กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 274 ตายก็ดี บทที่ 274 ตายก็ดี
ยิ่งเขายิ่งต่อสู้มันก็ยิ่งช่วยให้ฮวงเฟิงเข้าใจเคล็ดลับวิชาหมัดมากขึ้น ยิ่งเขายิ่งต่อสู้มันก็ยิ่งช่วยให้ฮวงเฟิงเข้าใจเคล็ดลับวิชาหมัดมากขึ้น
แน่นอนว่าเขาจำเป็นต้องมีโอกาสและเมื่อฮวงเฟิงได้ต่อสู้เขาก็จำเป็นที่จะต้องหมุนเวียนพลัง แน่นอนว่าเขาจำเป็นต้องมีโอกาสและเมื่อฮวงเฟิงได้ต่อสู้เขาก็จำเป็นที่จะต้องหมุนเวียนพลัง
เป็นไปดังคาดพลังนั้นมันแข็งแกร่งมากเป็นสองเท่าของพลังหมัดที่เขาเคยมีก่อนหน้านี้ เป็นไปดังคาดพลังนั้นมันแข็งแกร่งมากเป็นสองเท่าของพลังหมัดที่เขาเคยมีก่อนหน้านี้
จริงๆแล้ว สิ่งที่ฮวงเฟิงไม่รู้ก็คือ เพราะว่าคนอื่นๆ ที่เหลือ หรือแม้แต่คนที่อยู่ในสำนักเจ็ดดาวเคราะห์ พวกเขาทำได้อย่างมากที่สุดก็คือใช้กำลังภายในของพวกเขาเพื่อฝřกฝนเคล็ดลับวิชาหมัดนี้
แต่อย่างไรก็ตามพลังของกำลังภายในนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับพลังภา แต่อย่างไรก็ตามพลังของกำลังภายในนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับพลังภา
หลังจากที่เขาฝřกวิชาหมัดอยู่สองสามครั้งและรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของเขาแทบไม่หลงเหลือพลัง หลังจากที่เขาฝřกวิชาหมัดอยู่สองสามครั้งและรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของเขาแทบไม่หลงเหลือพลัง
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วฮวงเฟิงก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมา หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วฮวงเฟิงก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมา
และขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเขาก็เล่นกับเสี่ยวไปśไปด้วยและคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องที่เก และขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเขาก็เล่นกับเสี่ยวไปśไปด้วยและคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องที่เก
ในด้านที่ดีก็คือการที่สามารถกำจัดลุงหลี่ไปเสียได้พลังที่ค่อนข้างเป็นศัตรูกับเขา ในด้านที่ดีก็คือการที่สามารถกำจัดลุงหลี่ไปเสียได้พลังที่ค่อนข้างเป็นศัตรูกับเขา
แม้ว่าตัวของลุงหลี่เองอาจจะไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเขาแต่ลุงหลี่และคนอื่นๆ ก็ไม่ติดใจในตัวตนของ “พี่เหลียง” เลยแม้แต่น้อยและชิวห่าวเองก็เคยต่อสู้กับเขามาแล้ว พวกเขาสองคนต่างก็มีความแค้นต่อกัน
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายที่ลุงหลี่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตเสียแล้วและกรมตำรวจก็จะต้อง อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายที่ลุงหลี่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตเสียแล้วและกรมตำรวจก็จะต้อง
ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้ตายไปแล้วและถ้าลุงหลี่เป็นเช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่มีพยานที่จะให้การซ หากเป็นเช่นนั้นเขาจึงต้องคิดหาวิธีอื่นที่จะทำให้ถงเฉียนจุ้นล้มลงให้จงได้
โชคดีที่ถงเฉียนจุ้นและลูกชายของเขายังไม่ทราบถึงการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รักษาความ โชคดีที่ถงเฉียนจุ้นและลูกชายของเขายังไม่ทราบถึงการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รักษาความ
แม้ว่าพวกเขาจะพบว่าเขามีส่วนร่วมในเรื่องนี้แต่เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับชิวหนิงช่ว พวกเขาจะไม่กล้าที่จะทำอะไรโดยประมาท แต่พวกเขาจะตรวจสอบมันและนี่จะเป็นโอกาสของพวกเขาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงคิดถึงเรื่องนี้และรู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่ ถงเฉียนจุ้นจะรู้จักเขานั้นต่ำมาก
ท้ายที่สุดแล้วความขัดแย้งเดียวที่เขามีกับครอบครัวนั้นก็คือการที่เขาเคยหยุดรถของถงเฉียน และเรื่องนี้ก็อาจทำให้ถงเฉียนรู้สึกอึดอัด แต่เขาคงจะไม่คิดมาก
สำหรับเรื่องอื่นๆเขาไม่ได้มีเหตุอันใดที่จะกระตุ้นความขัดแย้งได้ เพราะมันเป็นแค่เรื่องผิวเผินเท่านั้น
แน่นอนว่าเมื่อฮวงเฟิงรู้สึกว่าคืนนี้ช่างน่าเสียดายไม่ใช่แค่เพราะ ถงเฉียนจุ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะผลไม้สีแดงสดที่ฮวงเฟิงรู้สึกว่ามันน่าเสียดาย
ผลของผลไม้สีแดงสดเป็นไปตามที่อธิบายไว้อย่างแท้จริงมันทรงพลังอย่างมาก ผลของผลไม้สีแดงสดเป็นไปตามที่อธิบายไว้อย่างแท้จริงมันทรงพลังอย่างมาก
เนื่องจากชิวหนิงช่วงได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่มันก็สามารถช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้ เนื่องจากชิวหนิงช่วงได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่มันก็สามารถช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้
จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กล่าวถึงเกี่ยวกับความสามารถในการฟ่้่้นฟูร่างกายรวมถึงการเพิ่มขึ้นของพ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กล่าวถึงเกี่ยวกับความสามารถในการฟ่้่้นฟูร่างกายรวมถึงการเพิ่มขึ้นของพ
ถ้าเขาได้กินมันเข้าไปความเร็วในการฝřกตนของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน ถ้าเขาได้กินมันเข้าไปความเร็วในการฝřกตนของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน
แต่ชิวหนิงช่วงน่าจะเป็นคนธรรมดาดังนั้นผลลัพท์นี้จึงสูญเปล่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ชิวหนิงช่วงน่าจะเป็นคนธรรมดาดังนั้นผลลัพท์นี้จึงสูญเปล่าอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงเพียงแค่รู้สึกว่ามันน่าเสียดาย แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจเลย ในสถานการณ์เช่นนั้นถ้าเขาไม่ได้ผลไม้สีแดงสดช่วยชีวิตของชิวหนิงช่วงเอาไว้ และฮวงเฟิงก็จะต้องมองดูชิวหนิงช่วงตายอยู่ในอ้อมแขนอย่างที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลย
“อย่างไรก็ตามผลของการฟ่้่้นฟูร่างกายน่าจะเป็นประโยชน์กับชิวหนิงช่วงนะ”ฮวงเฟิงคิดในใ “อย่างไรก็ตามผลของการฟ่้่้นฟูร่างกายน่าจะเป็นประโยชน์กับชิวหนิงช่วงนะ”ฮวงเฟิงคิดในใ
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเร่งการฝřกตนของเขาได้แต่การฟ่้่้นฟูร่างกายของคนธรรมดาก็ยังทำได แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเร่งการฝřกตนของเขาได้แต่การฟ่้่้นฟูร่างกายของคนธรรมดาก็ยังทำได
หลังจากที่ทำงานหนักในตอนกลางคืนและฝřกฝนวิชาหมัดอยู่หลายครั้งในตอนนี้ร่างกายของ หลังจากที่ทำงานหนักในตอนกลางคืนและฝřกฝนวิชาหมัดอยู่หลายครั้งในตอนนี้ร่างกายของ
ไม่นานหลังนักหลังจากที่คิดเขาก็หลับไปและแม้ว่าเสี่ยวไปśจะถูใบหน้าของเขาอยู่นาน เขาก็ไม่ตอบสนองเลย
“อะไรนะลุงหลี่ตายแล้วงั้นเหรอ?!” “อะไรนะลุงหลี่ตายแล้วงั้นเหรอ?!”
อีกทางด้านหนึ่งถงเฉียนจุ้นได้รับข่าวการเสียชีวิตของลุงหลี่แล้ว สำหรับข่าวนี้เขารู้สึกตกใจมาก เนื่องจากมันกะทันหันเกินไป
ลุงหลี่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเขาในโลกมืดแม้ว่าเขาจะดูถูกลุงหลี่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพราะมีลุงหลี่เป็นผู้ช่วยของเขา การกระทำหลายๆ อย่างจึงสะดวกมาก
อย่างไรก็ตามถงเฉียนจุ้นก็แค่รู้สึกตกใจกับการตายของลุงหลี่เท่านั้น เขาไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ด้วยเงินไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะหาคนอย่างลุงหลี่
“แล้วเขาตายยังไง?”ถงเฉียนจุ้นถามคนที่นำข่าวมาแจ้งเขา “แล้วเขาตายยังไง?”ถงเฉียนจุ้นถามคนที่นำข่าวมาแจ้งเขา
“ข่าวที่มาจากสถานีตำรวจดูเหมือนจะเป็นความขัดแย้งภายในผู้ช่วยสองคนที่เชื่อถือได้ของเ หลินจื่อเฉิงและชิวฮ่าว ทั้งคู่เสียชีวิตทันที” ชายคนนั้นกล่าว
เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนมากมายรวมทั้งลูกสาวของเขาเอง ผู้กำกับชิวจึงสั่งการไปยังสถานีตำรวจว่าเหตุการณ์ในคืนนี้ต้องเก็บเป็นความลับ
ดังนั้นแม้ว่าบุคคลนี้จะได้รับข้อมูลมาบางส่วนแต่ก็ยังไม่ใช่รายงานที่ครอบคลุม ดังนั้นแม้ว่าบุคคลนี้จะได้รับข้อมูลมาบางส่วนแต่ก็ยังไม่ใช่รายงานที่ครอบคลุม
อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าพวกเขายังมีความสามารถและวิธีการบางอย่าง อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าพวกเขายังมีความสามารถและวิธีการบางอย่าง
“พวกมันตายกันหมดแล้วงั้นเหรอ?”ถงเฉียนจุ้นตกใจ “พวกมันตายกันหมดแล้วงั้นเหรอ?”ถงเฉียนจุ้นตกใจ
และจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายว่า:”ก็ดีแล้วที่พวกมันตายไปแล้ว แบบนี้ไม่ว่าผู้กำกับชิวจะมีคำอธิบายอย่างไรก็ตาม พวกมันก็เป็นขยะที่ไม่น่าเสียดายถ้าพวกมันจะต้องตายไป”
ถงเฉียนจุ้นรู้สึกเสมอว่าพวกเขาไร้สมองจากการพยายามฆ่าชิวหนิงช่วง ถงเฉียนจุ้นรู้สึกเสมอว่าพวกเขาไร้สมองจากการพยายามฆ่าชิวหนิงช่วง
ดังนั้นเขาจึงไม่มีความประทับใจใดๆกับหลินจื่อเฉิงและคนอื่นๆ ดังนั้นเขาจึงไม่มีความประทับใจใดๆกับหลินจื่อเฉิงและคนอื่นๆ
นอกจากนี้ทั้งสามคนก็ได้ตายไปแล้วดังนั้นคดีนี้จึงไม่ได้อยู่ในหัวของเขาอีกต่อไป สำหรับเขาแล้วมันยังคงเป็นสิ่งที่ดี
เมื่อนึกถึงตรงนี้อารมณ์ของถงเฉียนจุ้นก็ผ่อนคลายมากขึ้นและความกังวลก่อนหน้านี้ก็หายไ เมื่อนึกถึงตรงนี้อารมณ์ของถงเฉียนจุ้นก็ผ่อนคลายมากขึ้นและความกังวลก่อนหน้านี้ก็หายไ
อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงทำให้เขาหนักใจ อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงทำให้เขาหนักใจ
“ฉันสั่งให้แกติดต่อหมอที่เมืองหมี่เป็นยังไงบ้าง?” ถงเฉียนจุ้นถาม “ฉันสั่งให้แกติดต่อหมอที่เมืองหมี่เป็นยังไงบ้าง?” ถงเฉียนจุ้นถาม
โดยพื้นฐานแล้วในตอนนี้ถงเฉียนไม่มีอะไรจะต้องทำ โดยพื้นฐานแล้วในตอนนี้ถงเฉียนไม่มีอะไรจะต้องทำ
แน่นอนว่านอกจากขาของเขาแล้วเขาได้เปลี่ยนการรักษาไปสองสามโรงพยาบาลแล้ว และพวกเขาก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
เห็นได้ชัดว่าถงเฉียนจุ้นไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่าลูกชายของเขาเป็นคนพิการได้และแ เห็นได้ชัดว่าถงเฉียนจุ้นไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่าลูกชายของเขาเป็นคนพิการได้และแ
“ฉันมีความคิดบางอย่างแล้วฉันสามารถจัดให้นายน้อยไปได้ในอีกไม่กี่วันนี้” ชายคนนั้นตอบ
“ใช่ฉันต้องรีบแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ล่าช้าไปกว่านี้”ถงเฉียนจุ้นกล่าว “ใช่ฉันต้องรีบแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ล่าช้าไปกว่านี้”ถงเฉียนจุ้นกล่าว
เพราะว่ามันเป็นเรื่องขาของเขาเองอารมณ์ของถงเฉียนจึงรุนแรงมากขึ้น โดยมักจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไม่มีเหตุผลเลย สำหรับถงเฉียนจุ้น เขาเองก็ทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเอาใจลูกชาย
“ครับผมทราบแล้ว ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด” ชายคนนั้นตอบ “ครับผมทราบแล้ว ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด” ชายคนนั้นตอบ
ในเวลานี้ ในเวลานี้
ชิวหนิงช่วงอยู่ในห้องผู้ปśวยโดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดและกำลังปลอบโยนแม่ของเธอ ชิวหนิงช่วงอยู่ในห้องผู้ปśวยโดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดและกำลังปลอบโยนแม่ของเธอ