กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 278 อยู่ต่อได้ไหม บทที่ 278 อยู่ต่อได้ไหม
“งั้นผมก็คิดว่าผมควรจะตกลงเพราะถ้าผมทำให้ผู้กำกับชิวไม่สบายใจ ไม่อย่างนั้นมณฑลชิงของเราก็คงจะไปต่อไม่ได้” ฮวงเฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“คุณไม่ได้โทษที่ฉันปิดบังคุณใช่ไหม่?”ชิวหนิงช่วงถามอย่างระมัดระวัง “คุณไม่ได้โทษที่ฉันปิดบังคุณใช่ไหม่?”ชิวหนิงช่วงถามอย่างระมัดระวัง
ในตอนนี้เธอนั้นรู้สึกแคร์มากว่าฮวงเฟิงจะคิดกับเธออย่างไร ในตอนนี้เธอนั้นรู้สึกแคร์มากว่าฮวงเฟิงจะคิดกับเธออย่างไร
“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกันล่ะ? ผมก็แค่ไม่คิดว่าคุณจะเป็นลูกสาวของผู้กำกับชิวแค่นั้นเอง” ฮวงเฟิงส่ายหัว
“งั้นก็ดีแล้ว”ชิวหนิงช่วงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก และกล่าวว่า “อ้อ ใช่ พ่อถามฉันว่าคุณช่วยฉันไว้ได้อย่างไร แต่ฉันไม่ได้บอกอะไรท่าน แต่ท่านต้องถามคุณทีหลังแน่ๆ”
นี่คือสิ่งที่ชิวหนิงช่วงกังวลถึงแม้ว่าเธอเองก็อยากรู้เกี่ยวเรื่องที่ฮวงเฟิงได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อคืน แต่เธอก็รู้ว่าเธอต้องเก็บไว้เป็นความลับ
ดังนั้นไม่เพียงแต่เธอไม่ถามต่อแต่เธอก็ยังไม่บอกพ่อของเธออีกด้วย ดังนั้นไม่เพียงแต่เธอไม่ถามต่อแต่เธอก็ยังไม่บอกพ่อของเธออีกด้วย
ฮวงเฟิงเองก็ปวดหัวกับคำถามนี้ในความเป็นจริงแล้วหลังจากที่เขาหยิบผลไม้สีแดงสดออกม ฮวงเฟิงเองก็ปวดหัวกับคำถามนี้ในความเป็นจริงแล้วหลังจากที่เขาหยิบผลไม้สีแดงสดออกม
ฮวงเฟิงก็ได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้แล้วท้ายที่สุดแล้วอาการบาดเจ็บของชิวหนิงช่วงที่ได้รับค ฮวงเฟิงก็ได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้แล้วท้ายที่สุดแล้วอาการบาดเจ็บของชิวหนิงช่วงที่ได้รับค
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกเมื่อถึงเวลาตราบใดที่คุณไม่พูดอะไร ฉันเชื่อว่าพ่อก็จะไม่กดดันคุณ” ในเวลาเดียวกันเขาก็ตัดสินใจว่าเธอต้องรีบสกัดพ่อของเธอเสียก่อนที่จะสร้างปัญหาให้กับเขาในภาย
“งั้นก็ขอบคุณนะบอกตามตรงมีบางอย่างที่ผมไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้” “งั้นก็ขอบคุณนะบอกตามตรงมีบางอย่างที่ผมไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้”
ฮวงเฟิงกล่าวอย่างซาบซึ้ง ฮวงเฟิงกล่าวอย่างซาบซึ้ง
“ค่ะฉันเข้าใจแล้ว” ชิวหนิงช่วงกล่าวด้วยความเข้าใจ ใครจะไม่มี่ความลับบ้างล่ะ? “ค่ะฉันเข้าใจแล้ว” ชิวหนิงช่วงกล่าวด้วยความเข้าใจ ใครจะไม่มี่ความลับบ้างล่ะ?
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ฮวงเฟิงให้เขากินเป็นความลับของเขาและมีสถานที่ไม่กี่แห่งที่ฮวงเฟิงเปิดเผ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ฮวงเฟิงให้เขากินเป็นความลับของเขาและมีสถานที่ไม่กี่แห่งที่ฮวงเฟิงเปิดเผ
ชิวหนิงช่วงเองก็มีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าคนอื่นแต่เธอก็บังคับตัวเองไม่ให้ถามออกม ชิวหนิงช่วงเองก็มีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าคนอื่นแต่เธอก็บังคับตัวเองไม่ให้ถามออกม
ดังนั้นเมื่อมีโอกาสในอนาคตบางทีฮวงเฟิงก็คงจะบอกเธอเอง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสในอนาคตบางทีฮวงเฟิงก็คงจะบอกเธอเอง
“เอาล่ะนี่ก็ดึกแล้ว คุณควรพักผ่อนเสียก่อน ผมขอตัวก่อน” ฮวงเฟิงมองดูเวลาและมันก็ดึกมากแล้ว
แม้ว่าชิวหนิงช่วงจะปลอดภัยดีแล้วแต่เธอก็ยังต้องพักผ่อน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจกลับเสียที
“อ้าวไปเร็วจัง” ชิวหนิงช่วงอดไม่ได้ที่จะพูดแบบนี้ แม้ว่าฮวงเฟิงจะมาเยี่ยมเธอได้สักพักแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านไปไม่นานนัก เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นฮวงเฟิงกลับไปเร็วแบบนี้
เมื่อเธอเห็นว่าฮวงเฟิงทำหน้าตาที่ยากจะอธิบายใบหน้าของชิวหนิงช่วงก็แดงระเรื่อขึ้นมาขณ “ที่ฉันจะพูดก็คือ คุณอยากจะอยู่ต่ออีกสักพักไหม?”
“ไม่จำเป็น”ฮวงเฟิงส่ายหน้า “ผมจะมาเยี่ยมคุณตอนที่ผมมีเวลาก็แล้วกัน” “ไม่จำเป็น”ฮวงเฟิงส่ายหน้า “ผมจะมาเยี่ยมคุณตอนที่ผมมีเวลาก็แล้วกัน”
“ก็ได้ตกลงตามนั้น ถ้าคุณไม่มา ฉันก็จะโทรไปกวนใจคุณเรื่อยๆ เลยนะ!” ชิวหนิงช่วงกล่าวขึ้นในทันที
ฮวงเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ฮวงเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เขาเพียงแค่พูดไปตามมารยาทแต่เขาไม่คิดว่าชิวหนิงช่วงจะถือเป็นเรื่องจริงจัง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่พูดว่า “ตกลง แล้วผมจะมาอย่างแน่นอน”
นั่นเป็นการพูดแค่เพียงเพื่อให้ชิวหนิงช่วงสบายใจ นั่นเป็นการพูดแค่เพียงเพื่อให้ชิวหนิงช่วงสบายใจ
“เอาล่ะงั้นคุณก็กลับไปก่อนเถอะนะ” “เอาล่ะงั้นคุณก็กลับไปก่อนเถอะนะ”
เมื่อฮวงเฟิงออกมาจากหอผู้ปśวยเขาก็บังเอิญพบเข้ากับแม่ของชิวหนิงช่วงอีกครั้ง เมื่อฮวงเฟิงออกมาจากหอผู้ปśวยเขาก็บังเอิญพบเข้ากับแม่ของชิวหนิงช่วงอีกครั้ง
อาจจะกล่าวได้ว่าเขาไม่ได้พบกับเธอเพราะตอนที่ฮวงเฟิงออกมานั้นแม่ของชิวหนิงช่วงนั่งอย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้ว
“เฟิงจะกลับแล้วเหรอ?” เมื่อเห็นว่าฮวงเฟิงกำลังเดินออกมา แม่ของชิวหนิงช่วงก็เริ่มชวนคุย “อยากจะอยู่ต่ออีกสักพักไหมล่ะ?
“ไม่ครับคุณป้า ผมขอตัวกลับก่อนครับ” ฮวงเฟิงกล่าว “ไม่ครับคุณป้า ผมขอตัวกลับก่อนครับ” ฮวงเฟิงกล่าว
“อ้อใช่ เฟิง เธอเป็นคนที่ไหน?” แม่ของชิวหนิงช่วงดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้ฮวงเฟิงกลับไปง่ายๆ และเริ่มชวนเขาคุณเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเขา
“ผมมาจากเมืองเหวยโจวครับ”ฮวงเฟิงกล่าว “ผมมาจากเมืองเหวยโจวครับ”ฮวงเฟิงกล่าว
“ที่บ้านเธอมีใครบ้างล่ะ?”แม่ของชิวหนิงช่วงยังคงถามต่อ “ที่บ้านเธอมีใครบ้างล่ะ?”แม่ของชิวหนิงช่วงยังคงถามต่อ
ถึงแม้ว่าฮวงเฟิงจะรู้สึกแปลกๆที่เขาถูกถาม แต่เขาก็ยังคงตอบเธอว่า “พ่อกับแม่ของผมยังอยู่ครับ และผมก็มีน้องสาวอีกหนึ่งคน”
พ่อแม่ของเขาเป็นคนงานธรรมดาถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่ได้ทำงานในไร่ในสวนทุกวัน พ่อแม่ของเขาเป็นคนงานธรรมดาถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่ได้ทำงานในไร่ในสวนทุกวัน
แต่งานของพวกท่านก็ค่อนข้างลำบากและเงินเดือนของเขาเองก็ไม่ได้สูงอะไรนัก แต่งานของพวกท่านก็ค่อนข้างลำบากและเงินเดือนของเขาเองก็ไม่ได้สูงอะไรนัก
ตอนที่ฮวงเฟิงเข้าเรียนในวิทยาลัยครอบครัวของเขาต้องไปขอหยิบยืมเงินมา ตอนที่ฮวงเฟิงเข้าเรียนในวิทยาลัยครอบครัวของเขาต้องไปขอหยิบยืมเงินมา
และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามทำงานหาเงินอย่างหนักมาตลอดเวลาสองสามป่ีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามทำงานหาเงินอย่างหนักมาตลอดเวลาสองสามป่ีที่ผ่านมา
แต่สถานการณ์ของครอบครัวของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก แต่สถานการณ์ของครอบครัวของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก
และเป็นเพราะว่าน้องสาวของเขาฮวงถิงถิง ตอนนี้เธอกำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมปลายป่ีที่สาม และกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในป่ีหน้า
ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงก็ทำงานอย่างหนักส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะพัฒนาตนเอง และส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเขาอยากจะมีส่วนช่วยน้องสาวของเขาได้บ้างตอนที่เธอเข้าเรียนมหาวิทยาล
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าฮวงเฟิงจะทำงานหนักมาก่อน แต่เขาก็มีรายได้ไม่มากนัก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าฮวงเฟิงจะทำงานหนักมาก่อน แต่เขาก็มีรายได้ไม่มากนัก
แต่ก็เพียงพอที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลเจียงนี้ได้ถึงแม้ว่ามันจะลำบากสำหรับที่จะจุนเจือค แต่ก็เพียงพอที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลเจียงนี้ได้ถึงแม้ว่ามันจะลำบากสำหรับที่จะจุนเจือค
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเขาได้รับเงินจำนวนมากจากกล่องจักรวาล ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเขาได้รับเงินจำนวนมากจากกล่องจักรวาล
ถึงแม้ว่าเงินเดือนที่เขาได้รับจากงานเดิมจะไม่สามารถเทียบได้กับที่ได้รับจากเฮฟเว่นส์ไพรด ถึงแม้ว่าเงินเดือนที่เขาได้รับจากงานเดิมจะไม่สามารถเทียบได้กับที่ได้รับจากเฮฟเว่นส์ไพรด
ตอนที่เขาเข้าทำงานกับเฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปเป็นครั้งแรกเขาไม่รู้เกี่ยวกับความสามารถอันลึก ตอนที่เขาเข้าทำงานกับเฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปเป็นครั้งแรกเขาไม่รู้เกี่ยวกับความสามารถอันลึก
ดังนั้นเขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ป ดังนั้นเขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ป
นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขามีความรู้สึกพิเศษต่อเฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปและนี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขามีความรู้สึกพิเศษต่อเฮฟเว่นส์ไพรด์กรุ๊ปและนี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง
หลังจากที่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทและได้รับเงินจากกล่องจักรวาลแล้ว หลังจากที่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทและได้รับเงินจากกล่องจักรวาลแล้ว
ฮวงเฟิงก็ส่งเงินจำนวนสองหมื่นหยวนให้แก่ครอบครัวของเขาทันที ฮวงเฟิงก็ส่งเงินจำนวนสองหมื่นหยวนให้แก่ครอบครัวของเขาทันที
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการที่จะส่งไปให้มากกว่านี้เพียงแต่เขากลัวว่าพ่อแม่จะคิดมาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการที่จะส่งไปให้มากกว่านี้เพียงแต่เขากลัวว่าพ่อแม่จะคิดมาก
เพราะฮวงเฟิงคิดว่าเขาจะต้องกลับบ้านเสียก่อนเมื่อถึงเวลาเหมาะสมเขาก็จะเล่าเรื่องกล่อง เพราะฮวงเฟิงคิดว่าเขาจะต้องกลับบ้านเสียก่อนเมื่อถึงเวลาเหมาะสมเขาก็จะเล่าเรื่องกล่อง
แม่ของชิวหนิงช่วงดูเหมือนจะสนใจในตัวของฮวงเฟิงมากและยังคงถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับ แม่ของชิวหนิงช่วงดูเหมือนจะสนใจในตัวของฮวงเฟิงมากและยังคงถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับ
อย่างไรก็ตามท่าทีและน้ำเสียงของเธอดูดีมากฮวงเฟิงจึงไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย
ชิวหนิงช่วงที่อยู่ในหอผู้ปśวยดูเหมือนจะตระหนักว่าแม่ของเธอกำลังถามคำถามฮวงเฟิงอยู่ และเมื่อเธอเรียกให้แม่กลับมา เธอก็ไม่ค่อยเต็มใจที่จะปล่อยให้ฮวงเฟิงกลับไป
อย่างไรก็ตามเธอสั่งให้ฮวงเฟิงมาที่นี่และมาเยี่ยมชิวหนิงช่วงให้มากขึ้นเมื่อเขามีเวลา อย่างไรก็ตามเธอสั่งให้ฮวงเฟิงมาที่นี่และมาเยี่ยมชิวหนิงช่วงให้มากขึ้นเมื่อเขามีเวลา
หลังจากนั้นเขาก็จากไปโดยไม่หันกลับมามองคำถามของแม่ของชิวหนิงช่วงทำให้เขารู้สึกอึด ยกตัวอย่างเช่น คุณมีแฟนไหม? ในอนาคตอยากทำอะไร?
ดังนั้นตอนนี้ฮวงเฟิงมีโอกาสแล้วเขาจึงต้องรีบออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ถูกถามคำถาม ดังนั้นตอนนี้ฮวงเฟิงมีโอกาสแล้วเขาจึงต้องรีบออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ถูกถามคำถาม
“แม่ทำอะไรอยู่ข้างนอกคะ?”ชิวหนิงช่วงถาม เห็นได้ชัดว่าเธอได้ยินบางสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก อย่างไรก็ตามเธอก็ได้ยินไม่ค่อยถนัด