การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 102 เกิดการระบาดของโรคเวินอี้
ต้วนชิงหมิงยื่นมือผายขึ้นเพื่อแสดงให้หมอโจวรู้ว่าไม่ต้องมากพิธี “หมอโจวเป็นคนรู้จักของท่านพ่อเช่นนั้นหลาน
ขอเรียกท่านว่าลุงไปั๋ ท่านลุงไม่ต้องมากพิธี เรื่องแม่ของเอ้อตั้นนั้นหลานก็ได้ยินมาบ้าง ขอให้ท่านลุงช่วยบอก
สถานการณ์ตามความเป็นจริงว่าเป็นเช่นไร!”
หมอโจวเหมือนคิดหนักอยู่มากเขามองไปยังต้วนชิงหมิงที่ดูแล้วอายุยังไม่ถึงสิบปีด้วยสายตาที่ยังสับสนอยู่ไม่น้อย
จึงถอนหายใจเฮือกยาวและพูดขึ้นว่า “แม่ของเอ้อตั้นนั้นเดิมทีทำงานอยู่ในจ้วงจื่อแต่เมื่อคืนหลังจากกลับมาก็รู้สึกไม่
สบาย จนวันนี้ตอนเช้าได้เสียชีวิตแล้วดังนั้นลุงจึงเชื่อว่าโรคระบาดนี้จะต้องแพร่ออกไปจากที่นี่จึงขอร้องให้คุณหนูใหญ่
และบ่าวรับใช้ทั้งหมด นับแต่นี้อย่าออกจากจ้วงจื่อจนกว่าจะหยุดโรคระบาดนี้ได้สำเร็จ!”
แม่ของเอ้อตั้นทำงานที่จ้วงจื่อและปั่วยยังไม่ทันข้ามวันก็เสียชีวิตแล้วหรือ
เด็กสาวถึงกับตกตะลึงไปเล็กน้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างผุดขึ้นในใจ แต่กลับลืมไปชั่วขณะ
สายตาของนางมีความกังวลใจจนแทบล้นทะลัก ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงถามขึ้น “ท่านลุงหลานอยากรู้ว่าก่อนที่แม่
ของเอ้อตั้นจะเสียชีวิต นางมีอาการอย่างไรบ้าง?”
เพราะโรคเวินอี้ต้องมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกชัดเจนไม่ผิดแน่ หมอโจวเป็นหมอที่ตรงไปตรงมาและไม่สรุปอะไร
อย่างไม่มีมูลอีกทั้งผ่านการวินิจฉัยของหมอโจวแล้ว จะต้องมีความรู้และความเข้าใจกับโรคเวินอี้ไม่น้อย
เขาตอบอย่างจริงจัง “ร่างกายจะร้อนไปทั่ว ผดผื่นแดงขึ้นตามร่างกายเมื่อผื่นแดงแตกออกจะมีนํ้าเหลืองๆ ไหล
ออกมา และแพร่กระจายโรค!”
สีหน้าของต้วนชิงหมิงทำให้คนที่เห็นคาดไม่ออกว่าในใจคิดอะไรอยู่ผื่นแดง ตัวร้อน นํ้าเหลือง แพร่โรค? นี่เป็น
ตำราที่จดบันทึกข้อสังเกตของโรคเวินอี้ไว้แต่ว่าโรคนี้มาจากไหน? แพร่จากจ้วงจื่อจริงหรือ? มันช่างเหมาะเจาะอะไร
ขนาดนี้!
ต้วนชิงหมิงหายใจยาวและแอบกำมือไว้แน่นภายใต้แขนเสื้อยาวถ้าเกิดเป็นเวินอี้ขึ้นจริงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่!
ความอึดอัดกดดันทำให้คนในห้องหายใจไม่ออก หลังจากที่เด็กสาวเงียบไปพักหนึ่งก็เอ่ยปากถามอีกครั้ง “หลาน
อยากถามท่านลุงว่านอกจากโรคเวินอี้แล้วยังมีโรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคนี้หรือไม่……หรือว่าโดนยาพิษอะไร
เข้า?”
นางยังคงพูดต่อ “ท่านลุงก็รู้ดีว่า โรคเวินอี้แม้จะน่ากลัวแต่ก็ไม่อาจทำให้คนตายในชั่วข้ามคืนได้”
ต้วนชิงหมิงถามคำถามสุดท้ายอย่างมีความหวัง ‘โรคเวินอี้’ ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนนางจึงหวังว่าจะเป็นโรคอื่น
หรือไม่ก็ปั่วยจากโรคอื่น…เพราะโรคเวินอี้แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่เคยได้ยินว่าจะพรากชีวิตคนเพียงชั่วข้ามคืน
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เคยได้ยิน!
หมอโจวครุ่นคิดและปฏิเสธความคิดของต้วนชิงหมิงอย่างรวดเร็วเขาส่ายหน้า “สิ่งที่คุณหนูใหญ่พูดมาก็ตรงกับ
หนังสือแพทย์ที่จดบันทึกไว้ เพียงแต่ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนดังนั้นสาเหตุโรคของแม่เอ้อตั้น จะต้องเป็นโรคเวินอี้
อย่างแน่นอน!”
เด็กสาวรู้สึกผิดหวังขึ้นมา “หลานจะทำตามที่ท่านลุงบอก……ไม่ให้คนในจ้วงจื่อออกไปเดินเพ่นพ่าน เพื่อดูว่ายังมี
ใครติดโรคนี้อีกหรือไม่ขอรบกวนท่านลุงช่วยตรวจโรคให้กับพวกนางทีละคนด้วยยิ่งไปกว่านั้น ขอให้ท่านลองหาวิธีการ
รักษาโรคนี้ให้เร็วที่สุดด้วย!”
หมอโจวได้ฟังก็รีบตอบรับอย่างไม่รีรอ “คุณหนูใหญ่โปรดวางใจได้ หน้าที่หมอคือการรักษาผู้ปั่วยอยู่แล้ว หมอจะ
รีบหาวิธีการรักษาให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยผู้ปั่วย”
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ให้คนในจ้วงจื่อห้ามออกไปข้างนอกจึงจะเป็นวิธีช่วยที่ดีที่สุด ในระหว่างที่หมอโจวกำลังพูดอยู่
ภรรยาของสวีปั๋อก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความลนลาน เมื่อเห็นสวีปั๋อก็ร้องตะโกนไม่หยุดว่า “แย่แล้ว! เหล่าเหยาโถวที่ชุนตงโถ
วเมื่อคืนหลังจากกลับไปก็ติดโรคไปด้วยตอนนี้ใกล้จะไม่ไหวแล้ว!”
เมื่อหมอโจวได้ฟังที่ภรรยาของสวีปั๋อเล่าจึงขอตัวลา “หมอจะต้องขอตัวไปดูสักหน่อยประเดี๋ยวค่อยกลับมาตรวจ
ให้คนในจ้วงจื่อแล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้า “ลำบากท่านลุงด้วย!”
พูดจบก็ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปส่งหมอโจวหลังจากที่หมอโจวไปแล้ว ผู้ดูแลสวีปั๋อและชวี๋เหลียงก็ตามออกไปด้วยเมื่อ
เดินไปถึงประตูด้านนอก ทั้งสองคนตั้งใจเดินไปคนละทางเมื่อเห็นชวี๋เหลียงเดินไปไกลแล้ว ภรรยาของสวีปั๋อถึงจะเดิน
และพูดกระซิบกับสวีปั๋อว่า “เจ้าว่าเรื่องนี้ น่าเชื่อถือหรือไม่?”
สวีปั๋อหันหัวกลับไปมองต้วนชิงหมิงที่อยู่ในห้องจากแววตาแวววับได้เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ จากนั้นจึงพูดอย่างมี
เลศนัยว่า “ถ้านางตายด้วย เรื่องนี้ก็จะน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก!”
ทุกคนต่างออกไปจนหมดแล้วเหลือเพียงความเงียบสงัดเข้าปกคลุม
เมื่อหมอโจออกไปไม่นานต้วนชิงหมิงก็พูดด้วยนํ้าเสียงน่ากลัวกับแม่นมหนิงว่า “แม่นมไปตามเถี่ยเฟิงและลูกน้อง
อีกสองสามคนให้ไปค้นหาสิ่งของที่คนเหล่านี้นำติดตัวมาด้วยให้ทั่ว จำไว้ว่าถ้าเจอสิ่งผิดปกติไม่ว่าจะเป็นของที่มีคนให้มา
หรือพวกเครื่องหอมต่างๆ ต้องค้นให้ละเอียด……อีกอย่างแม่นมช่วยข้าสืบหน่อยว่า แม่ของเอ้อตั้นทำงานอะไรในจ้วงจื่อ
และเมื่อคืนกลับไปเมื่อไร ในหนึ่งวันที่ผ่านมานางไปเจอใครมาบ้าง ทำอะไรมาบ้างและพูดกับใครบ้าง……ยังมีเหล่าเหยา
โถวทำงานอะไร ไม่กี่วันมานี้เจอใครมาบ้างกินอะไรบ้าง ไปสืบมาให้ข้าอย่างละเอียด!”
“ได้เจ้าค่ะ” แม่นมหนิงตอบแล้วกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปแต่ต้วนชิงหมิงยังสั่งเพิ่มอีกว่า “สำหรับติงเอ๋อร์ก็ต้อง
จับตาให้ดีตอนไปค้นสัมภาระของนางก็ไม่ต้องตั้งใจค้นละเอียด แค่ทำพอเป็นพิธีไปก็พอ!”
เพราะติงเอ๋อร์ยังมีประโยชน์อยู่ต้องทำให้นางไม่ทันได้สังเกตและรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองอยู่สุดท้ายเด็กสาว
เคลื่อนกายมาใกล้แล้วพูดเสียงเบาว่า “แม่นมหนิงมีเรื่องหนึ่งเจ้าต้องช่วยข้าตามพี่สะใภ้ตี๋มา ข้ามีเรื่องจะให้นางทำ!”
อีกฝั่ายรีบพยักหน้ารับ “ได้เจ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวบ่าวจะแอบไปแจ้งสะใภ้ตี๋ให้ทราบ!”
สะใภ้ตี๋เมื่อก่อนเป็นบ่าวรับใช้ในจวนต้วนเจิ้งถูกใจนางจึงอยากรับเป็นอนุ แต่หลังจากที่ถูกหลิวหรงใส่ร้ายจน
เกือบตายสุดท้ายฮูหยินติงโหรวได้แอบช่วยชีวิตนางไว้ และส่งมาที่จ้วงจื่อ!นับวันนางรอดจากความตายมาได้อย่าง
หวุดหวิด! เมื่อสองวันก่อนนางได้ยินว่าคุณหนูใหญ่มาที่นี่ จึงแอบเข้ามาเยี่ยมกลางดึก เมื่อพูดคุยกันจนถึงเรื่องหลิวหรง
นางก็กัดฟันกรอดพลางนึกถึงเรื่องเก่าที่ได้เจอมา!
แม่นมหนิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูแม้สะใภ้ตี๋จะมีความแค้นกับหลิวอี๋เหนียงแต่นางก็
เคยเป็นคนที่นายท่านถูกใจมาก่อน บ่าวจึงคิดว่าคนแบบนี้ใช้ประโยชน์ได้แต่ไม่ควรให้นางรู้เรื่องมากเกินไป!”
อีกฝั่ายหัวเราะแม่นมหนิงเบาๆ “ถ้าจะให้นางทำเรื่องที่ง่ายแสนง่ายอีกครั้งข้าจะบอกนางว่าถ้าเรื่องนี้ทำสำเร็จ
ชีวิตของหลิวหรงถ้าไม่ตายก็เจ็บเจียนตาย แม่นมว่านางจะทำหรือไม่?”
ความแค้นและผลประโยชน์ล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่ทำให้มนุษย์ยอมทำทุกอย่างต้วนชิงหมิง
เชื่อว่าไม่ว่าสะใภ้ตี๋จะเกลียดหลิวหรงจริงหรือแกล้งมาภักดีก็ไม่ได้ส่งผลอะไรเพราะว่านางวางแผนให้สะใภ้ตี๋สร้างเรื่อง
เท่านั้นส่วนของจริงอยู่ในกำมือของนางหมดแล้ว!
และไม่ว่าเรื่องเวินอี้จะเป็นจริงหรือหลอกลวงทว่าเรื่องนี้กำลังทำให้คนเริ่มหวาดกลัว ดังนั้นนางจะต้องคิดหาวิธีให้
เร็วที่สุดเพื่อหยุดความเสียหายและความหวาดกลัวนี้!
แม่นมหนิงฟังที่เด็กสาวอธิบายอย่างละเอียดจึงตอบรับและขอตัวลาออกไป
แม้ในใจของนางยังมีข้อสงสัยอีกมากแต่รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรถาม สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ทำตามที่คุณหนู
กำชับไว้ทุกเรื่องซึ่งจะเป็นการช่วยแบ่งเบาความกังวลให้คุณหนูได้มากที่สุด
เมื่อเห็นแม่นมเดินออกไปเด็กสาวจึงกวักมือเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ไปหาเสี่ยวหรง
เสี่ยวหรงเป็นบ่าวรับใช้ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องของต้วนชิงหมิง รับผิดชอบเรื่องทั่วไปในเรือนและนางยังเป็น
บ่าวรับใช้ที่ฮูหยินติงโหรวนำตัวกลับมาที่จวนโดยปกติมีหน้าที่ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเด็กสาวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้
มาจ้วงจื่อ จึงพานางมาด้วยอีกอย่างห้องพักของนางก็ติดกับติงเอ๋อร์จึงสะดวกในการจับตามอง!