การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 36 ความคิดของจางอี๋เหนียง
จางอี๋เหนียงเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีตนํ้าตาก็ไหลพรั่งพรูไม่หยุด
ต้วนชิงหมิงจ้องมองจางอี๋เหนียงอยู่เงียบๆด้วยสายตาเฉียบแหลม ไม่ต้องพูดก็เข้าใจได้ อี๋เหนียงทั้งสามของท่าน
พ่อถ้าไม่ตายก็เสียสติ มีเพียงจางอี๋เหนียงคนนี้ที่ไม่เป็นไรอะไรแม้จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแต่ก็ถือว่าปลอดภัยจะมีใครที่
กล้าพูดว่านางไม่มีวิธีเอาตัวรอด
ยิ่งไปกว่านั้นในชีวิตก่อนต้วนชิงหมิงเคยได้ยินเรื่องอี๋เหนียงเหล่านี้ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนไม่ธรรมดาหลิวหรงจัดการ
พวกนางก็ถือว่ายังมีดีอยู่บ้าง ส่วนจางอี๋เหนียงแม้จะพูดจาซื่อๆอีกทั้งยังเคยเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายของฮูหยินติงโหรว แต่
หลิวหรงกลับปล่อยนางไว้เห็นได้ชัดว่าสตรีในเรือนนี้ต้องมีอะไรซ่อนไว้อย่างแน่นอน
แต่วันนี้ที่ต้วนชิงหมิงมาก็เพื่อต้องการความช่วยเหลือจากจางอี๋เหนียงพูดอีกอย่างคือจะช่วยให้จางอี๋เหนียงได้
สร้างความลำบากต่อหลิวหรงไม่ได้มาเพื่อจะสืบสาวเรื่องราวในอดีตดังนั้นนางไม่สนใจเรื่องในอดีตของจางอี๋เหนียง
ต้วนชิงหมิงได้ฟังเรื่องราวดีๆของจางอี๋เหนียงจากแม่นมหนิงมาบ้างแล้ว……หึๆ อี๋เหนียงคนนี้ช่างน่าสนใจ
มีดที่ยิ่งแหลมคมยิ่งเหมาะจะใช้จัดการคู่ต่อสู้ แม้จะมีโอกาสบาดมือนางบ้าง แต่ต้วนชิงหมิงก็ยังคงชื่นชอบ
โอกาสเพียงครั้งเดียวถูกกองตรงหน้าจางอี๋เหนียงแล้วต่อจากนี้ไปจะดีจะร้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนางแล้ว
จางอี๋เหนียงคนนี้ไม่ทำให้ต้วนชิงหมิงผิดหวังคำพูดไม่กี่ประโยคเมื่อครู่ทำให้ต้วนชิงหมิงไม่เข้าใจความหมายที่แฝง
อยู่ อี๋เหนียงคนนี้ไม่ธรรมดาเสียจริง
ทว่าเรื่องเร่งรีบของต้วนชิงหมิงในตอนนี้หนึ่งคือนางไม่มีใครที่ใช้งานได้สองคือจางอี๋เหนียงเป็นอี๋เหนียงฐานะ
เทียบเท่าหลิวหรงอีกทั้งนางยังเป็นคนเก่าคนแก่ของฮูหยินติงโหรวซึ่งเป็นคนที่หลิวหรงกัดฟันกรอดๆอยากจะกำจัดมา
นานแล้ว ดังนั้นใช้จางอี๋เหนียงจัดการและสร้างปัญหาให้หลิวหรงลงแรงน้อยแต่ได้ผลมาก ทำไมนางจะไม่ลองดูสักหน่อย
เล่า?
คิดถึงตรงนี้นํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงก็อ่อนลงนางมองอีกฝั่ายพลางใช้นํ้าเสียงอ่อนโยน “ในเมื่อเป็นคนของท่านแม่
ข้าก็จะคอยดูแล……แน่นอนว่าเรื่องดูแลเจ้าต้องทำเอง!”
ในเมื่อนางเป็นคนเก่าคนแก่ที่ท่านแม่เก็บไว้ถ้าไม่ได้ทำผิดอย่างใหญ่หลวง เช่นนั้นต้วนชิงหมิงจะคอยดูแลนางแต่
จะดูแลถึงเมื่อไหร่นั้นก็ต้องดูการกระทำของนางเองด้วย
ได้ฟังนํ้าเสียงอ่อนโยนทว่าแฝงความนัยจากเด็กสาวตรงหน้าจางอี๋เหนียงรีบคุกเข่าคำนับอย่างรีบร้อน
“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่มองว่าข้าน้อยเป็นพวกเดียวกัน!”
สายตาของต้วนชิงหมิงเป็นประกายวับขึ้นมานางเป็นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบเหมือนที่คาดไว้ ไม่รู้ว่าคนเช่นนี้ถ้า
ได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะถีบหัวส่งหรือไม่?
แต่ต้วนชิงหมิงไม่กลัวแม้แต่น้อย
ในเมื่อนางช่วยให้อีกฝั่ายบรรลุถึงเปั้าหมายได้นางก็สามารถทำลายทุกอย่างได้เช่นกันส่วนจะรอดหรือไม่รอดนั้นก็
ขึ้นอยู่กับจางอี๋เหนียงแล้ว!
นางเชื่อว่าคนฉลาดอย่างจางอี๋เหนียงรู้ดีว่าคนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันแม้อาจจะไม่ได้นับเป็นสหายทว่ามีศัตรูคน
เดียวกัน ย่อมต้องกลายเป็นพวกเดียวกันได้อย่างแน่นอน หวังเพียงว่าจางอี๋เหนียงจะฉลาดเหมือนที่นางคิดไว้
ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วต้วนชิงหมิงจึงลุกขึ้นหันไปพูดกับชิวเอ๋อร์ที่ยืนตรงหน้าประตู
“เจ้าคือชิวเอ๋อร์สินะ บ่าวรับใช้คนนี้ไม่เลวเลย!”
พูดจบก็ส่งสายตาไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นางจึงหยิบทองส่งไปให้
“รับใช้อี๋เหนียงให้ดี สิ่งนี้คุณหนูใหญ่ให้เจ้า!”
ชิวเอ๋อร์ไม่เคยเห็นทองแท่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนนางจึงมือสั่นๆ ไปรับ แล้วรีบคุกเข่าขอบคุณทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึง
กับตกใจส่วนต้วนชิงหมิงทำเหมือนไม่เห็น ระหว่างที่จางอี๋เหนียงก้มหน้าเพื่อส่งต้วนชิงหมิงนางกลับเดินออกไปอย่างไม่
ได้ใส่ใจแล้ว
ดูท่าแล้วจางอี๋เหนียงคนนี้รู้ว่าสถานการณ์ไหนต้องทำอะไร ทำให้การมาครั้งนี้ของนางไม่เสียเที่ยว! ต้วนชิงหมิง
หวังว่าจางอี๋เหนียงจะคว้าโอกาสนี้ไว้อย่าให้นางต้องแรงเสียแรงเปล่า
…
ต้วนชิงหมิงจากไปแล้วในห้องเหลือเพียงจางอี๋เหนียงกับชิวเอ๋อร์
ชิวเอ๋อร์ที่ดูเหมือนเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ในความเป็นจริงกลับมีไหวพริบดี นางถือทองที่อยู่ในมือยืนไปตรงหน้า
ของจางอี๋เหนียงพูดอย่างระมัดระวัง “อี๋เหนียงคุณหนูใหญ่มาหาและยังให้ทองอีก นี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”
จางอี๋เหนียงมองชิวเอ๋อร์นิ่งๆพูดว่า “จะหมายความว่าอย่างไรนะหรือ……ก็มาหาพวกนั่แหละ!”
ชิวเอ๋อร์ได้ยินก็ตกใจร้องขึ้นมา “คุณหนูใหญ่อยากให้อี๋เหนียงไปต่อกรกับหลิวหรง……นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
หลิวหรงจัดการดูแลจวนต้วนมาหลายต่อหลายปีวิธีโหดเหี้ยม พวกบ่าวรับใช้กลัวนางเป็นที่สุด ดังนั้นปกติเมื่อเห็น
หลิวหรงถ้าไม่เดินหลบไปอีกทางก็ขอให้ตัวเองนั้นรอดปลอดภัยหลังจากที่จางอี๋เหนียงเดินเข้าในห้องหลังชิวเอ๋อร์ก็เดิน
ตามติดตลอดหลายปีมานี้นางเห็นจางอี๋เหนียงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสงบแต่ตอนนี้คุณหนูใหญ่ที่
ได้รับการโปรดปรานกลับอยากจะดึงจางอี๋เหนียงไปเป็นพวกเสียอย่างนั้น
“เช่นนั้นอี๋เหนียงจะตอบรับหรือไม่”
จางอี๋เหนียงมองชิวเอ๋อร์นิ่งๆราวกับอ่านใจนางได้ พลันเบือนสายตาไปนอกเรือนนิ่งราวกับมองเห็นช่วงเวลาที่ฮู
หยินติงโหรวยังอยู่ในโลก “ทำไมจะไม่ละ……”
ใช่แล้วทำไมจะไม่เอาละ?
หลายปีมานี้นางอยู่จวนด้านหลังไม่ต่างจากคนตายที่ใกล้ขึ้นอืดอยู่แล้วตอนนี้มีโอกาสเข้ามาให้นางได้กลับไปอยู่
จวนด้านหน้า นางทำไมจะไม่เต็มใจเล่า?
ถึงแม้สิ่งที่อีกฝั่ายต้องการจะชัดเจนมากว่าต้องการใช้นางสร้างปัญหาให้หลิวหรงนางรู้ว่าศึกระหว่างต้วนชิงหมิง
และหลิวหรงได้เริ่มขึ้นแล้ว
หลิวหรงเป็นอี๋เหนียงที่ดูแลจัดการจวนแต่ต้วนเจิ้งถึงจะเป็นเจ้าของจวนแห่งนี้ เมื่อก่อนไม่มีใครกล้าสู้กับหลิวหรง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าจะไม่มียามนี้ต้วนชิงหมิงได้รับการเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ฐานะของหลิวหรงคงเริ่มสั่น
สะเทือนแล้ว
มีบางเรื่องต้องมองจากที่ไกลๆถึงจะสามารถเห็นได้ชัดเจน
ในใจของต้วนเจิ้งมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นคนแรกคือฮูหยินที่จากโลกไปแล้ว ส่วนอีกคนคือลูกสาวของติงโหรว
คนแรกทำให้ต้วนเจิ้งสัมผัสถึงความหมายของคำว่าบ้านที่แท้จริงคนหลังเป็นความรักหมดทั้งหัวใจของเขา
จางอี๋เหนียงทราบดีแต่หลิวหรงไม่รู้ไปสืบข่าวเด็กหญิงคนนั้นจากไหนหลายปีมานี้จางอี๋เหนียงได้แต่อยู่จวนหลัง
มองหลิวหรงเอาอกเอาใจต้วนเจิ้งแต่นางรู้ว่าหลิวหรงไม่มีทางเข้าไปในหัวใจของต้วนเจิ้งได้แน่นอน
นางรอโอกาสที่จะได้กลับไปและตอนนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว
แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงหากทำสำเร็จชีวิตในวันข้างหน้าของนางจะดีกว่าตอนนี้เป็น
หลายร้อยเท่า
แต่ถ้าเกิดล้มเหลวเล่า
หึๆจางอี๋เหนียงหัวเราะอย่างเย็นชา ต่อให้นางล้มเหลวชีวิตจะแย่กว่าตอนนี้อีกสักเท่าไรกัน? อย่างมากที่สุดก็แค่
ตายเท่านั้นเอง!
ความจริงแล้วนางไม่กลัวความตายนางกลัวแค่ว่าก่อนตายจะไม่มีโอกาสได้แก้แค้นให้กับลูก
ทว่าตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วไม่ใช่หรือ? นางจะคอยดูว่าหลิวหรงจะยโสโอหังได้อีกนานแค่ไหน
คิดได้เช่นนี้จางอี๋เหนียงจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง “ชิวเอ๋อร์ พวกเรายังมีแปั้งและนํ้าตาลจากครั้งที่แล้วที่ยังไม่ได้ทาน
อยู่ไหม?”
ชิวเอ๋อร์ได้ยินรีบตอบกลับนางไปค้นดูในถังเก่าๆ ชิวเอ๋อร์จำได้แม่นยำนํ้าตาลเหล่านี้ได้มาช่วงฉลองวันตรุษจีนครั้ง
ที่ผ่านมาหลิวหรงเมตตาแจกจ่ายให้แต่ละเรือนเพียงเล็กน้อยจางอี๋เหนียงเก็บไว้ในนั้นไม่ยอมทาน จู่ๆตอนนี้อยากทานขึ้น
มาแล้ว?
ชิวเอ๋อร์เปิดฝาออกเพื่อตรวจดู “อี๋เหนียงทำไมยอมทานแปั้งแล้วล่ะเจ้าคะ?”
ตอนนี้จางอี๋เหนียงคิดได้แล้วว่าตนเองจะต้องกลับมามีชีวิตชีวานางลุกขึ้นจากเตียง “ไม่ได้ให้ข้ากินข้าจะทำขนม
ให้นายท่านกับคุณชายใหญ่”