กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 193 ชวนทานข้าว บทที่ 193 ชวนทานข้าว
หลังจากที่ออกมาจากร้านจิวเวลรี่แล้วฮวงเฟิงก็โทรศัพท์ไปหาซูหยูโม่ หลังจากที่ออกมาจากร้านจิวเวลรี่แล้วฮวงเฟิงก็โทรศัพท์ไปหาซูหยูโม่
“นี่ซูหยูโม่ คืนนี้พอจะมีเวลาหรือเปล่าครับ?” เสียงโทรศัพท์ไม่ได้ดังนานนักก่อนที่จะมีคนรับสาย
“มีเรื่องอะไรเหรอ?”ซูหยูโม่ถาม “มีเรื่องอะไรเหรอ?”ซูหยูโม่ถาม
“ผมอยากจะเลี้ยงข้าวคุณน่ะขอบคุณสำหรับข้าวของหลายอย่างที่คุณให้ผมมาเมื่อครั้งที่แล้ว ฮวงเฟิงกล่าวตรงๆ
ใบหน้าของซูหยูโม่แดงระเรื่อขึ้นทันที”ของขวัญอะไรกัน ของพวกนั้นฉันเตรียมไว้ให้เพื่อนของฉันแต่เขาไปต่างประเทศ และฉันก็ไม่อยากจะทิ้งของพวกนั้นไป อย่าคิดมากอะไรเลยน่า”
“ผมไม่ได้คิดมากผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจซื้อของขวัญพิเศษอะไรให้ผม แต่สุดท้ายแล้วมันก็ตกเป็นของผมทั้งหมดแล้วไงล่ะ และผมได้ของจากคุณมาตั้งมากมายและตอนนี้ผมก็แค่อยากจะแสดงความขอบคุณด้วยการเลี้ยงอา ฮวงเฟิงกล่าว
จริงๆแล้ว เขาไม่เองก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆแล้ว เขาไม่เองก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
“อ้ออย่างนี้นี่เอง” ซูหยูโม่เองก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เหมือนกัน เมื่อได้ยินว่าฮวงเฟิงกำลังจะเลี้ยงข้าวเธอ หัวใจของก็เธอก็ลิงโลดแต่เธอเองก็กลัวว่าเธอจะตอบตกลงเร็วเกินไป
“ให้โอกาสผมเถอะให้ผมได้ส่งส่วยให้เจ้านายอย่างเหมาะสมเถอะนะ” ฮวงเฟิงกล่าวพร้อมมีรอยยิ้ม
“ในเมื่อคุณมีความจริงใจขนาดนี้งั้นฉันก็คงต้องตกลงแล้วล่ะ” ซูหยูโม่กล่าวด้วยความยากลำบาก
“โอเคงั้นขอบคุณผู้อำนวยการซูสำหรับความกรุณา” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “โอเคงั้นขอบคุณผู้อำนวยการซูสำหรับความกรุณา” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคนนั้นในตอนนี้เป็นมากกว่าคำว่าเพื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่พวกเขาไม่ได้อยู่ร ทั้งสองคนนั้นในตอนนี้เป็นมากกว่าคำว่าเพื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่พวกเขาไม่ได้อยู่ร
เมื่อฮวงเฟิงเชิญซูหยูโม่มาทางอาหารค่ำซูหยูโม่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เขาไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ซูหยูโม่ตอบตกลงที่จะไปทานอาหารเพียงลำพังกับเพศตรงข้าม
ในอดีตนั้นมีคนมากมายมาเชิญเธอไปทานอาหารด้วยกันหรือแม้กระทั่งชวนไปดูหนัง แต่เธอก็ล้วนแต่ปฏิเสธไปทั้งหมด
“นี่มันคือการเดทใช่ไหมนะ?”ซูหยูโม่คิดอยู่เงียบๆ ในใจ “นี่มันคือการเดทใช่ไหมนะ?”ซูหยูโม่คิดอยู่เงียบๆ ในใจ
ยิ่งคิดหน้าเธอก็ยิ่งแดงมากขึ้น ยิ่งคิดหน้าเธอก็ยิ่งแดงมากขึ้น
เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูห้องทำงานอยู่ก็เปิดออกทำให้ซูหยูโม่ที่กำลังคิดมากอยู่นั้นถึงกับตก และเมื่อเห็นคนที่เขามานั้นคือ เซี่ยเมิ่งเจียว เธอก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “นี่เธอเคาะประตูไม่เป็นหรือยังไง เธอทำให้ฉันตกใจแทบตาย”
“ฉันก็เป็นแบบนี้ประจำเลยนะ?”แล้วมันมีอะไรน่ากลัวอย่างนั้นเหรอ? นี่กำลังฝันกลางวันอยู่สินะ” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยความสงสัย
ซูหยูโม่เองก็รู้สึกว่าแสดงเกินเรื่องไปหน่อยดังนั้นเธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องพูด “เธอมาหาฉันทำไม?”
ก็เพราะว่าพวกเราเป็นเจ้าถิ่น ก็เพราะว่าพวกเราเป็นเจ้าถิ่น
ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไรแต่ถ้าพวกเราไม่เลี้ยงอาหารค่ำเธอในวันนี้บางที เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยเสียงเบา ขณะที่นั่งลง
จากนั้นซูหยูโม่ก็จำได้ว่าถังมู่ซิ่วเพิ่งจะมาถึงถึงแม้ว่าเธอและเซี่ยเมิ่งเจียวจะชอบพูดลับหลังก แต่พวกเขาทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กันมานานและได้เติบโตมาด้วยกัน
ดังนั้นเมื่อถังมู่ซิ่วมาที่จังหวัดเจียง เซี่ยเมิ่งเจียวและตัวเธอเองก็จะ้ต้องเลี้ยงอาหารเธอสักมื้อเพื่อเป็นการต้อนรับ ดังนั้นเมื่อถังมู่ซิ่วมาที่จังหวัดเจียง เซี่ยเมิ่งเจียวและตัวเธอเองก็จะ้ต้องเลี้ยงอาหารเธอสักมื้อเพื่อเป็นการต้อนรับ
อย่างไรก็ตามเมื่อคิดย้อนไปว่าเธอเพิ่งจะรับปากฮวงเฟิงไปแล้วและเธอก็หมายมาดว่ามันคือ ซูหยูโม่จึงไม่อยากจะไปทานข้าวกับถังมู่ซิ่วแล้ว
“เมิ่งเจียวคืนนี้ฉันมีธุระ ทำไมเธอไม่ไปทานกับมู่ซิ่วและขอโทษแทนฉันที พรุ่งนี้ฉันจะเลี้ยงเธออีกทีก็แล้วกันนะ” ซูหยูโม่กล่าว
“นี่เธอมีนัดทานอาหารค่ำแล้วงั้นเหรอ?”เซี่ยเมิ่งเจียวถาม “นี่เธอมีนัดทานอาหารค่ำแล้วงั้นเหรอ?”เซี่ยเมิ่งเจียวถาม
“ใช่”ซูหยูโม่ไม่ได้ปฏิเสธ “ใช่”ซูหยูโม่ไม่ได้ปฏิเสธ
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย?” เซี่ยเมิ่งเจียวกลายเป็นสายสืบขึ้นมาทันที “ผู้หญิงหรือผู้ชาย?” เซี่ยเมิ่งเจียวกลายเป็นสายสืบขึ้นมาทันที
ใครๆก็รู้ว่าปกติแล้วซูหยูโม่จะทานข้าวกับเธอ และเธอกก็ไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมใดๆ ภายในบริษัท
แม้ว่าจะมีการพบปะสังสรรค์บ้างแต่ก็ต้องมีคนจากแผนกประชาสัมพันธ์ไปด้วย แม้ว่าจะมีการพบปะสังสรรค์บ้างแต่ก็ต้องมีคนจากแผนกประชาสัมพันธ์ไปด้วย
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าการทานอาหารของซูหยูโม่ในครั้งนี้จะต้องเป็นแบบส่วนตัว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าการทานอาหารของซูหยูโม่ในครั้งนี้จะต้องเป็นแบบส่วนตัว
“ทำไมคุณถามแบบนี้ล่ะ?”ต่อหน้าเซี่ยเมิ่งเจียวเธอคิดว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่มาโดยตลอด ในเรื่องนี้เธอจึงรู้สึกอายเล็กน้อย
“อ้อ”เซี่ยเมิ่งเจียวเมื่อเห็นซูหยูโม่ทำท่าประหลาดใจ จึงได้อุทานออกมาว่า “ผู้ชายสินะ!”
“เธอนี่พูดมาจริงเชียวเป็นผู้ชาย โอเคไหม?” ซูหยูโม่กล่าว “เธอนี่พูดมาจริงเชียวเป็นผู้ชาย โอเคไหม?” ซูหยูโม่กล่าว
“พี่หยูโม่ฉันไม่เคยเห็นเธอไปกินข้าวกับผู้ชายมาก่อน มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” เซี่ยเมิ่งเจียวนึกถึงช่วงเวลาสองสามวันที่เธออยู่กับซูหยูโม่ และเธอได้ยินชายคนหนึ่งเรียกเธอว่า “หยูโม่” ทางโทรศัพท์แล้วพี่หยูโม่ของเธอก็ไม่โกรธเสียด้วย
“อย่าคิดมากเลยช่วยขอโทษมู่ซิ่วแทนฉันด้วย” ซูหยูโม่กล่าว “อย่าคิดมากเลยช่วยขอโทษมู่ซิ่วแทนฉันด้วย” ซูหยูโม่กล่าว
“พี่หยูโม่บอกฉันมาสิว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง เขาหล่อไหม? เขาเป็นคนดีไหม?” ซูหยูโม่ไม่อยากพูด แต่เซี่ยเมิ่งเจียวอยากรู้อยากเห็นมาก
เดิมทีแล้วผู้หญิงมีเจตนาที่จะซุบซิบนินทาอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดกับพี่หยูโม ซึ่งทำให้ เซี่ยเมิ่งเจียวสนใจมากยิ่งขึ้น
“อย่าพูดเรื่องไร้สาระน่ะพวกเราเป็นแค่เพื่อนธรรมดา” ซูหยูโม่กล่าว “อย่าพูดเรื่องไร้สาระน่ะพวกเราเป็นแค่เพื่อนธรรมดา” ซูหยูโม่กล่าว
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าพวกเธอทั้งสองคนไม่ใช่เพื่อนธรรมดานี่นาพี่หยูโม่ นี่ถือว่าเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ใช่ไหม? ปกติแล้วเธอเป็นคนฉลาดมากเลยนะ ทำไมถึงรู้สึกช้าไปหน่อยกับเรื่องนี้ล่ะ? ” เซี่ยเมิ่งเจียวหัวเราะและพูดว่า: หญิงสาวในตำนานมีความรักด้วยไอคิวติดลบหรือเปล่านะ? ”
สีหน้าของซูหยูโม่ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย สีหน้าของซูหยูโม่ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เธอได้พูดผิดไปแล้วและตระหนักว่าในเรื่องนี้ปฏิกิริยาของเธอช้ามาก ก่อนหน้านี้เธอได้พูดผิดไปแล้วและตระหนักว่าในเรื่องนี้ปฏิกิริยาของเธอช้ามาก
ดังนั้นเธอจึงไม่พูดอะไรอีกต่อไปและไม่พูดอะไรไม่ว่าเซี่ยเมิ่งเจียวจะถามอย่างไรก็ตาม ดังนั้นเธอจึงไม่พูดอะไรอีกต่อไปและไม่พูดอะไรไม่ว่าเซี่ยเมิ่งเจียวจะถามอย่างไรก็ตาม
เมื่อเห็นว่าซูหยูโม่ไม่พูดอีกต่อไปเซี่ยเมิ่งเจียวจึงตัดสินใจที่จะไม่ถามอีกต่อไป เมื่อเห็นว่าซูหยูโม่ไม่พูดอีกต่อไปเซี่ยเมิ่งเจียวจึงตัดสินใจที่จะไม่ถามอีกต่อไป
เซี่ยเมิ่งเจียวเองก็คงรู้อยู่แล้ว”พี่หยูโม่ ถ้าเธออยากพูดถึงแฟนจริงๆ เธอต้องให้ฉันเป็นคนแรกที่รู้นะ
“รับทราบ”ซูหยูโม่กล่าว นี่เป็นสิ่งที่ทั้งสองคนตกลงกัน แต่เธอยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบอกเซี่ยเมิ่งเจียว
ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนี้ที่ชอบร่วมสนุกคงทำอะไรที่มันเกินขอบเขตแน่ๆ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนี้ที่ชอบร่วมสนุกคงทำอะไรที่มันเกินขอบเขตแน่ๆ
เซี่ยเมิ่งเจียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เซี่ยเมิ่งเจียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
“อ้อใช่ พี่หยูโม่พวกเราได้เซ็นสัญญากับฮวงเฟิงแล้ว เธอต้องการดูสัญญาไหม?” “อ้อใช่ พี่หยูโม่พวกเราได้เซ็นสัญญากับฮวงเฟิงแล้ว เธอต้องการดูสัญญาไหม?”
แม้ว่าจะเป็นอย่างที่เธอพูดแต่เซี่ยเมิ่งเจียวเองก็ไม่ต้องการให้ซูหยูโม่เห็น แม้ว่าจะเป็นอย่างที่เธอพูดแต่เซี่ยเมิ่งเจียวเองก็ไม่ต้องการให้ซูหยูโม่เห็น
เพราะอย่างไรก็ตามฮวงเฟิงเป็นคนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งดังนั้นเธอจึงต้องรู้เกี่ยวกับเรื่อง เพราะอย่างไรก็ตามฮวงเฟิงเป็นคนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งดังนั้นเธอจึงต้องรู้เกี่ยวกับเรื่อง
อยู่ๆเธอก็เอ่ยชื่อของฮวงเฟิงขึ้นมาซึ่งทำให้ซูหยูโม่ตกใจมาก อยู่ๆเธอก็เอ่ยชื่อของฮวงเฟิงขึ้นมาซึ่งทำให้ซูหยูโม่ตกใจมาก
แต่เมื่อเห็นว่าเซี่ยเมิ่งเจียวไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติเธอจึงรู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ที่อีกฝśายไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันไม่ดูสัญญานั้นหรอกไม่เป็นไร ตราบใดที่มีการเซ็นสัญญา” เธอได้ตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญาแล้วดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องดูอีกในตอนนี้
“ใช่ตราบใดที่เซ็นสัญญา!” ซูหยูโม่ไม่ได้มองและเซี่ยเมิ่งเจียวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก