กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 58 แขกผู้มาเยือน
บทที่ 58 แขกผู้มาเยือน
“โอเคครับ”
ในเมื่อซูหยูโม่ออกปากเรียกใช้งานเขา แน่นอนว่าหวงเฟิงย่อมไม่ปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัย หวงเฟิงก็คลี่ยิ้มแล้วเอ่ยเย้าขึ้นมาว่า “ผู้อำนวยการซูครับ แบบนี้ถือว่าผมทำงานล่วงเวลารึเปล่าครับ?”
ซูหยูโมทำให้หวงเฟิงรู้สึกว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดีและมีนิสัยที่น่าคบหามาก ดังนั้นแม้จะเป็นเรื่องผลประโยชน์แบบนี้ เขาก็ไม่ได้รู้สึกขัดเขินที่จะเอ่ยปากถาม
“วันนี้คุณก็ได้ค่าล่วงเวลาจากการแข่งไปแล้วนี่นา… นี่คุณอยากได้ค่าจ้างซ้อนอีกรอบเหรอ?” ซูหยูโม่อ้างถึงแมตช์ฟุตบอลพลางเอ่ยยิ้ม ๆ
หวงเฟิงตกใจเล็กน้อย แต่แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าซูหยูโมรู้เรื่องที่เขาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลของบริษัท ดูเหมือนว่าเบื้องบนจะใส่ใจเรื่องสวัสดิการและความเป็นไปของพนักงานมากจริง ๆ
“ผอ. ซู ผมล้อเล่นน่ะครับ” หวงเฟิงเกาหัวแก้เขิน “คือผมได้ยินมาว่า เงินรางวัลจากการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้จะมอบให้กับคนที่เข้าร่วมทุกคน นั่นเป็นความจริงหรือเปล่าครับ?”
หวงเฟิงรู้ดีว่าการถามเรื่องนี้อาจทำให้ซูหยูโมมองว่าเขาเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้ในกระเป๋าเขาเหลือเงินสดติดตัวอยู่แค่ไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น เพราะเงินเก็บที่เหลือทั้งหมดถูกเขาใช้จ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตไปจนเกลี้ยงแล้ว
“คุณเงินไม่พอใช้เหรอ?” ซูหยูโมเอ่ยถามตรง ๆ
เธอไม่ได้มีสายตาดูถูกหวงเฟิงเลยแม้แต่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เธอถามหวงเฟิงว่าทำไมถึงมาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หวงเฟิงก็ตอบอย่างซื่อสัตย์ว่าค่านิยมและค่าจ้างที่นี่สูง สำหรับเขาแล้วจะให้ทำงานอะไรก็ได้ เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเงินทองจริง ๆ
“ใช่ครับ ช่วงนี้เงินสดในมือผมค่อนข้างตึงมือมากเลย” หวงเฟิงยอมรับ “เงินเดือนของบริษัทเราจ่ายตรงเวลาทุกเดือนใช่ไหมครับ? ถ้าเกิดเลื่อนออกไปช้ากว่ากำหนด ผมคงต้องไปนอนข้างถนนแน่ ๆ”
“สถานการณ์มันน่าเศร้าขนาดนั้นเลยเหรอ?” ซูหยูโมเลิกคิ้ว “คุณต้องการยืมเงินฉันสำรองไปก่อนไหมล่ะ?”
“ไม่… ไม่เป็นไรครับ!” หวงเฟิงรีบปฏิเสธพัลวัน
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าซูหยูโมจะใจดีถึงขนาดนี้ ทั้งที่เขาเป็นเพียงพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน และทั้งสองคนก็ไม่ได้มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นพิเศษ แต่เธอกลับออกปากให้เขายืมเงินส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย
“เอาล่ะ… ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้ ก็บอกฉันแล้วกันนะ”
ซูหยูโมไม่ได้เซ้าซี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหวงเฟิงในตอนนี้ถือว่าเป็นหัวหน้ากับลูกน้องตามปกติ และสาเหตุที่เธอเสนอตัวช่วยเหลือเขาก็มาจากอุปนิสัยส่วนตัวของเธอเอง หากเป็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยากเธอก็คงยื่นมือเข้าช่วยเช่นกัน
.
เมื่อหวงเฟิงขับรถพาสูหยูโมมาถึงสนามบิน ปรากฏว่าคนที่พวกเขามารับยังเดินทางมาไม่ถึง ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงนั่งรออยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร
คนที่ซูหยูโมตั้งใจมารับในวันนี้คือลูกค้ารายสำคัญ เนื่องจากกลุ่มบริษัทของพวกเขาเพิ่งจะได้รับผลกระทบจากกรณีข่าวลือเรื่องเครื่องสำอางไม่ได้คุณภาพเมื่อไม่นานมานี้ ทางบริษัทจึงต้องให้ความสำคัญและดูแลเทคแคร์ลูกค้าเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นระดับผู้อำนวยการอย่างซูหยูโมคงไม่ต้องขับรถมารับด้วยตัวเองถึงสนามบินแบบนี้
หลังจากนั่งรออยู่ร่วมสองสามชั่วโมง ในที่สุดเครื่องบินก็แลนดิ้ง หวงเฟิงและซูหยูโมเดินเข้าไปต้อนรับลูกค้าซึ่งเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม หลังจากทักทายกันได้ไม่นาน ทั้งหวงเฟิงและซูหยูโมต่างก็ต้องลอบขมวดคิ้ว เพราะสายตาของชายอ้วนคนนี้เอาแต่จ้องมองชอนไชไปตามเรือนร่างของซูหยูโมอยู่ตลอดเวลา
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในสายตากลัดมันคู่นั้น หวงเฟิงที่เป็นผู้ชายด้วยกันย่อมเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี
“ผอ. ซู คุณอุตส่าห์มารับผมด้วยตัวเองแบบนี้ เกรงใจกันเกินไปแล้วครับ”
ชายอ้วนวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกมาข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะจับมือทักทายกับซูหยูโม เดิมทีการจับมือตามมารยาทธุรกิจไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่สายตาโลมเลียของชายอ้วนคนนี้ทำให้ซูหยูโมรู้สึกสะอิดสะเอียนและอึดอัดเป็นอย่างมาก เธอจึงไม่อยากจะสัมผัสตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“ผู้อำนวยการหลี่เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ ถือเป็นเกียรติของบริษัทเราต่างหาก”
แม้ในใจจะนึกรังเกียจ แต่ด้วยหน้าที่การงาน ซูหยูโมจึงจำเป็นต้องยื่นมือออกไปเตรียมจับมือกับอีกฝ่าย เพราะหากปฏิเสธดื้อ ๆ คงเป็นการหักหน้าและทำให้เขาขุ่นเคืองใจแน่
ดวงตาของผู้อำนวยการหลี่ทอประกายความโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด บอกตามตรงว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นซูหยูโม เขาก็หลงใหลในความงดงามและเสน่ห์ของเธอมาโดยตลอด แต่เนื่องจากแต่ก่อนเฮฟเวนไพรส์กรุ๊ปนั้นยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลเหนือกว่าบริษัทของเขามาก เขาจึงทำได้เพียงคอยก้มหัวนอบน้อมต่อหน้าเธอเท่านั้น
ทว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ เฮฟเวนไพรส์กรุ๊ปกำลังประสบปัญหาภายในอย่างหนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็เริ่มแพร่งพรายออกไปในวงสังคมธุรกิจ ปกติแล้วเขาจะไม่กล้าคิดลวนลามหรือทำอะไรล่วงเกินซูหยูโมเลย แต่ในยามที่บริษัทของเธอตกต่ำ ชายอ้วนจึงเริ่มกล้าดีขึ้นมา เพราะเขารู้ดีว่าเวลานี้ซูหยูโมไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจแน่ มิฉะนั้นบริษัทของเธอจะยิ่งเสียประโยชน์ในข้อตกลง
เมื่อนึกว่าตนเองกำลังจะได้สัมผัสกับมือนุ่ม ๆ ของสาวสวยในดวงใจ ผู้อำนวยการหลี่ก็รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ในใจคิดวางแผนที่จะกุมมือเธอเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โอกาสทองที่จะได้เอาเปรียบสาวงามระดับนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อย ๆ
ทว่าในจังหวะที่มือของทั้งสองคนกำลังจะสัมผัสกันนั่นเอง จู่ ๆ ก็มีร่างของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่!
เป็นหวงเฟิงนั่นเอง… เขาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ มาโดยตลอด ย่อมดูออกว่าผู้อำนวยการหลี่คนนี้มีเจตนาแอบแฝงที่ไม่ดี และเขาไม่มีทางยอมยืนดูซูหยูโมถูกตาแก่มักมากคนนี้เอาเปรียบเด็ดขาด
“ผอ. ซูครับ ในเมื่อแขกมาถึงแล้ว พวกเรา รีบเดินทางกันเถอะครับ”
หวงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะพร้อมกับยื่นมือไปคว้าจับหูหิ้วกระเป๋าเดินทางจากมือของผู้อำนวยการหลี่ทันทีพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการหลี่ครับ ให้ผมช่วยถือกระเป๋าดีกว่า คุณลากมันมาตั้งไกลคงจะเหนื่อยแย่แล้ว”
ซูหยูโม่มองสบตาหวงเฟิงด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งอยู่ภายในใจ เธออาศัยจังหวะนี้ชักมือของตนเองกลับมาได้อย่างเนบเนียน ก่อนจะเอ่ยสมทบขึ้นว่า “นั่นสิคะ เอาเป็นว่าพวกเราเดินทางไปที่โรงแรมกันก่อนดีกว่าค่ะ ผู้อำนวยการหลี่จะได้พักผ่อนให้เต็มที่หลังจากเดินทางมาเหนื่อย ๆ แล้ววันพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยเรื่องงานกันต่อ”
แม้ว่าผู้อำนวยการหลี่จะรู้สึกขัดใจและเสียดายมากเพียงใด แต่วินาทีนี้เขาก็ทำได้เพียงชักมือที่เก้อกังกลับไป เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมของผู้อำนวยการซู”
หลังจากที่หวงเฟิงรับกระเป๋าเดินทางมาแล้ว เขาก็เดินนำหน้าตรงไปยังลานจอดรถ โดยมีซูหยูโมและผู้อำนวยการหลี่เดินตามหลังมา
.
เมื่อขึ้นมาอยู่บนรถ เนื่องจากมีลูกค้านั่งมาด้วย ซูหยูโมจึงไม่ได้นั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับเหมือนตอนขามา แต่เธอเลือกที่จะลงไปนั่งที่เบาะหลังร่วมกับผู้อำนวยการหลี่ เพื่อให้สะดวกต่อการสนทนาต้อนรับ
“ผู้อำนวยการซูครับ ผมได้ยินข่าวลือมาว่า ช่วงนี้บริษัทของคุณกำลังประสบปัญหาใหญ่ใช่ไหมครับ?” จู่ ๆ ผู้อำนวยการหลี่ก็เปิดประเด็นคำถามขึ้นมาทำลายความเงียบ
“ค่ะ… แต่ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร ตอนนี้ทางบริษัทของเราสามารถควบคุมและจัดการสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้วค่ะ” ซูหยูโมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอรู้ดีว่าเรื่องวิกฤตของบริษัทไม่ใช่ความลับวงในอีกต่อไปแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้อำนวยการหลี่จะรู้เรื่องนี้
“บริษัทของเรากับบริษัทของคุณร่วมธุรกิจกันมานาน หากมีสิ่งใดที่ผู้อำนวยการซูต้องการความช่วยเหลือล่ะก็ อย่าได้ลังเลที่จะบอกผมเชียวนะครับ ขอแค่ผมพอจะช่วยได้ ผมยินดีสนับสนุนเต็มที่เลย!”
ผู้อำนวยการหลี่เอ่ยพลางใช้มือทุบหน้าอกตัวเองเสียงดังฉาดใหญ่ แสดงท่าทางมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าการกระทำของชายคนนี้กลับไม่ได้ดูดีเหมือนคำพูดที่พ่นออกมาเลยสักนิด เพราะในระหว่างที่พูด เขากลับพยายามขยับสะโพกเบียดกายเข้าไปใกล้ชิดซูหยูโมทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
ซูหยูโมรับรู้ถึงการคุกคามนั้นได้ทันที เธอจึงพยายามเขยิบตัวหนีไปทางริมหน้าต่างฝั่งขวาอย่างเงียบ ๆ ทว่าผู้อำนวยการหลี่กลับแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขายังคงขยับตามเข้ามารุกคืบประชิดตัวเธอหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนซูหยูโมต้องคอยเบียดตัวหนีห่างออกไปโดยอัตโนมัติจนแทบจะสิงเข้ากับประตูรถอยู่แล้ว!