กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 253 แท้จริงแล้วคุณเป็นใคร บทที่ 253 แท้จริงแล้วคุณเป็นใคร
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 253 แท้จริงแล้วคุณเป็นใคร บทที่ 253 แท้จริงแล้วคุณเป็นใคร
“อะไรกัน”นายเองก็ไม่อยากทำหรอ? “ถงเฉียนจุนพูดขณะที่เขามองไปที่ลุงหลี่ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
สถานะตอนนี้ของเฉียนจุนไม่สามารถทำให้เขากลับมาสู่ตำแหน่งเดิมได้นับตั้งแต่ที่เขาวางมือ เขาก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทุจริต เขาก็ยิ่งไม่เคยนึกถึงลุงหลี่และคนอื่นๆอีกเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลุงหลี่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทุจริตและต้องการควบคุมโลกมืด คิดจริงๆ หรือว่าคนที่สถานีตำรวจจะเป็นพวกที่รู้แต่วิธีหากินเพียงทางเดียว?
เขารู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของเขาแคบเกินไปและนั้นมันก็ทำให้เขาต่อสู้กับคนอื่นได้ยากเขาเป็นแค เขาจึงคิดว่าเป็นคงเป็นการดีแล้วที่เขาช่วยดูแลถงเฉียนจุน
“เราใช้วิธีอื่นได้ไหม?”ลุงหลี่กล่าวอย่างไม่เต็มใจนัก ถ้าเขาส่งหลินจื้อเฉิงไปก็เท่ากับว่าเขาจะสูญเสียแขนไปเช่นกัน
“พวกมันเป็นแค่พวกอันธพาลถ้านายส่งคนพวกนี้ไป นายก็จะได้ฝřกเพิ่มอีกสองคน มีอะไรไม่เต็มใจที่จะทำอีกไหม?” ถงเฉียนจุนพูดอย่างเหลืออด
จริงๆแล้วมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ลุงหลี่ไม่เต็มใจที่จะส่งหลินจื้อเฉิงไปตอนนี้หลินจื้อเฉิงได้ออกจาก แม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้า จื้อเฉิงก็อาจไม่ฟังเขาและอาจมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหลินจื้อเฉิงและชิวฮ่าวต่างต้องทำเพื่อตัวเองซึ่งทั้งสองต่างรู้กันดี แม้ว่าการคาดเดาที่เป็นไปไม่ได้นี้อาจเป็นจริงได้เล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิดขึ้น แค่เรื่องพวกเขาทั้งสองคนก็ทำให้ความโกรธของลุงหลี่และเฉียนจุนสงบลงได้ยากแล้ว ที่ยิ่งไปกว่านั้นหลินจื้อเฉิงได้เปิดเผยตัวเองอีก และตำรวจหรือที่ทำการรัฐ ก็กำลังประกาศข้อมูลนี้ด้วย “นายจะไม่สามารถปกป้องเขาได้ ฉันเองก็เหมือนกัน! ถ้ากับนักโทษคนอื่น ฉันอาจให้เขายอมจำนน ในตอนนั้นฉันคงพยายามอย่างเต็มที่มากกว่านี้เพื่อลดโทษให้กับเขา”
ถงเฉียนจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา ถงเฉียนจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา
ดังนั้นเขาจึงต้องจับตัวหลินจื้อเฉิงและบังคับให้ยอมจำนนโดยสมัครใจหรือยอมอยู่เฉื่อยๆให้เข้าจับก ถ้าเขายังคงหนีต่อไป เฉียนจุนเองที่อาจจะต้องตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นเขาจึงต้องจับตัวหลินจื้อเฉิงและบังคับให้ยอมจำนนโดยสมัครใจหรือยอมอยู่เฉื่อยๆให้เข้าจับก ถ้าเขายังคงหนีต่อไป เฉียนจุนเองที่อาจจะต้องตกที่นั่งลำบาก
“ขอฉันคิดเรื่องนี้ก่อน”ลุงหลี่เริ่มคิดหาวิธี อาจเป็นเพราะเขารู้ว่าถงเฉียนจุนไม่ได้อะไรผิด แต่เรื่องนี้ดันว่าเกี่ยวข้องกับท่านชิวและแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหลอกฝśายนั้น หากเขาประมาทเพียงนิดเดียว เขากลายเป็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทันที
“เอาล่ะงั้นก็คิดเรื่องนี้ดีๆ ล่ะ แต่ยังไงก็เร็วเข้าเถอะ!” ถงเฉียนจุนกล่าวว่า” ฉันมีแผนที่จะออกไปก่อน ถ้านายตัดสินใจได้เมื่อไหร่ ก็บอกฉันด้วยแล้วกัน”
ถงเฉียนจุนลุกขึ้นยืนและจากไปแต่ลุงหลี่ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าที่ยุ่งเหยิง เขายังคงไม่ขยับไปไหนและยังตัดสินใจเรื่องที่ถงเฉียนจุนพูดไม่ได้
“ใจเสาะ!”ณ ทางเดินนอกห้อง ถงเฉียนจุนพูดออกมาเบา ๆ เขาดูถูกที่ลุงหลี่ลังเลที่จะตัดสินใจ และคิดว่าคนประเภทนี้คงจะไม่เคยทำการใหญ่มาก่อน
ลุงหลี่ไม่รู้ว่าถงเฉียนจุนคิดอย่างไรกับเขาและตอนนี้เขากำลังพิจารณาสิ่งที่ควรจะทำ ลุงหลี่ไม่รู้ว่าถงเฉียนจุนคิดอย่างไรกับเขาและตอนนี้เขากำลังพิจารณาสิ่งที่ควรจะทำ
“ถึงเวลาเลิกงานหรือยัง?”ฉันอยู่ที่เลอคองคอร์ด เลิกงานแล้วคุณก็มาที่นี่หน่อยสิ “เมื่อฮวงเฟิงกำลังเตรียมตัวเลิกงานในช่วงบ่าย เขาก็ได้รับโทรศัพท์จาก ชิวหนิงซวง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับ ฮวงเฟิง
“ได้เลยครับผมจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” เมื่อฮวงเฟิงวางสายไปเขาก็พบว่าถึงเวลาเลิกงานแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะไม่ทำงานล่วงเวลาหากไม่จำเป็นจริงๆ
“ดูนายจะค่อนข้างมั่นใจนะว่าตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้วไม่มีใครในที่ทำงานคิดแบบนายหร ขณะที่ ฮวงเฟิงเดินออกจากห้องทำงานไป เขาก็ชนเข้ากับเซี่ยเมิ่งเจียวอีกครั้ง ในครั้งนี้ซูหยูโม่ไม่ได้อยู่ข้างเธอ
“ผู้อำนวยการเซี่ยตอนนี้ก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ดังนั้นก็ถือว่าไม่เลิกงานเร็วไปใช่ไหมครับ?” ฮวงเฟิงกล่าวขณะที่เขาเดิน
“หื้ม”เมื่อเห็นว่าฮวงเฟิงไม่มีทีท่าที่จะหยุดเดิน เซี่ยเมิ่งเจียวจึงตะโกนออกไปด้วยความไม่พอใจว่า “นายจะรีบไปตายรึไง!”
น่าเสียดายที่ฮวงเฟิงเดินไปไกลแล้วจึงทำให้ไม่ได้ยินสิ่งที่เซี่ยเมิ่งเจียวพูดแต่อย่างไรเสียแม้ว่า เขาก็ไม่ได้จะสนใจอยู่แล้ว และนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขามีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องทำในตอนนี้จนไม่มีอยากเสียเวลามาทะเลาะก
“เจ้าหน้าที่ชิวผมอยู่ตรงนี้ครับ” เมื่อฮวงเฟิงมาถึงใกล้เล่อกังเขาจึงเห็นชิวหนิงซวงแต่ไกล
ชิวหนิงซวงวันนี้เห็นได้ชัดว่าเจตนาอัมพลางตัวนิดหน่อยเพื่อมาพบเขาหรือให้บอกอีกอย่างน เสื้อผ้าแนวนี้เห็นได้ชัดว่าเหมาะกับเธอมากบวกกับสีหน้าที่เธอตั้งใจปั่้นขึ้นมาให้เข้ากับบุคลิกนั้นอีก
แน่นอนว่าในสถานที่อย่างไนท์คลับมักจะมีแสงไฟสลัวๆ ดังนั้นคนอื่น ๆ จึงไม่สามารถมองกันเห็นได้โดยง่าย อีกทั้งด้วยรูปลักษณของเธอในตอนนี้จึงทำให้ไม่เป็นที่ดึงดูดจากสายตาคนอื่น การปลอมตัวของเธอในครั้งนี้จึงถือได้ว่าไม่ได้เป็นวิธีที่แย่นัก
“ไปกันเถอะ.”ชิวหนิงซวงกล่าวขณะที่เขามองฮวงเฟิง ด้วยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ฮวงเฟิงต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ดังนั้น เขาจึงจัดชุดของตัวเองไว้ในแหวนมิติเสมอดังนั้นแม้ว่าเขาจะไม่กลับบ้านไปในตอนนี้ เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ทุกที่
เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าไปในไนต์คลับบรรยากาศกลับดูไม่คึกครื้นเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าสถา เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าไปในไนต์คลับบรรยากาศกลับดูไม่คึกครื้นเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าสถา
“คุณมาที่นี่ทำไม?คุณลุงหลี่หรือถงเฉียนจุนอยู่ที่นี่หรอครับ?” ทั้งสองคนเลือกโต๊ะมุมที่ใกล้ประตูและนั่งลงคุยกัน ไม่นานฮวงเฟิงก็ถามชิวหนิงซวงขึ้นมา
“ที่นี่เป็นเป็นไนท์คลับของลุงหลี่และคนที่มักจะช่วยเขาดูแลสถานที่นี้ก็คือคนของหลินจื้อเฉิง “ที่นี่เป็นเป็นไนท์คลับของลุงหลี่และคนที่มักจะช่วยเขาดูแลสถานที่นี้ก็คือคนของหลินจื้อเฉิง
ฮวงเฟิงพยักหน้าตามเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ชิวหนิงซวงกำลังตามสืบเรื่องของลุงหลี่ แต่ตอนนี้ถงเฉียนจุนดูน่าสงสัยมากกว่าลุงหลี่ กับชายที่ร่ำรวยที่สุดอย่างถงเฉียนจุนแล้ว เมื่อเทียบกับลุงหลี่แล้วกลับดูตรวจสอบได้ง่ายกว่าโดยไม่ต้องสงสัย
“คืนนี้เขาจะมาที่นี่หรือเปล่า?”ฮวงเฟิงถาม “คืนนี้เขาจะมาที่นี่หรือเปล่า?”ฮวงเฟิงถาม
“อ้อฉันสืบมาเรียบร้อยแล้วนะ ในสัปดาห์นี้เขาจะมาในเวลานี้ของทุกคืนเพื่อมาประชุมไม่ก็ตรวจสอบบัญชี” ชิวหนิงซวงกล่าว
แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าทำไมลุงลี่ถึงมาที่นี่ทุกสัปดาห์แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาจะมาหาเธอนั้นก็ถือว่าเ แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าทำไมลุงลี่ถึงมาที่นี่ทุกสัปดาห์แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาจะมาหาเธอนั้นก็ถือว่าเ
“คืนนี้เขาจะอยู่ที่นี่ไหม”ฮวงเฟิงถาม “คืนนี้เขาจะอยู่ที่นี่ไหม”ฮวงเฟิงถาม
“ฉันรู้แล้วเขามาตามเวลานี้ของสัปดาห์ในตอนกลางคืนไม่ว่าจะเพื่อประชุมหรือตรวจสอบบัญ แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าทำไมลุงลี่ถึงมาที่นี่ทุกสัปดาห์ แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาจะมาหาเธอ ตอนนี้เธอรู้เรื่องนี้ก็เพียงพอแล้ว
“คุณนี่ข้อมูลแน่นดีนะครับไม่ว่าผมจะมองคุณกี่ครั้ง คุณก็ดูไม่เหมือนตำรวจจราจรทั่วไปอยู่ดี” เพราะตอนนี้ถือว่ายังไม่สายเกินไปถ้าลุงหลี่ยังไม่มา ฮวงเฟิงจึงตอกกลับชิวหนิงซวงไปอย่างง่ายดาย
“งั้นแล้วฉันดูเหมือนอะไรล่ะ?” ชิวหนิงซวงถาม “งั้นแล้วฉันดูเหมือนอะไรล่ะ?” ชิวหนิงซวงถาม
“ผมก็ไม่แน่ใจครับผมคิดว่าคุณจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับสถานะของคุณเองเพราะค และมันยิ่งทำให้สถานะของคุณดูไม่ปกติ เพราะถ้าคุณมีความลับเกี่ยวกับเรื่องสถานะจริง คุณจะมาเป็นตำรวจจราจรทำไมกัน? ดังนั้น ตอนนี้ผมก็ยังเดาไม่ออกเหมือนกันครับ “ฮวงเฟิงกล่าว
“คุณเป็นตำรวจจราจรไม่ได้ถ้าคุณมีประวัติเนี่ยนะ?ตรรกะอะไรกันเนี่ย? “ชิวหนิงซวง กล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“แน่นอนว่าแม้การเป็นตำรวจจราจรจะไม่เสี่ยงอันตรายเท่าตำรวจอื่นๆแต่ก็ยังเหนื่อยมากอย ดูสิ เศรษฐีรุ่นที่สองหรือข้าราชการรุ่นสองจะมาเป็นตำรวจจราจรได้ได้สักกี่คนเชียว?” ฮวงเฟิงกล่าว