การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 223 ของขวัญจากหลิวยวน (2)
ต้วนอวี้ได้ยินก็แอบแลบลิ้นออกมา “แต่ว่าพี่หลิวยวนมาหาพี่สาวโดยเฉพาะ พี่จะไม่ออกไปเจอหน้าเขาสักหน่อย
หรือ?”
นางแอบถอนหายใจเสียงเบา “ได้สิ อย่างนั้นเจ้าดื่มนํ้าชารอพี่สักประเดี๋ยวแล้วค่อยไปด้วยกัน!”
งานวันเกิดของต้วนชิงหมิงเมื่อวานนี้ หลิวยวนไม่ได้มาร่วมงาน วันนี้จึงรีบมาแต่เช้าเพื่อมาขอโทษขอโพยเป็นแน่!
จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ถึงหลิวยวนอยู่ นางก็คงไม่มีเวลาที่จะต้อนรับขับสู้ได้เลย
ด้านนอกของเรือนพลันมีเสียงหัวเราะของต้วนเจิ้งดังขึ้นมา “ฮ่าๆ! ชิงหมิงยังไม่เสร็จอีกหรือ? หลานหลิวยวนนำ
ของขวัญที่เมื่อวานไม่ได้มาร่วมงาน มามอบให้เจ้าแล้ว!”
“อวี้เอ๋อร์คารวะท่านพ่อ คารวะพี่หลิว!” เด็กน้อยรีบยืนทำความเคารพ
ท่าทางหวาดกลัวเมื่อครั้งกาลเก่าของต้วนอวี้เมื่อได้เจอหน้าผู้เป็นบิดา ยามนี้พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น เพ
ราะต้วนชิงหมิงได้อบรมมารยาทและกฎระเบียบให้เขา
ต้วนเจิ้งมองมาที่บุตรชายแล้วกล่าวกลั้วหัวเราะ “พ่อว่าแล้วเชียว เห็นมาทักทายพ่อเมื่อเช้าเสร็จก็หาตัวไม่เจออีก
เลย ที่แท้ก็รีบมาบอกข่าวกับพี่สาวเจ้านี่เอง”
เด็กน้อยยกยิ้มตาหยี “เมื่อวานนี้อวี้เอ๋อร์รอว่าเมื่อไรพี่หลิวจะมา สุดท้ายก็ไม่เห็น แต่พอวันนี้เห็นพี่หลิวมาอวี้เอ๋
อร์มีความสุขที่สุด ต้องรีบมาบอกกล่าวพี่สาวเสียหน่อยขอรับ!”
คำพูดที่มีเหตุมีผลของต้วนอวี้ทำให้ต้วนเจิ้งขำออกมา “พ่อว่าเจ้ารอจะเล่นกับพี่หลิวของเจ้ากระมัง! ยังมีหน้าเอา
พี่สาวของเจ้ามาอ้างอีก!”
เด็กน้อยยกยิ้มตาปิดเช่นเดิม “แฮะๆ” ในระหว่างที่สนทนากัน ต้วนชิงหมิงแต่งตัวเรียบร้อยจึงเดินออกมา!
วันนี้นางเกล้าผมขึ้นเสียบปินหยกเขียว ด้านบนใส่เสื้อผ้าฝั้ายสีเขียวอ่อน ด้านล่างสวมกระโปรงจีบสีเขียวที่เข้มขึ้น
มาเล็กน้อย ที่แขนเสื้อปักรูปดอกโบตั๋นสีฟั้าคราม เนื่องจากอยู่ภายในเรือน นางจึงถือโส่วหลูอันใหม่ในมือ แต่ไม่ได้คลุม
เสื้อนอก นางค่อยๆ เดินออกมาจากห้องอย่างเชื่องช้าด้วยท่าทางงดงามน่ามอง
ต้วนชิงหมิงเยื้องย่างมาอยู่ตรงหน้าต้วนเจิ้งและย่อตัวทำความเคารพ “ชิงหมิงคารวะท่านพ่อ!”
หันไปทางหลิวยวนอมยิ้ม “ชิงหมิงคารวะคุณชายหลิว!”
ต้วนเจิ้งนั่งลงตรงเก้าอี้กลางห้อง เมื่อเขาเห็นว่าชิงหมิงเรียกหลิวยวนว่า ‘คุณชาย’ จึงถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ปกติลูกเรียกว่าพี่หลิวมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้ถึงเปลี่ยนเสียแล้ว?”
‘คุณชาย’ คำคำนี้ทำให้หลิวยวนชะงักไปชั่วขณะ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ทว่าตอนนี้ต้วนเจิ้งได้ถาม
ขึ้นมา เขาจึงผินหน้าไปมองเด็กสาวตรงหน้า ‘สงสัยนางจะโกรธที่เขามาแสดงความยินดีกับนางช้าเกินไป
ต้วนชิงหมิงฟังคำถามของต้วนเจิ้งก็มีสีหน้าที่จริงจังขึ้น อมยิ้มว่า “ท่านพ่อพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เมื่อก่อนลูก
เรียก ‘คุณชายหลิว’ ว่า ‘พี่หลิว’ ในภายภาคหน้าคุณชายหลิวก็ยังถือว่าเป็นพี่ชายของต้วนชิงหมิงอยู่ดี เพียงแต่ตอนนี้
คุณชายหลิวเข้าจวนเสนาบดีแล้ว การกระทำและคำพูดล้วนแต่เป็นที่จับตามองของทุกคน หากลูกยังคงเรียกว่า ‘พี่หลิว’
เกรงว่าจะเป็นที่ครหาของผู้คนเอาได้ อีกทั้งยังอาจจะเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงของท่านพ่ออีกด้วย……”
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วมองไปที่อีกฝั่ายเหมือนทั้งคู่เข้าใจความนัยที่แฝงไว้ “คุณชายหลิวจิตใจกว้างขวาง คงจะ
ไม่ได้ใส่ใจกับคำเรียกชื่อมากมาย ใช่หรือไม่?”
หลิวยวนหันไปทำความเคารพต้วนเจิ้งก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ “น้องชิงหมิงพูดได้ถูกต้อง เป็นเพราะหลิวยวนเองที่ไม่
ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน… คำพูดที่น้องชิงหมิงกล่าวว่า นับถือเป็นพี่น้องเพียงหนึ่งวัน ก็ถือว่าเป็นพี่น้องกันไปทั้งชีวิต
ต่อจากนี้หลิวยวนจะดูแลน้องชิงหมิงเหมือนน้องสาวคนหนึ่งขอรับ!”
นางหันหน้าไปอีกทางพ่นลมหายใจออกด้วยความโล่งใจ! นางรับปากเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าจะไม่เรียกชายอื่นว่า ‘พี่
ชาย’ แต่ถ้าคนอื่นเรียกนางว่า ‘น้องสาว’ ก็คงไม่สามารถห้ามปากของคนอื่นได้!
ต้วนเจิ้งหัวเราะชอบใจ “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ให้พวกเจ้าตัดสินใจกันเองก็แล้วกัน!”
พวกเขานั่งคุยเรื่องต่าง ๆ นานากันสักพักใหญ่ ต้วนเจิ้งขยับลุกยืน ขึ้น “ชิงหมิง ในเมื่อหลานหลิวมาแล้ว เจ้าก็
ช่วยดูแลเขาแทนพ่อด้วย พ่อเกือบลืมไปว่ามีธุระที่ต้องสะสางต้องไปก่อน!”
ต้วนเจิ้งพูดจบก็ทักทายหลิวยวนก่อนจะเดินจากไป
เด็กสาวและหลิวยวนเดินออกไปส่งต้วนเจิ้ง แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องโถง ความสบายอกสบายใจแล่นเข้ามา
แทนที่ทันทีเมื่อต้วนเจิ้งไม่อยู่ ไม่ต้องเกร็งอีกแล้ว!
ต้วนอวี้รีบกระโดดไปอยู่ตรงหน้าหลิวยวน จับมือและเบิกตาโต ถามอย่างสงสัยว่า “พี่หลิวไปอยู่ในจวนเสนาบดี
เป็นอย่างไรบ้าง มีความสุขหรือไม่?”
หลิวยวนฝืนยิ้มเล็กน้อย ยกมือลูบหัวต้วนอวี้ “ต้วนอวี้… พี่ชายบอกได้เพียงว่า เจ้ามีพี่สาวอยู่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ของเจ้าแล้ว!”
ต้วนอวี้ฟังแล้วก็ยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจเสียงดังลั่น “แน่นอนที่สุด พี่สาวของอวี้เอ๋อร์เป็นพี่สาวที่ดีที่สุดในใต้
หล้า!”
“เจ้าน้องบ้า… คุณชายหลิวแค่หลอกให้เจ้าพูดต่างหาก มีที่ไหนกันที่ชมพี่สาวอย่างออกหน้าออกตา” ต้วนชิงหมิง
ได้ฟังก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“พี่สาวของข้าดีที่สุด… ดูอย่างพี่หลิวอยู่จวนเสนาบดีก็มีน้องสาวเหมือนกัน แต่ว่าน้องสาวพี่หลิวไม่เห็นจะดีกับพี่
หลิวสักเท่าไร”
เมื่อคิดถึงเรื่องวุ่นวายในจวนเสนาบดี เด็กสาวถึงกับถอนหายใจออกมา “คุณชายหลิวอยู่ในจวนเสนาบดีจะต้องใช้
ชีวิตอย่าง……”
แต่ดูเหมือนว่าหลิวยวนไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องในจวนเสนาบดี เขาจึงพูดขัดขึ้นว่า “น้องชิงหมิงก็ไม่ใช่คนอื่นคน
ไกล จะยังเรียกพี่ว่า ‘คุณชาย’ อีกหรือ?”
นํ้าเสียงของหลิวยวนกดตํ่าลง ดวงตาวาววับคู่นั้นจ้องมองมาที่นางแน่นิ่ง ราวกับสามารถมองทะลุเข้าไปในใจของ
ชิงหมิงได้! จนใจของต้วนชิงหมิงเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ นางจึงรีบดึงสติกลับมา ยิ้มอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “คุณชายหลิวกับ
ชิงหมิงในตอนนี้ฐานะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว… เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นขี้ปากและทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ให้ชิงหมิงเรียกว่า
‘คุณชาย’ เถอะ!”
ใครว่าในห้องไม่มีคนอื่นเล่า? ในห้องนี้มีตัวซวยตัวเบ้อเร่ออยู่ในนี้ หากไม่ใช่เพราะตัวซวยคนนี้ นางมีหรือที่จะต้อง
เป็นกังวลจนสองวันมานี้พักผ่อนไม่ได้เต็มทีเลย!
พอต้วนชิงหมิงยืนกรานเช่นนั้น หลิวยวนก็ได้แต่ฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา และเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างชาญฉลาด
“เมื่อวันก่อนที่น้องชิงหมิงช่วยพี่ให้รอดจากเรื่องวุ่นวายเอาไว้ได้ ทำให้วันนี้พี่ตั้งใจมาขอบคุณน้องจริงๆ!”
เด็กสาวทราบดีว่า หลิวยวนพูดถึงเรื่องของหลิวไปั๋กับองค์หญิงจิ่นซิ่ว! นางจึงหัวเราะออกมา “ถ้าจะพูดเรื่องนั้น
จะต้องขอบคุณพี่สาวเชวียและพี่ชายเชวียทั้งสองคน ดีที่เขาเอาเรื่องไปบอกคุณชายหลิวจึงรู้ถึงแผนการอันชั่วร้าย…
เพียงแต่คุณชายหลิวทำอย่างไรถึงจับพิรุธของคนสองคนนั้นได้?”
หลิวยวนครุ่นคิดอยู่สักครู่ก็เกิดฉงนใจขึ้นมาเหมือนกัน “พูดแล้วก็น่าแปลก เดิมที่พี่อยากให้สองคนนั้นมีเรื่อง
ฉาวโฉ่ แต่คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์กลับเป็นแบบนั้น อีกทั้งท่านพ่อและฮูหยินจะเดินตามมา”
เด็กสาวได้ฟังถึงกับชะงักไปเล็กน้อย “ไม่ใช่คุณชายหลิวไปแจ้งท่านเสนาบดีกับฮูหยินหรอกหรือ?”
หลิวยวนส่ายหน้าปฏิเสธ “ในตอนนั้นสถานการณ์คับขันและเกี่ยวพันไปถึงชื่อเสียงของจวนเสนาบดี พี่จึงพาบ่าว
รับใช้ไปส่วนตัวเงียบ ๆ ไม่ได้เอิกเกริกอะไร เพื่อให้องค์หญิงจิ่นซิ่วเลิกเอาพี่เป็นเปั้าหมายของนางก็เท่านั้น!”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วก็พูดขึ้น “คุณชายหลิวจิตใจเมตตาเกินไป……”
หลิวยวนย่อมไม่เข้าใจจิตใจที่ชั่วร้ายของคน เขาไม่รู้ว่าถ้าคืนนั้นหลิวจื๋อและฮูหยินไปได้ทันเวลา เรื่องฉาวโฉ่คงจะ
ต้องปกปิดให้เงียบเชียบ ถึงตอนนั้นคนอย่างองค์หญิงจิ่นซิ่วมีหรือจะยอม ผสมโรงกับน้องสาวทั้งสองที่คอยยุแยงตะแคง
รั่ว……ถึงตอนนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วจะโยนความผิดให้กับหลิวยวน ฝั่าบาทก็จะพระราชทานงานอภิเษกโดยมีพระมเหสีเป็น
คนจัดการ หากหลิวยวนจะปฏิเสธอย่างไรก็คงไร้ผล!
เดิมทีเรื่องในจวนเสนาบดีไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย ทว่าหากให้หลิวยวนจัดการเรื่องนี้ต้อง
เสียเปรียบเป็นแน่แท้
นางจึงพูดขึ้น “ความคิดของคุณชายหลิวนั้นถูกต้องแล้ว เรื่องสาวไส้ให้กากินไม่ควรแพร่งพรายให้คนนอกได้รู้ แต่
คุณชายหลิวกลับลืมเรื่องไปั๋หย่วนฮ่าวในครั้งก่อนไปหมดสิ้นแล้วหรือ?”
หลิวยวนเข้าใจที่ต้วนชิงหมิงพูดขึ้นมาทันที ตาของเขาค่อย ๆ เบิกกว้างอย่างเชื่องช้า พูดขึ้น “พวกนั้นจะกล้าจริง
หรือ?”