กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 276 เขารึเปล่า บทที่ 276 เขารึเปล่า
“ไม่น่าจะใช่ไม่น่าจะใช่เขานะ ลูกชายของเขาไม่ได้ตามจีบพี่หยูโม่อยู่อย่างนั้นเหรอ?” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว
จากนั้นก็กล่าวเสริมว่า”อย่างไรก็ตาม ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่ขี้ๆ เลยนะ ทำไมพี่หยูโม่ถึงไม่ตกหลุมรักเขาล่ะ?”
ซูหยูโม่เองก็กล่าวว่า”พวกเราไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์มากนักกับถงเฉียนจุ้น และทั้งสองฝśายก็ไม่ค่อยได้ร่วมมือกันมากนัก แล้วก็ไม่ได้เป็นคู่แข่งกันด้วย ดังนั้นเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะพุ่งเป้ามาที่พวกเรานะ จริงไหม?”
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกเธอจะพูดเช่นนั้น แต่ทั้งสองคนก็ยังคงไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร
เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของบริษัทของเขาในเวลานี้นั้นอยู่ในมณฑลชิงทั้งหมด เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของบริษัทของเขาในเวลานี้นั้นอยู่ในมณฑลชิงทั้งหมด
และมีไม่กี่คนในมณฑลชิงที่มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมากได้ในคราวเดีย และมีไม่กี่คนในมณฑลชิงที่มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมากได้ในคราวเดีย
ถงเฉียนจุนเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลชิง ถงเฉียนจุนเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลชิง
คอนเนกชั่นของเขาเทียบไม่ได้กับทั้งซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียว คอนเนกชั่นของเขาเทียบไม่ได้กับทั้งซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียว
เพราะคอนเนกชั่นส่วนใหญ่ของพวกเธออยู่ในเมืองหลวง เพราะคอนเนกชั่นส่วนใหญ่ของพวกเธออยู่ในเมืองหลวง
และถ้าหากคอนเนกชั่นระหว่างตระกูลไม่ได้หนุนหลังพวกเธอยู่พวกเธอก็จะไม่มีคอนเนกชั่น และถ้าหากคอนเนกชั่นระหว่างตระกูลไม่ได้หนุนหลังพวกเธอยู่พวกเธอก็จะไม่มีคอนเนกชั่น
ท้ายที่สุดก็คือทั้งสองคนยังคงเด็กเกินไปและไม่ได้อยู่ในสังคมมานานสักเท่าไร ท้ายที่สุดก็คือทั้งสองคนยังคงเด็กเกินไปและไม่ได้อยู่ในสังคมมานานสักเท่าไร
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเธอจะเทียบกับถงเฉียนจุ้นชายชราคนนี้ที่คร่ำหวอดมานานหลาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเธอจะเทียบกับถงเฉียนจุ้นชายชราคนนี้ที่คร่ำหวอดมานานหลาย
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ฉันแค่เดาสุ่ม เพราะคนที่มีอำนาจมากที่สุดในมณฑลชิงที่ฉันรู้จักก็คือถงเฉียนจุ้นคนนี้”
มันเป็นความจริงที่เขาเดาสุ่มแต่เขาก็ยังคงได้ยินชื่อของถงเฉียนจุ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มันเป็นความจริงที่เขาเดาสุ่มแต่เขาก็ยังคงได้ยินชื่อของถงเฉียนจุ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ดังนั้นเมื่อซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวพูดถึงเรื่องนี้พวกเธอจึงพูดถึงเรื่องนี้แค่เพียงผ่านๆ ดังนั้นเมื่อซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวพูดถึงเรื่องนี้พวกเธอจึงพูดถึงเรื่องนี้แค่เพียงผ่านๆ
ฮวงเฟิงกล่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบซึ่งทำให้ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวจมดิ่งอยู่ในความคิด ฮวงเฟิงกล่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบซึ่งทำให้ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวจมดิ่งอยู่ในความคิด
ทั้งสองคนคิดว่าสิ่งนี้ถงเฉียนจุ้นเป็นคนทำหรือไม่แล้วถ้าเป็นเขาจริงๆ ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น? เพราะว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ระหว่างทั้งสองฝśาย
“ผมอิ่มแล้วพวกคุณค่อยๆ กินกันต่อไปเถอะนะ” ฮวงเฟิงรีบทานอาหารให้เสร็จและยกจานออกไป
“ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะสบายดีเขาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเราแทบจะไม่ได้กินเลย แต่ในทางกลับกันเขากลับกินอาหารมื้อนี้อิ่มเร็วมาก” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบายใจ
“ถ้าเขาไม่พูดเธอก็ไม่อยากกินงั้นเหรอ? กินเร็วเข้าสิ หลังจากที่เรากินเสร็จแล้ว พวกเราจะไปสืบกัน ตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยแล้ว มันทำให้สืบง่ายขึ้นไปอีกนะ” ซูหยูโมกล่าว
“ใช่แล้วล่ะ”เซี่ยเมิ่งเจียวเพียงแค่เอ่ยออกมาเรียบๆ ในตอนนี้เธอต้องการที่จะสืบสาวเรื่องนี้จริงๆ และคอยดูว่าถงเฉียนจุ้นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่
ในตอนบ่ายขณะที่ฮวงเฟิงกำลังฝřกฝนกำลังภายในของเขาอยู่ในห้องทำงาน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากซูหยูโม่ เพื่อเรียกให้เขาไปพบ
“หรือว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่านะ?”ฮวงเฟิงพึมพำอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไปทางโทรศัพท์
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่เป็นเพราะคงจะไม่มีใครที่เกิดเบื่อแล้วมาหาเรื่องที่นี่หรอกนะ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่เป็นเพราะคงจะไม่มีใครที่เกิดเบื่อแล้วมาหาเรื่องที่นี่หรอกนะ
จริงไหม? เพราะว่าคนอย่างผู้จัดการหยวนนั้นเป็นคนไม่มีสมอง หรือมีแต่ก็มีน้อย จริงไหม? เพราะว่าคนอย่างผู้จัดการหยวนนั้นเป็นคนไม่มีสมอง หรือมีแต่ก็มีน้อย
“เรื่องที่คุณพูดเมื่อตอนบ่ายน่ะพวกเราลองไปสืบดูแล้ว และก็เจออะไรบางอย่าง” “เรื่องที่คุณพูดเมื่อตอนบ่ายน่ะพวกเราลองไปสืบดูแล้ว และก็เจออะไรบางอย่าง”
เมื่อฮวงเฟิงมาถึงที่ห้องทำงานของซูหยูโม่เขาก็พบว่าเซี่ยเมิ่งเจียวก็อยู่ที่นั่นด้วย สีหน้าของทั้งสองคนดูหนักใจพิกล
“เจออะไรบ้างล่ะ?”ฮวงเฟิงเองก็ตะลึงกับคำพูดของซูหยูโม่ “เจออะไรบ้างล่ะ?”ฮวงเฟิงเองก็ตะลึงกับคำพูดของซูหยูโม่
เขาลืมไปแล้วจริงๆว่า เขาเองได้กล่าวเมื่อตอนบ่ายว่าถงเฉียนจุ้นนั้นน่าสงสัย เขาลืมไปแล้วจริงๆว่า เขาเองได้กล่าวเมื่อตอนบ่ายว่าถงเฉียนจุ้นนั้นน่าสงสัย
“นี่เป็นเรื่องของบริษัทนะทำไมคุณความจำแย่ขนาดนี้!” เซึ่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยความไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจที่ฮวงเฟิงไม่ใส่ใจในเรื่องของบริษัทเลย เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจที่ฮวงเฟิงไม่ใส่ใจในเรื่องของบริษัทเลย
ฮวงเฟิงนั้นก็รู้สึกละอายอยู่เล็กน้อยถึงแม้ว่าเขาจะยังคงทำงานที่นี่ แต่เขาก็ไม่ได้ทุ่มเททั้งเวลาและความพยายามให้แก่บริษัทมากพอ
เพราะว่าเขาเชื่อเขานั้นเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดมากเ เพราะว่าเขาเชื่อเขานั้นเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดมากเ
ในตอนนี้เขากำลังคิดถึงเพียงโรงงานของเขาเองและกล่องจักรวาลและการฝřกฝนกำลังภายใ ในตอนนี้เขากำลังคิดถึงเพียงโรงงานของเขาเองและกล่องจักรวาลและการฝřกฝนกำลังภายใ
เพียงผิวเผินแล้วเขาก็ดูเหมือนเป็นผู้จัดการแผนกรักษาความปลอดภัยที่ดูดีแต่ในความเป็นจ เพียงผิวเผินแล้วเขาก็ดูเหมือนเป็นผู้จัดการแผนกรักษาความปลอดภัยที่ดูดีแต่ในความเป็นจ
“อ้องั้นพวกคุณก็เลยไปตามสืบถงเฉียนจุ้นงั้นเหรอ?” ฮวงเฟิงกล่าว “อ้องั้นพวกคุณก็เลยไปตามสืบถงเฉียนจุ้นงั้นเหรอ?” ฮวงเฟิงกล่าว
“ใช่แล้ว”ซูหยูโม่พยักหน้า “ใช่แล้ว”ซูหยูโม่พยักหน้า
เนื่องจากว่าเมื่อตอนบ่ายนี้พวกเธอได้โทรหาซัพพลายเออร์ เนื่องจากว่าเมื่อตอนบ่ายนี้พวกเธอได้โทรหาซัพพลายเออร์
พวกเขาบอกใบ้ว่าพวกเขารู้แล้วว่าถงเฉียนจุ้นนั้นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พวกเขาบอกใบ้ว่าพวกเขารู้แล้วว่าถงเฉียนจุ้นนั้นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าคนที่พูดแบบนั้นจะเชื่อพวกเขาจริงๆและคิดว่าซูหยูโม่รู้อยู่แล้ว แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าคนที่พูดแบบนั้นจะเชื่อพวกเขาจริงๆและคิดว่าซูหยูโม่รู้อยู่แล้ว
ดังนั้นอีกฝśายจึงไม่ได้ปิดบังซูหยูโม่ต่อไปและถึงกับบอกว่าพวกเขาถูกกดดันและไม่ต้องการส ดังนั้นอีกฝśายจึงไม่ได้ปิดบังซูหยูโม่ต่อไปและถึงกับบอกว่าพวกเขาถูกกดดันและไม่ต้องการส
เห็นได้ชัดว่าบุคคลนี้ต้องการหลีกเลี่ยงที่จะเป็นปรปักษ์กับทั้งสองฝśาย เห็นได้ชัดว่าบุคคลนี้ต้องการหลีกเลี่ยงที่จะเป็นปรปักษ์กับทั้งสองฝśาย
และถามซูหยูโม่ว่าพวกเขาจะผิดใจกับถงเฉียนจุนหรือไม่เผื่อว่าพวกเขาจะสามารถพูดคุยแล และถามซูหยูโม่ว่าพวกเขาจะผิดใจกับถงเฉียนจุนหรือไม่เผื่อว่าพวกเขาจะสามารถพูดคุยแล
ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวต่างก็พากันสงสัยหลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าถงเฉียนจุ้นเป็นผู้ที่อย ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวต่างก็พากันสงสัยหลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าถงเฉียนจุ้นเป็นผู้ที่อย
พวกเธอไม่เคยขัดแย้งอะไรกับถงเฉียนจุ้นเลยและบริษัทของพวกเขาก็ไม่เคยเกี่ยวข้องกันเลย พวกเธอไม่เคยขัดแย้งอะไรกับถงเฉียนจุ้นเลยและบริษัทของพวกเขาก็ไม่เคยเกี่ยวข้องกันเลย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกเธอจะสงสัยอยู่ในใจหลังจากที่ได้รู้ว่าเป็นถงเฉียนจุ้นจริงๆ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกเธอจะสงสัยอยู่ในใจหลังจากที่ได้รู้ว่าเป็นถงเฉียนจุ้นจริงๆ
ทั้งสองสาวต่างก็พากันรู้สึกกดดันเพราะว่าถงเฉียนจุ้นนั้นต่างจากผู้จัดการหยวน ทั้งสองสาวต่างก็พากันรู้สึกกดดันเพราะว่าถงเฉียนจุ้นนั้นต่างจากผู้จัดการหยวน
อย่างไรก็ตามถงเฉียนจุ้นนั้นแตกต่างออกไปเขาเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดของมณฑลชิง เป็นบอสตัวจริงของจังหวัดชิง และเขาก็แข็งแกร่งกว่าพวกเธอเป็นอย่างมาก
ดังนั้นผู้จัดการหยวนและถงเฉียนจุ้นนั้นจึงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอย่างแน่นอนแต่ซูหยูโม่ ดังนั้นผู้จัดการหยวนและถงเฉียนจุ้นนั้นจึงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอย่างแน่นอนแต่ซูหยูโม่
“งั้นคุณกำลังจะบอกว่าคุณไปสืบอีกฝśายมาเรียบร้อยแล้วและปรากฎว่าเป็นถงเฉียนจุ้นงั้นเห ฮวงเฟิงถาม
แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกขบขันตัวเองอยู่ในใจ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกขบขันตัวเองอยู่ในใจ
เขาเพิ่งจะบอกว่าถงเฉียนจุ้นน่าสงสัยไปเมื่อไม่นานมานี้แล้วเขาจะไม่รู้จักชื่อนี้ได้อย่างไรกันเ เขาเพิ่งจะบอกว่าถงเฉียนจุ้นน่าสงสัยไปเมื่อไม่นานมานี้แล้วเขาจะไม่รู้จักชื่อนี้ได้อย่างไรกันเ
“ใช่ได้รับการยืนยันแล้ว” ซูหยูโม่กล่าว “แต่ก็นั่นแหละ ฉันสงสัยว่าเขาทำแบบนี้ทำไมกัน?”
นี่เป็นข้อสงสัยที่ยิ่งใหญ่ที่ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวมีดังนั้นพวกเธอจึงถึงกับคิดไม่ตก นี่เป็นข้อสงสัยที่ยิ่งใหญ่ที่ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวมีดังนั้นพวกเธอจึงถึงกับคิดไม่ตก
“หรือว่าจะเป็นเพราะเขาต้องการงานของพวกคุณด้วยงั้นเหรอขายเครื่องสำอางน่ะ?” ฮวงเฟิงเดา
“ฉันว่าไม่ใช่”เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว “ถ้าเขาอยากจะทำ เขาก็คงทำไปตั้งนานแล้ว และไม่ต้องรอมาจนปśานนี้หรอก และยิ่งไปกว่านั้นมณฑลชิงของเขาก็เกือบจะอิ่มตัวในตลาดแล้วตอนนี้”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นเป็นไปได้ไหมว่าทั้งสองคนนี้ก็ได้กลิ่นคล้ายๆกันและผู้จัดการหยวนเห็นว่าเป็น ฮวงเฟิงกล่าวต่อ
“เอ๊ะนั่นก็เป็นไปได้!” ดวงตาของซูหยูโม่สว่างวาบขึ้นขณะที่เธอกล่าวว่า “เอ๊ะนั่นก็เป็นไปได้!” ดวงตาของซูหยูโม่สว่างวาบขึ้นขณะที่เธอกล่าวว่า
“เพียงแต่ถ้าเราทำเช่นนี้ จะนำประโยชน์อะไรมาให้แก่ถงเฉียนจุ้นได้บ้าง ถ้าไม่มีอะไรดีเขาคงจะไม่ทำอย่างนี้แน่นอน”