กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 302 แฟนเก่า บทที่ 302 แฟนเก่า
หวังทงทงเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยและเป็นแฟนเก่าของฮวงเฟิงด้วยแต่ตอนนี้ทั้งค ถ้าไม่ใช่เพราะความบังเอิญที่ทำให้มาเจอกันที่นี่ในวันนี้และฮวงเฟิงเองก็รู้สึกว่าเขาคงจะลืมผู้หญิงคน ๆ
เมื่อเห็นท่าทีของฮวงเฟิงในตอนนี้หวังทงทงจึงขมวดคิ้วแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้ชอบฮวงเฟิง แต่ตอนนี้เธอกลับไม่สามารถยอมรับความจริงได้ว่าฮวงเฟิงไม่ได้สนใจเธอต่อไปอีกแล้วเนื่องจากตอน ๆ และสุดท้ายก็เป็นเธอเองที่เป็นคนทิ้งฮวงเฟิง ดังนั้นเธอจึงยังคิดว่าตอนนี้ฮวงเฟิงยังคงห่วงใยและชอบเธออยู่แน่นอน
แต่อย่างไรฮวงเฟิงในตอนนี้ก็ยังคงสามารถทำให้หวังทงทงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากได้ราวกับ แต่อย่างไรฮวงเฟิงในตอนนี้ก็ยังคงสามารถทำให้หวังทงทงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากได้ราวกับ
“ฮวงเฟิงพวกเราไม่ได้ติดต่อกันเสียตั้งนาน ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนล่ะ?” หวังทงทงกล่าวกับฮวงเฟิงพลางมองไปที่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ซึ่งก็ยังเป็นเสื้อผ้าราคาไม่กี่ร้อยเหรียญเช แม้ว่าจะจบมหาวิทยาลัยมานานแล้วแต่สภาพของเขาก็ยังคงไม่ได้มีก้าวหน้าใด ๆ เลย และเธอก็คิดอีกว่าเธอตัดสินใจเลือกถูกและรู้สึกโชคดีที่เธอเลือกจากไปก่อน มิเช่นนั้นเธอคงต้องทนทุกข์ทรมานและอยู่กับเขาอย่างขมขื่นเป็นแน่
ตอนที่เธอคบอยู่กับฮวงเฟิงในตอนนั้นเธอรู้สึกปรับใจในความจริงใจของเขามากแต่เธอก็รู้ตัว ๆ เธอแค่รู้สึกชอบเวลามีคนอื่นเห็นคุณค่าในตัวเธอสูง แต่ฮวงเฟิงนั้นไม่สามารถเอาใจและดูแลเธอได้ตามที่เธอต้องการ ดังนั้น เมื่อมีพวกเศรษฐีมาตามตื้อเธอเข้า เธอจึงตัดสินใจทิ้งฮวงเฟิงและลาขาดจากเขาโดยไม่แม้แต่จะคิดถึงเขาอีกเลย
และฮวงเฟิงในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้นั้นก็คือเขาดูไม่เปลี่ยนไปเลยซ และฮวงเฟิงในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้นั้นก็คือเขาดูไม่เปลี่ยนไปเลยซ
“พนักงานรักษาความปลอดภัยในบริษัทแห่งหนึ่ง”ฮวงเฟิงกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบังและไม “พนักงานรักษาความปลอดภัยในบริษัทแห่งหนึ่ง”ฮวงเฟิงกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบังและไม
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหรอ?”วังทงทงตะลึงในครั้งแรกที่ได้ยินแต่จากนั้นเธอก็แสดง “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหรอ?”วังทงทงตะลึงในครั้งแรกที่ได้ยินแต่จากนั้นเธอก็แสดง
“ใช่”ฮวงเฟิงพยักหน้าตอบด้วยท่าทีที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยราวกับว่าสีหน้าที่ดูหมิ่นเหยียบห “ใช่”ฮวงเฟิงพยักหน้าตอบด้วยท่าทีที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยราวกับว่าสีหน้าที่ดูหมิ่นเหยียบห
“ถ้าอย่างนั้นทุกสิ่งที่คุณเรียนมาในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีประโยชน์หรือ?” หวังทงทงดูเหมือนจะกังวลมากขณะที่เธอถามคำถาม ในความเป็นจริงเมื่อพวกเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหวังทงทงได้ส่งคืนทุกสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ให สิ่งที่เธอคิดมาตลอดคือแต่งตัวอย่างไรจะแข่งขันอย่างไรและจะมีอารมณ์อยากเรียนรู้ที่ไหน
“มันไม่มีทางอื่นแล้วเพราะฉันต้องเลี้ยงดูครอบครั้ว”ฮวงเฟิงกล่าวซึ่งนี่เป็นความตั้งใจของฮวง อีกทั้งตอนนั้นเขาแทบไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ดังนั้นมันจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เขาต้องทำ
“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” หวังทงทงกล่าวขณะมองไปที่ฮวงเฟิงที่ดูท่าทางกำลังยุ่ง
“มารับสมัครงานน่ะที่โรงงานต้องการรับสมัครคน อีกอย่างไม่ค่อยมีคนว่างฉันจึงมาแทน” ฮวงเฟิงกล่าว
“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ” ฮวงเฟิงกล่าวต่อ “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ” ฮวงเฟิงกล่าวต่อ
“ก็เหมือนนายฉันกำลังหาคนมาสมัครงานอยู่เหมือนกัน แต่ฉันไม่ต้องนั่งประจำที่นี่เพราะฉันเป็นหัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัท” หวังทงทงกล่าวอย่างพอใจภูมิใจ
ที่มีพนักงานประมาณ20 คนและเธอก็คิดว่าฮวงเฟิงคงเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงงานแห่งนี้ เช่นนั้น อนาคตของฮวงเฟิงจะเป็นอย่างไรต่อไปหรือเขาจะหยุดเพียงแค่พนักงานรักษาความปลอดภัยในโรง ๆ แค่นั้นหรือ
อยู่ๆ ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงมายังหวังทงทงและพูดว่า”ผู้จัดการหวังคะ มีบางอย่างที่ฉันต้องการให้คุณทำค่ะ”
“เข้าใจล่ะ”หวังทงทงพยักหน้าอย่างทะนงตนจากนั้นก็หันไปพูดกับฮวงเฟิงว่า: “ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการ งั้นขอตัวก่อนนะ”
“คุณดูยุ่งเนอะ”ฮวงเฟิงพูดโดยที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก “คุณดูยุ่งเนอะ”ฮวงเฟิงพูดโดยที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
หวังทงทงหันกลับมาลาเขาแล้วเดินจากไปแต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินจากไปสายของเธอได ฮวงเฟิงชั่วครู่ จากนั้นความสงสัยและความรู้สึกหึงหวงได้แสดงออกมาผ่านสีหน้าของเธอ
“ผู้หญิงคนนี้คงเป็นเพื่อนร่วมงานของนายใช่ไหมฮวงเฟิงเธอเป็นคนที่สวยมากจริง ๆ เธอคงเป็นรุ่นน้องนายสินะ?”
หวังทงทงแอบคิดร้ายอยู่ในใจเพราะเธอคิดว่ากัวเมิ่งหานคงไม่ใช่แฟนของฮวงเฟิงอย่างแน่น หวังทงทงแอบคิดร้ายอยู่ในใจเพราะเธอคิดว่ากัวเมิ่งหานคงไม่ใช่แฟนของฮวงเฟิงอย่างแน่น
แต่ในใจเธอเองก็คิดเจ็บใจและรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยเพราะในสถานะตอนนี้ของเธอก็ไม่ต่างอะ เช่นนั้นเธอจึงทนมองคนที่สวยกว่าเธอไม่ได้
“พี่เฟิง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?” ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงยังไม่ได้แนะนำให้พวกเธอรู้จักกันแม้ว่าในตอนนั้นกัวเมิ่งหานจะยืนฟังพวกเขาสน
“อ่อคนนี้เป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยน่ะ” ฮวงเฟิงกล่าวอย่างเป็นกันเอง “อ่อคนนี้เป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยน่ะ” ฮวงเฟิงกล่าวอย่างเป็นกันเอง
“เก็บเรซูเม่พวกนี้ไว้พวกเราอาจต้องใช้มันในอนาคต”ฮวงเฟิงกล่าวต่อ “เก็บเรซูเม่พวกนี้ไว้พวกเราอาจต้องใช้มันในอนาคต”ฮวงเฟิงกล่าวต่อ
ตอนนี้ในสายตาของฮวงเฟิงสิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือเรซูเม่ส่วนหวังทงทงนั้นก็ไม่ได้สำคัญเท ตอนนี้ในสายตาของฮวงเฟิงสิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือเรซูเม่ส่วนหวังทงทงนั้นก็ไม่ได้สำคัญเท
“ได้เลยค่ะ”กัวเมิ่งหานเก็บเรซูเม่ตามที่ฮวงเฟิงสั่ง “ได้เลยค่ะ”กัวเมิ่งหานเก็บเรซูเม่ตามที่ฮวงเฟิงสั่ง
อย่างไรก็ตามเงินเดือนของพนักงานขายอย่างโรงงานเล็กๆ แบบนี้จะต้องมีค่าคอมมิชชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหากพวกเขาต้องพึ่งเงินเดือนอันน้อยนิดของพวกเขาเพียงอย่างเดียว พวกเขาคงไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ดี ๆ ของโรงงานได้เลยและแน่นอนว่าถ้าขายสินค้าไม่ได้ ค่าคอมมิชชั่นก็จะไม่ได้ด้วยเช่นกัน ดังเหล่าบัณฑิตที่ฉลาด ๆ จึงไม่ค่อยสนใจสมัครโรงงานเล็ก ๆ เช่นนี้
ซึ่งมันก็เหมือนกับฮวงเฟิงที่กำลังหางานทำในตอนนั้นในตอนแรกพวกเขาก็ไม่คิดเปิดใจให้กับ พวกเขาจึงไม่คิดถึงเรื่องอื่น ๆ มากเท่าใดแล้วเนื่องจาก ณ ตอนนั้นขอให้งานเป็นอันดับแรกก่อน
สำหรับคนกลุ่มนี้ฮวงเฟิงสัมภาษณ์พวกเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็จะดูว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับตำแหน่งพนักงงานขายหรือไม่
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสิ่งจำเป็นของพนักงานขายนั้นจะต้องพูดคล่องมีคารมคมคาย หัวไวและมีบุคลิกที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย อีกทั้งฮวงเฟิงมั่นใจในบริษัทรุ่ยเจี๋ยของเขาเป็นอย่างมากแต่สำหรับคนกลุ่มนี้เขายังสามารถผ่อนปรน