กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 252เสียสละ บทที่ 252เสียสละ
“ถ้างั้นพวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่คืนนี้เลย”ชิวหนิงซวงกล่าว “ถ้างั้นพวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่คืนนี้เลย”ชิวหนิงซวงกล่าว
“ได้เลยครับผมจะรอคุณโทรมานะครับ” ฮวงเฟิงตอบ “ได้เลยครับผมจะรอคุณโทรมานะครับ” ฮวงเฟิงตอบ
หลังจากนั้นพวกเขาจึงวางสายไปทั้งคู่ หลังจากนั้นพวกเขาจึงวางสายไปทั้งคู่
ฮวงเฟิงรู้สึกไม่ไว้ใจเนื่องจากอีกฝśายสามารถฆ่าเขาอย่างไร้ปรานีได้หากอีกฝśายพบว่าเขาและ มันไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าพวกเขาทั้งสองจะไม่โดนปิดปาก
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงรู้สึกว่าเขาต้องไปเพราะเขาเองก็ไม่สามารถทิ้งภัยที่อยู่เบื้องหลังนี้ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีสิ่งที่ทำให้เขามั่นใจขึ้นมา นั้นก็คือ
ผลไม้สีแดงที่เขาได้มาเมื่อคืนเช่นนั้น ฮวงเฟิงจึงใช้โอกาสนี้เริ่มฝřกลมปราณ แม้ว่าจะรู้สึกถึงมันไม่ได้มากนัก อีกทั้งยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแต่ทุกเส้นลมปราณในร่างกายของเขานั้นถือว่าดีเลยทีเดียว
“เฉียนจุนเกิดอะไรขึ้น?” “เฉียนจุนเกิดอะไรขึ้น?”
ภายในคลับเฮาส์แห่งหนึ่งลุงหลี่และถงเฉียนจุนต่างอยู่ในอารมณ์ที่คุกรุ่น ลุงหลี่เองก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องการตายของพี่เป่ีũยว
“เป็นยังไง?อะไรอีกล่ะ? ลูกน้องของนายกล้ามากที่ฆ่าแม้กระทั้งลูกสาวขอท่านชิว?! นายต้องกล้าขนาดไหนกัน?” ถงเฉียนจุนพูดอย่างหงุดหงิด
ก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาถูกซ้อมจนขาหัก ซึ่งลูกชายคนนี้เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเขาอีกด้วย เรื่องที่ลูกชายเขาขาหัก เขาย่อมไม่ปล่อยคนทำเรื่องนี้ไปง่ายๆแน่นอน เช่นนั้น เขาจึงปล่อยให้ลุงหลี่ฆ่าคนไปสองคน
เรื่องที่กล่าวมานี้เดิมทีไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาแม้แต่น้อยแม้ว่าลูกน้องทั้งสองคนที่กำลังจะ น้อยๆ ให้กับเขาได้ แต่เขาเองก็มั่นใจว่าเส้นสายและอิทธิพลของเขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนัก ตราบใดที่ลุงหลี่และคนอื่น ๆ จัดการปัญหาทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย คนอื่นๆ ก็อาจไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้
เขาไม่เพียงมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตายของลูกสาวอาจารย์ชิวเท่านั้นแต่เรื่องนี้คาดไม่ถึง ลูกน้องของลุงหลี่นั้นกล้าที่จะฆ่าแม้กระทั้งลูกสาวของท่านชิวซึ่งถือเป็นเรื่องที่อุกอาจมากและแม้แต แต่ลูกน้องที่แสนโง่เขลากลับกระทำเรื่องเช่นนี้ได้ และสิ่งทำให้เขาโกรธยิ่งขึ้นไปอีก นั้นก็คือเหตุการณ์นี้จะถูกตรวจสอบทุกอย่างโดยละเอียด เพราะท้ายที่สุดแล้วเขา ท่านชิวผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาตำรวจยากที่จะเอ่ยว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในเขตอำนาจรัฐ แต่ลูกสาวของเขาก็เกือบโดนยิงจนเกือบตายเช่นกัน ดังนั้น แม้ว่าเขาจะดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาก็ไม่สามารถทนต่อสิ่งได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้แม้ว่าถงเฉียนจุนจะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก ท่านชิวโกรธมากและตำรวจทุกนายในมณฑลชิงก็โกรธแค้นเช่นกัน พวกเขาได้จัดตั้งกองกำลังพิเศษและยกให้คดีนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ
“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกเขาจะบังเอิญไปฆ่าลูกสาวของท่านชิว” นี่มันเหมือนโชคร้ายสำหรับพวกเขาที่ถูกตำรวจพบและอีกฝśายก็เป็นคนของท่านชิวอีกด้วย เดิมทีพวกเขาต้องการที่จะฆ่าเธออยู่แล้ว ถ้าเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง อย่างมากเขาก็คงปล่อยให้ลูกน้องสองคนที่เป็นผู้ก่อเหตุรับผิดชอบเรื่องนี้ไป
แต่ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาได้รู้ถึงสถานะของอีกฝśายก่อนก็คงไม่จำต้องจบปัญหาแบบนี้ แต่ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาได้รู้ถึงสถานะของอีกฝśายก่อนก็คงไม่จำต้องจบปัญหาแบบนี้
อย่างไรก็ตามมันไม่มีประโยชน์แล้วที่จะคิดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ สิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา
“ฉันคิดไม่ถึงเลยจริงๆฉันคิดไม่ถึงว่าแกจะพูดจาหมาๆแบบนี้!” ถงเฉียนจุนพูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะถ้าเขาไปพูดไปมากกว่า บางทีอาจมีคนปะติดปะต่อเรื่องราวได้และถ้าเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยก่อคดีเรื่องนี้คงไม่เป็นเรื่องใหญ่
อย่างไรก็ตามท่าทีของถงเฉียนจุนในตอนนี้ทำให้ลุงหลี่รู้สึกทุกข์ร้อนไม่ต่างกันอย่างมากราวก แม้ว่าสถานะปัจจุบันของเขาจะแย่ลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับถงเฉียนจุนในปัจจุบัน แต่หลายป่ีที่ผ่านมาพวกเขาก็ต่างเคยอยู่ข้างถนนด้วยกันมาก่อนจึงเข้าใจกันดี
“พี่เฉียน นี่คือสิ่งที่นายต้องการให้ทำจริงๆ หรอ ถึงแม้ว่าจะมีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นแต่มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็นหรอก สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ หาวิธีจัดการกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดและเลี่ยงไม่ให้พวกตำรวจจับตาดูพวกเราได้ ” ลุงหลี่หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความโกรธ เขายังคงต้องการถงเฉียนจุนช่วยจบปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ทั้งสองคนจะมาตั้งแง่ใส่กัน
“วิธีหรอ?”ฉันจะทำอะไรได้บ้างล่ะ? ” ตอนนี้พวกตำรวจสนใจแค่เรื่องสืบคดีนี้เท่านั้น ไม่มีใครฟังความเห็นฉันสักคน”ถงเฉียนจุนกล่าว แม้ว่าเขาจะมีเส้นสาย แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสังกัดใดสังกัดหนึ่งของรัฐบาลและแม้ตำรวจพวกนี้จะต้องการเงินจากเขาหรือต่างได้ แต่เรื่องการสืบคดีไม่ได้มีผลต่ออนาคตของพวกเขา ดังนั้นตำรวจพวกนี้จึงไม่จำเป็นต้องสนใจคำขอของเขา
หลังจากที่ถงเฉียนจุนได้ระบายอารมณ์ออกมาบ้างเขาก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยและกล่า “อันที่จริง มันไม่ได้แปลว่าไม่มีหนทางสะทีเดียวหรอกนะ ให้ลูกน้องของนายที่หนีไปกลับมารับผิดสะก็สิ้นเรื่อง ตราบใดที่ลูกน้องของนายรับผิดแต่เพียงผู้เดียวและไม่สาวมาถึงเรา ทุกอย่างก็เรียบร้อย”
เห็นได้ชัดว่าถงเฉียนจุนกำลังหมายถึงหลินจื่อเฉิงคนที่อยู่ด้านพวกเขาบ้างคนต่างก็ทราบเช่น แต่เป็นหลินจื้อเฉิง ตราบใดที่หลินจื้อเฉิงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ ลูกน้องทั้งสองคนของเขาก็จะไม่ต้องรับผิด
เขารู้ว่าถ้าเขาจัดการเรื่องนี้และเก็บเก็บความลับไว้ได้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย อย่างไรเสียหลินจื้อเฉิงก็เป็นคนที่เขาสนับสนุนเต็มที่มาเสมอและยังเป็นลูกน้องที่มีความสามารถคน ดังนั้น เขาจึงไม่ยินดีนักที่จะต้องเสียมือดีแบบนี้ไป
แม้ว่าลุงหลี่จะมือสะอาดแต่ในทางกลับกันเขาเองก็ไม่อยากสูญเสียอิทธิพลในโลกแห่งมืดไป คนที่หนึ่งคือ ชิวฮ่าว แม้ว่าลุงหลี่จะมือสะอาดแต่ในทางกลับกันเขาเองก็ไม่อยากสูญเสียอิทธิพลในโลกแห่งมืดไป คนที่หนึ่งคือ ชิวฮ่าว
ตอนนี้ชิวฮ่าวขาพิการไปข้างหนึงและแม้ว่าเขาจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ความแข็งแกร่งนั้นก็ลดลงไปมากด้วยเช่นกัน ตอนนี้ชิวฮ่าวขาพิการไปข้างหนึงและแม้ว่าเขาจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ความแข็งแกร่งนั้นก็ลดลงไปมากด้วยเช่นกัน
หากเขาทำเช่นนั้นมันจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลุงหลี่จะเหินห่างมากขึ้น ในกรณีนี้ เขาทั้งได้ประโยชน์และเสียประโยชน์มากเช่นกัน โดยปกติคนมักจะไม่ค่อยฉกฉวยผลประโยชน์จากฝśายตรงข้ามแต่จะระวังไม่ให้ฝśายตนเสียประโยชน หากเขาต้องเผชิญปัญหาที่ไม่ต้องการให้จัดการอย่างโจ่งแจ้ง เขาต้องขอความช่วยเหลือจกคนอื่นแต่การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นที่พอใจสำหรับลุงหลี่เพราะลุงหลี่ต้อง