กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 197 แต่งตัว บทที่ 197 แต่งตัว
หลังจากที่ออกมาจาก”ศาลาสมบัติ” ฮวงเฟิงก็อารมณ์ดี จริงๆ แล้ว ภาพวาดนั้นสามารถขายได้ถึงห้าแสนหยวน ซึ่งเขาก็พอใจมากแล้ว เพราะว่าภาพวาดนั้นเป็นเพียงของสิ่งหนึ่งจากหลายๆ สิ่งที่เขามี
ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะได้เพียงห้าแสนหยวนเขาก็พอใจกับผลลัพธ์นี้มากแล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะได้เพียงห้าแสนหยวนเขาก็พอใจกับผลลัพธ์นี้มากแล้ว
เป็นเพราะเขาไม่คาดคิดว่าผู้เฒ่าชิวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนจะมาช่วยเขาติดต่อกับโรงประมูล เป็นเพราะเขาไม่คาดคิดว่าผู้เฒ่าชิวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนจะมาช่วยเขาติดต่อกับโรงประมูล
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยไปที่โรงประมูลมาก่อนแต่เขาก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยไปที่โรงประมูลมาก่อนแต่เขาก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง
ปกติแล้วทันทีที่มีของออกมาประมูลราคาสุดท้ายที่จะถูกจ่ายจะสูงกว่าราคาเริ่มต้น ดังนั้นราคาของภาพวาดภาพนี้ที่ถูกตีราคาโดยผู้อาวุโสเฟิũงที่ราคาห้าแสน ในที่สุดราคาก็น่าจะสูงกว่าที่ประมูลได้ถึงครึ่งล้านหยวน
สำหรับราคาจะจบที่เท่าไหร่นั้นฮวงเฟิงเองก็ไม่แน่ใจแต่ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้เข้าร่วมการประมูลที่ หรือบางทีก็อาจจะสนใจมากกว่านี้
หลังจากนั้นฮวงเฟิงได้เชิญชายชราทั้งสองมาร่วมรับประทานอาหารเพื่อแสดงความขอบคุณ หลังจากนั้นฮวงเฟิงได้เชิญชายชราทั้งสองมาร่วมรับประทานอาหารเพื่อแสดงความขอบคุณ
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้คุ้นเคยกับคนทั้งสองคนมากนักดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดันอีกต่อไป อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้คุ้นเคยกับคนทั้งสองคนมากนักดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดันอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงยังต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเขากับทั้งคนสองคนให้ลึกซึ้งย อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงยังต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเขากับทั้งคนสองคนให้ลึกซึ้งย
ท้ายที่สุดแล้วด้วยกล่องจักรวาลเขาก็จะสามารถหาของที่คล้ายกันได้อีกมากมายในอนาคต ท้ายที่สุดแล้วด้วยกล่องจักรวาลเขาก็จะสามารถหาของที่คล้ายกันได้อีกมากมายในอนาคต
และด้วยการที่มีความสัมพันธ์กับที่ร้านขายของเก่ามันคงจะสะดวกกว่ามากสำหรับเขาที่จะข และด้วยการที่มีความสัมพันธ์กับที่ร้านขายของเก่ามันคงจะสะดวกกว่ามากสำหรับเขาที่จะข
อย่างไรก็ตามการประมูลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็เป็นโชคดีของเขาที่ทำให้เขาจะได้มีส่วนร่ว อย่างไรก็ตามการประมูลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็เป็นโชคดีของเขาที่ทำให้เขาจะได้มีส่วนร่ว
ดังนั้นฮวงเฟิงคงจะได้ติดต่อกับ”ศาลาสมบัติ” อีกไม่มากก็น้อยในอนาคตดังนั้นเขาจึงต้องรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้
หลังจากที่ออกมาจาก”ศาลาสมบัติ” ฮวงเฟิงก็มองดูเวลาและเห็นว่าเกือบจะสายแล้ว เขาจึงเตรียมพร้อมที่จะไปยังสถานที่ที่เขานัดไว้กับซูหยูโม่
ตอนนั้นซูหยูโม่ยังคงอยู่ในห้องของเธอเธอกำลังกังวลเกี่ยวกับเสื้อผ้ากองโต ตอนนั้นซูหยูโม่ยังคงอยู่ในห้องของเธอเธอกำลังกังวลเกี่ยวกับเสื้อผ้ากองโต
สำหรับมื้ออาหารของวันนี้เธอไม่รู้ว่าฮวงเฟิงกำลังคิดอะไรอยู่ซึ่งเธอก็ได้ให้ความสำคัญกับมัน สำหรับมื้ออาหารของวันนี้เธอไม่รู้ว่าฮวงเฟิงกำลังคิดอะไรอยู่ซึ่งเธอก็ได้ให้ความสำคัญกับมัน
ดังนั้นเธอจึงต้องรอบคอบสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเธอจึงต้องรอบคอบสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ซูหยูโม่ไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าสวยๆมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วเธอก็จะสวมใส่แค่เสื้อผ้ายูนิฟอร์มของบริษัท แต่สำหรับเซี่ยเมิ่งเจียวที่อยู่ห้องถัดไปนั้น เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากในด้านนี้
อย่างไรก็ตามถ้าเซี่ยเมิ่งเจียวรู้ว่าเธอกำลังเป็นกังวลเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปทานอาหารค่ำในคืน เธอก็จะรู้ว่าซูหยูโม่กำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากที่เลือกแล้วเลือกอีกในที่สุดซูหยูโม่ก็เลือกชุดลูกเดรสสีขาวที่มีลูกไม้ หลังจากที่เลือกแล้วเลือกอีกในที่สุดซูหยูโม่ก็เลือกชุดลูกเดรสสีขาวที่มีลูกไม้
หลังจากที่สวมใส่แล้วเธอก็ดูราวกับเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เพิ่งจะเรียนจบใหม่ๆ โดยไม่มีร่องรอยให้เห็นเลยว่าเธอได้ผ่านการทำงานมานานหลายป่ีแล้ว
หลังจากนั้นซูหยู่โม่ก็นั่งลงที่หน้ากระจกอีกครั้งและเริ่มแต่งหน้า หลังจากนั้นซูหยู่โม่ก็นั่งลงที่หน้ากระจกอีกครั้งและเริ่มแต่งหน้า
เป็นเพราะว่าเธอได้เลือกสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ดังนั้นจึงต้องแต่งหน้าแค่เพียงบางๆ แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ดูสวยธรรมชาติเหมือนกับไม่ได้แต่งหน้า
“บ้าเอ้ยใกล้จะถึงเวลานัดแล้วนี่” หลังจากที่ซูหยูโม่แต่งหน้าเสร็จ เธอก็มองดูตัวเองในกระจกอีกครั้งและตระหนักได้ว่าจวนจะถึงเวลานัดแล้ว
เธอจึงรีบคว้ากระเป๋าและกำลังจะออกจากไป เธอจึงรีบคว้ากระเป๋าและกำลังจะออกจากไป
ขณะที่ซูหยูโม่กำลังเดินออกจากห้อง ขณะที่ซูหยูโม่กำลังเดินออกจากห้อง
เซี่ยเมิ่งเจียวที่อยู่ห้องถัดไปก็บังเอิญเดินออกมาพอดีเมื่อเธอเห็นซูหยูโม่ เธอก็ถึงกับตกตะลึง
“พี่หยูโม่สวยจังเลยนะวันนี้ วู้ วู้ ทำไมฉันไม่ใช่ผู้ชายนะ? ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็ฉันจะต้องแต่งงานกับพี่หยูโม่แน่นอนเลย” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว
“เธอน่ะเหรอ?บ้าบออีกแล้วนะ” ซูหยูโม่กล่าวขณะที่กำลังใส่รองเท้า “เธอน่ะเหรอ?บ้าบออีกแล้วนะ” ซูหยูโม่กล่าวขณะที่กำลังใส่รองเท้า
เซี่ยเมิ่งเจียวมองไปยังซูหยูโม่และกล่าวขึ้นมาทันที เซี่ยเมิ่งเจียวมองไปยังซูหยูโม่และกล่าวขึ้นมาทันที
“เฮ้พี่หยูโม่ ดูเหมือนว่าชุดพี่จะไม่ค่อยเข้ากันเลยนะเนี่ย” “เฮ้พี่หยูโม่ ดูเหมือนว่าชุดพี่จะไม่ค่อยเข้ากันเลยนะเนี่ย”
“อ้องั้นเหรอ? ไม่ดีตรงไหนล่ะ? มีปัญหาอะไรเหรอ?” จริงๆ แล้วซูหยูโม่ใช้เวลาเลือกชุดที่จะใส่ในคืนนี้อยู่ตั้งครึ่งค่อนวันแต่เธอกลับไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก และยิ่งเซี่ยเมิ่งเจียวมาพูดแบบนี้อีกทำให้เธอยิ่งรู้สึกเคอะเขินมากขึ้นไปอีก
“ฮ่าฮ่าพี่หยูโม่ ฉันโกหกเล่นน่า คุณสวยสุดๆ ไปเลยนะวันนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องไปเจอผู้ชายคนไหนคนๆ นั้นจะต้องจ้องคุณตาไม่กะพริบอย่างแน่นอน” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว
“พี่หยูโม่บอกฉันหน่อยสิ ว่าคืนนี้เธอมีนัดกับใคร? ฉันอยากรู้จริงๆ นะ ฉันไม่รู้เลยว่าใครกันนะที่มีเสน่ห์ถึงขนาดที่ทำให้พี่หยูโม่ของฉันสนใจได้ขนาดนี้ ฉันไม่เคยเห็นคุณไปเดทที่สำคัญแบบนี้มาก่อนเลย ก่อนหน้านี้ครอบครัวของคุณก็เคยนัดคู่เดทให้ แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นคึณแต่งตัวสวยแบบนี้มาก่อนเลย” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว
“ฉันไม่อยู่ให้เธอแซวแล้วล่ะฉันต้องไปแล้ว” หลังจากที่ซูหยูโม่พูดจบ เธอก็รีบออกไปในทันที
ถึงแม้ว่าเซี่ยเมิ่งเจียวอยากจะตามพวกเขาไปเพื่อที่จะดู แต่เธอก็มีนัดกับถังมู่ซิ่วเอาไว้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีทายาทคนรวยรุ่นที่สองอีกสองสามคนรวมไปถึงทายาทรุ่นที่สองของข้ารา ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีทายาทคนรวยรุ่นที่สองอีกสองสามคนรวมไปถึงทายาทรุ่นที่สองของข้ารา
ดังนั้นไม่ว่าเธอจะอยากรู้สักแค่ไหนแต่ก็คงจะไม่ดีแน่ถ้าหากเธอตามพวกเขาไป ดังนั้นไม่ว่าเธอจะอยากรู้สักแค่ไหนแต่ก็คงจะไม่ดีแน่ถ้าหากเธอตามพวกเขาไป
“งั้นรอให้พี่หยูโม่กลับมาก่อนดีกว่าฉันจะสอบสวนให้ละเอียดเลยเชียว ไอ้หยา หรือว่าพี่หยูโม่จะไม่กลับบ้านกันนะคืนนี้? โอ้ ไม่นะ พี่หยูโม่ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ฉันก็เคยได้ยินว่าผู้หญิงที่มีความรักมักจะโง่ลงนะ แต่พี่หยูโม่คนฉลาดคงจะไม่กลายเป็นคนโง่ไปได้หรอกน่า จริงไหม?” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวขณะที่จินตนาการของเธอกำลังกระเจิดกระเจิง หลังจากนั้นเธอก็รีบออกไปเช่นกันหลังจากที่เห็นว่าใกล้จะสายแล้ว
“ขอโทษด้วยนะที่มาช้า”ถึงแม้ว่าซูหยูโม่จะรีบไปแล้ว แต่เอาจริงๆ แล้วก็ยังช้ากว่าเวลาที่นัดหมายไว้
“ไม่เป็นไรฉันมาเร็วเองแหละ” ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมีประสบการณ์เดทกับผู้หญิงมาก่อน และก็เป็นแบบนี้ ตอนที่มาเดทผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักจะมาสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้หญิงสวยๆ เพราะว่าพวกเธอต้องใช้เวลานานในการแต่งหน้าก่อนที่จะออกมา
และแน่นอนว่าการทานอาหารค่ำในคืนนี้ก็ถือว่าเป็นการนัดเดทของฮวงเฟิงแต่ก็ไม่ได้มีผลก และแน่นอนว่าการทานอาหารค่ำในคืนนี้ก็ถือว่าเป็นการนัดเดทของฮวงเฟิงแต่ก็ไม่ได้มีผลก
ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฎตัวของซูหยูโม่ก็ทำให้ฮวงเฟิงถึงกับต้องเบิกตากว้างเขาถึงกับไม่สาม ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฎตัวของซูหยูโม่ก็ทำให้ฮวงเฟิงถึงกับต้องเบิกตากว้างเขาถึงกับไม่สาม
ซูหยูโม่เองก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกของฮวงเฟิงผ่านทางสายตามและเธอก็รู้สึกพอใจอยู่ในใจขณ ซูหยูโม่เองก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกของฮวงเฟิงผ่านทางสายตามและเธอก็รู้สึกพอใจอยู่ในใจขณ
“ผมไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไรผมก็เลยยังไม่ได้สั่งอาหาร คุณสั่งเลยสิ” ฮวงเฟิงกล่าวขณะที่ยื่นเมนูให้แก่ซูหยูโม่
ร้านอาหารที่เขานัดมาในวันนี้เป็นร้านอาหารจีนดังนั้นเขาจึงไม่เลือกที่จะไปร้านอาหารฝรั่ง ร้านอาหารที่เขานัดมาในวันนี้เป็นร้านอาหารจีนดังนั้นเขาจึงไม่เลือกที่จะไปร้านอาหารฝรั่ง
อย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่าด้วยตัวตนของซูหยูโม่เองนั้นเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเลือกร้านอาหารที่แ อย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่าด้วยตัวตนของซูหยูโม่เองนั้นเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเลือกร้านอาหารที่แ
ส่วนซูหยูโม่เองก็ไม่ได้สนใจว่าฮวงเฟิงจะเลือกร้านไหนพูดตามตรงว่าเธอเคยไปทานร้านอาห มาเยอะแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย
เมื่อรับเมนูมาจากฮวงเฟิงซูหยูโม่ก็สั่งอาหารมาสองสามอย่างเพียงเท่านั้น จากนั้นฮวงเฟิงเองก็สังเพิ่มอีกสองสามอย่างและหัวเราะ “ผู้อำนวยการซูกำลังช่วยผมประหยัดเงินสินะ อาหารร้านนี้ก็ไม่ได้แพงเลย ผมจ่ายได้อยู่แล้วนะ”
“นี่คุณไม่ได้บอกว่าคุณจ่ายไม่ได้แม้แต่ค่าเช่าบ้านอย่างนั้นเหรอ? แล้วตอนนี้คุณมีเงินเลี้ยงข้าวฉันแล้วงั้นเหรอ? งั้นครั้งนี้ให้ฉันเลี้ยงคุณดีไหมล่ะ?
“ไม่มีทางผมเพิ่งจะทำธุรกิจมาเมื่อไม่นานมานี้และได้เงินมาบ้างดังนั้นผมไม่ได้ขาดแคลนเงิน ฮวงเฟิงกล่าว