การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 222 ของขวัญจากหลิวยวน (1)
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าตอบรับ “ข้ารับปาก เจ้าเล่ามาได้!”
เยวี่ยเจียเหลือบมองไปที่ชิวหนิงอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปากเล่า “ที่องค์ชายสามแอบเข้ามาในห้องของคุณหนู คืนนั้น
คุณหนูแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะองค์ชายได้รับบาดเจ็บ คุณหนูทั้งห่วงทั้งกังวลจนทำอะไรไม่ถูก จะไปเชิญหมอมา
รักษาก็มิได้ แต่โชคยังดีที่พี่ชุนถาวมาส่งของขวัญวันเกิดให้กับคุณหนูพอดี จึงให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พาตัวพี่ชุนถาวมาตรวจ
อาการให้กับองค์ชาย… แต่คิดไม่ถึงว่า พอเรื่องนี้รู้ถึงหูของหลิวอี๋เหนียงเข้า นางก็ได้พาคนจำนวนมากบุกเข้ามาในห้อง พี่
ชุนถาวพาองค์ชายสามไปหลบบนคาน ด้วยความรีบร้อน ทำให้นางลืมหยิบเสื้อผ้าที่เปือนเลือดขององค์ชายไว้ชุด
หนึ่ง……ด้วยสถานการณ์คับขันตอนนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงตัดสินใจหยิบเศษกระเบื้องแทงเข้าไปที่ต้นขาของตัวเองให้เลือด
ไหลออกมา เพื่อกลบเกลื่อนให้เรื่องนี้ผ่านไปได้!”
เยวี่ยเจียแม้จะมีนิสัยชอบพูดไปเรื่อย ทว่านางก็ยังรู้จักขอบเขต สิ่งไหนควรพูดและสิ่งไหนไม่ควรพูด นางจึงเลือก
พูดเฉพาะช่วงที่เกี่ยวกับเหยียนหลิ่งอวี๋เท่านั้น ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการแท้งลูกของหลิวหรงและการรับมือของต้วนชิงหมิง
นางไม่ได้ปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว!
ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงกํ่า สองมือค่อยๆ กำจนแน่น!
ถึงแม้อีกฝั่ายจะเล่าด้วยนํ้าเสียงและท่าทีนิ่งเฉย ทว่าเขารับรู้ได้ถึงความอันตรายในสถานการณ์นั้น! หลิวหรงพา
คนบุกเข้ามาในห้อง ในขณะที่ชุนถาวพาเขาไปหลบซ่อนตัว เหลือเพียงบ่าวรับใช้อย่างเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ที่คงไม่รู้จะจัดการกับ
เสื้อเปือนเลือดอย่างไรดี จนในที่สุดนางเลือกที่จะใช้วิธีนี้กับตัวนางเอง!
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนแต่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงทั้งสิ้น เขาที่ได้แต่นอนสลบไสลไม่รู้เรื่องราว
ที่เกิดขึ้น กลับปล่อยให้เด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างต้วนชิงหมิงต้องพบเจอกับหายนะไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อย่างไม่สามารถช่วย
อะไรได้เลย
เดิมทีหากเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับลั่วสุ่ย เขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรนัก ด้วยเพราะผ่านการฝึกฝนทั้งทางร่างกายและ
จิตใจ จึงมีความสามารถที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้นลูกน้องของเขาแต่ละคนล้วนเป็นชายหนุ่มที่มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวและอดทน ต่อให้ร่างกายมี
บาดแผลก็คงไม่สะทกสะท้าน ทว่าเรื่องนี้กลับเกิดขึ้นกับต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ หญิงสาวนั้นชื่อเสียงและรูปร่างที่
งดงามเป็นสิ่งสำคัญที่สุด… เขาเกือบเป็นคนทำลายสิ่งสำคัญของนางทั้งสองลงด้วยมือของเขาเองเสียแล้ว
เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “เรื่องนี้คงเป็นข้าที่ละเลยไป!”
ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ปกปั้องคนของนางเสมอ ครั้งนี้เรื่องที่นางไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นเรื่องรอง ทว่าเรื่องหลัก
คือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์บาดเจ็บเกรงว่าจิ้งจอกน้อยคงไม่มีทางให้อภัยเขาเป็นแน่… ช่างเถอะ ช่างเถอะ! เรื่องในครั้งนี้เกิดขึ้น
เพราะเขา หากนางต้องการจะตบตีหรือต่อว่าก็ปล่อยให้นางทำได้อย่างเต็มที่ ขอเพียงให้นางลดความโกรธที่มีต่อเขาลงก็
เพียงพอแล้ว
เยวี่ยเจียเหมือนจะพูดอะไร ทว่ากลับเม้มปากแน่นไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
ทว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ผ่านไปแล้ว เขาจะช่วยอะไรนางได้บ้าง… หากต้วนชิงหมิงตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้เช้า จะ
ต้องเกิดอารมณ์โกรธแค้นเขาอย่างแน่นอน แล้วคนที่ลำบากคงจะเป็นบ่าวรับใช้ ถึงกระนั้นก็ถือว่ายังโชคดีที่เขาตื่นขึ้นมา
รู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเสียก่อน
แม้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไข้ลดลงเพราะยาวิเศษของชุนถาว แต่ร่างกายของเขาก็ยังถือว่าอ่อนแอ ทำได้เพียงนอนอยู่
บนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ปากแห้งแตกละม้ายว่าเสียเลือดและขาดนํ้าอย่างรุนแรง
ชิวหนิงรีบรินนํ้าส่งให้เขา แม้ร่างกายของเขาจะอ่อนแอแต่เป็นคนฝึกวรยุทธ์ จึงไม่ยากที่จะใช้แรงที่มีรับแก้วนํ้ามา
ดื่มไปหลายอึก ก่อนจะพูดเสียงเบา “ขอบคุณ!”
นางก้มหน้ารับคำ ขยับเข้าไปห่มผ้าให้กับเด็กหนุ่ม แล้วหันกลับไปมองผ้าที่ห่มต้วนชิงหมิงนั้นเพียงพอหรือไม่อีก
ครั้ง ก่อนจะเรียกเยวี่ยเจีย ออกไปยืนเฝั้าที่ด้านนอกประตู
ในเวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีความรู้สึกง่วงงุนเลยแม้แต่น้อย
เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รู้สึกถึงความบังเอิญที่มาบรรจบกันอย่างบอกไม่พูด สายลับผู้นั้นที่เหยี
ยนหลิ่งอวี๋จะเข้าไปแย่งสารลับ ทำให้เขาถึงกับตกใจจนตาค้างยากจะเชื่อเพราะสิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝั่ายคือแผนที่วัง
หลวง แผนที่คลังอาวุธทหารและแนวปั้องกันในเมืองหลวง
สิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือ คนคนนั้นเป็นคนที่เขาเคยพบเจอมาก่อน แม้จะรู้ว่าคนผู้นั้นมาอยู่ที่เมืองหลวงได้ไม่นาน
ทว่ากลับไม่รู้ว่ามีสายลับแฝงตัวมามากน้อยเพียงใด และเป็นใครที่ให้ข่าวสารข้อมูลกับคนเหล่านี้ ถ้าคนคนนั้นมีตำแหน่ง
สูงศักดิ์ย่อมเป็นหนึ่งในคนของกลุ่มนี้ เช่นนั้นแล้วแม้สายลับจะหายตัวไปหนึ่งคน แต่ก็คงมีคนที่สอง คนที่สาม ที่สามารถ
ลอบส่งสารได้ใหม่ตลอด ฉะนั้นหากไม่กำจัดคนเหล่านี้ให้สิ้นซาก เมืองหลวงก็คงอยู่ในอันตรายเป็นที่สุด
เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงสายตาที่โหดเหี้ยมของคนคนนั้นที่ถูกแย่งข่าวสารออกไปจากมือ… ดูท่าแล้วกว่าพวกเขาจะได้
ข่าวสารเหล่านี้มาคงต้องเสียแรงไปไม่น้อย เมื่อต้องเสียไปคงนับได้ว่าเป็นความเสียหายใหญ่หลวง
เหยียนหลิ่งอวี๋เอามือขึ้นมาลูบที่อกพร้อมกับถอนหายใจช้าๆ สมัยที่เขาอายุน้อยกว่านี้ทั้งมีนิสัยดื้อรั้นและวรยุทธ์
ก็สูงกว่าคนอื่น พูดได้ว่าทั้งราชวงศ์ต้าเซี่ย คนที่สามารถเอาชนะเขาได้มีไม่มากนัก! แต่ว่าคนนั้นจะอายุน้อยกว่าเขาและ
ยังมีฝีมือที่พอจะสูสีกัน อีกทั้งยังทำให้ทั้งสองคนต่างได้รับบาดเจ็บ เห็นทีเขาต้องระมัดระวังคนคนนั้นให้มากขึ้น
เพียงแต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาจะทำหลังจากรักษาตัวดีขึ้นแล้วเท่านั้น อย่างไรเสียสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับเหยียนหลิ่งอ
วี๋ตอนนี้ คือรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน ค่อยวางแผนจัดการทีหลัง
ปกติหลังจากที่เขาได้พบกับสถานการณ์อันตรายจนได้รับบาดเจ็บ เขามักหาสถานที่ปลอดภัยในการพักรักษาตัว
คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาที่ห้องของจิ้งจอกน้อยได้ พรุ่งนี้หลังจากที่นางตื่นขึ้นมาคงต่อว่าต่อขานเขาอย่างแน่นอน นั่นเป็นสิ่ง
ที่เขารับได้เพราะนางไม่ได้มีพิษมีภัยจนต้องให้เขาหวาดระแวง
เหยียนหลิ่งอวี๋คิดได้เช่นนั้นก็ค่อยๆ หลับตาลง แล้วสลบไสลไปอีกครา
เช้าวันถัดมาเมื่อแสงอรุณจับขอบฟั้าบูรพา ประตูด้านนอกของเรือนมีเสียงต้วนอวี้ดังขึ้น “พี่สาว พี่สาว ท่านพี่อยู่
ไหน……”
นํ้าเสียงของต้วนอวี้ค่อนข้างรีบร้อน เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา ร้องเรียกไปพลางจับประตูกำลังจะเปิดเข้าไปในห้อง
ของต้วนชิงหมิง “ชิวหนิง พี่สาวของข้ายังไม่ตื่นอีกหรือ? ข้ามีเรื่องจะคุยกับพี่สาว!”
ทางด้านชิวหนิงตกใจไปชั่วขณะ เพราะรู้ดีว่าองค์ชายสามยังคงอยู่ด้านใน หากมีใครล่วงรู้ย่อมเป็นเรื่องใหญ่แน่!
นางจึงเข้ามาขวางไม่ให้ต้วนอวี้บุกเข้าไปในห้อง โดยทำความเคารพและพูดขึ้น “คุณชายใหญ่โปรดรอสักครู่ ให้
บ่าวได้รินนํ้าชาให้คุณชายใหญ่เสียก่อน จากนั้นจะไปเรียนคุณหนูให้เจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้ผลักชิวหนิงไปอีกทางด้วยใจที่ร้อนรนดั่งไฟแผดเผา เรียกเสียงดังลั่นไปทั่วเรือน “พี่สาว พี่สาวอยู่ไหน…”
ดูท่าเหยียนหลิ่งอวี๋ที่อยู่ในห้องคงได้ยินเสียงเรียกจนตื่นขึ้นมาแล้ว ชิวหนิงยิ่งกลัวขึ้นไปอีก หากต้วนอวี้เดินเข้าไป
จะต้องพบเหยียนหลิ่งอวี๋แน่นอน นางจึงเดินไปที่หน้าประตูเอ่ยด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง “เยวี่ยเจีย… คุณหนูใหญ่ตื่นหรือ
ยัง? คุณชายใหญ่รอไม่ไหวแล้ว……”
ภายในห้องมีเสียงตอบรับของเยวี่ยเจียลอดออกมา “ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว คุณหนูกำลังแต่งตัว หวีผมอยู่ ให้
คุณชายใหญ่รออีกประเดี๋ยว!”
ที่จริงแล้วนางยังไม่ได้ปลุกต้วนชิงหมิง เพียงยืนตอบอยู่หน้าประตูเท่านั้น ต้วนอวี้ที่ได้ยินว่าต้วนชิงหมิงตื่นแล้วก็
ยกมือหมายจะผลักประตูเข้าไปด้านใน “พี่สาวใกล้เสร็จหรือยัง?”
ชิวหนิงตกใจสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นต้วนอวี้จะผลักประตูเข้าไปในห้อง หากนายหญิงไม่อนุญาต นางก็มิอาจปล่อยให้
ต้วนอวี้เข้าไปในห้องได้
ในตอนนี้เสียงของต้วนชิงหมิงก็ดังขึ้นมาจากภายในห้อง “ต้วนอวี้มาแล้วหรือ? เจ้านั่งรอประเดี๋ยว พี่ใกล้จะแต่ง
ตัวเรียบร้อยแล้ว!”
คำพูดของต้วนชิงหมิงทำให้เด็กน้อยดึงมือกลับมา ชิวหนิงจึงรีบถือโอกาสพูดขึ้น “คุณชายใหญ่นั่งจิบนํ้าชารอคุณ
หนูก่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็พูดไปทางต้วนชิงหมิง “พี่สาว… พี่หลิวมาแล้ว ตอนนี้กำลังพูดคุยกับท่านพ่อที่
ห้องโถงรับรองอยู่ จะให้เขาเข้ามาได้หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็พูดตำหนิต้วนอวี้ไปนิดหน่อย “ต้วนอวี้นับวันยิ่งจะไม่รู้จักกฎระเบียบแล้วนะ คุณชายหลิว มา
ถึงแล้ว ก็ต้องให้ไปนั่งรอที่ห้องโถงรับรองถึงจะถูก จะปล่อยให้เข้ามาเดินเรือนด้านหลังตามอำเภอใจได้อย่างไรกัน?”