กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 204 ฆ่าซะ
“ดูเหมือนพวกเขาจะจอดแล้ว”ภายในรถ ฮวงเฟิงเห็นว่ารถคันข้างหน้าดูเหมือนจะหยุดและตอนนี้พวกเขาก็ได้ออกมานอกเมืองแล้ว ซึ่งมีรถน้อยมากคนที่อยู่ในรถคันหน้าน่าจะสังเกตเห็นว่าพวกเขาตามมาแล้ว
ชิวหนิงช่วงพยักหน้าเธอเองก็เห็นเช่นกันและในเวลานี้มีคนลงมาจากที่นั่งผู้โดยสารเป็นคนแ ชิวหนิงช่วงพยักหน้าเธอเองก็เห็นเช่นกันและในเวลานี้มีคนลงมาจากที่นั่งผู้โดยสารเป็นคนแ
เมื่อเห็นว่าอีกฝśายหยุดรถชิวหนิงช่วงก็ลดความเร็วลงและกำลังจะจอดรถ “คุณต้องระวังตัวให้ดีนะ” เธอกล่าวเตือนฮวงเฟิงด้วยความเป็นห่วง
ฮวงเฟิงพยักหน้า ฮวงเฟิงพยักหน้า
ชิงหนิงช่วงหยุดรถและลงจากรถมาครึ่งตัวแล้วคนที่อยู่ด้านนอกเห็นเธอและตกตะลึงไปชั่วค ชิงหนิงช่วงหยุดรถและลงจากรถมาครึ่งตัวแล้วคนที่อยู่ด้านนอกเห็นเธอและตกตะลึงไปชั่วค
จากนั้นเขาก็รีบขึ้นรถไปในทันที”เร็วเข้ารีบออกรถ นั่นมันไม่ใช่คนขับแท็กซี่ นั่นมันตำรวจจราจร!”
คนขับก็ตกใจเช่นกันเขาคิดว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่ที่ไล่ตามพวกเขามา แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะเป็นตำรวจจราจร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าหยุด
“ไม่ดีแน่พวกมันจะหนีแล้ว!” ฮวงเฟิงกล่าวกับชิงหนิงช่วง “ไม่ดีแน่พวกมันจะหนีแล้ว!” ฮวงเฟิงกล่าวกับชิงหนิงช่วง
การเคลื่อนไหวของชิวหนิงช่วงก็ไม่ช้าเช่นกันคนในที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าเพิ่งเปิดประตูลงม การเคลื่อนไหวของชิวหนิงช่วงก็ไม่ช้าเช่นกันคนในที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าเพิ่งเปิดประตูลงม
ความเร็วของคู่ต่อสู้ช้ากว่าเธอเล็กน้อยดังนั้นชิวหนิงช่วงจึงเกือบจะเข้าใกล้พวกเขาได้แล้ว ความเร็วของคู่ต่อสู้ช้ากว่าเธอเล็กน้อยดังนั้นชิวหนิงช่วงจึงเกือบจะเข้าใกล้พวกเขาได้แล้ว
“พวกเราจะทำยังไงดี?”เดิมทีพวกเขาคิดว่ามันเป็นงานง่าย แต่ตอนนี้กลับเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
พวกเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นครั้งแรกและตอนนี้พวกเขาถูกตำรวจจราจรไล่ตามแ แต่เธอก็ยังเป็นตำรวจอยู่ดี!
“โทรหาพี่เฉิงและถามเขาว่าเราควรจะทำยังไง?”คนขับรถกล่าว “โทรหาพี่เฉิงและถามเขาว่าเราควรจะทำยังไง?”คนขับรถกล่าว
“อ้ออ้อ ดี” ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาทันทีและโทรหาหลินจื่อเฉิง “อ้ออ้อ ดี” ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาทันทีและโทรหาหลินจื่อเฉิง
“เฮ้พี่เฉิง ตอนนี้ตำรวจจราจรไล่ตามพวกเราอยู่ พวกเราควรจะทำอย่างไรดี?” “เฮ้พี่เฉิง ตอนนี้ตำรวจจราจรไล่ตามพวกเราอยู่ พวกเราควรจะทำอย่างไรดี?”
“แล้วตำรวจจราจรมาสังเกตเห็นพวกแกได้ยังไงกัน?”หลินจื่อเฉิงมองไปที่ลุงหลี่และพูดโทรศ ในตอนนั้นเขาอยู่กับลุงหลี่
“เราเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และตำรวจจราจรก็อยู่แถวๆนั้น พวกเราจึงขับรถหนีมา แต่ตอนนี้ตำรวจจราจรกำลังไล่ล่าเราพวกเราหนีมันไม่พ้นเลย” ชายคนนั้นกล่าว
“ไอ้โง่เอ้ย!”หลินจื่อเฉิงตะคอก อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้าไม่ใช่คนปัญญาอ่อนแล้วจะให้เรียกว่าอะไรดี?
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะตะคอกแต่เขาก็ยังคงต้องจัดการกับปัญหานี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะตะคอกแต่เขาก็ยังคงต้องจัดการกับปัญหานี้
หลินจื่อเฉิงไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเองดังนั้นเขาจึงแจ้งให้ลุงหลี่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินจื่อเฉิงไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเองดังนั้นเขาจึงแจ้งให้ลุงหลี่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้
ลุงหลี่เองก็ยังรู้สึกโมโหอยู่ในใจแม้ว่าถงเฉียนจุ้นจะบอกว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ แต่หากมีการเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป เขาจะต้องถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
แม้ว่าเขาจะไม่ติดคุกไปกับถงเฉียนจุ้นแต่เขาก็อยากจะขาวสะอาดเหมือนกับถงเฉียนจุ้นในต แม้ว่าเขาจะไม่ติดคุกไปกับถงเฉียนจุ้นแต่เขาก็อยากจะขาวสะอาดเหมือนกับถงเฉียนจุ้นในต
ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีไว้ที่สถานีตำรวจ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีไว้ที่สถานีตำรวจ
“ฆ่าตำรวจจราจรคนนั้นซะแล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันทั้งสองคนจะไม่กลับมาที่นี่ ให้ไปซ่อนตัวอยู่ในเมืองอื่นเสีย ตราบใดที่พวกมันไม่ถูกจับได้คาหนังคาเขาและถงเฉียนจุ้นก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อไกล่เกลี่ยสถานการณ์ทุก
ลุงหลี่กล่าว ลุงหลี่กล่าว
“ครับ”หลินจื่อเฉิงตอบแล้วบอกทั้งสองคนเกี่ยวกับความตั้งใจของลุงหลี่ “ครับ”หลินจื่อเฉิงตอบแล้วบอกทั้งสองคนเกี่ยวกับความตั้งใจของลุงหลี่
จริงๆแล้วพวกเขาสองคนมีความคิดเหมือนกัน จริงๆแล้วพวกเขาสองคนมีความคิดเหมือนกัน
ท้ายที่สุดถ้าพวกเขาถูกจับได้พวกเขาก็จะจบเห่ ท้ายที่สุดถ้าพวกเขาถูกจับได้พวกเขาก็จะจบเห่
และถ้าพวกเขาบอกว่าพวกเขาไม่ได้ฆ่าคนๆนี้ พวกเขาก็พูดได้แค่ว่าเป็นหลินจื่อเฉิงและลุงหลี่
และนี่ก็หมายความว่าแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีประเด็นสำคัญใดๆแต่ลุงหลี่และหลินจื่อเฉิงจะต้อ และนี่ก็หมายความว่าแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีประเด็นสำคัญใดๆแต่ลุงหลี่และหลินจื่อเฉิงจะต้อ
และถ้าพวกเขาไม่เปิดเผยเรื่องนี้หลินจื่อเฉิงและลุงหลี่ทั้งสองคนก็จะต้องเข้าคุกดังนั้นพวกเข และถ้าพวกเขาไม่เปิดเผยเรื่องนี้หลินจื่อเฉิงและลุงหลี่ทั้งสองคนก็จะต้องเข้าคุกดังนั้นพวกเข
“แม่งเอ้ยเพราะแกนั่นแหละ ตำรวจจราจรที่เสือกเข้ามายุ่ง แกรนหาที่ตายซะแล้ว แกโทษใครไม่ได้นะ!” คนขับพึมพำขณะที่มองกระจกมองหลังแล้วเข้าใกล้รถแท็กซี่มากขึ้น
จากนั้นเขาลดความเร็วลงเล็กน้อยและเมื่อรถแท็กซี่เข้ามาใกล้พวกเขาก็เหวี่ยงพวงมาลัยเข้า จากนั้นเขาลดความเร็วลงเล็กน้อยและเมื่อรถแท็กซี่เข้ามาใกล้พวกเขาก็เหวี่ยงพวงมาลัยเข้า
“โครม”ร่างของฮวงเฟิงและชิวหนิงช่วงที่ไม่ได้เตรียมตัวสะเทือนอย่างรุนแรง โชคดีที่ทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
“เร็วเข้าจอดรถ!” ฮวงเฟิงกล่าว “เร็วเข้าจอดรถ!” ฮวงเฟิงกล่าว
ชิวหนิงช่วงกรอกตาใส่ฮวงเฟิง:”คุณต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” แต่จากนั้นเธอก็เหยียบคันเร่งไปด้านหน้า จากนั้นก็หักพวงมาลัยรถเพื่อขวางทางของพวกมันเอาไว้
อย่างไรก็ตามทั้งสองคนภายใต้คำสั่งของลุงหลี่จึงไม่กล้าที่จะประวิงเวลาไว้นานเกินไป อย่างไรก็ตามทั้งสองคนภายใต้คำสั่งของลุงหลี่จึงไม่กล้าที่จะประวิงเวลาไว้นานเกินไป
เนื่องจากพวกเขารู้ว่าพวกเขาถูกจับได้แล้วพวกเขาจึงต้องจัดการตำรวจจราจรคนนี้โดยเร็วท เนื่องจากพวกเขารู้ว่าพวกเขาถูกจับได้แล้วพวกเขาจึงต้องจัดการตำรวจจราจรคนนี้โดยเร็วท
หากพวกเขาต้องล่าช้าไปกว่านี้ตำรวจจราจรคนนี้อาจจะขอความช่วยเหลือ และพวกเขาก็ต้องลืมเรื่องที่จะหลบหนีไปได้เลย
ดังนั้นทั้งสองคนจึงหยุดรถที่ริมถนนไม่น่าแปลกใจที่แท็กซี่ก็หยุดด้วย ดังนั้นทั้งสองคนจึงหยุดรถที่ริมถนนไม่น่าแปลกใจที่แท็กซี่ก็หยุดด้วย
เนื่องจากคนที่ไล่ตามพวกเขานั้นคือตำรวจจราจร เนื่องจากคนที่ไล่ตามพวกเขานั้นคือตำรวจจราจร
โดยปกติแล้วตำรวจจราจรจะไม่ยุ่งกับป่้นดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่กังวลมากนัก แต่พวกเขาออกมานานแล้ว
แม้ว่าทักษะของพวกเขาจะไม่ดีเท่าของหลินจื่อเฉิงชิวหัว และคนอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับตำรวจจราจรธรรมดาแล้ว ทั้งสองคนก็มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา
“คุณอยู่ในรถก่อนฉันจะออกไปข้างนอก” ชิวหนิงช่วงมองไปที่ทั้งสองคนที่อยู่นอกรถและหันไปพูดกับฮวงเฟิง
ฮวงเฟิงเองก็ไม่ได้ขัดขืนเช่นกันแม้ว่าเขาจะมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกชิวหนิงช่วง
“คุณสองคนมากับฉัน”หลังจากลงจากรถ ชิวหนิงช่วงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม อีกฝśายได้ใช้รถชนรถของเธอดังนั้นจึงมีหลายสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ทั้งสองคนมองตากันและหัวเราะอย่างน่ากลัว:”คุณเป็นแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตัวเล็กๆ ทำไมคุณไม่ติดตราของคุณไว้ที่กำแพงและเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นล่ะ?”
“ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าตำรวจจราจรที่ไล่ตามพวกเรามาตั้งนานจะสวยขนาดนี้พวกเราขอส ทั้งสองคนเริ่มพูดโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจต่อหน้าของชิวหนิงช่วง ในใจของพวกเขาคิดว่าชิวหนิงช่วงเป็นคนที่ตายไปแล้วและไม่ว่าคนตายจะรู้สักกี่เรื่องมันก็ไร้ประโยช
ชิวหนิงช่วงขมวดคิ้วขณะที่เธอมองไปที่พวกเขาสองคนเธอก็เข้าใจแล้วว่าทั้งสองคนพยายาม ชิวหนิงช่วงขมวดคิ้วขณะที่เธอมองไปที่พวกเขาสองคนเธอก็เข้าใจแล้วว่าทั้งสองคนพยายาม
พวกเขาแค่เอารถเข้าชนและไม่ได้ฆ่าเธอเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาแค่เอารถเข้าชนและไม่ได้ฆ่าเธอเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนยังไม่ยอมแพ้
ชิวหนิงช่วงไม่ได้รู้สึกกลัวแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย ชิวหนิงช่วงไม่ได้รู้สึกกลัวแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย
ในที่สุดวันนี้เธอก็ได้เจอคดีใหญ่และเพราะเธอใฝśฝันที่จะเป็นตำรวจเมื่อเธออยู่ในสถาบันตำร ในที่สุดวันนี้เธอก็ได้เจอคดีใหญ่และเพราะเธอใฝśฝันที่จะเป็นตำรวจเมื่อเธออยู่ในสถาบันตำร
อย่างไรก็ตามหลังจากที่สำเร็จการศึกษาเธอก็ได้เป็นตำรวจจราจรมาโดยตลอดและไม่มีโอกา ในที่สุดวันนี้เธอก็มีโอกาส
เมื่อเห็นว่าชิวหนิงช่วงไม่ขยับตัวพวกเขาทั้งสองก็คิดว่าชิวหนิงช่วงกำลังกลัวจึงเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นว่าชิวหนิงช่วงไม่ขยับตัวพวกเขาทั้งสองก็คิดว่าชิวหนิงช่วงกำลังกลัวจึงเดินเข้าไปหา
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้สังเกตว่ามุมปากของชิวหนิงช่วงนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นชา อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้สังเกตว่ามุมปากของชิวหนิงช่วงนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นชา