การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 225 ปมในใจของเหยียนหลิ่งอวี๋
หลิวยวนรู้สึกซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก หรือว่าคนที่ช่วยตามหาท่านพ่อจะเป็นต้วนชิงหมิง
เขาพูดจบก็พยักหน้าพลางยกมือขึ้นคารวะ “ขอบคุณน้องชิงหมิงที่ช่วยพี่เอาไว้!”
อีกฝั่ายยิ้มเจื่อน รีบยกมือขึ้นห้าม “คุณชายหลิวอย่าทำเช่นนี้ อันที่จริงเรื่องนี้ข้าก็เพิ่งทราบเช่นกัน”
หลิวยวนได้ฟังที่นางตอบก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ในจวนเซียงนั้นเขาไม่ได้มีอำนาจอยู่ในมือ อีกทั้งฮูหยินของท่าน
เสนาบดีที่จ้องจะเล่นงานไม่เว้นวัน คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าใครกันที่มาช่วยเหลือ
เขาส่ายหน้าไปมา พลางเอื้อนเอ่ยอย่างคิดไม่ตก “อย่างนั้นคนที่คอยแอบช่วยเหลือพี่จะเป็นท่านพ่ออย่างนั้น
หรือ?”
เด็กสาวพูดไปส่ายหน้าไป “ชิงหมิงคาดว่าเรื่องนี้ท่านเสนาบดีก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน……”
เมื่อพูดคุยมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงก็พอจะเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องนี้คร่าวๆ แล้ว บางทีอาจเป็นคนที่โกรธแค้นหนิว
ไปั๋ หรือไม่ก็เป็นคนที่ไม่อยากให้องค์หญิงจิ่นซิ่วกับหลิวยวนได้ลงเอยกัน!
คนที่คอยช่วยอยู่ข้างหลังนั้นเป็นใครกันแน่? อีกฝั่ายหวังจะยืมมือของหลิวยวนเล่นงานฮูหยินของเสนาบดี หรือว่า
มีความปรารถนาในใจมากกว่านั้น ไม่ก็เป็นลูกน้องคนสนิทของเสนาบดีหลิวจื๋อคอยปกปั้องหลิวยวน? ทว่าคนในจวนเซี
ยงดูแล้วคล้ายจะไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก เดาว่าไม่น่าเป็นคนพวกนี้
อยู่ๆ ต้วนชิงหมิงพลันนึกถึงเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋เคยพูดขึ้นมาได้ ในจวนเซียงหรือจวนเสนาบดีช่างซับซ้อน
มากกว่าที่นางเห็นจากภายนอก เขาจะต้องรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีแน่ หรือว่าเป็นเขาที่อยู่เบื้องหลัง?
องค์ชายใหญ่ยื่นมือเข้ามายุ่งในจวนเซียง เหยียนหลิ่งอวี๋จึงไม่อาจให้อีกฝั่ายทำอะไรตามอำเภอใจ อีกอย่างเรื่องที่
วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋าในครั้งก่อนก็เป็นปมขัดแย้งในใจขึ้นมาอีก ดังนั้นเบื้องหลังอาจเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่แอบช่วยหลิวยวน
ไว้ โดยถือโอกาสนี้จัดการหนิวไปั๋และเตือนสติหลิวจื๋อด้วย
เห็นท่านางจะต้องไปสอบสวนองค์ชายสามเสียหน่อยแล้ว จะปล่อยให้เขามากินอยู่อย่างสุขสบาย และทำให้เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์ต้องบาดเจ็บ โดยไม่ทำอะไรตอบแทนได้อย่างไร?
นางครุ่นคิดพลางค่อยๆ จมลงสู่ภวังค์ จนหลิวยวนเรียกนางเป็นคำรบที่สองจึงได้สติกลับมา “ข้ากำลังพินิจอยู่ว่า
ใครกันที่แอบช่วยคุณชายหลิวเอาไว้!”
สีหน้าของหลิวยวนเต็มไปด้วยความสงสัย “ถ้าให้พูดตามจริง พี่ก็คิดไม่ออกว่าเรื่องนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้
อย่างไร!”
“ในเมื่อคิดไม่ออกก็ไม่จำเป็นต้องคิดแล้ว อีกฝั่ายคงเป็นคนดีจริงจึงไม่อยากจะเผยตัวให้รู้ แต่ถ้าอีกฝั่ายมีแผนการ
อื่นอยู่ในใจคงจะต้องมาบอกกับคุณชายหลิวแล้ว! เมื่อถึงตอนนั้นค่อยหาวิธีรับมือก็ยังไม่สาย!” นางพูดโน้มน้าว
หลิวยวนอดหัวเราะตัวเขาที่ไม่อาจหยุดคิดได้ “เมื่อก่อนหากเจ้าลงมือจะไม่เหลือโอกาสให้อีกฝั่าย ตอนนี้พี่เข้าใจ
แล้วว่าการแก่งแย่งกันของเรือนด้านหลังเป็นเหมือนกันไปหมด ถ้าอีกฝั่ายไม่จบชีวิตก็เป็นตัวเองที่ต้องจบชีวิตแทน!”
“อันที่จริงก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่คุณชายหลิวคิดเสมอไป ขอเพียงมองเรื่องราวต่างๆ ให้ทะลุปรุโปร่ง ระมัดระวัง
การกระทำทุกฝีก้าวก็เพียงพอแล้ว!” นางยังคงพูดโน้มน้าวดุจเดิม
อีกฝั่ายได้แต่ถอนหายใจด้วยความละเหี่ยใจ ไม่พูดไม่จาอีกเลย
เมื่อเห็นคนทั้งสองเงียบลง ต้วนอวี้จึงรีบพูดอย่างรีบร้อน “พี่สาวคงยังไม่รู้ว่าพี่หลิวมาในวันนี้เพื่อแสดงความยินดี
อวยพรวันเกิด และส่งมอบของขวัญวันเกิดที่พี่หลิวเตรียมไว้เป็นอย่างดี”
หลิวยวนได้สติหลังจากที่ต้วนอวี้พูด จึงรีบหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ยื่นให้กับต้วนชิงหมิง
เป็นกำไลหยกไขมันแพะหนึ่งคู่ รูปหญิงงามที่เดินชมสวนดอกไม้ ของเหล่านี้เป็นของชั้นเลิศและราคาสูงลิบลิ่ว ไม่
เพียงเท่านั้นของขวัญที่หลิวยวนเลือกเฟั้นล้วนมาจากการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงเห็นได้ถึงความจริงใจที่มีให้!
“น้องชิงหมิง ที่จริงพี่จะนำมามอบให้ในงานวันเกิดเมื่อวานนี้ เพียงแต่ติดธุระอื่นจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ ดัง
นั้นจึงรีบนำของขวัญมามอบให้ตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้!” เขาเอ่ยปากขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
วันนี้ต้วนชิงหมิงเกล้าผมขึ้นเป็นสองกระจุกประดับด้วยปินหยกมรกต ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็เห็นถึงความงาม
ในทุกอิริยาบถ ที่หางตาของหลิวยวนเห็นใบหน้าด้านข้างที่คิ้วโก่งดั่งคันศรงดงามจับใจ อีกทั้งภายใต้แสงอาทิตย์สะท้อน
ผิวขาวใสเกลี้ยงเกลา ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่อาจละสายตาได้ จนทำให้หลิวยวนที่ไม่เจอต้วนชิงหมิงไม่กี่วัน ต้องยอมรับว่า
นางเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่น้อย!
ต้วนชิงหมิงรับของขวัญเอาไว้ค่อยส่งต่อให้เยวี่ยเจีย และยิ้มอย่างเบิกบานใจ “ขอบคุณคุณชายหลิวสำหรับของ
ขวัญวันเกิดของชิงหมิง!”
“น้องชิงหมิงชอบของเหล่านี้หรือไม่?”
“ชอบมาก!” นางตอบกลับไม่ลังเลแม้สักนิด
เด็กสาวตอบรับหนักแน่น สายตาของหลิวยวนก็ยิ้มออกมา “ขอเพียงน้องชิงหมิงชอบ พี่ก็พอใจแล้ว!”
เยวี่ยเจียก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อรินนํ้าชาให้กับต้วนชิงหมิง และก่อนจะเดินออกไปก็ทำไม้ทำมือชี้เข้าไปในห้อง
ด้านใน… ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าองค์ชายท่านนั้นอดทนฟังอยู่ด้านในไม่ไหวแล้ว เด็กสาวและหลิวยวนพูดคุยกันไปเรื่อยเปือย
จนลืมไปว่าด้านในห้องนั้นมีคนอยู่ข้างใน
ต้วนชิงหมิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปจับมือของผู้เป็นน้องชาย พูดอมยิ้ม “อวี้เอ๋อร์นานแล้วที่ไม่ได้พาเจ้าออกไปเที่ยว
พวกเราไปเล่นหิมะที่เรือนด้านหลังกันดีกว่า!”
ต้วนอวี้ดีใจจนตัวลอยรีบลากมือต้วนชิงหมิงและหลิวยวนเดินออกไปนอกเรือน โดยเดินไปด้วยและพูดไปด้วย
“โอ้! จะได้เล่นหิมะแล้ว……”
หลิวยวนเดินตามหลังต้วนชิงหมิงเหมือนกับว่ามีเรื่องอยากบอกนาง ทว่าความสนใจของต้วนชิงหมิงกลับไปอยู่ที่ต้
วนอวี้ไปเสียหมด ทั้งสามคนเดินไปพลางหัวเราะไปพลาง ทางสวนดอกไม้ด้านหลังจวน
ทั้งสามคนจับมือกันเดินออกไปด้านนอกด้วยความดีใจ จนไม่ได้หันไปมองด้านหลังเลย จะมีก็เพียงองค์ชายสามที่
อยู่ในห้องด้านในโกรธจนลมออกหู!
ต้วนชิงหมิงทำเกินไปแล้วจริงๆ ที่จริง เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นแก่หน้าของต้วนชิงหมิงจึงช่วยหลิวยวนไปครั้งหนึ่ง ดูท่า
จิ้งจอกน้อยคงคิดออกแล้ว! ว่าจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อรอให้เรื่องเงียบหายไป!
ทันใดนั้นเหยียนหลิ่งอวี้ก็หัวเราะเย้ยหยัน ต้วนชิงหมิงยังมีสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกมาก
เป็นที่รู้ว่าหนิวไปั๋เป็นคนใช้ไม่ได้ อย่างนี้ฮองเฮาจะยอมให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแต่งอย่างกับเขาอย่างนั้นหรือ
อีกอย่างองค์รัชทายาทต้องการบ่าวใช้ที่มีความสามารถเพื่อคอยจับตาดูหลิวยวน ดังนั้นต่อให้องค์รัชทายาทแอบช่วยหลิว
ยวนเงียบ ๆ โดยเรื่องนี้จะไม่กระทบต่อต้วนชิงหมิงและหลิวยวน กลับจะวนเวียนอยู่รอบตัวของหลิวยวน
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน จึงหันไปทางชิวหนิงที่ช่วยเขาสางผม “เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว ข้าทำเอง
ได้!”
ชิวหนิงเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ตระหนกตกใจขึ้นมา ชิวหนิงได้แต่มองเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างเคารพอยู่
ห่าง ๆ อย่างไรเสีย เหยียนหลิ่งอวี๋บาดเจ็บจนมือไร้เรี่ยวแรง ดังนั้นนางในฐานะบ่าวรับใช้ของต้วนชิงหมิงจึงมีหน้าที่คอย
ปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง
ชิวหนิงคิดไปคิดมาก่อนจะโค้งคำนับเหยียนหลิ่งอวี๋ พูดด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล “ตอนนี้องค์ชายมีบาดแผลเต็มตัว
คุณหนูจึงไม่วางใจและก่อนที่นางจะไปได้กำชับบ่าวหลายครั้ง จะต้องช่วยล้างหน้าล้างตาสางผม รับทานอาหารเช้า หาก
บ่าวทำได้ไม่ดีจะต้องโดนคุณหนูตำหนิอย่างแน่นอน”
เดิมทีเหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่าต้วนชิงหมิงคงมีสีหน้ารำคาญเขาตั้งแต่เช้าตรู่……แต่ตอนนี้ได้ฟังว่าต้วนชิงหมิงกำชับให้
ชิวหนิงดูแลปรนนิบัติเขาอย่างดี จึงมีสีหน้าผ่อนคลายลงมา เขาส่ายหน้าไปมา “ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวข้าจะทำเอง เจ้ารีบไป
ทำงานของเจ้าเถอะ!”
ในชั่วพริบตาเดียวเมื่อเห็นชิวหนิงหยิบถาดสำรับอาหารเช้าและยาต้มเข้ามา เหยียนหลิ่งอวี๋จึงถามอย่างแปลกใจ
“ชิวหนิง ในเรือนนี้ยังมีนายหญิงคนอื่นอีกหรือ?”