การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 1 คํ่าคืนพิลึก
คํ่าคืนที่ราวกับม่านสีดําผืนใหญ่โอบล้อมภูเขาที่ห่างไกลและบ้านเรือนต่างถูกปกคลุมอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่เหลือไว้ เพียงความมืดมิดอันกว้างใหญ่เคว้งคว้าง
มืดทะมึน
มืดมิดไปหมด
คํ่าคืนที่ไร้แสงและความอบอุ่นกระทั่งเสียงนกร้องและแมลงก็เงียบหายไป มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้สั่นไหว ราวกับเสียงร้องแทบขาดใจอยู่ข้างหูราวกับเป็นเสียงกรีดร้องที่ดังที่สุดในชีวิต
สายลมพัดผ่านลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างแสงเทียนและกระดาษบุตรงหน้าต่างถูกลมพัดดัง “ตึง ตึง” เหมือน เตือนให้รู้ว่าอีกไม่ช้าจะมีภัยพิบัติคืบคลานใกล้เข้ามา
ที่ด้านนอกเมืองซุ่นอานมีจวนมืดมนน่าสะพรึงกลัวอยู่หลังหนึ่ง ด้านในมีแสงไฟสลัวๆ
สถานที่แห่งนี้เป็นที่รับรองอันงดงามของจวนซุ่นอานไป๋ที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างมาหลายปีแต่ไม่นานกลับมีคนกลุ่ม หนึ่งย้ายเข้ามา ทําให้ที่นี่ดูวุ่นวายไปหมดผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นเข้าไปสอบถามถึงได้รู้ว่าฮูหยินของจวนซุ่นอานท้องได้ สิบเดือน และตอนนี้เตรียมจะคลอดที่นี่
จวนซุ่นอานไป๋เป็นถึงจวนของเจ้าเมืองไป๋คุนฮูหยินต้วนชิงหมิงเป็นภรรยาของบุตรชายของไป๋หย่วนฮ่าว ในความ เป็นจริงต้วนชิงหมิงควรจะรอคลอดที่จวนซุ่นอานไป๋ถึงจะถูกทําไมถึงมาคลอดที่ห่างไกลเช่นนี้?
ผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นต่างก็คาดเดากันไปต่างๆนานาว่า ฮูหยินคนนี้อาจจะไม่ได้เป็นที่โปรดปราน จึงตกอยู่ใน สภาพเช่นนี้?
ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะทายกันอย่างไรภายในจวนแห่งนี้ต่างก็เริ่มทํางานตามที่แบ่งไว้
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมภายในจวนมีเพียงห้องที่อยู่ด้านหลังที่มีแสงไฟลอดออกมา ผู้คนวิ่งพลุกพล่านดูท่าฮู หยินคงใกล้จะคลอดแล้ว
ได้ยินเสียงประตูไม้เปิดออกดังเอี๊ยด มีคนเปิดประตูและยกอ่างนํ้าที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา
ประตูไม้ที่แกะสลักด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงถูกเปิดออกแล้วก็ปิดลงทําให้กลิ่นคาวเลือดอยู่คละคลุ้งไปทั่วห้อง
เลือด
เลือดจํานวนมากไหลราวกับงูน้อยที่เลื้อยออกมาจากฉากกั้นลมรูปทิวทัศน์ภูเขาแม่นํ้า ทําให้พื้นอิฐที่เก่าแก่เปียก ชื้นจนส่งผลให้เกิดกลิ่นคาวแรงและกระจายเต็มไปทั้งห้องอย่างรวดเร็ว
สาวใช้ในห้องทั้งหมดต่างพากันออกจากห้องตามสัญญาณมือลับๆและประตูไม้ที่หนักอึ้งก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ภายใน ห้องที่ว่างเปล่าเหลือเพียงฮูหยินที่นอนอยู่บนเตียง แม่นมและสาวใช้ที่หน้าตาบึ้งตึงอีกคนเดินเข้ามาใกล้
เสียงที่อ่อนแรงฟังดูร้อนรนดังมาจากฉากกั้นด้านหลัง “แม่นมเถียน เป็น… คุณชาย หรือ คุณหนู……เร็วเข้ารีบอุ้ม มาให้ข้าดู”
แสงไฟสลัวสีเหลืองนวลทําให้มองออกว่าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนั้นอายุราวยี่สิบปีมีดวงตาและคิ้วเรียวงาม ละเมียดละไมราวกับภาพวาดข้อบกพร่องเดียวที่มีคือสีผิวดําคลํ้า ไม่ได้ขาวผุดผ่องดั่งคนทั่วไปทว่าในความบกพร่อง นาง กลับมีดวงตาที่แวววาวคู่หนึ่งมาทดแทน ดวงตาบนใบหน้าคู่นั้นเหมือนไข่มุกในสายธารายามได้เห็นใบหน้าของหญิงสาว ราวกับแสงอาทิตย์ส่องประกายนุ่มนวลและอ่อนโยน
นางคือต้วนชิงหมิงฮูหยินของคุณชายไป๋หย่วนฮ่าวแห่งจวนซุ่นอานจือ เนื่องจากอยู่ๆก็เกิดโรคระบาดขึ้นภายใน จวน ทําให้ต้วนชิงหมิงซึ่งใกล้ถึงกําหนดคลอด จําต้องออกมารอคลอดอยู่ในจวนที่ห่างไกลและตอนนี้นางก็เพิ่งได้ให้ กําเนิด
เมื่อได้ยินคําถามของต้วนชิงหมิงใบหน้าของแม่นมเถียนก็ปรากฏให้เห็นถึงการหยามเหยียด คําพูดของแม่นมก็ดู ถากถางภายในห้องที่ว่างเปล่าทําให้คนรู้สึกถึงการถูกเหยียดหยาม ได้ยินเสียงตอบอย่างเย็นชาว่า “เรียนฮูหยินใหญ่เป็น บุตรชายเจ้าค่ะ”
เสียงตอบของแม่นมเถียนเป็นเหมือนเสียงของเครื่องจักร ภายใต้แสงที่ถูกลมพัดเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืดทําให้เห็นถึง ใบหน้าของแม่นมที่ปรากฏรอยย่นไปทั่ว น่าหวาดกลัวเวลาได้ยิน
เนื่องจากการคลอดที่ไม่ราบรื่นต้วนชิงหมิงจึงได้รับความทรมานตลอดสองวันหนึ่งคืนถึงให้กําเนิดลูกชายคนนี้ได้ สําเร็จ พลังทั้งหมดในตัวของนางถูกใช้จนหมดสิ้น ร่างกายช่วงล่างที่เกิดการฉีกขาดของอวัยวะทําให้เลือดไหลออกมาไม่ หยุดจนเต็มไปทั่วเตียง แม้กระนั้นดวงตาลุกวาวคู่นั้นของนางยังจ้องมองแม่นมเถียนที่กําลังใช้ผ้าห่อตัวทารกอย่างไม่ คลาดสายตา นางเอ่ยอย่างร้อนรนและวิงวอน
“แม่นมเถียน รีบอุ้มคุณชายน้อยมาให้ข้าดูหน่อยเถิด”
นี่เป็นลูกชายที่นางเกือบแลกมาด้วยชีวิตเขาเป็นบุตรชายคนโตของฮูหยินในจวนซุ่นอานไป๋ และเป็นที่พึ่งทั้งชีวิต ของนางตอนนี้ต้วนชิงหมิงเป็นแม่ที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงอยากจะอุ้มเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง
เมื่อดูแววตาของต้วนชิงหมิงจะเห็นถึงสายตาที่ไม่คิดถึงสิ่งใดนอกเสียจากบุตรชาย แม่นมเถียนเกิดตกใจกอดเด็ก ทารกในมือไว้แน่นพร้อมกับก้าวถอยหลังไป
ทารกตัวน้อยแม้เพิ่งจะลืมตาดูโลกทว่าดวงตาเบิกโตนอนสงบเงียบอยู่ในอ้อมอกของแม่นมเถียนมองไปซ้ายทีขวา ทีไม่ส่งเสียงดังร้องไห้แต่อย่างใด ใบหน้าเล็กๆ นั้น แลดูอารมณ์นิ่งสงบ
ต้วนชิงหมิงมองไปยังแม่นมเถียนก็ยิ่งรู้สึกถึงท่าทางแปลกๆใจคอเกิดความรู้สึกไม่สู้ดี ไม่รู้ว่าจู่ๆ เอาเรี่ยวแรงมา จากไหน นางพยุงร่างที่อ่อนแอขึ้นมาลุกจากเตียงเข้าไปหาทารกที่อยู่ในอ้อมอกแม่นมเถียน
เลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุดแม้ต้วนชิงหมิงจะร่างกายอ่อนแอ หน้ามืดตาลายแต่นางยังคงฝืนพยุงตัวไว้และพูด ด้วยเสียงอ่อนแรงว่า “ลูก……ลูกของข้า!”
“นั่นเป็นลูกของข้า ทําไมเจ้าไม่ส่งมาให้ข้า?”
แสงไฟสว่างวาบเข้ามากระทบใบหน้าแม่นมเถียนทําให้มองเห็นร่องรอยความเหี่ยวย่น ริมฝีปากหนาเผยออยู่ หลายทีในที่สุดก็ยอมพูดออกมา
“ฮูหยินใหญ่ บ่าวขอให้ฮูหยินใหญ่รออีกสักครู่จะดีกว่า รออีกครู่เดียวฮูหยินรองจะมาถึงแล้ว……”
ทั้งสายตาและรอยยิ้มที่เหี้ยมโหดของแม่นมเถียนทําให้ต้วนชิงหมิงตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดลูกที่นางเพิ่งคลอด ทําไมต้องรอให้ต้วนอวี้หรานมาด้วย?
ความสงสัยในใจยิ่งเพิ่มทวีคูณสีหน้าของต้วนชิงหมิงซีดขาว เริ่มลนลานทําอะไรไม่ถูก “แม่นมเถียนเจ้าช่วยอุ้ม คุณชายมาให้ข้าดูก่อนเถิด……”
แม่นมเถียนทําเพียงปิดปากเงียบไม่ขยับและตอบรับแต่อย่างใด
อากาศในห้องเหมือนมีเมฆหนามากมากดไว้ทําให้หายใจแทบไม่ออก
“โอ้ เลือดเนื้อเชื้อไขที่คลอดออกมาเอง ช่างไม่เหมือนกันเสียจริง……” เสียงใสกังวานชัดเจนเสียงหนึ่งดังมาจาก ด้านนอกประตู เห็นเงาร่างหญิงสาวเดินเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ
สตรีนางนั้นอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดใบหน้ามีเสน่ห์ราวกับดวงจันทร์ แววตาวาววับทําให้คนต่างคะนึงหาบน ร่างกายสวมชุดอวิ๋นเยียนซานสีเหลืองนวลปักลายดอกกล้วยไม้อย่างประณีตกระโปรงพลิ้วดังสายนํ้า ปักลายผีเสื้อคู่สี เดียวกัน ชุดคลุมด้านนอกเป็นชุดผ้าลูกไม้บางเบาลายดอกโบตั๋นผมเกล้าสูงเสียบปิ่นลายกล้วยไม้ประดับมุกเป็นประกาย ระยิบระยับสะท้อนแสงไฟภายใต้เงามืด
หญิงสาวผู้นี้คือต้วนอวี้หรานน้องสาวของต้วนชิงหมิงเป็นน้องสาวที่เกิดจากอนุภรรยา เวลานี้ต้วนอวี้หรานเดินเข้า มาในห้องช้าๆสายตาเต็มไปด้วยความสุข คิ้วงามโก่งสูง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันมองต้วนชิงหมิงที่เลือดยังคง ไหลไม่หยุดใบหน้าที่บํารุงดูแลอย่างดีของต้วนอวี้หรานเผยให้เห็นถึงความโหดร้ายและหยามเหยียด
“พี่สาวที่รักของข้า ข้ามาดูท่านแล้ว”
ต้วนชิงหมิงกัดฟันพูดออกมา “เจ้ามาทําอะไรที่นี่?”
ดวงตางดงามของต้วนอวี้หรานแฝงไปด้วยเลศนัยนางเลิกคิ้วขึ้น “เหอะๆ ข้าก็มาดูว่าพี่สาวข้าตายหรือยังน่ะสิ!”
หัวใจของต้วนชิงหมิงเย็นยะเยือกเหมือนนํ้าที่จับตัวเป็นนํ้าแข็งและจมลงไปอีกครั้งก็มิปาน นางจึงเลิกคิ้วขึ้นและ พูดอย่างไม่เกรงกลัวว่า “เจ้าสบายใจได้ต่อให้เจ้าตายไปแล้ว ข้าก็จะยังอยู่”
ทันใดนั้นต้วนอวี้หรานที่มีรอยยิ้มหยาดเยิ้มปานดอกไม้ก็หัวเราะขึ้นมาจนนํ้าตาซึม “หรือว่าพี่สาวของข้าไม่เคย ได้ยินว่าคลอดลูกหนึ่งครั้งก็เหมือนใกล้เข้าประตูยมโลกประตูนี้ถ้าเข้าไปแล้วยากที่จะกลับออกมา แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าพี่ สาวข้าจะโชคดีเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่?”
ใจของต้วนชิงหมิงพลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา
ต้วนอวี้หรานพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยนํ้าเสียงโหดเหี้ยมแลเหยียดหยาม “ไม่อย่างนั้น พี่สาวที่รักของข้าลองเดาสิว่า ข้าจะปล่อยให้บุตรชายท่านพี่มีชีวิตอยู่ต่อไปดีหรือไม่?”
……
เมื่อมองต้วนชิงหมิงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานอยู่บนเตียง สายตาที่มองไปยังหน้าประตูด้วยความหวัง ต้ วนอวี้หรานกลับหัวเราะเสียงดังสะใจ “พี่สาว ท่านอย่าได้คิดว่าท่านพี่จะมาช่วย……ให้ข้าบอกความลับแก่ท่านดีหรือไม่ ท่านพี่อยู่นอกประตูนี้เองอยากจะพบเขาหรือไม่เล่า?”
คําพูดของต้วนอวี้หรานเต็มไปด้วยความอํามหิตเลือดเย็น ราวกับว่านางรู้ว่าท่านพี่เป็นความหวังเดียวของต้วนชิง หมิง ในใจของนางมีเพียงความหวังเดียวเท่านั้น ท่านพี่มาช่วยแล้วหรือ?