กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 36 ตัวสำรอง
บทที่ 36 ตัวสำรอง
เมื่อฮวงเฟิงกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของเขา ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้น เขามองไปที่บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ของตัวเอง ก่อนที่มุมปากจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร”
ฮวงเฟิงเอ่ยให้กำลังใจตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็เดินไปดูกล่องจักรวาล แต่มันก็ยังไม่มีอะไรใหม่ หลังจากล้างหน้าอย่างเรียบง่ายแล้ว ฮวงเฟิงก็นั่งสมาธิอย่างมีความสุข
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้คาถา ด้วยพลังที่มากขึ้น ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถใช้คาถาได้มากขึ้นเท่านั้น แต่อนุภาพของมันก็ยังแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย และในวันนี้… ถ้าไม่ใช่เพราะคาถาที่เขาใช้ เขาก็คงไม่สามารถหลอกอีกฝ่ายและหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเขามีเพียงหนังสือ “การทำสมาธิเริ่มต้น” เล่มนี้จึงบันทึกคาถาพื้นฐานไว้เพียงไม่กี่บทเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วคาถาเหล่านี้เป็นเพียงระดับพื้นฐาน ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเพิ่มพลังเข้าไปอีกเล็กน้อย พลังของมันก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ดี
ปัญหาในตอนนี้คือ เขาไม่มีคาถาระดับสูงเหล่านั้น บนโลกนี้ไม่มีทักษะคาถา และหากเขาต้องการได้รับทักษะการร่ายคาถาเพิ่ม เขาจะสามารถหาได้จากโลกอื่น ๆ ที่เหมือนกับดินแดนสรวงสวรรค์ล้ำลึก ซึ่งต้องแลกเปลี่ยนผ่านกล่องจักรวาลเท่านั้น
ในทางกลับกัน วิธีที่กล่องจักรวาลใช้แลกเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ นั้นเป็นการสุ่มแน่นอน ดังนั้นในขณะนี้ฮวงเฟิงจึงทำได้เพียงใช้คาถาพื้นฐานเหล่านี้ไปก่อน โชคดีที่ตราบใดที่เขาใช้อันนี้อย่างเหมาะสม มันก็ยังคงส่งผลดีกับเขา
หากเขาไม่สามารถใช้คาถาได้ ความสามารถของเขาก็คงเป็นเพียงคนทั่วไป แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องการร่ายคาถา แต่ก็ไม่ได้เพิ่มทักษะทางกายภาพอะไรมากนัก เพราะตอนนี้เขาเป็นนักเวทย์ที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งระดับนักรบ นักเวทย์นั้นไม่ได้เติบโตโดยอาศัยทักษะการต่อสู้ระยะประชิด พวกเขาเชี่ยวชาญในการทำลายล้างจากระยะไกลมากกว่า
ดังนั้นฮวงเฟิงยังคงต้องการคัมภีร์ลับที่สามารถพัฒนาทักษะของเขาได้ จะเป็นการดีที่สุดถ้าเขาสามารถอ่านคัมภีร์ลับที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นในนวนิยายกำลังภายในแบบที่เขาเคยอ่าน เช่น เทคนิคเก้าตะวันศักดิ์สิทธิ์ หรือตาข่ายสวรรค์อะไรแบบนั้น
อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะได้มาง่าย ๆ ของดี ๆ นั้นจะได้จากการแลกเปลี่ยนผ่านกล่องจักรวาลที่สุ่มมา และยิ่งเป็นของหายาก ก็ยิ่งได้มายากเหมือนกัน แต่หากได้มาอย่างง่าย ๆ นั่นก็คือของพื้นฐานที่สามารถหาได้ทั่วไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น ไม่เหมือนกับการเล่นเกมที่สามารถกำหนดทิศทางได้
เนื่องจากการได้รับบางสิ่งบางอย่างเป็นการแลกเปลี่ยนที่ฮวงเฟิงเลือกเองไม่ได้ เขาจึงเลิกสนใจมัน สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือใส่สิ่งต่าง ๆ ลงในกล่องจักรวาลให้ได้มากที่สุด เพื่อให้กล่องจักรวาลมีโอกาสเลือกสุ่มสิ่งของแลกเปลี่ยนได้มากขึ้น หากเขาใส่ของลงไปน้อย ฮวงเฟิงก็กลัวว่าจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการแลกเปลี่ยนแต่ละครั้ง
ฮวงเฟิงที่กำลังอยู่ในสมาธิอันลึกล้ำ รู้สึกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขารุนแรงและเฉียบคมยิ่งขึ้น แม้ว่าการฝึกฝนการร่ายคาถาจะไม่ได้ช่วยพัฒนาความสามารถทางกายภาพโดยตรง แต่มันก็มีประโยชน์มากต่อประสาทสัมผัสของเขา
ช่วงเวลากลางคืนผ่านไปอีกครั้ง เมื่อถึงรุ่งเช้าภายใต้การฝึกฝนของฮวงเฟิง ปรากฏว่าเขานั่งทำสมาธิทั้งคืนต่อเนื่องเป็นวันที่สองแล้ว
“หืม ฉันทำสมาธิทั้งคืนโดยที่ไม่ต้องนอนเลยงั้นเหรอ?”
ฮวงเฟิงคิดในใจขณะที่เขากำลังล้างหน้าและบ้วนปาก เขาตระหนักได้ว่าการทำสมาธินั้นไม่เพียงแต่สามารถเพิ่มปริมาณพลังในร่างกายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถฟื้นฟูจิตวิญญาณของเขาให้ฟื้นคืนสู่สภาวะสูงสุดได้ดียิ่งกว่าการตื่นนอนเสียอีก อย่างไรก็ตาม ฮวงเฟิงไม่ต้องการที่จะแหกกฎของการใช้ชีวิตของคนธรรมดาโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเขาจึงยังคงพักผ่อนตามปกติเป็นครั้งคราว
เนื่องจากพลังในร่างกายเพิ่มขึ้น อารมณ์ที่เคยหม่นหมองจึงลดลงมาก หลังจากเข้ามาในบริษัท ฮวงเฟิงจึงอยู่ในอารมณ์ที่ค่อนข้างดี ทว่า…
“อะไรกัน? ผมต้องไปแข่งฟุตบอลด้วยเหรอครับ” ฮวงเฟิงมองไปที่หัวหน้าของเขาด้วยความตกใจ
“ใช่ เรามีคนไม่พอ บริษัทขอให้ฉันเพิ่มคนจากแผนกรักษาความปลอดภัยอีกประมาณสองสามคน ฉันก็เลยเพิ่มชื่อคุณเข้าไป ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอก คุณหวังก็จะตามไปด้วยเช่นกัน” ผู้จัดการหลิวกล่าว “อย่างไรก็ตาม คุณมั่นใจได้เลยว่าคุณเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น ไม่ต้องลงสนามจริงหรอก”
ตอนนี้อารมณ์ของฮวงเฟิงดีขึ้นมาเล็กน้อย พูดตามตรงเขาไม่ได้สนใจการแข่งขันฟุตบอลนี้เลย เขามาทำงานเพื่อหารายได้ไม่ใช่มาเล่นฟุตบอล แต่จากสถานการณ์นี้คงไม่มีใครอยากจะเข้าร่วม ดังนั้นผู้จัดการหลิวจึงใส่รายชื่อส่ง ๆ ไปเพื่อเป็นตัวสำรอง
“พอแล้ว คุณไม่ต้องกังวล สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกปี ตราบใดที่จำนวนคนในบริษัทไม่เพียงพอ พวกเขาจะมาขอรายชื่อจากเราแน่นอน ฉันเองก็โดนเพิ่มรายชื่อลงไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงสนามเลยสักวินาทีเดียว”
หลังจากผู้จัดการหลิวเดินออกไป พี่หวังก็เดินเข้ามาตบไหล่ของฮวงเฟิงแล้วกล่าวว่า
“นอกจากนี้การเข้าร่วมการแข่งขันก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปซะทีเดียวหรอกนะ! ทางบริษัทมีเงินอุดหนุนให้แน่ เงินอุดหนุนในฐานะที่เป็นตัวสำรองนั้นอาจจะไม่มากมายอะไร แต่ถ้าเป็นตัวจริงที่ลงในสนาม แล้วผลการแข่งขันออกมาดี ผลตอบแทนนั้นมากโขอยู่ชุดใหญ่นะ”
“มีเงินอุดหนุนด้วยเหรอครับ?” ฮวงเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
“แน่นอนว่ามีโบนัสสำหรับรางวัลการแข่งขันประเภทนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ประธานของบริษัทจะให้รางวัลแก่พนักงานที่เข้าร่วมเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นหากผลลัพธ์ออกมาไม่ดีและไม่ได้รางวัลจากภายนอก บริษัทก็ยังให้เงินอุดหนุนแก่พนักงานที่เข้าร่วมด้วย ถึงมันจะไม่มาก แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยใช่ไหมล่ะ?” พี่หวังกล่าว
ฮวงเฟิงพยักหน้ารับ ขณะนี้เขากำลังต้องการเงิน และมันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเขาสามารถหาเงินพิเศษได้ ในเวลานี้เขาเริ่มหวังลึก ๆ ว่าตัวเองจะถูกส่งลงไปในสนามการแข่งขัน เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้อันดับอะไร เงินอุดหนุนที่ได้ก็ยังสูงกว่าการเป็นตัวสำรองเฉย ๆ แน่นอน
การแข่งขันจะจัดขึ้นในอีกสองวันต่อมา ซึ่งตรงกับเช้าวันเสาร์ เนื่องจากเป็นวันหยุดพักผ่อน จึงน่าจะมีผู้ชมมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
“เจ้าเปี๊ยก ไปกันเถอะ ถึงเวลาที่เราต้องยืนเฝ้าแล้ว”
พี่หวังจัดชุดรักษาความปลอดภัยของตนเองให้เรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันมาพูดกับฮวงเฟิง
“ได้ครับ” ฮวงเฟิงตอบ สำหรับเขาแล้ว เมื่อเทียบกับฟุตบอล การรักษาความปลอดภัยคือหน้าที่หลักของพวกเขา