยเมิ่งเจียวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
แต่เมื่อเธอนำเอาสัญญาอีกฉบับออกมานั้นค่าจ้างนั้นไม่ได้แตกต่างแต่ระยะเวลาในสัญญาแล แต่เมื่อเธอนำเอาสัญญาอีกฉบับออกมานั้นค่าจ้างนั้นไม่ได้แตกต่างแต่ระยะเวลาในสัญญาแล
ฮวงเฟิงเองนั้นก็สะเพร่าและไม่ได้ลงชื่อของเขากำกับไว้ตรงรอยต่อ ฮวงเฟิงเองนั้นก็สะเพร่าและไม่ได้ลงชื่อของเขากำกับไว้ตรงรอยต่อ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะลงชื่อเอาไว้มันก็คงจะไม่ได้มีผลอะไรมากนัก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะลงชื่อเอาไว้มันก็คงจะไม่ได้มีผลอะไรมากนัก
ในเมื่อเซี่ยเมิ่งเจียวนั้นต้องการให้เขาอยู่ที่บริษัทนี้ไปตลอดกาล ในเมื่อเซี่ยเมิ่งเจียวนั้นต้องการให้เขาอยู่ที่บริษัทนี้ไปตลอดกาล
“เป็นไปได้ไหมว่าผู้อำนวยการเซี่ยจะมีอะไรพิเศษกับฮวงเฟิงและไม่อยากปล่อยเขาไป?” จางหยุนคิด แต่เมื่อมองดูสีหน้าในตอนนี้ของเซี่ยเมิ่งเจียว เธอก็รู้สึกว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้
“เอาล่ะงั้นเอาสัญญานี้ไปเก็บเข้าแฟ้มได้แล้ว” เซี่ยเมิ่งเจียวลงนามที่ด้านหลังของสัญญาและจากนั้นก็ส่งให้กับจางหยุน
จางหยุนรับสัญญานั้นไว้เธอเก็บเข้าแฟ้มและกำลังจะออกไป แต่ก่อนที่เธอจะออกไป เธอก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้
“อ้อใช่แล้ว เรื่องที่แก้ไขสัญญาอย่าให้พี่หยูโม่รู้เรื่องนี้นะ เข้าใจไหม? “อ้อใช่แล้ว เรื่องที่แก้ไขสัญญาอย่าให้พี่หยูโม่รู้เรื่องนี้นะ เข้าใจไหม?
แน่นอนว่าฉันเองก็จะไม่บอกคนอื่นเหมือนกัน” แน่นอนว่าฉันเองก็จะไม่บอกคนอื่นเหมือนกัน”
“เข้าใจค่ะผู้อำนวยการเซี่ย” จางหยุนกล่าว เรื่องนี้จะต้องไม่แพร่งพรายให้คนนอกได้รู้
เซี่ยเมิ่งเจียวพยักหน้าด้วยความพอใจเพราะว่าฮวงเฟิงนั้นเป็นคนที่พี่หยูโม่ของเธอนั้นให้ควา และเธอก็คงจะไม่พอใจนักถ้าเธอกลายเป็นคนที่หลอกลวงฮวงเฟิงเสียเอง
ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าเขาได้ถูกจัดฉากโดยใครบางคนและกำลังรอคอยการแก้แค้นนั้น ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าเขาได้ถูกจัดฉากโดยใครบางคนและกำลังรอคอยการแก้แค้นนั้น
เมื่อออกจากบริษัทฮวงเฟิงก็ไม่ได้ตรงกลับบ้านในทันที เมื่อออกจากบริษัทฮวงเฟิงก็ไม่ได้ตรงกลับบ้านในทันที
แต่เขากลับไปที่ร้านขายเครื่องประดับที่เขาไปเมื่อครั้งที่แล้วและเขามีอะไรจะต้องทำ แต่เขากลับไปที่ร้านขายเครื่องประดับที่เขาไปเมื่อครั้งที่แล้วและเขามีอะไรจะต้องทำ
ฮวงเฟิงไปที่ร้านจิวเวลรี่วันศุกร์อีกครั้งทองคำเป็นไหเขาได้มาจากที่นี่ มิฉะนั้นแล้วเขาก็คงจะไม่มีเงินที่จะย้ายบ้านหรือแม้แต่จะเช่าก็ตามที
“ยินดีต้อนรับ!”พนักงานต้อนรับยังคงกระตือรือร้นเช่นเคย “ยินดีต้อนรับ!”พนักงานต้อนรับยังคงกระตือรือร้นเช่นเคย
ฮวงเฟิงพยักหน้าจากนั้นก็กล่าวว่า”ฉันมาพบผู้จัดการหลิว ฉันได้นัดเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว ฉันชื่อว่าฮวงเฟิง”
“อ้อคุณฮวงเฟิงนั่นเอง ผู้จัดการหลิวสั่งไว้ว่าถ้าคุณมาถึงแล้ว เขาต้องการให้ฉันพาคุณไปที่ออฟฟิศของเขาค่ะ” เห็นได้ชัดว่าพนักงานต้อนรับสาวได้รับคำสั่งจากผู้จัดการหลิวเต่๋อเหมาแล้วและเพียงแค่ได้ยินชื่อขอ เธอก็รีบกล่าวออกมา
ฮวงเฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า”งั้นผมต้องรบกวนให้คุณนำทางไปแล้วล่ะ” ความจริงแล้วฮวงเฟิงเคยไปที่ออฟฟิศของหลิวเต่๋อเหมามาก่อน และรู้ว่าออฟฟิศของเขาอยู่ที่ไหน
แต่อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าคนอื่นคงจะไม่อนุญาตให้เขาบุกเข้าไปข้างในดังนั้นเขาจึงต้องม แต่อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าคนอื่นคงจะไม่อนุญาตให้เขาบุกเข้าไปข้างในดังนั้นเขาจึงต้องม
ที่ด้านในของออฟฟิศของหลิวเต่๋อเหมาฮวงเฟิงก็ได้พบกับผู้จัดการอีกครั้ง ที่ด้านในของออฟฟิศของหลิวเต่๋อเหมาฮวงเฟิงก็ได้พบกับผู้จัดการอีกครั้ง
“คุณฮวงคุณมาแล้ว” เมื่อเห็นฮวงเฟิง หลิวเต่๋อเหมาก็กล่าวอย่างกระตือรือร้น “คุณฮวงคุณมาแล้ว” เมื่อเห็นฮวงเฟิง หลิวเต่๋อเหมาก็กล่าวอย่างกระตือรือร้น
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าฮวงเฟิงไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะซื้อหรือขายอะไรแต่หลิวเต่๋อเหมาก็ยังคงกระต ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าฮวงเฟิงไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะซื้อหรือขายอะไรแต่หลิวเต่๋อเหมาก็ยังคงกระต
ฮวงเฟิงคิดว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ว่าการปฏิบัติเช่นนี้ช่างทำให้รู้สึกสบายใจเสียจริงๆ ฮวงเฟิงคิดว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ว่าการปฏิบัติเช่นนี้ช่างทำให้รู้สึกสบายใจเสียจริงๆ
“ผู้จัดการหลิวผมมาในวันนี้เพื่อที่จะมาเอาของบางอย่าง” ฮวงเฟิงกล่าว “ผู้จัดการหลิวผมมาในวันนี้เพื่อที่จะมาเอาของบางอย่าง” ฮวงเฟิงกล่าว
“ผมได้เตรียมของเอาไว้ให้คุณแล้วรอให้คุณมารับ” หลิวเต่๋อเหมากล่าว “ผมได้เตรียมของเอาไว้ให้คุณแล้วรอให้คุณมารับ” หลิวเต่๋อเหมากล่าว
จากนั้นก็ผลักกล่องอัญมณีไปให้ฮวงเฟิงและกล่าวว่า”เป็นไงบ้าง?” จากนั้นก็ผลักกล่องอัญมณีไปให้ฮวงเฟิงและกล่าวว่า”เป็นไงบ้าง?”
ฮวงเฟิงรับกล่องนั้นมาและเปิดออก ฮวงเฟิงรับกล่องนั้นมาและเปิดออก
ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนักมันคือจี้ไข่มุกราตรีที่อยู่ข้างในกล่องนั้น และไข่มุกราตรีนี้ก็เป็นชิ้นที่ฮวงเฟิงได้ทิ้งไว้ก่อนหน้านี้
เขามีทั้งหมดสองเม็ดเม็ดหนึ่งได้ขายไปแล้วและอีกเม็ดหนึ่งก็ทิ้งไว้ที่นี่ เขามีทั้งหมดสองเม็ดเม็ดหนึ่งได้ขายไปแล้วและอีกเม็ดหนึ่งก็ทิ้งไว้ที่นี่
หลังจากที่ฮวงเฟิงหยิบจี้ออกมามันก็ยิ่งดูสวยงามมากกว่าเดิม หลังจากที่มันได้รับการตกแต่งโดยร้านอัญมณีนั้น
มีเครื่องประดับอยู่รอบๆไข่มุกราตรีเม็ดนั้นและหลังจากนั้นก็มีเพชรที่แตกออกมาอีกเล็กน้อ มีเครื่องประดับอยู่รอบๆไข่มุกราตรีเม็ดนั้นและหลังจากนั้นก็มีเพชรที่แตกออกมาอีกเล็กน้อ
“ฉันพอใจกับจี้นี้มาก”หลังจากมองดูสักพักฮวงเฟิงก็เก็บจี้ “ฉันพอใจกับจี้นี้มาก”หลังจากมองดูสักพักฮวงเฟิงก็เก็บจี้
ร้านจิวเวลรี่ไฟร์เดย์นี้เป็นแบรนด์เก่าแก่และทักษะของช่างฝ่ีมือก็ไม่เลวเลยทีเดียวมิฉะนั้นแล ร้านจิวเวลรี่ไฟร์เดย์นี้เป็นแบรนด์เก่าแก่และทักษะของช่างฝ่ีมือก็ไม่เลวเลยทีเดียวมิฉะนั้นแล
“ตราบใดที่คุณฮวงพอใจ”จริงๆ แล้วเขาไม่ได้กลัวว่าฮวงเฟิงจะไม่พอใจตั้งแต่เริ่มต้น เพราะมั่นใจในฝ่ีมือของร้านเขามาก
“ราคาเท่าไหร่ครับ?เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้” ฮวงเฟิงกล่าว “ราคาเท่าไหร่ครับ?เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้” ฮวงเฟิงกล่าว
อย่างไรก็ตามผู้จัดการหลิวโบกมือและกล่าวว่า:”มันไม่มากนักหรอก เราจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมใดๆ กับคุณฮวงในครั้งนี้ เพียงแค่ปฏิบัติต่อกันเหมือนสหายก็พอ ในอนาคตหากคุณฮวงมีธุระอะไร ขอให้นึกถึงพวกเรา”
“ผมจะรับเอาไว้อย่างไรกัน”ฮวงเฟิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ผมจะรับเอาไว้อย่างไรกัน”ฮวงเฟิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่ได้สนิทสนมกับหลิวเต่๋อเหมาสักเท่าไหร่ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดว่าจะไม่จ่ายเงินเขา เขาไม่ได้สนิทสนมกับหลิวเต่๋อเหมาสักเท่าไหร่ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดว่าจะไม่จ่ายเงินเขา
“ไม่เป็นไรจริงๆมันไม่ใช่เงินมากมายอะไร” หลิวเต่๋อเหมากล่าว “ไม่เป็นไรจริงๆมันไม่ใช่เงินมากมายอะไร” หลิวเต่๋อเหมากล่าว
ถ้าหากว่าพวกเขาสับเปลี่ยนไข่มุกเรืองแสงเมื่อครั้งที่แล้วพวกเขาก็คงจะทำเงินได้มากมาย ถ้าหากว่าพวกเขาสับเปลี่ยนไข่มุกเรืองแสงเมื่อครั้งที่แล้วพวกเขาก็คงจะทำเงินได้มากมาย
ดังนั้นพวกเขาไม่สนใจเงินจำนวนเล็กน้อยที่ฮวงเฟิงได้รับจากการทำจี้ ดังนั้นพวกเขาไม่สนใจเงินจำนวนเล็กน้อยที่ฮวงเฟิงได้รับจากการทำจี้
เมื่อเห็นว่าหลิวเต่๋อเหมายังคงยืนยันหนักแน่นฮวงเฟิงจึงไม่ได้ขอจ่ายเงินเพิ่มอีกต่อไป เมื่อเห็นว่าหลิวเต่๋อเหมายังคงยืนยันหนักแน่นฮวงเฟิงจึงไม่ได้ขอจ่ายเงินเพิ่มอีกต่อไป
แต่ในใจของเขานั้นเขาก็ระลึกไว้ว่าหลิวเต่๋อเหมาเป็นบุคคลหนึ่ง ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่สนิทกันมากนัก
แต่การทำธุรกิจกับบุคคลเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หากว่าเขาสามารถหาเครื่องประดับจากห้วงอวการอื่นๆ ได้อีกในอนาคตก็เป็นความคิดที่ดีที่เขาจะเอามาให้เขาคนนี้
ในความเป็นจริงหลิวเต่๋อเหมาเองก็ไม่ได้มีคาดหวังอะไรกับฮวงเฟิงมากนัก ในความเป็นจริงหลิวเต่๋อเหมาเองก็ไม่ได้มีคาดหวังอะไรกับฮวงเฟิงมากนัก
เขาเป็นคนสุภาพและไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เครื่องประดับดีๆจาก ฮวงเฟิง และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา
หลังจากที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างไม่เป็นทางการอยู่สักพักฮวงเฟิงก็จากไป หลังจากที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างไม่เป็นทางการอยู่สักพักฮวงเฟิงก็จากไป
ในฐานะผู้จัดการของที่นี่หลิวเต่๋อเหมายังคงมีหลายสิ่งที่ต้องทำในทุกๆ วัน ดังนั้นจึงไม่เป็นการดีนักหากจะรบกวนเขานานเกินไป
หลังจากที่ออกจากร้านขายเครื่องประดับแล้วฮวงเฟิงก็ได้วางจี้กลับเข้าไปในกล่องจักรวาล หลังจากที่ออกจากร้านขายเครื่องประดับแล้วฮวงเฟิงก็ได้วางจี้กลับเข้าไปในกล่องจักรวาล
จี้นี้เป็นของที่เขาเตรียมที่จะมอบให้กับซูหยูโม่ จี้นี้เป็นของที่เขาเตรียมที่จะมอบให้กับซูหยูโม่
ก่อนหน้านี้เขายอมรับเสื้อผ้าและนาŲิกาที่เธอมอบให้เขา ก่อนหน้านี้เขายอมรับเสื้อผ้าและนาŲิกาที่เธอมอบให้เขา
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้มอบให้เขาแต่มันก็มีมูลค่ามากและทั้งหมดก็เป็นของใหม่ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้มอบให้เขาแต่มันก็มีมูลค่ามากและทั้งหมดก็เป็นของใหม่
ฮวงเฟิงไม่ได้ตอบแทนเธอมากนักแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเมื่อเขามาขายไข่มุกราตรีจู่ๆ เขาก็คิดที่จะมอบเม็ดที่เหลือให้แก่เธอ
แม้ว่าไข่มุกราตรีนี้จะสามารถขายได้เป็นเงินจำนวนมาก แม้ว่าไข่มุกราตรีนี้จะสามารถขายได้เป็นเงินจำนวนมาก
แต่ไข่มุกราตรีเม็ดนี้เป็นของขวัญให้แก่ซูหยูโม่ แต่ไข่มุกราตรีเม็ดนี้เป็นของขวัญให้แก่ซูหยูโม่
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่ฮวงเฟิงคิดในความเป็นจริงเขาก็ยังเป็นคนจนอยู่วันยังค่ำ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่ฮวงเฟิงคิดในความเป็นจริงเขาก็ยังเป็นคนจนอยู่วันยังค่ำ