การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 245 ไร้ความปรานี
เมื่อได้ยินคำพูดของจิงเจ้อหรงแล้ว ถังซวงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า
“เป็นเพราะลุงจิงไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดบังพวกเราต่างหาก พวกเราถึงรู้
ค่ะ”
แน่นอนว่าจิงเจ้อหรงไม่ตั้งใจที่จะซ่อนมันจากถังซวงและโม่เจ๋อ
หยวน แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทั้งสองทำแล้ว เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
“พวกเธอสองคนกล้ามาก ถ้าเรื่องนี้ถูกตระกูลเหม่ยที่มีอำนาจใน
เมืองหลวงจับได้ พวกเขาต้องฆ่าเธอสองคนแน่ ๆ เพราะไม่ค่อยมีใคร
คิดอยากจะยั่วยุพวกเขาขนาดนี้มาก่อน”
ในตอนท้าย จิงเจ้อหรงหันมองโม่เจ๋อหยวนแล้วพูดว่า “เจ๋อหยวน
ทำไมนายถึงไม่บอกฉันสักนิดล่ะ ถึงครอบครัวของพวกเราจะ
ช่วยเหลือนายในคราวคับขันได้ แต่สุดท้ายมันก็จะสร้างปัญหา
มากมายตามมาได้นะ”
โม่เจ๋อหยวนตอบกลับ
“ครับลุงจิง คราวหน้าพวกเราจะระวังตัวให้มากครับ”
จากนั้นจิงเจ้อหรงหันมองถังซวงอย่างขุ่นเคืองก่อนจะพูดว่า
“พวกเธอยังคิดว่ามันจะมีครั้งต่อไปอีกหรือ”
อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าถังซวงออกไปแก้แค้นให้กับเฮ่อหลาน
เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีกแต่กล่าวด้วยน ้าเสียงจริงจังว่า “ถ้ามีเรื่องอย่าง
นี้อีกในอนาคต ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของฉัน อย่าให้มือของพวก
เธอต้องแปดเปื้อน แต่เพราะครั้งนี้ฉันช้าเกินไป ถ้ามีคราวหน้าฉันจะ
จัดการอะไรให้เร็วกว่านี้”
“ค่ะลุงจิง”
แม้จะเห็นว่าถังซวงดูเชื่อฟัง แต่จิงเจ้อหรงก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
นัก เพราะเด็กคนนี้อาจจะตอบกลับเขาไปอย่างนั้น แต่หากมีเรื่อง
เหล่านี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เขาก็ไม่มั่นใจนักว่าเธอจะไม่หาทางลง
มืออีก ทว่าในเมื่อเห็นว่าถังซวงรับปากแล้ว เขาจึงพยักหน้ารับแล้ว
พูดว่า “เอาเถอะ อย่างนั้นแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ”
หลังถังซวงและโม่เจ๋อหยวนกลับไปที่ห้องของตัวเอง เฮ่อหลานก็
เดินเข้ามาพร้อมกับจานผลไม้ และเมื่อเห็นจิงเจ้อหรงอยู่คนเดียว เธอ
อดไม่ได้ที่จะถาม
“ซวงเอ๋อร์กับเจ๋อหยวนไปไหนแล้วหรือคะ? เมื่อครู่พวกเขายังอยู่
ที่นี่อยู่เลยไม่ใช่หรือ?” เธอวางจานผลไม้ในมือลงแล้วหันไปถาม
“คุณคุยอะไรกับพวกเขาคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่ถามทั่วไปเกี่ยวกับโรงงานเครื่องจักร
น่ะ”
“โอ้ จริงด้วย ฉันก็อยากจะถามเหมือนกัน ช่วงนี้ที่โรงงาน
เครื่องจักรเป็นยังไงบ้างคะ?”
จิงเจ้อหรงรีบตอบ “ทั้งซวงเอ๋อร์และเจ๋อหยวนยุ่งอยู่ในโรงงาน
เครื่องจักรนานหลายวันแล้ว ดูเหมือนว่าในที่สุดพวกเขาจะค้นพบ
บางอย่าง แม้ว่าจะเสียเวลาไปมากแต่มันก็คุ้มค่า”
หลังได้ยินอย่างนั้น เฮ่อหลานก็โล่งอก
“ดีจังเลยค่ะ”
แต่เวลานี้จิงเจ้อหรงค่อย ๆ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปเรื่องอื่น
เพื่อไม่ให้เฮ่อหลานสนใจเรื่องของถังซวงและโม่เจ๋อหยวนนัก
ทว่าเขาเห็นด้วยกับความคิดของถังซวงที่ไม่ต้องการให้เฮ่อห
ลานมารู้เรื่องดำมืดเหล่านี้
อีกด้าน ถังซวงไม่ได้พักผ่อนหลังกลับมาที่ห้องของตนเอง เพราะ
คราวนี้เธอเข้าไปเมืองหลวงหลายวัน และหลังจากกลับมาถึงบ้าน ทั้ง
ซ่างสยงเยี่ยและซ่างหมิงซู่ก็กำลังจะกลับเมืองก่างเฉิง เมื่อพวกเขา
กลับไปแล้ว ถังซวงคิดว่าจะให้พวกเขานำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและงาน
เย็บปักกลับไปด้วย เช่นนั้นเธอจึงต้องเตรียมตัวให้ดี
หลังถังซวงทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอรีบพักผ่อนอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น เมื่อถังชุนหยานมาหา เธอรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อเห็นถังซ
วงอยู่ที่นี่ “พี่ซวง ในที่สุดพี่ก็กลับมา ถ้าพี่ไม่กลับมา ฉันไม่รู้เลยว่า
ต้องทำยังไงต่อ”
เมื่อเห็นถังชุนหยานมาที่นี่ ถังซวงเองก็มีความสุขมากเช่นกัน
ก่อนที่เธอจะออกไป เธออธิบายงานบางอย่างและตรวจสอบมันเสร็จ
สิ้นแล้ว จึงรู้ว่าถังชุนหยานทำงานได้ดีมาก “ชุนหยาน เราเหลือบรรจุ
มันลงขวดน่ะ”
“ค่ะ”
ทั้งสองลงมือทำกันอย่างรวดเร็ว หลังทำงานเสร็จแล้ว ถังซวงไป
หาซ่างสยงเยี่ยแล้วมอบเครื่องสำอางให้เขา “คุณชายซ่างคะ ฉัน
รบกวนให้คุณนำมันไปให้ป้าของฉันทีนะคะ”
“คุณถังไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะส่งมันด้วยมือของตัวเองเลย”
ซ่างสยงเยี่ยยกยิ้ม พลางถามเกี่ยวกับเหม่ยหยิงตง “ถึงผมกำลัง
จะกลับเมืองก่างเฉิง แต่คนสกุลเหม่ยที่คิดทำร้ายผมยังคงลอยนวล
และผมไม่สามารถชำระแค้นนี้ได้ด้วยตัวเอง คุณถังบอกผมเกี่ยวกับ
สถานการณ์ของผู้หญิงคนนั้นได้ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ถังซวงหัวเราะเบา ๆ “คุณชายซ่างไม่ต้อง
กังวลนะคะ เหม่ยหยิงตงได้รับบทเรียนสาสมแล้วค่ะ”
“อ้าว… ผู้หญิงคนนั้นได้รับบทเรียนยังไงหรือครับ?”
ซ่างสยงเยี่ยอยากรู้จริง ๆ เขารู้มาว่าผู้หญิงคนนั้นกลับเมืองหลวง
ไปแล้ว แม้จิงเจ้อหรงจะรับปากจัดการให้ แต่เขาก็บอกว่าต้องรอไป
ก่อน ทว่าตอนนี้กลับถูกจัดการแล้ว?
“สองแม่ลูกนั่นต้องไปอาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือค่ะ และ
พวกเขาจะไม่กลับมาอีกเด็ดขาด พวกเขาจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นั่น”
แม้ซ่างสยงเยี่ยจะมาจากเมืองก่างเฉิง แต่เขาก็พอจะรู้เรื่องราว
ของทางตะวันตกเฉียงเหนือที่ถังซวงพูดถึงอยู่บ้าง สถานที่แห่งนั้น
แร้นแค้นและไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย แต่ดูเหมือนว่าผู้หญิงคน
นั้นจะได้รับบทเรียนอย่างสาสมแล้วจริง ๆ
เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้ว ซ่างสยงเยี่ยมองถังซวงแล้วถามว่า “คุณถัง
ครับ เป็นไปได้ไหมว่าเป็นคุณที่จัดการกับสองคนนั่น?”
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าถังซวงกับโม่เจ๋อหยวนออกไปจากหมู่บ้าน
เถาฮวาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่
เวลานี้ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่ได้ไปที่โรงงานเครื่องจักรตามที่บอก
แต่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงแทน
ถังซวงไม่ยอมรับโดยตรง
“คุณชายซ่างคะ เดี๋ยวเราไปที่โรงงานเย็บปักกันเถอะค่ะ งานปัก
ชุดแรกจะถูกส่งไปเมืองก่างเฉิงในคราวนี้ด้วย”
เมื่อเห็นถังซวงพูดอย่างนั้น ซ่างสยงเยี่ยก็ยกยิ้มและไม่ถามอะไร
อีก แล้วตอบกลับไปว่า “ครับ”
หลังจากนั้นถังซวงขอให้เฮ่อหลานไปที่โรงงานเย็บปักด้วย
เช่นกัน ซึ่งพวกเขาเตรียมงานปักชุดแรกทั้งหมดเพื่อให้ซ่างสยงเยี่ย
และมีสัญญาเพื่อให้ซ่างสยงเยี่ยลงนามด้วย
ทว่าซ่างสยงเยี่ยจ่ายค่างานปักชุดแรกอย่างง่ายดาย
ซึ่งทำให้หลิวเหลียงไคตกตะลึงเมื่อเห็นเงินจำนวนมาก และมัน
ทำให้เขาตระหนักได้ว่าหมู่บ้านของตนกำลังเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
ใบหน้าของเขายิ่งตื่นเต้น และไม่สามารถหุบรอยยิ้มได้แม้กระทั่ง
ซ่างสยงเยี่ยจากไป
หลังซ่างสยงเยี่ยกลับมาแล้ว เขาบอกกล่าวกับซ่างหมิงซู่ให้เก็บ
ของและเตรียมตัวกลับบ้านเกิด
“คุณลุงครับ คุณลุงบอกว่าจะติดตามเรื่องของผู้หญิงสารเลวคน
นั้นไม่ใช่หรือครับ? แล้วจะกลับบ้านไปทั้งอย่างนี้หรือ?”
ซ่างสยงเยี่ยส่ายศีรษะเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ไม่ต้องทำอะไรแล้ว”
“ทำไมล่ะครับ?”
ซ่างสยงเยี่ยเล่าเรื่องทั้งหมดแล้วพูดว่า “คุณถังนี่โหดเหี้ยมจริง ๆ
เธอตัดสินใจรวดเร็วและเด็ดขาดมาก โชคดีที่เราไม่ได้เป็นศัตรูกับ
เธอ ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่มั่นใจว่าตัวฉันเองจะรับมือกับเธอได้ไหม ถึง
ฉันจะไม่รู้ว่าตระกูลเหม่ยมีอิทธิพลมากแค่ไหน แต่ฉันรู้สึกได้ว่าพวก
เขามีอำนาจล้นเหลือ ทว่าถังซวงคนนี้ยังจัดการพวกเขาได้ ซึ่งมันไม่
ง่ายเลยจริง ๆ”
ทว่าซ่างหมิงซู่กลับไม่เห็นด้วย
“บางทีเธออาจจะขอความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงของเธอก็ได้นะ
ครับ คุณชายจิงนั่นก็ไม่ได้ธรรมดา”
ซ่างสยงเยี่ยชำเลืองมองซ่างหมิงซู่ก่อนจะพูดว่า “มันยากมาก
เลยหรือที่จะยอมรับว่าคนอื่นเก่งกว่าตัวเอง?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซ่างหมิงซู่ถึงกับเงียบ
แน่นอนว่าถังซวงไม่รู้ว่าลุงและหลานกำลังพูดคุยเรื่องอะไรกัน
เธอหันมองหลินหมิงซู่แล้วถามว่า “ลุงหลินคะ ลุงจะไปเมืองก่างเฉิง
กับคุณชายซ่างจริง ๆ หรือคะ?”
“ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับคุณชายซ่างแล้ว และคิดว่าคงจะดีหาก
เดินทางไปพร้อมพวกเขาเลย และเขาก็รู้จักใครบางคนด้วย บางทีเขา
อาจจะพอแนะนำคนเหล่านั้นให้กับฉันได้”
ถังซวงพยักหน้ารับเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ค่ะ อย่างนั้นฉันจะขอให้
คุณชายซ่างดูแลคุณลุงดี ๆ”
“ฮ่า ๆ … ขอบคุณมากนะซวงเอ๋อร์”
หลังโม่เจ๋อหยวนรู้ว่าลุงของตนกำลังจะเดินทางไปเมืองก่างเฉิง
เขารู้ดีว่าเป็นงานของอีกฝ่ายจึงไม่ได้พูดอะไรนัก แต่เมื่อรู้ว่าถังซวง
กำลังจะไปหาซ่างสยงเยี่ย เขาจึงขอไปด้วย
“คุณชายซ่างครับ โปรดดูแลคุณลุงด้วยนะครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซวงและโม่เจ๋อหยวน ซ่างสยงเยี่ยหัวเราะ
แล้วตอบว่า “ไม่ต้องกังวล ผมจะดูแลหมิงซู่ให้ดีแน่ และผมรู้จักใคร
บางคนในวงการธุรกิจอุปกรณ์อยู่บ้าง ผมคิดจะแนะนำให้พวกเขา
รู้จักกับหมิงซู่อยู่แล้ว”
“อย่างนั้นรบกวนคุณชายซ่างด้วยนะครับ”