การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 35 สภาพของจางอี๋เหนียง
หลิวหรงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่บุตรสาวเสมอมาหากพูดตามความจริง บ่าวรับใช้ที่จะไปอยู่ในเรือนต้วนอวี้หราน
จะต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด
แล้วต้าชุ่ยล่ะ? นางรับใช้ต้วนชิงหมิงมาหลายปี นิสัยก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นรับไม่ไหวก็แค่คดในข้องอในกระดูกบ่าว
รับใช้แบบนี้หลิวหรงจะปล่อยให้ไปรับใช้ต้วนอวี้หรานได้อย่างไร? นางอาจจะไปสร้างเรื่องให้ต้วนอวี้หรานก็เป็นได้
เรื่องใดที่ไม่เป็นผลดีต่อบุตรีหลิวหรงจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาดดังนั้นสิ่งที่ต้าชุ่ยคิดล้วนเป็นการเพ้อเจ้อไปเองทั้ง
นั้นจะให้ต้าชุ่ยไปรับใช้หลิวหรงยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ข้อแรกหลิวหรงไม่ชอบต้วนชิงหมิงเป็นทุนเดิม นางย่อมไม่มีทางเอาบ่าวรับใช้ที่ต้วนชิงหมิงไม่เอาข้อสอง นางมี
สิทธิ์เลือกบ่าวรับใช้ได้เองทำไมจะต้องเอาบ่าวรับใช้ที่ทรยศเจ้านายด้วยเล่า
อีกทั้งหลิวหรงใช้เงินในการซื้อข่าวจากต้าชุ่ยนางไม่เคยพูดว่าต้าชุ่ยเป็นคนของตนเอง ดังนั้นการวางแผนอย่างดี
ของต้าชุ่ยช่างเปล่าประโยชน์
ต้าชุ่ยวิ่งไปเคาะที่หน้าประตูของแม่นมหวางเมื่อนางเห็นต้าชุ่ยสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นค่อยจะสู้ดี “เจ้ามาได้ยังไง?”
เมื่อต้าชุ่ยเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของแม่นมหวางจึงรีบพูดอย่างรีบร้อย “แม่นม บ่าวมีเรื่องจะรายงานฮูหยิน……”
แม่นมหวางหน้าซีดเล็กน้อยนางไม่ลืมที่จะพูดเสริมออกมาประโยคว่า “ต่อไปเจ้ามีเรื่องอะไรให้ไปบอกแม่นมเถีย
นพอไม่ต้องวิ่งมาถึงที่นี่ จะได้ไม่มีใครสงสัย”
แม้ฟังแล้วจะเสียความรู้สึกไม่น้อยแต่นางก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรได้แต่ผงกหัวตอบรับอย่างรวดเร็ว
แม่นมหวางไม่อยากจะสนทนากับบ่าวที่ทรยศหักหลังเจ้านายพูดให้เข้าใจก็คือแม้จะเกิดเป็นบ่าวรับใช้แต่นางก็ไม่
ได้ชอบบ่าวรับใช้ที่เห็นแก่เงินยิ่งไปกว่านั้นความคิดของต้าชุ่ยชัดเจนมากทว่าอยากให้ฮูหยินรับนางไว้แต่ว่าคงเป็นไปไม่
ได้! ฮูหยินไม่โยนนางออกไปนอกจวนก็ถือว่าเมตตาใหญ่หลวงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะต้าชุ่ยนำข่าวมาบอก แม่นมหวางไม่คิด
จะมองนางแม้แต่หางตา
ทุกครั้งเมื่อต้าชุ่ยได้ยินบทสนทนาของต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นางมักจะย่องออกมาเสมอ
แม่นมหวางอดยิ้มเสียดสีเมื่อมองไปที่หน้าของต้าชุ่ยไม่ได้บ่าวรับใช้แบบนี้ดูอย่างไรก็เหมือนขาดการอบรม
ระหว่างเดินกลับในใจกลับเย็นชืดไปหมดตอนแรกที่นางเลือกอยู่ฝังหลิวหรง อีกฝั่ายตอบรับอย่างดิบดีแต่ตอนนี้
พอนางหมดประโยชน์แล้วก็อยากจะทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างนั้นหรือ?
นางรีบกลับไปที่ห้องหยิบเงินสองร้อยตำลึงให้ซานซูที่เฝั้าประตูให้เขาหาวิธีนำเงินนี้ไปให้พี่ชายของนางบอกว่ามี
เรื่องให้ช่วย ให้เขามาหาหน่อยต้าชุ่ยรู้ว่าต้วนชิงหมิงเริ่มรู้ตัวแล้ว ฉะนั้นคงจะไม่ปล่อยนางไว้แน่นางต้องวางแผนหา
ทางออกให้ตัวเอง
เมื่อจัดแจงทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต้าชุ่ยจึงดึงสติกลับมา ดูท่าในจวนต้วนแห่งนี้จะอยู่ต่อไม่ได้แล้วคงต้องพึ่งพาพี่
ชายแล้ว แต่ว่าพี่ชายของนางเป็นคนที่เห็นแก่เงิน เขาจะช่วยนางจริงๆหรือ?
ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็คล้อยตํ่าแล้ว
ในขณะที่ต้าชุ่ยเตรียมวางแผนหาทางออกไปจากจวนทางด้านต้วนชิงหมิงได้พาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปถึงจวนด้านหลัง
แล้ว
เดินผ่านสวนดอกไม้หลังจวนก็จะถึงเรือนทางตะวันตกแสงอาทิตย์สาดส่องเผยให้เห็นเรือนผุพัง
ที่นี่เป็นที่อยู่ของอี๋เหนียงจวนต้วนสมัยก่อนที่ต้วนเจิ้งมาที่นี่นับว่ามีสีสันอย่างมากแต่ตอนนี้กลับดูออกว่าไม่มีใคร
มาที่นี่หลายปีแล้ว
ต้วนชิงหมิงส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ นางที่เป็นคุณหนูคนโตของภรรยาเอก ชีวิตยังลำบากขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้อง
พูดถึงอี๋เหนียงเหล่านี้ที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ฐานะและตำแหน่งในจวนต้วนเลย
ต้วนชิงหมิงทำได้เพียงถอนหายใจเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จำทางได้ต้วนชิงหมิงจึงก้าวตามการก้าวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จนไปถึง
กลางเรือน
ภายในเรือนเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ต้วนชิงหมิงรออยู่หน้าประตู ส่วนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินเข้าไปครู่เดียวก็พบอี๋
เหนียงและสาวใช้ที่สวมชุดซอมซ่อนางจึงรีบเชิญออกมา เมื่อทั้งสองออกมาพบต้วนชิงหมิงจึงพากันตกใจจากนั้นคุกเข่า
ลงไปที่พื้น
“ปีเซี่ย[1]คารวะคุณหนูใหญ่!”
“บ่าวคารวะคุณหนูใหญ่”
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นเล็กน้อย
“จางอี๋เหนียงสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
ต้วนชิงหมิงมองอย่างละเอียดก็ดูออกไม่ยากว่าจางอี๋เหนียงใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างยากลำบากสตรีที่อยู่ตรงหน้าอายุ
ราวยี่สิบกว่าปี ใบหน้างดงามทว่าซีดขาวผิวหนังไม่เต่งตึงสมวัย ด้านบนสวมเสื้อแขนสั้นสีชมพูนางเห็นด้ายเหล่านั้นที่โผล่
ออกมาจากเสื้อ ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าใส่มานานกี่ปีแล้วเมื่อมองบ่าวรับใช้ที่ชื่อชิวเอ๋อร์ ใบหน้าซีดขาวไม่ต่างกันสวมชุดข้ารับ
ใช้ที่เก่ามาก
นางพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นชาติที่แล้วนางก็เคยมีชีวิตที่ลำบากไม่ต่างกัน`
จางอี๋เหนียงดูแล้วเหมือนจะปั่วยจริงสีหน้าซีดขาวไม่มีชีวิตชีวา เวลาเดินก็ส่ายไปส่ายมานางฝืนออกมาทำความ
เคารพครั้งนี้ดูเหมือนจะใช้พลังที่มีอยู่จนหมด
ชิวเอ๋อร์อยากจะเข้าไปประคองจางอี๋เหนียงแต่ต้วนชิงหมิงยื่นมือไปก่อน
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าช่วยชิวเอ๋อร์ประคองอี๋เหนียงหน่อยข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว ท่านไม่คิดจะเชิญเข้าไปคุยด้านใน
หรือ?”
จางอี๋เหนียงได้ยินก็คุกเข่าลงไปอีกครั้งพูดเสียงตํ่าว่า “ปีเซี่ยมิกล้า เชิญคุณหนูใหญ่……”
ต้วนชิงหมิงเข้าไปในห้องจางอี๋เหนียงจึงค่อยประคองตัวขึ้นจากการช่วยของชิวเอ๋อร์และเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ จากนั้นจึง
เดินเข้าไปในห้องช้าๆ ภายในห้องจัดอย่างเรียบง่ายมีเพียงโต๊ะและเก้าอี้อย่างละตัวกับที่นอนเล็กอีกหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็น
ที่นอนของชิวเอ๋อร์
เมื่อเห็นสายตาของต้วนชิงหมิงจางอี๋เหนียงจึงรีบร้อนอธิบาย
“เรือนของปีเซี่ยเหลือเพียงชิวเอ๋อร์ อีกทั้งปีเซี่ยปั่วยหลายโรคดังนั้นบ่าวรับใช้จึงอยู่ในนี้เพื่อสะดวกในการรับใช้”
ต้วนชิงหมิงนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าชิวเอ๋อร์ เมื่อเห็นจางอี๋เหนียงจะแสดงความเคารพนางจึงโบกมือพูดไปทางจางอี๋
เหนียงนิ่งๆ
“อี๋เหนียงตามสบาย! นั่งลงเถอะ!”
ชิวเอ๋อร์จึงประคองจางอี๋เหนียงลุกขึ้นมานั่งแต่นางกลับก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองต้วนชิงหมิง!
ต้วนชิงหมิงเอ่ยเสียงตํ่าสายตาจับจ้องไปยังสตรีเบื้องหน้า
“ถ้าข้าจำไม่ผิด ท่านแม่ข้าเป็นคนเลือกอี๋เหนียงให้ท่านพ่อไม่ทราบว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่?”
พอพูดถึงฮูหยินติงโหรวก็เหมือนสะกิดเรื่องในใจของจางอี๋เหนียงนางยังไม่ทันได้พูด หยดนํ้าพลันไหลทะลักออก
มาจากดวงตา
“ปีเซี่ยเดิมทีเป็นบ่าวรับใช้เข้ามาพร้อมกับฮูหยินต่อมาฮูหยินจึงเลือกให้รับใช้นายท่าน……” คำพูดต่อไปยังไม่ทัน
ได้พูดก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับนํ้าตา
“ฮูหยินจิตใจมีเมตตา ดูแลปีเซี่ยอย่างดี……แต่ว่า……”
แต่ว่า……หลังจากที่ฮูหยินจากไป สถานการณ์ของพวกนางนับวันก็ยิ่งแย่!
ต้วนชิงหมิงมองไปยังจางอี๋เหนียงพูดนิ่งๆ
“ท่านแม่ข้าเลือกอี๋เหนียงให้ท่านพ่อ แต่ท่านยังเป็นคนของท่านแม่!” หากจางอี๋เหนียงไม่ใช่คนของฮูหยินติงโหรว
คงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้
จางอี๋เหนียงเงยหน้าทั้งที่นํ้าตายังคลอมองไปยังต้วนชิงหมิงอย่างตกตะลึงแววตาสงบนิ่งและเย็นชาจากคนตรง
หน้าทำให้นางยากจะอธิบายพลันรีบก้มหน้าลงอย่างเร็วและไม่กล้าพูดอะไรอีก!
การเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ของคุณหนูใหญ่ทุกคนต่างทราบดีเวลานี้คำพูดของจางอี๋เหนียงเหมือนต้องการสื่อเป็น
นัยบางอย่าง
ตั้งแต่ที่ฮูหยินจากไปหลิวหรงกลายมาเป็นดูแลจัดการจวนต้วน ไม่ต้องพูดถึงคนของฮูหยินติงโหรวไม่มีใครพบ
จุดจบที่ดีสักคน แม้กระทั่งเหล่าอี๋เหนียงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
หากไม่เสียสติก็ต้องตายมีเพียงนางที่แสร้งเสียสติจึงมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้!
…
[1]ปีเซี่ย คือ คำเรียกตัวเองของอี๋เหนียง (อนุภรรยา)