กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 37 ไม่ให้เข้า
บทที่ 37 ไม่ให้เข้า
แม้ว่าฮวงเฟิงจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องทำมากมายนัก ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็แค่นั่งคุยกันหรือแอบงีบหลับในช่วงเวลาที่ว่างในขณะที่เวลาค่อย ๆ ผ่านไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในวันนี้กลับไม่ปกติเหมือนทุกวัน
ไม่นานนักหลังจากที่ฮวงเฟิงยืนเฝ้ายามตามปกติที่บริเวณทางเข้าของบริษัท ทันใดนั้นก็มีรถสปอร์ตคันหนึ่งขับตรงเข้ามา หมายจะเข้าไปด้านในบริษัท ทว่าเวลานี้เลยเวลาเริ่มทำงานไปนานแล้ว ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าบุคคลนี้ไม่ใช่พนักงานปกติของบริษัท นอกจากนี้ พนักงานทั่วไปก็คงไม่สามารถขับรถราคาแพงระยับขนาดนี้ได้
“ปี๊บ ๆ!”
เมื่อรถเคลื่อนเข้ามาถึงประตูทางเข้า คนในรถก็บีบแตรเสียงดังสองสามครั้ง ฮวงเฟิงจึงเดินเข้าไปหาทันที
“คุณมาติดต่อธุระอะไรที่นี่ครับ?” ฮวงเฟิงเอ่ยถามขึ้น
กระจกหน้าต่างของรถสปอร์ตถูกเลื่อนลงมา เผยให้เห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างใน สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่ฮวงเฟิงเลยสักนิด เขาสวมแว่นกันแดดราคาแพงพรางใบหน้า ก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“เปิดประตูให้ฉัน!”
“ขอโทษนะครับ” ฮวงเฟิงกล่าวตอบอย่างสุภาพ “แต่รถของคุณต้องลงบันทึกประวัติผู้มาติดต่อภายในก่อนครับ”
“วอนซะแล้ว!”
ใครจะคิดว่าคำพูดที่เต็มไปด้วยมารยาทของฮวงเฟิง จะได้รับคำตอบรับที่ไร้มารยาทกลับมาจากอีกฝ่ายทันควัน
“ฉันบอกให้เปิดประตู ทำไมนายถึงต้องพูดเรื่องไร้สาระยาวขนาดนี้!”
ฮวงเฟิงมองไปที่รถของอีกฝ่ายอีกครั้งเพื่อยืนยันว่านี่ไม่ใช่รถของคนในบริษัท จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เพิ่มน้ำหนักเข้มขึ้นเล็กน้อย
“ท่านครับ รถยนต์ของคุณต้องกรอกประวัติก่อน โปรดลงจากรถเพื่อกรอกประวัติด้วยครับ”
ทว่าคราวนี้ชายหนุ่มคนนั้นยอมหันหน้ามามองฮวงเฟิงในที่สุด เขาดันแว่นกันแดดขึ้นไปไว้บนศีรษะ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
“ฉันพูดว่าให้เปิดประตู นี่หูหนวกหรือไง?”
“ผมจะไม่เปิดประตู จนกว่าคุณจะลงมากรอกประวัติครับ”
ฮวงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะเห็นอีกฝ่ายขับรถหรูหราและเดาได้ว่าคงเป็นคนรวยมีอิทธิพล แต่เนื่องจากเขาทำงานในตำแหน่งนี้และได้รับเงินเดือนเขาก็ต้องทำงานของตัวเองอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา
“ดี เก่งมาก!” ชายหนุ่มจ้องหน้าฮวงเฟิงเขม็งด้วยสายตาข่มขู่ “เด็กใหม่ล่ะสิ ฉันเคยมาที่นี่ตั้งหลายครั้ง และนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าขวางฉันเพื่อบังคับให้กรอกประวัติ คุณต้องมีความกล้าหาญอย่างมากเลยนะ ไม่อยากทำงานที่นี่ต่อแล้วใช่ไหม?”
“นี่คือคําขอและกฎระเบียบจากแผนกรักษาความปลอดภัย โปรดให้ความร่วมมือด้วยครับ” ฮวงเฟิงยืนยันคำเดิม
ชายหนุ่มเริ่มทำอะไรไม่ถูกกับท่าทีของฮวงเฟิง เขาไม่เคยคิดว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระจอก ๆ จะไม่กลัวเขา แต่การจะให้เขาลงไปกรอกประวัติตัวเองข้างทางนั่นมันเป็นไปไม่ได้ นั่นไม่เท่ากับว่าเขายอมก้มหัวให้ยามคนนี้หรอกหรือ?
“รอสักครู่!”
ชายหนุ่มพูดใส่หน้าฮวงเฟิง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมาแล้วกดหมายเลขโทรออกทันที
ฮวงเฟิงไม่ได้สนใจท่าทีนั้น แต่ในเวลานี้พี่หวังได้เดินออกมาจากป้อมและตรงดิ่งมาหาฮวงเฟิง เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นเหตุการณ์ตึงเครียดที่หน้าประตูทั้งหมดแล้ว
“นายน้อยถง คุณมาที่นี่เองเหรอครับ เดี๋ยวผมจะเปิดประตูให้คุณเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อพี่หวังมาถึงข้างรถหรู เขาก็รีบพูดกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มอ่อนน้อมถ่อมตน ใบหน้าของพี่หวังดูมีความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันไปทางฮวงเฟิงแล้วดุเบา ๆ
“คุณกำลังรออะไรอยู่ล่ะ รีบเปิดประตูเร็วเข้าฮวงเฟิง!”
“ไม่จำเป็น ฉันจะรออยู่ตรงนี้แหละ”
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นมา เขามองจิกไปที่ฮวงเฟิงและประชดประชันว่าตนเองจะจอดรออยู่ตรงนี้ ไม่เข้าไปข้างในแล้ว
ความจริงแล้วการแสดงออกของฮวงเฟิงนั้นยังคงสงบนิ่งมาก แต่ตรงกันข้ามกับพี่หวังที่มีสีหน้ากังวลใจและกระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุด
“นายน้อยถงครับ เนื่องจากข้างนอกอากาศร้อนมาก คุณจะนั่งอยู่ในรถให้เสียเวลาทำไม เข้ามาข้างในก่อนเถอะครับ แล้วพวกเราค่อยคุยกัน…”
“คุณเป็นใคร? มีธุระอะไรที่นี่!”
เสียงตะคอกดังลั่นมาจากนายน้อยถง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นค่าในความปรารถนาดีของพี่หวังเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นไม่นาน ร่างที่คุ้นเคยก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากอาคารบริษัทตรงมายังพวกเขา ซึ่งก็คือผู้จัดการหลิวและพนักงานคนอื่น ๆ
“เสี่ยวหลิว! เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นี่มีความสามารถจริง ๆ นะ กล้าดี ยังไงถึงมาหยุดรถของฉัน? คุณหมายความว่ายังไง!”
ในขณะที่ผู้จัดการหลิววิ่งมาถึงข้างรถและยังไม่ทันจะได้หายใจเหนื่อย ชายหนุ่มก็ส่งเสียงตวาดลั่นใส่ผู้จัดการหลิวทันที แม้ว่าเขาจะมีอายุน้อยกว่าผู้จัดการหลิวมาก แต่เขากลับเรียกผู้จัดการหลิวอย่างวางโตว่า “เสี่ยวหลิว”
“นายน้อยถง ขอโทษด้วยครับ ดูสิ! ฮวงเฟิงเพิ่งมาใหม่และยังไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบภายในดีพอ เขาไม่เคยพบนายน้อยถงมาก่อน แต่เนื่องจากนายน้อยถงเป็นคนใจกว้าง โปรดให้อภัยพวกเราด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิดประตูให้คุณทันที”
ผู้จัดการหลิวรีบเข้ามาประจบประสาน พลันหันไปดุฮวงเฟิงเสียงเข้ม “เร็วเข้า! รีบขอโทษนายน้อยถงซะ!”
“ผู้จัดการหลิวครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมผมต้องขอโทษด้วยล่ะครับ?” ฮวงเฟิงแย้งกลับอย่างตรงไปตรงมา
“เฮ้ย! ถ้าคุณไม่ขอโทษ วันนี้เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่!”
เดิมทีชายหนุ่มก็ไม่พอใจตั้งแต่ถูกขวางรถแล้ว ตอนนี้ฮวงเฟิงยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวเช่นนั้นอีก มันคงแปลกหากเขาจะอารมณ์ดีได้ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะปล่อยฮวงเฟิงไปง่าย ๆ
“ฮวงเฟิง คุณพูดแบบนี้ไม่ถูก นายน้อยถงเป็นคนระดับไหน? จำเป็นต้องกรอกประวัติเพื่อเข้ามาในบริษัทของเราด้วยเหรอ? เขามาที่นี่บ่อยมาก แต่คุณน่ะมาใหม่และยังไม่รู้ความ” ผู้จัดการหลิวหันมาตำหนิฮวงเฟิงอีกทาง
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดกับมัน วันนี้ฉันจะสั่งสอนให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ห้ามขวาง ฉันจะรอดู”
นายน้อยถงพูดขัดผู้จัดการหลิว จากนั้นก็หันไปแสยะยิ้มมองฮวงเฟิง “ไอ้กระจอก เตรียมตัวไว้เถอะ แกโดนดีแน่”
“ใครมาหาเรื่องพนักงานของฉันกัน?”
ทันใดนั้น เสียงอันเย็นชาของซูหยูโมก็ดังขึ้น
ฮวงเฟิงและคนอื่น ๆ ต่างหันไปมองโดยไม่ได้นัดหมาย ปรากฏว่าซูหยูโมกำลังขับรถยนต์ส่วนตัวของเธอเกือบจะพ้นเขตบริษัทอยู่แล้ว แต่เธอกลับเหยียบเบรกชะลอรถและไม่ได้ขับออกไป
“หยูโม?!”
นายน้อยถงที่กำลังโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าไป 180 องศาทันทีที่เห็นซูหยูโม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุขระคนตื่นเต้น คราวนี้เขาไม่สนใจฮวงเฟิงอีกต่อไป เขารีบเปิดประตูลงจากรถและหยิบช่อดอกไม้สดที่วางอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าออกมาก่อนจะเดินตรงไปที่รถของซูหยูโม ซึ่งในเวลานี้ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์โดยฝีมือของผู้จัดการหลิวแล้ว
“นายน้อยถง กรุณาเรียกฉันด้วยชื่อเต็มค่ะ”
ซูหยูโมยังคงนั่งอยู่ภายในรถและไม่มีทีท่าว่าจะลงจากรถเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ทว่านายน้อยถงกลับไม่ได้ใส่ใจในท่าทีห่างเหินนั้นเลย
“ทำไมเธอถึงอยากให้ฉันเรียกชื่อเต็มล่ะ? เอาเถอะ… นี่ ดอกกุหลาบ ฉันตั้งใจเอามาให้เธอนะ” นายน้อยถงกล่าวพลางยื่นดอกไม้ให้ซูหยูโมด้วยสายตาหยิ่งยโส
“นายน้อยถง เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น และฉันก็เคยบอกคุณไปหลายครั้งแล้วว่าฉันจะไม่รับดอกไม้ของคุณค่ะ”
ซูหยูโมกล่าวพลางมองตรงไปยังถงเฉียนจุนอย่างระอาใจ นายน้อยถงคนนี้ตามตื๊อจีบเธอมาได้สองสามวันแล้ว และเธอก็ตอบปฏิเสธเขาไปอย่างชัดเจนทุกครั้ง
“และนายน้อยถงคะ พนักงานของฉันอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งย่ามหรือกังวลแทนหรอกค่ะ” ซูหยูโมกล่าวทิ้งท้ายเสียงเรียบใส่ถงเฉียนจุน