การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 103 เป็นฝีมือของคนหรือธรรมชาติกันแน่?
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 103 เป็นฝีมือของคนหรือธรรมชาติกันแน่?
เรื่องทั้งหมดวางแผนไว้แล้วต้วนชิงหมิงรู้สึกอ่อนเพลียจึงยกมือขึ้นนวดขมับ พลางหยิบหนังสือในมือขึ้นมาแม้
ดวงตาจะจดจ่ออยู่ที่หนังสือ ทว่าในใจกลับคิดว่าต่อแต่นี้ไปจะต้องสร้างกำลังใจเพื่อจะได้ต่อสู้กับสิ่งที่ต้องเจอ
เพราะว่าถ้ามีคนตั้งใจทำให้เกิดโรคเวินอี้อย่างนั้นขั้นต่อไปคนของหลิวหลงก็ใกล้จะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
จ้วงจื่อเกิดโรคเวินอี้ระบาดแล้ว
ชาวบ้านชาวสวนในจ้วงจื่อเมื่อได้ยินว่าที่นี่มีคนติดและตายจากโรคเวินอี้ต่างก็ลนลานกันไปกันหมดสุดท้ายต้องให้
แม่นมหนิงและเถี่ยเฟิงไปช่วยระงับความวิตกกังวล และทำตามแผนที่นางได้วางไว้
ดวงตะวันคล้อยลงจนไม่เห็นแสงตั้งนานแล้ว กว่าแม่นมหนิงจะกลับมาถึงเรือน ใบหน้าอ่อนล้าของนางทำให้เด็ก
สาวรู้สึกเห็นอกเห็นใจ “แม่นมไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
แม่นมรับนํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมาให้ดื่มจนหมดรวดเดียว พลางถอนหายใจช้าๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพูดว่า “คุณหนู
วันนี้บ่าวและเถี่ยเฟิงได้ค้นหาสิ่งที่ต้องสงสัยทั้งเรือนบ่าวรับใช้ และแม่นมจนหมดกลับไม่พบอะไรน่าสงสัย แต่ว่าในห้อง
ติงเอ๋อร์กลับพบสิ่งนี้เจ้าค่ะ!”
ในมือของแม่นมถือถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กที่ปักอย่างสวยงามขึ้นมาใบหนึ่ง เล่าว่า “ถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กนี้
เป็นของที่แม่นางปักให้ แต่ว่าแม่ของนางไม่ใช่นักปักผ้าทำไมจึงมีฝีมือดีขนาดนี้……บ่าวจึงสงสัยว่านี่คือของหลิวอี๋เหนียง
มอบให้กับติงเอ๋อ”
ต้วนชิงหมิงรับถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กมาดูอย่างละเอียดได้กลิ่นหอมของยาจางๆ เมื่อได้กลิ่นแล้วละม้ายรู้สึก
สดชื่นทว่าเมื่อดูกลับไปกลับมา ก็ยังไม่พบจุดผิดสังเกตพลางยื่นส่งคืนแม่นมหนิง พูดว่า “เอาของชิ้นนี้ไปให้หมอโจว ดูว่า
มีความเชื่อมโยงกับโรคเวินอี้หรือไม่!”
นางตอบรับและเก็บกลับไป
ทางด้านเถี่ยเฟิงก็ดื่มนํ้าชารวดเดียวถึงสามแก้วจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและเล่าว่า “เรียนคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยได้
ส่งให้องครักษ์นำไปให้หมอโจวตรวจก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติขอรับ!”
นางพยักหน้ารับทราบ “ถ้าเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าจะต้องระวังตัวให้มากขึ้นข้ารู้สึกตงิดใจว่าโรคเวินอี้ในครั้งนี้ เกิดขึ้น
อย่างแปลกประหลาดอีกทั้งยังหนักกว่าที่เคยเจอมา ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น!”
เถี่ยเฟิงได้ฟังก็ถึงกับตกใจ “คุณหนูใหญ่กำลังสงสัยว่าอาจมีคนตั้งใจทำให้โรคนี้เกิดขึ้นหรือขอรับ?”
นางเอ่ยอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “เรื่องนี้ถ้าจะพูดตอนนี้คงเร็วเกินไปสรุปแล้วอาหารการกินขององครักษ์ในสองสามวัน
นี้ พวกเจ้าจะต้องระวังเป็นพิเศษเพื่อปั้องกันคนฉวยโอกาส อีกอย่างความปลอดภัยในเรือนนี้ต้องขอพึ่งพวกเจ้าด้วย!”
เถี่ยเฟิงตอบรับทันทีโดยไม่คิด “คุณหนูใหญ่วางใจได้ เถี่ยเฟิงจะเพิ่มความระวังให้มากขอรับ!” พูดจบก็ขอตัวลา
ในวันนี้นางอยากถามแม่นมหนิงเรื่องไปหาของผิดสังเกต แต่เมื่อเห็นเวลาดึกมากแล้ว จึงให้แยกย้ายกลับไปพัก
ผ่อน
แม่นมหนิงออกไปนานแล้ว ทว่าจุดที่เด็กสาวตัวน้อยนั่งเหม่อลอยอยู่นั้น จู่ๆเห็นภาพไฟที่ลุกโชติช่วงในชาติที่แล้ว
ปรากฏขึ้น…ตอนนี้โรคเวินอี้ทำให้ผู้คนกระวนกระวายใจจึงอาจเกิดภาพน่าสังเวชเหมือนในชาติที่แล้วขึ้น แต่ตอนนี้ก็ยัง
ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ไขปัญหานี้จากจุดไหนก่อน?
สายลมยามราตรีพัดกรูเข้ามาในห้องเปลวไฟบนเชิงเทียนไหวระริกเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างจนในที่สุดนางก็ถอนหายใจ
ช้าๆ พูดขึ้น “ฉ่าวเอ๋อร์พวกเราก็รีบพักผ่อนกันเถอะ!”
นางมีลางสังหรณ์ว่าโรคเวินอี้ยังไม่ได้สิ้นสุดคล้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!
…
เช้าวันถัดมาหลังจากที่ต้วนชิงหมิงทานอาหารเช้าเรียบร้อยผู้ดูแลสวีปั๋อก็กลับมาขอเข้าพบนางอีกครั้ง แววตาของ
นางเปลี่ยนเป็นดุดันทันทีจนผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดเสียงเรียบนิ่ง “เรียกให้เขาเข้ามาได้”
สวีปั๋อคนนี้ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก? นางก็อยากจะดูเหมือนกันว่า การมาในครั้งนี้เขาจะพูดอะไร!
สวีปั๋อวิ่งเข้ามาในห้องรับรองด้านหน้าอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงจึงคุกเข่าดัง “ตุ้บ” ลงที่พื้น
มาครั้งนี้เขาไม่สงบนิ่งเหมือนเมื่อวานแล้ววันนี้ใบหน้าไม่เพียงแต่ซีดขาว ทว่าสายตาของเขาลนลานเหมือนกังวล
อะไรเกินเหตุแม้กระทั่งเสียงของเขาก็พูดอย่างสั่นเครือ “คุณหนูใหญ่เมื่อคืน……เมื่อคืนนี้……”
สีหน้าและแววตาของเด็กสาวก็ยังนิ่งปกติดุจเดิมทั้งที่เห็นท่าทางลนลานของสวีปั๋อ ทว่าแม่นมหนิงกลับขมวดคิ้ว
ขึ้น พูดด้วยนํ้าเสียงตำหนิ “พบนายหญิงแล้วจะลนลานไปทำไม? คุณหนูใหญ่อยู่ที่นี่เจ้ามีเรื่องอะไรก็ค่อยๆพูดออกมา”
สวีปั๋อได้ยินที่แม่นมหนิงตำหนิจึงใช้แรงกลืนนํ้าลายเข้าไปหนึ่งอึก จากนั้นก็พูดอย่างกระอักกระอ่วนด้วยหน้าตา
ซีดขาว “เมื่อคืนนี้ มีคนตายอีกคนแล้วขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจขึ้นมา “หา……เกิดอะไรขึ้นกันถึงมีคนตายเพิ่มอีกคน?”
นางรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบิดอยู่ในมือไม่หยุด ใบหน้าที่ยังไม่ได้ผัดแปั้งของนางเผยให้
เห็นความหวาดกลัว “เจ้ารีบเล่ามาว่าคนที่ตายเป็นใคร?”
ถึงตรงนี้สวีปั๋อกลับนิ่งสงบเขามองหน้าร้อนใจของอีกฝั่าย ในใจรู้สึกดูถูกดูแคลน…แค่การเริ่มต้นกลับกลัวขนาดนี้
เชียวหรือ? เรื่องสนุกกว่านี้กำลังจะตามมาต่างหากเล่า!
เขาพูดอย่างระมัดระวัง “เหล่าหลี่โถวที่ชุนตงโถว กับแม่หม้ายหลี่ และเซี่ยเสี่ยวเอ้อที่ชุนจื่อหลี่ถูกพบว่าเป็นโรคเวิ
นอี้ ตอนนี้หมอโจวกำลังวินิจฉัยอยู่ขอรับ!”
ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยก็รู้ว่าจะพูดอะไร…คนเหล่านี้เคยมาช่วยงานที่จ้วงจื่อ เมื่อวานเพิ่งมีหนึ่งคนตายทว่ายังไม่ทันข้าม
คืนยังเพิ่มมาอีกสามคนที่ยังอันตรายถึงชีวิต!
สายตาของต้วนชิงหมิงเผยให้เห็นแววตาที่ไม่รู้จะรับมืออย่างไรเหมือนนางกำลังถูกลอบโจมตี จึงพูดขึ้นว่า “ตาย
แล้วหรือ……จะเป็นไปได้ยังไง? นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่คืนเดียวเท่านั้น!”
เห็นท่าทางของต้วนชิงหมิงที่อ่อนต่อโลกและท่าทางที่ไม่เคยเห็นผู้คนล้มตาย! ดูท่าแล้วการตายของสามสี่คนนี้จะ
ทำให้นางตกใจขวัญเสียเป็นอย่างมาก!
สวีปั๋อได้แต่แอบหัวเราะสะใจอยู่ข้างในจากนั้นพูดอย่างเสียใจอยู่บ้าง “ตอนนี้ทั้งข้างนอกและข้างในจ้วงจื่อมีข่าว
ลือหนาหูไปทั่วว่าโรคเวินอี้มาพร้อมกับคุณหนูใหญ่ ยังมี… ยังมีคนพูดอีกว่า……”
คำพูดต่อมาสวีปั๋อไม่กล้าเอ่ยปากต่อ แต่ว่าต้วนชิงหมิงเข้าใจความหมายที่เขาจะพูดต่อคนนอกจ้วงจื่อคิดว่านาง
นำโรคเวินอี้มาด้วย และกำลังจะปิดจ้วงจื่อ!
ถ้าเกิดปิดจ้วงจื่อละก็คนในจ้วงจื่อก็จะได้แต่รอความตายสถานเดียว!
เด็กสาวตกใจเป็นอย่างมากเหมือนนางถูกตบหน้าจนใบหน้าซีดเผือดมองไปยังสวีปั๋อด้วยสายตาที่หวาดกลัวอย่าง
เห็นได้ชัด “สวีปั๋อข้าขอถามอะไรหน่อย ผู้ดูแลทั้งหลายยังสบายดีหรือไม่?”
เขาพยักหน้า “ผู้ดูแลทั้งหลายไปตรวจมาหมดแล้ว ไม่มีอาการของโรคเวินอี้!”
ถ้าเป็นขึ้นมาจริงก็คงมีคนจงใจทำให้เกิดทว่าดูสถานการณ์แล้ว คนพวกนี้ยังไม่ได้เล่นงานผู้ดูแล?
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดด้วยใจที่ยังหวาดผวา “ผู้ดูแลเหล่านี้ทำงานให้จวนต้วนมาหลายสิบ
ปีนับว่าเป็นคนที่ทุ่มเทอย่างมากท่านพ่อเคยพูดว่าจะเพิกเฉยต่อพวกเขาไม่ได้เป็นอันขาด ตอนนี้รู้ว่าพวกเขาไม่เป็นไรข้าก็
วางใจลงหน่อย!”
ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดทำให้สวีปั๋อถึงกับชะงักไป……คุณหนูใหญ่จอมวางมาด จนถึงตอนนี้ยังมีกะจิตกะใจเป็นห่วง
คนอื่นอีก? แต่กลับไม่รู้ว่าวันตายของนางกำลังจะมาถึงแล้ว!
เมื่อเห็นใบหน้าแสนบริสุทธิ์ที่กำลังหวาดกลัวของต้วนชิงหมิง จึงรีบหลบหันไปทางอื่น พูดว่า “คุณหนูใหญ่พูดถูก
ขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงมองเขาด้วยแววตากังวลพลางถอนหายใจแผ่วเบา “ไม่กี่วันมานี้พวกเขามาทำงานที่จ้วงจื่อ เจ้าไปเชิญ
คุณหมอโจว ให้ช่วยตรวจพวกเขาด้วยขอเพียงพวกเขาไม่เป็นไร ข้าถึงจะวางใจได้จริง!”
สิ่งที่สวีปั๋ออยากพูดก็คือถ้าปิดจ้วงจื่อ… ต้วนชิงหมิงที่เป็นนายหญิงและนำโรคนี้มาความเป็นความตายของทุกคน
จะมีเขาเป็นคนกำหนด แต่ตอนนี้ต้วนชิงหมิงกลับพูดนั่นพูดนี่ทำให้เขารู้สึกจะทนไม่ไหวแล้ว จึงพูดขึ้น
“คุณหนูใหญ่วางใจได้ เมื่อวานและวันนี้ตอนเช้าผู้ดูแลทั้งหลายได้ตรวจแล้วถึงสามรอบ หมอโจวบอกว่าพวกเขา
ไม่เป็นอะไรขอรับ!”
แววตาของต้วนชิงหมิงเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มที่มีเลศนัย…เช่นนั้นก็ดี ขอเพียงผู้ดูแลทั้งหลายไม่เป็นไรถือว่าเป็นเรื่อง
ดี!