การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 226 องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่แต่งกับหนิวไปั๋
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 226 องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่แต่งกับหนิวไปั๋
“ชิวหนิง ในเรือนนี้ยังมีนายหญิงคนอื่นอีกหรือ?” เหยียนหลิ่งอวี๋ถามขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นชิวหนิงยกถาด
สำรับอาหารเช้าและยาต้มเข้ามา
นางยกยิ้มกล่าวตอบ “เรียนองค์ชายสาม อาหารนี้คุณหนูใหญ่ตั้งใจเตรียมให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ อีกทั้งยังสั่งให้บ่าวดูแล
องค์ชายสามทานข้าวเช้าให้หมดก่อน ค่อยนำอาหารไปให้กับนางได้”
เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงบ่าวรับใช้ที่ยอมเสียสละตนเองเอากระเบื้องแทงต้นขาอย่างทรมาน เขาเอ่ยถามอย่างห่วงใย
“บาดแผลของนางเป็นอย่างไรบ้าง?”
สีหน้าของชิวหนิงดูเศร้าสร้อย “บาดแผลของนางโดนเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขา หวังเพียงว่าบาดแผลจะไม่ทิ้งรอย
แผลเอาไว้”
สีหน้าและแววตาของเขาชะงักนิ่งทันที ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่รักคนของตัวเองอย่างมาก หากบ่าวรับใช้ของนาง
บาดเจ็บจนพิการไป เช่นนั้นความสัมพันธ์ของเขาและนางคงมีปมในใจที่ไม่อาจคลายลงได้!
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามเสียงตํ่า “หมอที่ช่วยรักษาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นใครหรือ?”
ชิวหนิงตอบกลับไป “หมอโจวเพคะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับรู้ เห็นทีหลังจากหายดีเขาจะต้องหาหมอที่เก่งมารักษาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เอาเข้าจริงเขาไม่
อยากให้ต้วนชิงหมิงเกลียดเขาด้วยเรื่องของบ่าวรับใช้ผู้นี้
แม้ว่าจิ้งจอกน้อยจะเจ้าเล่ห์ โหดร้ายและไม่เคยจริงใจกับเขาแม้แต่น้อย ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงได้เข้ามาฝังลึก
อยู่ในจิตใจของเขาโดยไม่รู้ตัว ต่อให้อยากจะโกรธเกลียดเพียงใดก็มิอาจหาวิธีลืมนางได้ แม้ตอนนี้จะทำเพื่อบ่าวรับใช้ของ
นาง เขาก็จะลองคิดหาวิธีทุกอย่างในการช่วยเหลือ
ชิวหนิงหมุนตัวเดินออกไป! เมื่อเห็นองค์ชายสามกำลังจมลงสู่ภวังค์ นางยังต้องไปหาชุนถาวเพื่อไปเอายาให้เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์กับเหยียนหลิ่งอวี๋
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋วางไว้ เมื่อต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนคิดว่าเรื่องนี้ใกล้จบสิ้นแล้ว หนิวไปั๋จะได้
แต่งกับองค์หญิงจิ่นซิ่วอย่างเป็นทางการ ส่วนหลิวยวนแม้จะรอดจากความเป็นความตายในครั้งนี้ได้ ทว่าในวังหลวงที่
ข้างนอกดูสวยหรู ก็ยังมีแผนการและเล่ห์เหลี่ยมอีกมาก
เด็กสาวที่ดูสูงศักดิ์นางหนึ่งกำลังวิ่งอย่างรีบร้อน ไปยังตำหนักที่ดูสวยงามอีกหลังหนึ่ง
นางอายุประมาณสิบสามปี รูปร่างหน้าตางดงาม ใครเห็นย่อมตกหลุมรัก ด้านบนสวมเสื้อปักลายหงส์เก้าตัวอย่าง
วิจิตรงดงาม บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหกมังกรสามหงส์ ปักด้วยด้ายทองคำ ตัวหงส์ประดับด้วยขนนก ส่วนหางหงส์ที่
ยื่นออกมาประดับด้วยทับทิมแดงกับไพลินนํ้าเงิน ล้อมรอบด้วยไข่มุกเม็ดเล็ก ปากมังกรคาบอัญมณี ประดับประดาด้วย
สร้อยไข่มุกห้อยระย้าลงมาถึงหน้าผาก หากใครได้เห็นคงต้องตกตะลึงกับความวิจิตรงดงามนี้
เมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของเด็กสาวที่หรูหราสูงศักดิ์นี้ก็รู้ได้ว่าคือฮองเฮาที่สูงส่ง นางดูแลวังหลังทั้งหมด ทั้งยังเป็น
มารดาขององค์หญิงจิ่นซิ่วและองค์รัชทายาท
เวลานี้ฮองเฮาเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างรีบร้อนราวกับมีเรื่องเร่งด่วน! ด้านหลังมีเหล่าบ่าวรับใช้ ต่างสาวเท้าไปตามไป
ทางตำหนักขององค์หญิงจิ่นซิ่ว
องค์หญิงจิ่นซิ่วหลังกลับจากไปทำความเคารพผู้เป็นมารดามาเมื่อช่วงเช้า ก็ไม่ทานอาหารอีกเลย ร้องอยากตาย
เพียงอย่างเดียว การกระทำของนางเห็นได้ชัดว่าไม่อยากแต่งงานกับคนชื่อที่หนิวไปั๋นั่น แต่อยากจะแต่งงานกับหลิวยวน!
ในตำหนักมีเสียงเครื่องลายครามแตกอย่างต่อเนื่อง ทางด้านบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกต่างยืนนิ่งตัวแข็งไปหมด
ไม่มีใครกล้าพูดหรือส่งเสียงดังแม้แต่น้อย เมื่อเห็นฮองเฮาเดินมาอย่างรีบร้อน พวกนางต่างคุกเข่าลงกับพื้นทันที “ถวาย
บังคมฮองเฮา!”
นางเร่งสาวเท้าเดินเข้าไปในตำหนัก ก้าวเข้าไปด้านในเพียงครึ่งก้าวก็มีแจกันดอกไม้ลอยเฉี่ยวศีรษะข้ามไปกระทบ
พื้นและแตกดัง “เพล้ง”
ฮองเฮาตวาดเสียงดังลั่น “บังอาจ!”
องค์หญิงจิ่นซิ่ววิ่งปรี่เข้ามาหา ดวงตาสองข้างแดงกํ่า ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านแม่เจ็บตรงไหนหรือไม่เพคะ?”
ผู้เป็นมารดาเดินข้ามแจกันดอกไม้ที่ตกแตก สายตากวาดมองไปทั่วตำหนัก เห็นข้าวของกระจัดกระจาย “จิ่นซิ่ว
เจ้าทำเกินไปแล้ว!”
เมื่อโดนดุก็ร้องไห้โฮ “ท่านแม่ไม่รักจิ่นซิ่วแล้ว ท่านแม่รังแกจิ่นซิ่ว……”
“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไหนเจ้าลองบอกแม่มาสิว่าเจ้าโวยวายด้วยเหตุอันใด?” นางเอ่ยถามเสียงปลอบโยนพลาง
ทอดถอนใจ
เมื่อเห็นผู้เป็นมารดาเอ่ยปลอบ องค์หญิงจิ่นซิ่วที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดวงตาแดงกํ่าอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้
มานานจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาว ก็โผเข้ากอด “ท่านแม่ ลูกไม่อยากแต่งกับคนที่ชื่อหนิวไปั๋… ลูกไม่ชอบเขาสักนิด
เดียว!”
ฮองเฮาได้ยินก็ชะงักไป “เดิมทีเจ้าสามารถเลือกชายใดก็ได้มาเป็นคู่ครอง แต่สิ่งที่เจ้าทำนั้นช่างงามหน้าจนคนรู้
กันไปทั่ว ถึงแม่อยากจะช่วยให้เจ้าสมปรารถนา แต่ว่าฝั่าบาทจะทรงอนุญาตหรือไม่นั้นก็ไม่อาจล่วงรู้ได้”
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังเช่นนั้นก็ร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม “ท่านแม่ไม่รักจิ่นซิ่วแล้ว ท่านแม่ยอมให้จิ่นซิ่วแต่งงานกับ
ใครก็ได้!”
ตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่ขึ้น องค์หญิงนับได้ว่าเป็นมีความฉลาดหลักแหลมที่จะเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์ นาง
รู้ว่าหาฝั่าบาทพระราชทานงานอภิเษก คงต้องให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของฮองเฮาเป็นหลัก
ถึงแม้ว่าฝั่าบาทจะมีอำนาจเหนือคนในใต้หล้า ทว่าฮองเฮาและพระพันปีเป็นผู้ดูแลวังหลังทั้งหมด อีกทั้งตระกูล
ของฮองเฮาโจวมีอำนาจที่กว้างขวาง บางทีเรื่องบางเรื่องฝั่าบาทก็ต้องยอมไว้หน้าพวกเขา
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้หากท่านแม่เอ่ยปาก นางก็ไม่จำเป็นต้องแต่งกับหนิวไปั๋อะไรนั่น! ยิ่งคิดทบทวนก็ยิ่งแปลกใจ
เป็นอย่างมาก เนื่องจากนางกับหนิวไปั๋พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น เหตุใดนางถึงได้เลอะเลือนถึงขึ้นถอดเสื้อผ้า
เสื้อผ่อนกับเขาได้!
“ถ้าเจ้าไม่ทำเรื่องขายขี้หน้าเช่นนั้น บรรดาองค์ชายทั้งหลายนั้นย่อมให้เจ้าเลือกสรรได้เต็มที่ เพียงแต่ตอนนี้เจ้า
กลับไปพัวพันกับหนิวไปั๋ที่ไม่มีแม้แต่อำนาจและชื่อเสียงอันใด!”
การเป็นฮองเฮาแม้จะมีอำนาจดูแลวังหลังทั้งหมด ทว่าก็มีเรื่องไม่ต้องปวดหัวอยู่เสมอ บุคคลที่อยู่เหนือกว่าอย่าง
พระพันปีหลวงก็เอาแต่เสแสร้งแกล้งทำ ปันหน้าตั้งตาไม่พูดไม่จา ส่วนบุคคลที่อยู่ตํ่ากว่าอย่างเสิ่นกุ้ยเฟยที่เป็นดังหนาม
ยอกอก ก็เอาแต่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับนาง… ตอนนี้เรื่องขององค์รัชทายาทก็ยังปวดหัวไม่หาย ยังมีเรื่องขององค์หญิงจิ่น
ซิ่วมาซํ้าเติมอีก แม้เรื่องขององค์หญิงจิ่นซิ่วจะถูกนางปิดเรื่องเอาไว้แล้ว โดยที่ฝั่าบาทและพระพันปีหลวงยังไม่ล่วงรู้ แต่
ในวังหลวงแห่งนี้หาได้มีความลับไม่ ที่นี่ผู้คนหูตาแพรวพราว ไม่ถึงครึ่งวันเต็มที่ก็เพียงหนึ่งวัน เรื่องนี้ก็จะแพร่ไปทั่ววัง
หลวง!
ฮองเฮาได้แต่ส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นองค์หญิงยังคงร้องไห้ไม่หยุด “จิ่นซิ่ว แม้หนิวไปั๋จะไม่ได้เรื่องได้ราว แต่เขาก็
ยังหลงรักและเคารพเจ้าไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเจ้าได้ผิดประเพณีจนเสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว หากไม่แต่งกับหนิวไปั๋ เจ้าจะ
แต่งกับผู้ใดเล่า?”
ต่อให้ในใจขององค์หญิงจิ่นซิ่วจะมีชายอื่น เกรงว่าชายผู้นั้นคงมิอาจจะยอมรับองค์หญิงที่มีชื่อเสียงแปดเปือนได้
อีกอย่างฮองเฮาก็รักนางอย่างแก้วตาดวงใจ จึงต้องให้นางแต่งกับหนิวไปั๋ที่เป็นคนทำให้นางเสียชื่อเสียง!
องค์หญิงจิ่นซิ่วแต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนที่มีนิสัยหยิ่งยโสและทำตามอำเภอใจ จึงไม่อาจรู้ความลำบากใจของ
ฮองเฮา ต่อให้รู้ก็ไม่อยากให้ความร่วมมือด้วย
วิ่งไปฟุบหน้าลงที่เตียงร้องไห้แทบขาดใจ “ท่านแม่ไม่ต้องการจิ่นซิ่วแล้ว เช่นนั้นก็ให้ลูกตายให้รู้แล้วรู้รอดไป
เถอะ!”
ในเวลานี้ด้านนอกได้มีเสียงพูดดังขึ้น “องค์รัชทายาทเสด็จแล้ว!”
จากนั้นชายในชุดสีเหลืองก็ได้ก้าวเข้ามาในตำหนัก “ท่านแม่……จิ่นซิ่ว……”