กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 303 กระแสพลัง บทที่ 303 กระแสพลัง
ในช่วงบ่ายฮวงเฟิงและกัวเมิ่งหานได้คัดเลือกผู้สมัครเพิ่มอีกสองสามคนซึ่งโดยส่วนใหญ่จะถ ๆ จะถูกจัดให้รับช่วงทำงานต่อในโรงงาน ในส่วนการรับสมัครงานอื่น ๆ นั้นจะง่ายกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ว่าจะมีผู้สมัครเข้ามาที่โรงงานเป็นจำนวนมากเท่าไหร่ แต่สำหรับฮวงเฟิงและกัวเมิ่งหานนั้นคิดว่าไม่ได้จำเป็นที่จะต้องรับมามากตามจำนวนที่สมัครเข้ามา
ในช่วงบ่ายฮวงเฟิงเห็นหวังทงทงเดินผ่านไปมาสองสามรอบไม่ใช้เพราะว่าเขาอยากจะเจอเธ ๆ บูธทุกครั้งที่ฮวงเฟิงกำลังทำธุระเธอก็จะเข้ามาสอนฮวงเฟิงว่าควรทำอะไรอย่างไรและในขณะเดียวก
ส่วนของฮวงเฟิงก็ทำได้เพียงยิ้มตอบเธอเท่านั้นแต่ในทางกลับกันกัวเมิ่งหานเธอไม่สามารถอ สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร
“เป็นยังไงบ้าง?มันไปได้สวยใช่ไหม?” ในช่วงบ่ายของวันนั้นฮวงเฟิงและกัวเมิงหานกลับมาที่โรงงานอีกครั้ง
“ก็ไม่แย่นะฉันจัดการหาคนมาได้แล้ว ตอนนี้คนก็ดูน่าจะเพียงพอแล้ว แต่อย่างไงโรงงานของเราคงขยับขยายได้อีกแน่นอนในอนาคต ดังนั้นพวกเราจึงยังหยุดรับสมัครคนไม่ได้
ไม่เลวนะฉันจัดการจัดหาคนมาได้แล้วตอนนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วอย่างไรก็ตามโรงงานของเร ไม่เลวนะฉันจัดการจัดหาคนมาได้แล้วตอนนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วอย่างไรก็ตามโรงงานของเร
“แน่นอน!”หลังจากที่ได้เห็นอุปกรณ์ที่ฮวงเฟิงจะขาย กัวเหลียงกดูจะมีสปิริตเพิ่มขั้นและไม่ค่อยมองอนาคตของโรงงานในแง่ร้ายเท่าไหร่แล้วแม้ว่าฮวงเฟิง แต่กัวเหลียงก็ยังเสนอแนะเขาไป
เมื่อฮวงเฟิงเดินไปดูรอบๆ เวิร์กช็อป กัวเมิงหานได้พูดถึงเรื่องผู้หญิงคนที่ไปเดินในงานจัดหางานของวันนี้ สุดท้ายยังไงฮวงเฟิงและกัวเหลียงก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยและผู้หญิงในวันนี้ที่เจอก
“เธอบอกว่าวันนี้ไปเจอหวังทงทงมายังงั้นหรือ?”กัวเหลียงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “เธอบอกว่าวันนี้ไปเจอหวังทงทงมายังงั้นหรือ?”กัวเหลียงกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ค่ะฉันได้ยินพี่เฟิงเรียกเธออย่างนั้น” กัวเมิ่งหานกล่าว “ใช่ค่ะฉันได้ยินพี่เฟิงเรียกเธออย่างนั้น” กัวเมิ่งหานกล่าว
“เธอเคยเป็นแฟนกับฮวงเฟิงสมัยมหาลัยน่ะ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันมานานแล้วน่ะหลังจากที่เลิกกัน” กัวเหลียงกล่าว
“หา แฟน?!” กัวเมิ่งหานร้องลั่น เพราะเธอไม่คิดว่าหญิงสาวที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดในตอนนั้นจะเคยเป็นแฟนของฮวงเฟิงสมัยมหาวิท
“ใช่แต่สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็ดันไปเลือกพวกคนรวยจนคิดจะเลิกกับฮวงเฟิงที่กำลังหลงเธอ” กัวเหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม ในฐานะเพื่อนสนิทและเพื่อนของฮวงเฟิง เขาจึงรู้เรื่องดีระหว่างหวังทงทงกับฮวงเฟิง ดังนั้น เขาจึงรู้ว่าหวังทงทงเป็นคนเช่นไร
“ก็เป็นอย่างนั้นแหละเป็นเรื่องที่ไม่แปลกอยู่แล้วที่ผู้หญิงคนนั้นจะทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัดได้” เนื่องจากเขามีความคิดที่อคติเป็นทุนเดิม ยามเมื่อกัวเหลียงรู้ได้ถึงความคิดของหวังทงทง เขาจึงรู้สึกไม่ดีกับเธอ อีกทั้งเมื่อเขารู้เรื่องที่เธอแสดงกิริยาท่าทางไปในวันนี้มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบเธอมากยิ่งขึ้น
“นี่นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?”ในเวลานี้ฮวงเฟิงได้เดินกลับมาแล้วและเมื่อเห็นทั้งคู่คุยกัน เขาจึงถาม
“วันนี้นายเจอหวังทงทงมาใช่ไหม?” กัวเหลียงถาม “วันนี้นายเจอหวังทงทงมาใช่ไหม?” กัวเหลียงถาม
กัวเมิงหานรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยเพราะกลัวว่าฮวงเฟิงจะคิดว่าเธอพูดมากเกินไปแต่ท่าทาง : “ใช่ ดูเหมือนว่าจะทำได้ดีทีเดียว”
“นายจะไม่กลับไปใช่ไหม”กัวเหลียงถามเขาด้วยความเป็นห่วงเรื่องก่อนหน้านี้ “นายจะไม่กลับไปใช่ไหม”กัวเหลียงถามเขาด้วยความเป็นห่วงเรื่องก่อนหน้านี้
แม้ว่ากัวเมิงหานจะก้มหัวลงแต่เธอก็ยังคงเงี่ยหูฟังจนเห็นได้ชัดว่าเขาทั้งสงสัยและกังวลเป็น แม้ว่ากัวเมิงหานจะก้มหัวลงแต่เธอก็ยังคงเงี่ยหูฟังจนเห็นได้ชัดว่าเขาทั้งสงสัยและกังวลเป็น
“จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเราสองคนเลิกกันแล้ว แล้วฉันก็มูฟออนได้แล้วด้วย” ฮวงเฟิงกล่าวต่ออีกว่า:
“การได้พบเธอตอนนี้ก็เหมือนกับการเจอเพื่อนร่วมชั้นธรรมดาคนหนึ่ง” “การได้พบเธอตอนนี้ก็เหมือนกับการเจอเพื่อนร่วมชั้นธรรมดาคนหนึ่ง”
“ไม่แค้นเลยเหรอ” กัวเหลียงกล่าว เพราะสุดท้ายแล้วหลังจากเลิกกันฮวงเหิงก็ยังคงชอบหวังทงทงมาก ส่วนหวังทงทงที่เพิ่งเลิกกับเขาได้ไม่นานก็คบกับพวกเศรษฐีต่อทันทีและมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วท
“ตอนนั้นฉันเองก็รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมานานแล้ว” ฮวงเฟิงกล่าว “ตอนนั้นฉันเองก็รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมานานแล้ว” ฮวงเฟิงกล่าว
“เป็นเรื่องดีที่นายคิดได้แบบนั้นผู้หญิงแบบนั้นไม่มีค่าอะไรให้นายต้องรอ” กัวเหลียงกล่าว หลังจากพูดแบบนั้นเขาก็มองไปที่กัวเมิ่งหานและพูดว่า: อันที่จริงนายเองก็ควรมองไปรอบ ๆ บ้าง บางทีนายอาจเจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้”
เมื่อรู้สึกได้ว่ากัวเหลียงกำลังจ้องมองมาที่เธอใบหน้าของกัวเมิ่งหานก็แดงระเรื่อ ในทางกลับกันฮวงเฟิงกลับไม่ได้มีความรู้สึกอะไร
ในขณะที่เขากำลังจะเลิกงานฮวงเฟิงได้รับโทรศัพท์จากชิวหนิงซวง เธอโทรมาบอกกับเขาว่าเบื่อไม่อยากอยู่ที่บ้านจึงได้ชวนเขาออกไปกินข้าวด้วยกัน
ฮวงเฟิงคิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีธุระอะไรที่ต้องทำต่อแล้วเขาจึงได้ตอบตกลงเธอไป ฮวงเฟิงคิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีธุระอะไรที่ต้องทำต่อแล้วเขาจึงได้ตอบตกลงเธอไป
ณร้านอาหารบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ฮวงเฟิงเห็นชิวหนิงซวงกำลังโบกมือเรียกเขา ณร้านอาหารบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ฮวงเฟิงเห็นชิวหนิงซวงกำลังโบกมือเรียกเขา
“เธอโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม?” “เธอโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม?”
“ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ถ้าฉันรู้ว่าตัวเองยังมีกระสุนอยู่ในร่างกาย ฉันก็ยังคงรู้สึกไม่ต่างจากคนปกตินักหรอก” ชิวหนิงซวงกล่าวขณะยิ้ม เธอชัดเจนมากเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเธอว่าหายกลับมาเป็นปกติแล้ว
“ดีแล้วแต่ควรเอากระสุนออกดีกว่าเนอะ” ฮวงเฟิงกล่าว มันไม่ใช่เรื่องดีที่จะมีกระสุนอยู่ในร่างกายของเธอและแน่นอนเขาจะเอามันออกให้เธออย่างเร็วที่สุด
“โอ้ใช่ที่ฉันโทรหาคุณวันนี้ก็เพราะมีเรื่องอยากจะถามคุณคือฉันไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ ฉันเลยคิดว่าถ้ามาถามนายคงจะได้คำตอบ” ชิวหนิงกล่าวกับฮวงเฟิง
“เรื่องอะไรเหรอ?”ฮวงเฟิงมองไปที่ใบหน้าที่จริงจังของชิวหนิงซวงพร้อมความสงสัยในใจ “เรื่องอะไรเหรอ?”ฮวงเฟิงมองไปที่ใบหน้าที่จริงจังของชิวหนิงซวงพร้อมความสงสัยในใจ
“นับตั้งแต่ที่นายป้อนยาฉันครั้งสุดท้าย ฉันรู้สึกราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกายของฉัน แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของฉันและมันยังช่วยให้ร่างกายของฉันฟ่้่้นตัวได้เร็วข เมื่อก่อนฉันก็ไม่ได้สนใจมันมากนักหรอก แต่หลังจากผ่านไปหลายวันแล้วพลังงานพวกนั้นมันเหมือนยังคงอยู่ในร่างกายของฉัน ” ชิวหนิงซวงถามด้วยความสงสัย
ฮวงเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะผลเวอร์มิลเลี่ยนก็ได้หากเขาเดาถูก การไหลเวียนของพลังงานั้นน่าจะเป็นผลมาจากการกินผลเวอร์มิลเลี่ยนเข้าไปจนก่อเป็นพลังงานภา เป็นเพราะชิวหนิงซวงไม่ได้ฝřกการวรยุทธมาก่อน เธอจึงไม่สามารถนำกระแสพลังงานได้ เธอจึงทำได้เพียงปล่อยให้มันไหลเวียนไปตามร่างกายของเธออย่างอิสระ
ฮวงเฟิงเคยคิดว่าผลเวอร์มิลเลี่ยนจะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคเพิ่มความเร็วในการฝřกยุทธและ เวอร์มิลเลี่ยนจะดีกว่าที่เขาคิด แม้ว่าจะเป็นชิวหนิงซวงที่ไม่เคยเรียนรู้เทคนิคการฝřกใด ๆ มาก่อนก็ยังรับรู้ถึงพลังงานและยังมีพลังงานเหลืออยู่ในร่างกายอีกหลังจากที่ร่างกายของเธอได้รับก
แต่ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับชิวหนิงซวงได้อย่างไรเพราะสุดท้ายแล้วสำหรับคนธรรม แต่ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับชิวหนิงซวงได้อย่างไรเพราะสุดท้ายแล้วสำหรับคนธรรม
“นายรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหม?”เล่าให้ฉันฟังเถอะ ถึงฉันจะรู้ว่ากระแสลมนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายฉันแต่รู้ตัวดีว่าตอนนี้รู้สึกยังไง อีกอย่างมันยังรู้สึกอึดอัดอยู่ข้างในนิดหน่อยด้วย” เมื่อมองไปที่ท่าทีของฮวงเฟิง ชิวหนิงซวงก็เดาได้ว่าพลังงานในร่างกายของเธอนั้นคืออะไร แต่อย่างไรก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เต็มใจที่จะพูดด้วยเหตุผลบางอย่าง