กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 283 ร่วมประชุม บทที่ 283 ร่วมประชุม
สองวันต่อมาฮวงเฟิงก็ไปทำงานตามปกติ ในขณะที่ฝřกวิชาอยู่นั้น เขาโทรหาคนที่โรงงานเพื่อถามไถ่เรื่องต่างๆ
ความคืบหน้าในโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่นหลังจากนั้นฮวงเฟิงก็เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ที่โรง ความคืบหน้าในโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่นหลังจากนั้นฮวงเฟิงก็เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ที่โรง
หลังจากซื้อมันแล้วเขาก็จะทุ่มเงินเพื่อพัฒนามัน หลังจากซื้อมันแล้วเขาก็จะทุ่มเงินเพื่อพัฒนามัน
การที่มีกัวเหลียงและคนอื่นๆที่พยายามทำงานอย่างเต็มที่ภายในเวลาสั้นๆ อีกไม่กี่วัน โรงงานของเขาก็พร้อมเปิดตัว
“พรุ่งนี้โรงงานก็จะเริ่มผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว ในฐานะบอส ฉันขอถามนายว่าไม่คิดจะโผล่หน้ามาที่นี่เลยรึไง?” กัวเหลียงพูดแกล้งฮวงเฟิงผ่านทางโทรศัพท์
โชคดีที่ความสามารถของเขานับว่าไม่เลวนะในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วันเขาก็สามารถทำตามขั้นตอนต่างๆได้ แน่นอนว่าเขาต้องเสียเงินไปมากเช่นกัน
แต่เพื่อให้ขั้นตอนทั้งหมดสำเร็จได้เร็วขึ้นไม่ว่าจะเป็นฮวงเฟิงหรือกัวเหลียง ทั้งคู่ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าสิ่งที่เขาต้องแลกจะเป็นเงินก็ตาม
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เขายังออกไปสังสรรค์และยิ้มได้ กัวเหลียงมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำมาก
เพราะถึงยังไงมันเป็นธุรกิจของเขาและแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสุดยอดอุปกรณ์ที่ฮวงเฟิงพูดถึงก่อ หรือจะเป็นสินค้าที่ตีตลาดได้หรือไม่ แต่เขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
“รู้แล้วน่าพรุ่งนี้ฉันไปอยู่แล้ว!” ฮวงเฟิงตอบกลับด้วยความเคอะเขิน “รู้แล้วน่าพรุ่งนี้ฉันไปอยู่แล้ว!” ฮวงเฟิงตอบกลับด้วยความเคอะเขิน
ในเวลานี้เขากำลังทำงานอย่างหนัก ในฐานะเจ้าของบริษัททำให้กัวเหลียงและคนอื่นๆยุ่งมาก ดังนั้นเขาเลยรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
เนื่องจากว่าพรุ่งนี้เป็นวันเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการของโรงงานแน่นอนว่าฮวงเฟิงจะต้อง ถ้าหากพรุ่งนี้ เขาไม่ไปที่นั่นมันคงจะดูเห็นแก่ตัวเกินไป
หลังจากวางสายจากกัวเหลียงฮวงเฟิงก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่เฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป ตั้งแต่วันที่พวกเขาได้พบกันในศูนย์อาหาร หลายครั้งที่ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวได้เข้ามาทักทายและพูดคุยกับฮวงเฟิงราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ผ แต่กลับเป็นผู้บริหารในบริษัทคนหนึ่ง
เรื่องนี้ทำให้ฮวงเฟิงไม่เข้าใจพวกเธอเลยแม้แต่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามกลับเพราะเ การได้มีส่วนร่วมกับเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปเช่นนี้ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และมีประโยชน์ต่อตัวเขาที่เป็นเจ้าของธุรกิจในภายภาคหน้า
หลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าถงเฉียนจุนคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดเซี่ยเมิ่งเจียวก็รีบต่ หลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าถงเฉียนจุนคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดเซี่ยเมิ่งเจียวก็รีบต่
แต่แน่นอนว่าอีกฝśายไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้นแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับแล้ว แต่ถงเฉียนจุนก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ความ
ถ้าหากอีกฝśายแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เซี่ยเมิ่งเจียวก็ไม่มีทางได้รับคำตอบจากอีกฝśายแน่ เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองเท่านั้น
เท่านี้ก็รู้แล้วว่าถงเฉียนจุนกำลังคิดอะไรอยู่อีกฝśายไม่ต้องการเจรจากับเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปอย่าง อีกฝśายต้องการเล่นงานเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ป
แม้ว่าเธอจะไม่รู้เหตุผลที่อีกฝśายทำแบบนั้นในเมื่ออีกฝśายเริ่มเคลื่อนไหว เธอก็ต้องหาวิธีรับมือ
“ผมว่าเราควรเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองนะครับ”ภายในห้องทำงานของซูหยูโม่ ฮวงเฟิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
ภายในห้องทำงานของซูหยูโม่ตอนนี้เซี่ยเมิ่งเจียวและผู้บริหารคนอื่น ๆ ภายในห้องทำงานของซูหยูโม่ตอนนี้เซี่ยเมิ่งเจียวและผู้บริหารคนอื่น ๆ
กำลังตกลงกันว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร กำลังตกลงกันว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
“ความคิดเข้าท่านอกจากนี้ เราเพิ่งลงทุนไปไม่น้อย ถ้าเราทำได้ดี เราอาจเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เช่นกัน” ซูหยูโม่เป็นคนแรกที่เห็นด้วยกับแนวคิดของฮวงเฟิง
สินค้าก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ถูกวางขายภายในห้างสรรพสินค้าแทนที่จะนำมาขายเองนอกจาก ๆ อาจกล่าวได้ว่าพวกเขายังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเองเลย
แน่นอนว่าการเปิดร้านนั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ อย่างแรก พวกเขาต้องลงทุนมากขึ้น เพราะถ้าพวกเขามีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างที่สองคือพวกเขายังไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้และอย่างสุดท้ายคือพวกเขาเพิ่งเริ่มทำธ หากแบรนด์ของพวกเขายังไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากสังคม พวกเขาก็จะขาดทุน
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนกังวลหากพวกเขาล้มเหลวในการเปิดหน้าร้าน ธุรกิจของเขาก็อาจจะขาดทุนมากขึ้น แต่ถ้าหากประสบความสำเร็จ มันก็จะกลายเป็นโอกาสในการพัฒนาบริษัทของพวกเขา
“มาทำกันเถอะ!”เซี่ยเมิ่งเจียวว่า “มาทำกันเถอะ!”เซี่ยเมิ่งเจียวว่า
ในแง่ของการพัฒนาในเชิงบวกทั้งเธอและซูยูโม่ไม่เคยขาดความมั่นใจเลยสักนิด ทั้งสองไม่ใช่คนประเภทที่รู้แค่ว่าจะลอยกลางน้ำได้อย่างไรเท่านั้น
ในเมื่อตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมันจะต้องช่วยให้พวกเขาเปิดร้านเองได้อย ในเมื่อตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมันจะต้องช่วยให้พวกเขาเปิดร้านเองได้อย
เมื่อเห็นว่าประธานทั้งสองคนเห็นด้วยกับคำแนะนำของฮวงเฟิงคนที่เหลืออยู่จึงไม่คัดค้านห เมื่อเห็นว่าประธานทั้งสองคนเห็นด้วยกับคำแนะนำของฮวงเฟิงคนที่เหลืออยู่จึงไม่คัดค้านห
สำหรับฮวงเฟิงแล้วพวกเธอได้ให้ความสนใจกับเขามากขึ้น เพราะเขาสามารถเข้าร่วมการประชุมในหัวข้อการพัฒนาของบริษัท
นอกจากนี้เจ้านายยังรับฟังความคิดเห็นของเขาเห็นได้ชัดว่าอีกฝśายมีความสำคัญมากต่อท่า นอกจากนี้เจ้านายยังรับฟังความคิดเห็นของเขาเห็นได้ชัดว่าอีกฝśายมีความสำคัญมากต่อท่า
สำหรับการซื้อวัตถุดิบคนที่อาศัยอยู่ในเมืองชิงมีวัตถุดิบที่ไม่ตรงตามความต้องการของพวกเ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจซื้อจากต่างเมืองก่อน
แม้ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นแต่เซี่ยและซูหยูโม่ก็ยังยืนยันที่จะทำมัน ตราบเท่าที่พวกเธอสามารถเอาชนะความยากลำบากนี้และผ่านมันไปได้ ผู้ขายจะต้องรีบวิ่งมาขอร่วมมือกับเธอถึงหน้าบริษัทแน่นอน
ส่วนฮวงเฟิงที่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นกับเฮฟเว่นไพร์กรุ๊ปโดยเฉพาะกับซูหยูโม่ เขาเองก็มีความประทับใจที่ดีต่อบริษัทไม่น้อย เขาจึงหวังว่าเธอจะก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้
“อ้อใช่แล้ว ผู้จัดการฮวงเฟิง เราจะเชิญหลี่ปิงอวิ๋นมาเป็นนางแบบให้บริษัท เธอจะมาถ่ายโฆษณาให้เราภายในอีกไม่กี่วันนี้” ก่อนที่การประชุมจะสิ้นสุด ซูหยูโม่ก็หันไปพูดกับฮวงเฟิง
“หลี่ปิงอวิ๋น?”ฮวงเฟิงตกใจ จากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่าครั้งนี้บริษัทจะต้องขาดทุนแน่! “หลี่ปิงอวิ๋น?”ฮวงเฟิงตกใจ จากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่าครั้งนี้บริษัทจะต้องขาดทุนแน่!
แน่นอนว่าฮวงเฟิงเคยได้ยินชื่อของหลี่ปิงอวิ๋นเธออายุไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายนี้มา แต่ชื่อเสียงของเธอก็ได้เป็นที่รู้จักไปทั่วแม่น้ำทางตอนเหนือและตอนใต้
นอกจากเธอจะมีหน้าตาที่ไร้ที่ติแล้วเธอยังมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงและการแสดงอีกด้ว แม้ว่าละครและภาพยนตร์ที่เธอแสดงในโทรทัศน์จะมีไม่มาก แต่ทุกเรื่องก็นับว่าเป็นอันดับต้น ๆ ที่ได้รับการการันตียอดขายและความโด่งดังของเธอ
เรียกได้ว่าหลี่ปิงอวิ๋นเป็นหนึ่งในดาราหญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมากที่สุดในแวดวงบันเทิงเธอเป็นท เรียกได้ว่าหลี่ปิงอวิ๋นเป็นหนึ่งในดาราหญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมากที่สุดในแวดวงบันเทิงเธอเป็นท
บอกเลยว่าค่าตัวที่ต้องจ่ายเพื่อเชิญเธอคนนี้มาเป็นนางแบบให้บริษัทนั้นไม่ใช่เงินจำนวนน้อ บอกเลยว่าค่าตัวที่ต้องจ่ายเพื่อเชิญเธอคนนี้มาเป็นนางแบบให้บริษัทนั้นไม่ใช่เงินจำนวนน้อ