กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 70 บังเอิญพบกัน
“ไปพัก… หาอะไรดื่มกันเถอะ” ซูหยูโม่ออกปากชวน
“ได้เลยครับ”
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินเลี่ยงออกจากโซนนั้น จู่ ๆ ก็มีร่างที่คุ้นเคยสองร่างปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ พวกเขา
“หวงเฟิง! นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ?”
ทันใดนั้น เสียงของกัวเหลียงก็ดังขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หวงเฟิงหันหน้าไปมองร่างที่คุ้นเคยทั้งสอง ซึ่งก็คือกัวเหลียงและโจวหรูหรานนั่นเอง เขาเหลือบมองไปที่ถุงกระดาษใบใหญ่ใบเล็กพะรุงพะรังในมือของกัวเหลียง ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนตั้งใจมาที่นี่เพื่อช้อปปิ้ง เมื่อวานนี้ตอนที่หวงเฟิงโทรหา กัวเหลียงก็บอกว่าออกมาซื้อของแล้ว วันนี้พวกเขาก็ยังคงพากันมาเดินช้อปปิ้งอีกรอบ
หลังจากกัวเหลียงถามคำถามนั้นจบ สายตาของเขาก็เหลือบไปมองซูหยูโม่อย่างอดไม่ได้ ช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะซูหยูโม่นั้นงดงามและโดดเด่นเกินไป เธอสามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ทุกที่ และนั่นก็ทำให้ความสงสัยภายในใจของกัวเหลียงยิ่งทวีคูณขึ้น… ทำไมสาวสวยระดับนี้ถึงมาเดินห้างกับหวงเฟิงได้?
“อ๋อ ฉันมากับหัวหน้าน่ะ” หวงเฟิงชี้แจงพลางบุ้ยปากไปทางซูหยูโมที่อยู่ข้าง ๆ
“หัวหน้า?” กัวเหลียงมองไปที่ซูหยูโมด้วยความอัศจรรย์ใจ สาวสวยคนนี้คือหัวหน้าของหวงเฟิงงั้นเหรอ? มิน่าล่ะ… ไอ้หมอนี่ถึงได้ยืนกรานหนักแน่นว่าจะทำงานเป็น รปภ. อยู่ที่นั่นต่อไม่ยอมย้ายไปไหน
“ใช่ครับ” หวงเฟิงพยักหน้าก่อนจะแนะนำอย่างเป็นทางการ “นี่คือผู้อำนวยการของบริษัทผมเองครับ คุณซูหยูโม… ผอ. ซูครับ นี่คือกัวเหลียงเพื่อนสนิทของผมเอง ส่วนสาวสวยที่อยู่ข้าง ๆ เขาคือโจวหรูหราน แฟนสาวของเขาครับ”
“สวัสดีค่ะ” ซูหยูโมเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มละมุน
“สวัสดีครับ ผอ. ซู คุณสวยมากจริง ๆ ครับ” กัวเหลียงเอ่ยชมจากใจจริง เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ใช่การประจบสอพลอแต่อย่างใด
“ขอบคุณมากค่ะ” ซูหยูโม่ยิ้มรับ
“นี่ เจ้าเปี๊ยก… นายไม่อยากย้ายมาทำงานกับฉันเพราะเจ้านายคนสวยคนนี้ใช่ไหมเนี่ย?”
ในระหว่างที่โจวหรูหรานและซูหยูโมเริ่มหันไปสนทนากันตามประสาผู้หญิง กัวเหลียงก็สบโอกาสแอบขยับเข้ามากระซิบกระซาบถามหวงเฟิงทันที
“นายพูดเหลวไหลอะไรของนายเนี่ย? เธอเป็นเจ้านายของฉันนะ แถมยังเป็นผู้หญิงที่ทั้งรวยและเพอร์เฟกต์ขนาดนั้น จะมาเกี่ยวข้องอะไรกับคนอย่างฉันได้ยังไง?” หวงเฟิงรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“แต่ฉันไม่เคยเห็นเจ้านายที่ไหนพาลูกน้องมาเดินซื้อของส่วนตัวแบบนี้เลยนะ แถมแผนกนี้มันแผนกเสื้อผ้าผู้ชายชัด ๆ” กัวเหลียงหรี่ตามองอย่างจับผิด “แล้วในมือนั่น… นายไม่ได้ถือเสื้อผ้าผู้ชายพะรุงพะรังอยู่หรอกเหรอ?”
“ใช่ แต่อันนี้ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย ฉันแค่มาทำหน้าที่เป็นนายแบบจำเป็น ช่วยลองเสื้อผ้าส่งไปให้เพื่อนของเธอเฉย ๆ” หวงเฟิงอธิบาย
“อย่างนั้นเองเหรอ?” กัวเหลียงยังคงระแวงและกังขาเล็กน้อย “อย่างไรก็ตาม ฉันแนะนำให้นายเผื่อใจไว้หน่อยนะ ผู้หญิงสวยและรวยระดับนั้นคงไม่ชายตามองคนธรรมดาแบบพวกเราหรอก ฉันคิดว่ากัวเมิ่งหานน่ะเหมาะสมกับนายที่สุดแล้ว”
“นายจะพูดเรื่องเพ้อเจ้อไปถึงไหนเนี่ย? อะไรเหมาะไม่เหมาะ?” หวงเฟิงส่ายหน้าอย่างหมดคำจะพูด “อีกอย่าง กัวเมิ่งหานเขาอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับฉันเลยก็ได้”
แม้หวงเฟิงจะพูดถ่อมตัวเช่นนั้น แต่ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกต่ำต้อยเลยแม้แต่น้อย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่มีภาพลักษณ์และฐานะที่สมบูรณ์แบบอย่างซูหยูโม เพราะในตอนนี้เขามีกำลังภายในและระบบกล่องจักรวาลคอยหนุนหลัง ทำให้เขามีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น สำหรับเขานั้น เรื่องของความสำเร็จมันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น และมันก็ไม่น่าจะยากเย็นเกินไป
“แต่ฉันรู้สึกจริง ๆ นะว่ากัวเมิ่งหานน่ะเหมาะกับนายมาก ยิ่งไปกว่านั้นฉันดูออกว่าเธอน่าจะมีความประทับใจที่ดีต่อนายแน่ ๆ ถ้านายลองเปิดใจตามจีบเธอ บางทีอาจจะสำเร็จก็ได้ นายแค่ไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นแหละ” กัวเหลียงเตือนด้วยความหวังดี เขากลัวว่าหวงเฟิงจะปฏิเสธที่จะย้ายมาทำงานที่เดียวกับเขาเพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดซูหยูโมจริง ๆ เพราะหากเป็นเช่นนั้น คนที่จะต้องเจ็บปวดที่สุดในท้ายที่สุดก็คือหวงเฟิงนั่นเอง
“พอได้แล้วน่า ฉันไม่คุยเรื่องไร้สาระกับนายแล้ว นายรีบไปช่วยคุณโจวคนสวยช้อปปิ้งต่อเถอะ” หวงเฟิงรีบตัดบท
และดูเหมือนว่าทางด้านซูหยูโมและโจวหรูหรานจะจบการบทสนทนาลงแล้วเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอสองคนเพิ่งจะเคยพบกันเป็นครั้งแรก จึงไม่มีเรื่องให้พูดคุยกันยาวนานนัก หลังจากนั้นไม่นาน คนทั้งสองกลุ่มก็เอ่ยลาและแยกย้ายกันไปคนละทาง
.
“บอกฉันมาซะดี ๆ เลยนะว่ามันมีอะไรในกอไผ่ระหว่างหวงเฟิงกับเจ้านายคนสวยของเขาหรือเปล่า?” โจวหรูหรานเอ่ยถามกัวเหลียงทันทีที่เดินคล้อยหลังออกมา
จะโทษว่าเธอเป็นคนขี้เม้าท์ก็ไม่ได้ เพราะใครเห็นภาพแรกที่หวงเฟิงกับซูหยูโมเดินเคียงคู่กันก็คงคิดว่าเป็นคู่รักที่กำลังพากันมาช้อปปิ้งแน่ ๆ แถมเคมีของทั้งสองคนก็ดูเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด
“เรื่องนั้นฉันก็รับประกันอะไรไม่ได้หรอก ท้ายที่สุดแล้วผู้อำนวยการซูคนนั้นก็สมบูรณ์แบบเกินไป ขนาดฉันยังแอบสงสัยเลยว่าเจ้าหวงเฟิงไม่อยากลาออกเพราะเธอหรือเปล่า” กัวเหลียงแชร์ความเห็น
“แล้วเมิ่งหานล่ะคะ? ฉันรู้สึกได้ว่าเมิ่งหานเองก็มีความประทับใจที่ดีต่อหวงเฟิงเหมือนกันนะ” โจวหรูหรานเอ่ยแย้ง
“เรื่องของหัวใจพวกเราอย่าไปกังวลแทนพวกเขาเลยดีกว่า อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด ถ้าหากเมิ่งหานไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับหวงเฟิงจริง ๆ แล้วพวกเราไปจับคู่ให้ดื้อ ๆ ทั้งสองคนคงจะมองหน้ากันไม่ติดและรู้สึกอึดอัดใจเปล่า ๆ ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตมันจะคุยกันลำบากขึ้นด้วย เราคอยดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ดีกว่านะ” กัวเหลียงสรุป
“นั่นสินะคะ” โจวหรูหรานพยักหน้าเห็นด้วย
.
ในอีกด้านหนึ่ง… หวงเฟิงและซูหยูโมกำลังนั่งละเลียดเครื่องดื่มเย็น ๆ อยู่ในคาเฟ่ หวงเฟิงจึงถือโอกาสนี้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับกัวเหลียงให้เธอฟัง
“ผมกับกัวเหลียงเป็นเพื่อนร่วมห้องกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยครับ ความสัมพันธ์ของเราเลยค่อนข้างแน่นแฟ้นมาก หลังจากเรียนจบพวกเราก็เลือกที่จะลงหลักปักฐานทำงานอยู่ที่เมืองนี้เหมือนกัน เลยได้ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาเจอพวกเขาที่นี่ในวันนี้” หวงเฟิงกล่าว
“แล้วคุณโจวคนนั้น… เธอเป็นแฟนของเพื่อนคุณ หรือว่าเป็นแฟนของคุณกันแน่คะ?” จู่ ๆ ซูหยูโมก็เอ่ยถามขึ้นมา
“แน่นอนว่าพวกเขาเป็นแฟนกันสิครับ ไม่อย่างนั้นจะพากันมาเดินช้อปปิ้งกระหน่ำขนาดนั้นได้ยังไง” หวงเฟิงหัวเราะ
“แต่มันแปลกมากเลยนะ ตอนที่ฉันคุยกับเธอ ดูเหมือนเธอจะพยายามพูดจาเลียบ ๆ เคียง ๆ เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณตลอดเวลา ฉันเลยแอบคิดว่าเธอเป็นแฟนของคุณซะอีก” ซูหยูโมกล่าว
แม้ว่าโจวหรูหรานจะพยายามสอดส่องอย่างแนบเนียนแล้วก็ตาม แต่ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่ ประสบการณ์มองคนของซูหยูโมย่อมเฉียบคมกว่ามาก
“อ๋อ… อาจเป็นเพราะเธอเป็นห่วงผมน่ะครับ เธอกับกัวเหลียงถึงกับเคยพยายามช่วยแนะนำผู้หญิงคนอื่นให้ผมรู้จักด้วยซ้ำ” หวงเฟิงเฉลยกลั้วยิ้ม
“เอ๊ะ… แล้วคุณเคยเจอกับผู้หญิงคนนั้นหรือยังคะ? เป็นอย่างไรบ้าง?”
มือของซูหยูโมที่กำลังจับแก้วเครื่องดื่มอยู่พลันสั่นไหวไปเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ
“ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกครับ แต่พวกเราเพิ่งเคยพบกันแค่ครั้งเดียวเอง ผมจะไปรู้สึกอะไรพิเศษได้ยังไงล่ะครับ อีกอย่างพวกเขาสามคนทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน กัวเหลียงเลยโทรตามให้ผมไปร่วมโต๊ะด้วยเพราะไม่อยากเห็นผมต้องมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่นี่” หวงเฟิงเล่าไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง
“นั่นไงล่ะ! หมอนั่นคิดจะมาแย่งพนักงานฝีมือดีของฉันไปจริง ๆ ด้วย ทำไมคุณไม่บอกฉันเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้นะ ฉันจะได้เคลียร์กับเขาให้ชัดเจนไปเลย” ซูหยูโมแสร้งทำเป็นปั้นหน้าจริงจังใส่พลางถามหยั่งเชิง “แล้วคุณล่ะ… คุณตอบปฏิเสธเขาไปว่ายังไง?”
แม้ว่าเธอจะเอ่ยถามหวงเฟิงด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง แต่ลึก ๆ ในใจของซูหยูโมกลับรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างประหลาด เพราะเธอกลัวว่าหวงเฟิงจะหวั่นไหวกับคำชักชวนของเพื่อนและตัดสินใจยื่นใบลาออกไปจริง ๆ
“ผมเหรอครับ? ผมก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่าตอนนี้ผมมีความสุขดี และยังไม่มีความตั้งใจที่จะลาออกไปไหนทั้งนั้นครับ” หวงเฟิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มซื่อ ๆ
“ดีมาก… คุณเป็นพนักงานที่ดีและซื่อสัตย์จริง ๆ”
ซูหยูโมลอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอ่ยปากชมพร้อมกับแจกรางวัลชิ้นโต “เดี๋ยวกลับไปฉันจะพิจารณาปรับเพิ่มเงินเดือนพิเศษให้คุณก็แล้วกันนะ!”
“จริงเหรอครับ?!”
หวงเฟิงตาลุกวาวเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ ผู้อำนวยการซู!”
หลังจากนั้นคนทั้งสองก็นั่งพักผ่อนและพูดคุยกันต่ออีกครู่ใหญ่ ดูเหมือนซูหยูโมจะอารมณ์ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เธอชวนหวงเฟิงเดินเล่นรอบ ๆ ตลาดต่ออีกสักพัก แต่คราวนี้เธอทำเพียงแค่เดินดูเรื่อยเปื่อยโดยไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่ม และแน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้บังเอิญไปพบกับกลุ่มของกัวเหลียงและโจวหรูหรานอีกเป็นครั้งที่สอง